Topic list
- บทกวี : อย่า ! เสี้ยมเขาโคให้ชนกัน
อย่า ! เสี้ยมเขาโคให้ชนกัน
พ่อเมฆบ้านเหนือ พ่อเสือบ้านใต้
เขานัดกันไว้ ว่ามีการแข่งขัน
ไอ้ถึกตัวเขื่อง ปราดเปรื่องเข้มขลัง
พ่อเมฆเขาสั่ง มาจากสุพรรณ
บักดำตัวดี ศักดิ์ศรีแชมป์เก่า
พ่อเสือเสียงกระเส่า โคราชกะบ่ยั่น
แม่หมอกแม่แมว เห็นแก้วแตกร้าว
ตะโกนปาวปาว อย่าเสี้ยมเขาชนกัน
มันบาปมันกรรม ระยำสิ้นดี
ทั้งผิดประเพณี อย่ามีเลยวันนั้น
ทิดเข้มมือซ้าย ทิดคล้ายมือขวา
เสี้ยมเขาโคกล้า พ่อเมฆยิ้มหยัน
บักเม้งมือดี บักมีมือฉมัง
พ่อเสือร้องสั่ง เขาต้องเหนียวมั่น
ถึงวันแข่งแล้ว แม่แมวแม่หมอก
น้ำตากระฉอก คงบอกไม่ทัน
หลวงพ่อจำศีล มิสิ้นกำหนด
ได้แต่สลด ฟังเสียงเขาฮาลั่น
ทรายใส่กะลา นำมาวางตั้ง
สิ้นเสียงร้องสั่ง โคก็วิ่งชนกัน
ไอ้ถึกบักดำ พุ่งตำขวิดขวิด
ฝุ่นตรลบฟุ้งปิด มิเห็นสองมัน
ชายฉกรรจ์สามสี่ หลาวตีกันผลัก
ให้สองศรีศักดิ์ สู่สนามโรมรัน
ตรงดินชุ่มน้ำ เจ้าดำเจ้าถึก
โหมแรงแกร่งคึก กรำศึกสนั่น
เสียงเชียร์ครึกโครม ต่างโถมแตกหัก
เลือดแดงทะลัก คนยิ่ง มัน มัน
ดำขวิดเข้าตา ถึกล้าถอยร่น
คลุ้งฝุ่นอลวน คนดูอกสั่น
เสียงดังเปรี้ยงโครม โหดโจมสุดท้าย
สิ้นเสียงฝุ่นหาย โคสองตัวนั้น
นิ่งหมอบซบดิน หลั่งเลือดอาบพื้น
รอบตัวเลือดลื้น ตอนจบสำคัญ
คนดูครุ่นคิด สะอิดสะเอียน
นี่แหละสังเวียน ของการแข่งขัน
คนดูสะใจ แต่ใครสาหัส
เรื่องราวของรัฐ ก็ไม่ต่างกัน
ส่วนใครเป็นไผ คิดให้รอบคอบ
คิดให้ถึงระบอบ ประชาธิปตัน ฯปรัชญ์ วลีพร
- สวนโมกข์สมัยใหม่ จู พเนจร
-
เมื่อย้อนนึกไปถึงวันเวลาเหล่านั้น
มีความประทับใจหลายๆอย่างเกิดขึ้น
ประสบการณ์ชีวิตนั่นเอง คือความอิ่มเอิบใจ
บางทีธรรมะอาจเป็นเพียงกระพี้
แต่ความเป็นมิตรของเพื่อนใหม่ๆที่ได้พบ
กลับทำให้วันเวลาเหล่านั้นชื่นบานขึ้น
แง่มุมเล็กๆที่เราสะดุดเห็น
ทั้งเรื่องราวดีๆและไม่ดีที่รู้สึกชอบไม่ชอบ
นั่นคือโลกหนึ่ง
และแท้ที่จริงแล้วบางทีมันคือโลกภายในด้วย
บันทึกในคราวนั้น
(หรืออนุทิน อนุธรรม ในคราวนี้)
อย่างน้อยที่สุดทำให้เราได้มองเห็นเรื่องราว
และแง่มุมหนึ่งของเราย้อนกลับไป
ไม่ว่าจะเป็นความอ่อนเขลาเบาปัญญา
และความดีความงามนิดๆหน่อย
นั่นก็ช่างมันเถอะ
ถ้าอ่านแล้วยิ้มได้(บ้าง)นั่นก็คงจะดี - อนุสรณ์ ติปยานนท์ กับ “ตัวตน” ร่วมสมัย
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 กรกฎาคม 2551 06:07 น.
