เรื่องราวชาวหนังสือ
บทกวี : ศึกใหญ่ในบ้าน
อ่าน "นิยายกำลังภายใน"ในฐานะ "วรรณกรรมการเมือง"
อ่าน "นิยายกำลังภายใน"ในฐานะ "วรรณกรรมการเมือง"
วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 เวลา 19:48:59 น.
สิทธิเทพ เอกสิทธิพงษ์๑
วรรณกรรมและสังคมที่ผลิตวรรณกรรมนั้นขึ้นย่อมมีปฏิสัมพันธ์กัน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งวรรณกรรมกับผู้อ่านย่อมมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน การเลือกเสพวรรณกรรมชนิดหนึ่งย่อมสะท้อนโลกทรรศน์ ความคิด และความคาดหวังของผู้เสพ ขณะเดียวกันเนื้อหาของวรรณกรรมย่อมมีผลหล่อหลอมความคิดและพฤติกรรมของผู้เสพ ด้วย ดังนั้นภาวะเสพติดนิยายกำลังภายในในสังคมไทย ระหว่างทศวรรษ ๒๕๐๐-ทศวรรษ ๒๕๑๐ ย่อมสะท้อนอะไรบางอย่าง
นักวิชาการตะวันตกและจีนจำนวนไม่น้อยได้ทำการศึกษา "บู๊เฮียบ" ๒ ในฐานะวรรณกรรมที่สะท้อนภาพความเปลี่ยนแปลงทางสังคมแต่ละยุคสมัยไว้อย่างน่า สนใจ๓ ทว่าวงวิชาการไทยกลับมิได้สนใจศึกษานิยายกำลังภายในในฐานะกระจกสะท้อนภาพ สังคมเลย อาจกล่าวได้ว่าเพราะผู้คนจำนวนมากมองนิยายกำลังภายในว่าแปลมาจากภาษาจีนจึง ไม่อาจสะท้อนสภาพสังคมไทยได้อย่างแท้จริง ทั้งยังมองว่านิยายกำลังภายในเป็นเพียงวรรณกรรมประโลมโลกย์ ไร้สาระ กระทั่งโก้วเล้งผู้ประพันธ์นิยายกำลังภายในชื่อดังได้กล่าวถึงทัศนะดังกล่าว ไว้ว่า
วงวรรณกรรมเดือด ... คำถามถึง "หน้าที่" ของ "นักเขียน"
วงวรรณกรรมเดือด ... คำถามถึง "หน้าที่" ของ "นักเขียน"
วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 เวลา 12:45:00 น.
(ที่มา หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 15 พฤษภาคม 2554)
ในงานแสดงมุทิตาจิต "ชุมนุมปาฐกถา 70 ปี ชาญวิทย์ เกษตรศิริ" เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา มีกิจกรรมจากนักวิชาการหลายท่านในหัวข้อที่น่าสนใจ
แต่คงไม่มีปาฐกถาไหนที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ออกมาจากหอประชุมศรีบูรพา ม.ธรรมศาสตร์ ได้เท่ากับ "ยุคเปลี่ยนผ่านวรรณกรรมไทย วรรณกรรมไทยยุคเปลี่ยนผ่าน" โดย "รศ.ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์"
จริง อยู่ ประเด็น "พันธกิจของนักเขียน" ที่ รศ.ชูศักดิ์กล่าวนั้น เคยพูดถึงมาบ้างแล้วในวารสาร "อ่าน" แต่ก็คงไม่กว้างเท่าการพูดต่อหน้ามวลชน
เรื่องสั้น
ผมอยากททราบว่าใช้เวลาพิจารณางานนานเท่าไร
บทกวี : สัญญาก่อนจาก
ห้อง
บทกวี : การเดินทางที่ไม่มีวันกลับ
บทกวี เรื่องเล่าของนักเรียน ภาคแรก
เรื่องเล่าของนักเรียน ภาคแรก
(ในโรงเรียนพุทธแห่งหนึ่ง)
เช้าตื่นขึ้นมาฟ้าเปิด
ใจรอก่อเกิด
สติปัญญาสำคัญ
นิ่งนับลมหายใจพลัน
สิบรอบผูกพัน
ฝึกทันท่วงท่าอารมณ์
จึงทำการกิจวงกลม
ตามกาลสังคม
เสร็จสรรพรีบไปโรงเรียน
วิจัยชี้ปี 52 คนไทยอ่าน 94 นาที/วัน “ขี้เกียจ” เป็นเหตุเด็กเมินตำรา - พระ แม่บ้าน ทหารเกณฑ์อ่านน้อยสุด
เผย ผลวิจัยการอ่านของคนไทยปี 52 พบคนไทยอ่านเฉลี่ย 94 นาทีต่อวัน เยาวชน ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ อ่านมากที่สุด ขณะที่พระภิกษุ แม่บ้าน ทหารเกณฑ์ อ่านน้อยสุด อึ้ง! เด็กเมินอ่านเหตุจากความขี้เกียจ ชี้กลุ่มอายุ 20-29 ปีเสียเงินซื้อหนังสือมากสุด 589 บาทต่อเดือน ขณะที่ “สมพงษ์” ติงผลวิจัยชี้ชัดเด็กประถมฯ อ่านไม่คล่องสะท้อนการเรียนการสอนในห้องเรียน