“ใน โลกวัตถุนิยม มันคือโลกที่ “มนุษย์” ใช้ “วัตถุ” ยืนยันถึงการมี “ตัวตน” จึงไม่แปลกถ้าจะมีคนไปกางเต็นท์รอเพื่อซื้อไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจนเป็นข่าว เกรียวกราวไปทั่วโลก หรือผู้หญิงญี่ปุ่นยอมเข้าแถวต่อคิวเป็นวันๆ เพื่อซื้อกระเป๋าหลุยส์-วิตตอง เพราะสิ่งเหล่านั้นมันยืนยันความเป็นตัวเขาได้"
“ผมจึงคิดว่า การที่เราจะบรรยายถึงใครคนหนึ่ง เราไม่จำเป็นต้องพุ่งตรงไปที่ตัวเขา แต่เราพุ่งไปที่ “ของ” ของเขา มันก็น่าจะทำให้เรามองเห็น “ตัวตน” คนๆ นั้น ได้มากขึ้น”
....................
คงไม่เกินจริงไปสักกี่มากน้อย หากจะกล่าวว่าโมงยามนี้เนื้องานและนามของ อนุสรณ์ ติปยานนท์ ได้รับการกล่าวขานพอสมควรในแวดวงนักอ่านผู้นิยมความ “ร่วมสมัย” ลุ่มหลงบรรยากาศ “ ชวนค้นหา” ทั้งหลงใหล “พื้นที่ว่าง” ซึ่งนักเขียนทิ้งไว้ในงานมากกว่าจะนำพาผู้อ่านไปสู่บทสรุปชัดเจน
- บทกวี : บาดแผลเราต่างสรรค์สร้างโลก
บาดแผลเราต่างสรรค์สร้างโลก
ทางชีวิตผิดพลาดมีบาดแผล ชนะแพ้ใช่สิ่งวัดคำตัดสิน หลังศึกคุดุเดือดเลือดหลั่งริน คือทั้งสิ้นแห่งฝันอันสวยงาม โลกที่ใครได้สัมผัส ณ บัดนี้ เหมือนเป็นที่กรีฑากีฬาสนาม ให้ลำพองประลองยุทธ์จุดสงคราม เพื่อถึงนามความฝันอันระบือ เขาทำงานเพื่ออะไรใครก็รู้ เพื่อตัวกูเพื่อนพร้องพี่น้องหรือ เพื่อชื่อเสียงเกียรติยศกฎเลื่องลือ เพื่อยึดถืออุดมการณ์ฐานมวลชน หากร่องรอยหลักฐานการมุ่งมั่น สื่อสร้างสรรค์พิเศษสมเหตุผล แลดูด้วยดวงตาก็น่ายล หรือด้วยกลการใดก็ใช่เลย ผลประโยชน์เพื่อส่วนรวมร่วมทุกข์สุข คอยปรับทุกข์เมื่อยากไร้ใช่เมินเฉย ความจริงใจไม่เลือกกาลหวานภิเปรย ความคุ้นเคยกันเองเพลงไมตรี นั่น.!.จึงคือผู้แทนแสนพิสุทธิ์ ผู้คอยจุดเทียนชัยให้สุกศรี มีดวงใจให้มวลชนท้นทวี โดยไม่มีเงื่อนไขให้คล้อยตาม หากเป็นเหลือบเคลือบแฝงแสร้งสรรค์สร้าง ทำทุกอย่างหวังผลคนเขาหยาม หงายหน้ามือสำรวยอ้างสวยงาม แต่หลังมือลุกลามโรคเรื้อรัง มิโปร่งใสใจคด...ทรยศชาติ แต่รวมญาติมิตรเค็มคล้ายเข้มขลัง สร้างเครือข่ายร้าวสรวมร่วมพลัง เพื่อถึงคลังอำนาจอุบาทว์ชน มีเหลี่ยมเล่ห์หลายหลากจนยากตริ มันชำนิจนเพทหลักเหตุผล “โยนิโสมนสิการ” อาจคร้านพล แต่ทุกคนแตกต่างย่อมห่างใจ จึงแบ่งพรรคกักพวกสะดวกจิต จึงแผลงฤทธิ์อิทธิแผ่แต่อยากได้ จึงมิรักสามัคคีคลี่ห่วงใย คล้ายอยากเห็นเลือดไทยไหลอาบดิน- 'ซีไรต์' ได้ประกาศผลเรื่องสั้นที่เข้ารอบสุดท้าย
วันพฤหัสบดีที่ 1 เดือนมกราคม พศ. 647
มติชน วันที่ 08 กรกฎาคม 2551 เวลา 19:36:11 น.
'บริษัทไทยไม่จำกัด' โดย สนั่น ชูสกุล สำนักพิมพ์มติชน ผ่านเข้ารอบ 9 เล่มสุดท้ายโดยคณะกรรมการคัดเลือกรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอา เซียน หรือ 'ซีไรต์' ชี้เรื่องสั้นไทยมาถึงจุดเปลี่ยน นักเขียนสร้างอัตลักษณ์แตกต่างผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม คณะกรรมการคัดเลือกรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน หรือ 'ซีไรต์' ได้ประกาศผลเรื่องสั้น ที่เข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ประจำปี 2551 จำนวน 9 เล่ม จากหนังสือ 76 เล่มที่ส่งประกวด ได้แก่
- 'ข่าวการหายไปของอารีญาและเรื่องราวอื่นๆ' เขียนโดย ศิริวร แก้วกาญจน์ พิมพ์โดยสำนักพิมผจญภัย
- 'เคหะวัตถุ' เขียนและพิมพ์โดย อนุสรณ์ ติปยานนท์
- 'ตามหาชั่วชีวิต' โดย เสาวรี สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น
- 'บริษัทไทยไม่จำกัด' โดย สนั่น ชูสกุล สำนักพิมพ์มติชน
- 'ปรารถนาแห่งแสงจันทร์' โดย เงาจันทร์ แพรวสำนักพิมพ์
- 'เราหลงลืมอะไรบางอย่าง' โดยวัชระ สัจจะสารสิน สำนักพิมพ์นาคร
- 'เรื่องบางเรื่องเหมาะที่จะเป็นเรื่องจริงมากกว่า' โดยจำลอง ฝั่งชลจิตร แมวบ้านสำนักพิมพ์
- 'วรรณกรรมตกสระ' โดย ภาณุ ตรัยเวช สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์
- 'หมู่บ้านแอโรบิก' โดยทัศนาวดี แพรวสำนักพิมพ์
คณะกรรมการเห็นว่า เรื่องสั้นที่ส่งประกวดมีพัฒนาการอย่างเห็นได้ชัด เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นประเด็นร้อนของยุคสมัย และโดดเด่นด้วยศิลปะการเล่าเรื่องที่หลากหลายและใช้ชั้นเชิงมาก ซึ่งเป็นลักษณะของนักเขียนในยุคนี้ นอกจากนี้ ยังเห็นว่าเรื่องสั้นไทยมาถึงจุดปรับเปลี่ยนวิธีสร้างเรื่อง และการมองสังคม นักเขียนพยายามค้นหาอัตลักษณ์ที่แตกต่าง เพื่อหาแง่มุมเล่าเรื่องเฉพาะแบบของตนเอง
- เรื่องสั้น
1“ คาราวะผู้รอนแรมรักษาป่าทั้งหลาย ที่ให้กำเนิดเรื่องราวและตำนานอันเป็นที่โจษจันในใจฉัน ”
แด่ผู้อพยพเพื่อการมีชีวิตอยู่ (สังขละบุรี2551)นานมาแล้วที่ฉันต้อง “อพยพ” จะเรียกมันว่าอะไรดีกับการที่ต้องหอบผ้าผ่อน หนังสือหนังหา ปากกา ดินสอ เดินทางไปเพื่อร่วมเรียนรู้กับผู้คนหลากหลายเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ เพื่อค้นหาอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่เพื่อตัวตน หากแต่เพื่อการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ประสบการณ์เบี้ยหอยรายทางที่เก็บเกี่ยวได้จากการใช้ชีวิตอยู่ตามสังคมชายแดน บ้านป่า ห่างไกลจนสุดขอบดินแดนแห่งอารยะชน นั้นเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศในสายตาของคนเขียนหนังสือ(อย่างฉัน) และอาจเป็นของใครอีกหลายๆคนที่หลงใหลใคร่รักที่จะทำงานศิลปะอยู่ร่ำไป
ขอขอบพระคุณ สุนทร แสนสุข เจ้าพระยา นนท์ 2550- โลกกว้างยาวแค่สิบก้าวที่เราเดิน
เคยค้นพบอะไรบ้างในย่างก้าว
ขณะสาวเท้าเติ่งระเริงหลง
รู้สึกไหมใจฉุนแต่วุ่นวง
มิเคยปลง เพ่งพิศ...ทิศทางจร
รอนแรมเรื่อยไปหวั่นไหววกเพลินสะทกอกสะเทือนเกินเคลื่อนถอน
จนมิรู้การเคลื่อนไหว...ไม่อาทร
ใจถูกอ้อนจากลมจมตามแรง
เท้าที่ยกเยื้องย่างไปข้างหน้าจิตผู้รู้...รู้ท่าและรู้แหล่ง
ยกแล้ว...เหยียบ เหยียบแล้ว...ยก...ฉกเปลี่ยนแปลง
มันสำแดง เกิด-ดับ สลับกัน
ตามอาการเคลื่อนไหวใจผู้รู้มิลงสู่สิ่งใดมิไหวหวั่น
เป็นเพียงผู้ดูแลชะแง้งัน
จนรู้ทันความเป็นเช่นนั้นเอง
ฝึกยกหนอ เหยียบหนอ ไม่คิดหนอสิบก้าวย่างก็พอ...อย่าอวดเบ่ง
จักรวาลอันกว้างใหญ่ใจบรรเลง
แค่บทเพลงสิบก้าวก็ยาวเกิน
ฝึกได้แล้วแนวใดใจผู้รู้ย่อมแลดูอยู่ไม่ห่างแม้ทางเขิน
การเคลื่อนไหว กาย-จิต สะกิดเดิน
ก็เผชิญเป็นแต่ผู้แลดู
รับรู้ก็มัก....สักแต่ว่าเกิดเร็วช้าก็เห็นการเป็นอยู่
จะยุบ-พอง ฟุบ-แฟบ หรือฟ่องฟู
จิตคอยดูเฉยเฉยมิเผยเงา
จิตผู้รู้คือสติที่ผลิตื่นจะวัน-คืน...มิเคยหลับกระสับกระเส่า
การเคลื่อนไหวแห่งไตรลักษณ์หมุน หนัก-เบา
โลกของเราก็เท่านี้ไม่มีอะไร ฯ
- น้ำเข้าใต้ถุน
น้ำเข้าใต้ถุน
รัตนชัย มานะบุตร
ราวกับว่าแม่ได้กลิ่นอนาคต...
แม่ฝันว่า แม่และเพื่อนบ้านสวมชุดดำนั่งรถยนต์เต็มกระบะเดินทางไปงานศพที่วัด ทุกคนพกใบหน้าเศร้าสลดและด้วยความสงสัย และฝูงชนที่แห่กันไปที่วัดมีคนเกือบทุกชาติทุกภาษา
ไปงานศพใครกันก็ไม่รู้?
แม่ได้กลิ่นศพตอนสวมเสื้อดำก่อนออกเดินทาง
‘งานศพคนทั้งโลก’ ใครคนหนึ่งเอ่ย
ที่วัดเสียงร้องร่ำระงมไปทั่ว ทุก ๆ ครึ่งชั่วโมงจะมีรถยนต์ขนศพเต็มคันมาส่ง มีหมอผมแดงคนดังและอาสาสมัครตรวจ ดี.เอ็น.เอ.และฝังไมโครชิพ ทุกระยะจะมีคนมาขอถ่ายรูปหมู่ร่วมกับศพ ศพที่ตรวจ ดี.เอ็น.เอ.และฝังไมโครชิพแล้ว ทุกคนจะถูกคืนชีวิตให้ พวกเขาลุกขึ้นยืนทั้ง ๆ ที่เนื้อตัวเต่งตึงร่วมถ่ายรูปหมู่ ถ่ายรูปเสร็จทุกศพต่างเอ่ยปากขอบคุณ เสียงที่เปล่งออกไม่เต็มเสียงนักเพราะในปากของพวกเขามีแต่น้ำ แล้วเดินตัวแข็งเรียงแถวไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่จอดรออยู่ แล้วแต่ใครเลือกลำไหน มีไปสนามบิน ภูเก็ต พังงา กระบี่ เฮลิคอปเตอร์ลำใหม่ก็บินลงมาแทนที่ไม่รู้จักจบ
น่าสงสารศพที่ไม่มีญาติมารับ พวกนี้ถูกบังคับให้เดินไปหลังวัดมีรถแทรกเตอร์กำลังขุดหลุมขนาดใหญ่ยาวเหยียด เตรียมฝังเพราะศพมากเกินไปไม่มีที่เก็บ ทหารกำลังลำเลียงศพลงไปยังก้นหลุม ศพบางศพประท้วงเรื่องผิดสัญชาติ ประท้วงจนพอใจจึงยอมลงนอนในหลุมแต่โดยดี บางศพไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นใครมาจากไหน แม้เจ้าตัวจะบอกชัดเจน แต่นั่นเป็นข้อมูลจากคนเสมือนสติไม่สมประกอบ ถูกบังคับให้ต้องลงไปนอนรอญาติมาพิสูจน์ก้นหลุม พวกเขาบ่นกันว่า รู้ว่ายุ่งยากแบบนี้ไม่น่ามาตายที่นี่เลย...
- เรื่องขำ ๆ ของนายแงไก่
มีหมอคนหนึ่งท่านกำลังตรวจภายในหญิงสาวคนหนึ่ง โดยมือสอดเข้าช่อง... พอดีเพื่อนของหมอโทรศัพท์เข้ามา (เพื่อนซึ่งห่างเหินกันมานาน) ขับรถยนต์มาเยี่ยมหมอ แต่ถนนในเมืองนั้นเป็นที่ทราบกันแล้วว่ามีหลายสายหลายตรอกซอกซอย
หมอคุยกับเพื่อนทางโทรศัพท์ว่า "ตรงมาแล้วก็เลี้ยวซ้ายพบไฟแดงแล้วก็เลี้ยวขวา... ตรงไปอีกสองไฟแดงแล้วก็เลี้ยวขวา พบทางแยกแล้วเลี้ยวซ้าย ตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายอีกครั้ง เห็นโรงพยาบาลอยู่ด้านขวา"
ระหว่างคุยโทรศัพท์ มือของหมอก็เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาไปตามปากที่กำลังบอกเพื่อน
พอหมอวางหูโทรศัพท์ คนไข้ของหมอก็พูดขึ้นว่า
"หมอคะ หมอไม่ลองทวนอีกครั้งหรือคะ กลัวเพื่อนหมอมาไม่ถูก..."
...จากนายแกงไก่...
- รวมเรื่องสั้น "ดวงตะวันยังจะขึ้นและลับลา" ธารเมฆ
คำนำครั้งที่2รวมเรื่องสั ้นพรรค์สมัย เฉิดฉาย : ดวงตะวันยังจะขึ้นและลับลา
ธารเมฆเขียนเรื่องสั้นไว้น ้อยจำนวน 8 เรื่องที่เขาเขียน นับเป็นเรื่องสั้นทั้งหมด ซึ่งปรากฏอยู่ในรวมเรื่องสั ้นพรรค์สมัย เฉิดฉาย : ดวงตะวันยังจะขึ้นและลับลา เล่มนี้
เรื่องสั้นทั้งหมด 7 เรื่องได้รับการตีพิมพ์ในน ิตยสารต่างๆมาแล้ว โดยส่วนมากในช่วงปี 2538-2542 ยกเว้นเรื่องใหม่ล่าสุด ณ โลกมัจฉานุษย์ ซึ่งเขียนในปี 2551 นี้
แน่นอนว่าการตีพิมพ์งานไม่ได้เป ็นเครื่องการันตีเรื่องคุณภาพใดๆ เพราะมีเรื่องสั้นที่ดีอ ีกจำนวนมากที่ไม่ได้รับการตีพ ิมพ์ และเรื่องสั้นอีกจำนวนมากๆที่ไม ่ได้ดีเด่อะไร แม้ได้รับการตีพิมพ์ตามน ิตยสารแล้วก็ตาม แม้แต่การได้รางวี่รางวัลอะไร ซึ่งเป็นเรื่องที่รับรู้ได้โดยท ั่วไป
เรื่องสั้นที่ดีเป็นอย่างไร อยู่ที่ตัวมันเองล้วนๆ เรื่องสั้นที่ดีควรจะมีความใหม่ และก็ไม่ควรขาดความเก๋า อันที่จริงความใหม่ก็คืองานศิลปะ หาใช่ห้วงระยะเวลา เรื่องสั้นของธารเมฆมีลักษณะเด ่นทางด้านอารมณ์ความรู้สึกที่ใช ้ในการเดินเรื่อง สำนวนภาษามีสำเนียงลีลาละเม ียดละไมและเสียดเย้ย เฉิดฉาย ทระนงองอาจ ให้บรรยากาศแบบเฉพาะตัว ไม่ว่าจะบรรยายแบบตรงไปตรงมาอย ่างชัดเจน เช่น ดีไม่ดี ชอบไม่ชอบ ใช่ไม่ใช่ หรือที่ปล่อยให้ผู้อ่านได้คิดเอง ในทุกเรื่องทุกแนวก็มีตัวละคร ความขัดแย้ง และประเด็น เหมือนเรื่องสั้นทั่วไป ประเด็นที่เขาพูดถึงก็ไม่ได้ใหม่ ไม่ได้เก่า มีการพูดถึงกันอยู่เรื่อยไป แต่ใหม่ที่ภาวะอารมณ์ในการนำเสนอ ตัวละครและมุมมองก็ไม่ได้มีมิต ิใหม่ๆ ยกเว้นก็แต่ชื่อของตัวละครที ่ออกจะเท่ๆ เป็นไปได้ว่าจะทำให้เกิดมิติใหม ่ๆบางอย่างได้ ส่วนความขัดแย้งในเรื่องดูเหม ือนจะมีอยู่ตลอดทุกตัวอักษร และมีความคลี่คลายในตัวมันเองเป ็นระยะๆไป
รวมเรื่องสั้นของธารเมฆในเล่มนี ้มีอยู่ทุกแนว-เนื้อหา อันได้แก่ แฟนตาซี กระแสสำนึก ปัจเจก โรแมนติค เพื่อชีวิต เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ที่แตกต่างออกไปก็คือในท ุกๆแนวของเรื่องสั้นแต่ละเรื ่องของธารเมฆนั้นดูเหมือนว ่าจะผนวกรวมเรื่องทุกๆแนวเข้าไว ้ด้วยกันก็ได้ โดยระบุชัดหรือไม่ระบุชัดว่าเป ็นแนวใดก็ได้ อาจเป็นเพราะสำนวนภาษา วิธีการเล่าเรื่อง ประเด็นคิด ซึ่งเกิดสร้าง และดำเนินนัยยะอยู่ในพื้นที ่ของอิสรภาพ กาลเวลา และสกุลของมันเอง เอง.
บก.ควนป่านาเล
หมายเหตุ พบกับรวมเรื่องสั้นพรรค์สมัย เฉิดฉาย: ดวงตะวันยังจะขึ้นและลับลา ของ "ธารเมฆ" ในรูปหนังสือเล่ม(พิมพ์ครั้งที่2 เร็วๆนี้ครับ)


ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว