Topic list
- บทกวี : คำพรควรค่า
จง ดอกไม้แรกแย้มแต้มชีวิต
จง นิมิตความดีสุรีย์ฉาย
จง แสงรุ้งเพรียบพร้อมห้อมล้อมกาย
จง ความหมายสวัสดีแจ่มจีรัง
คิดสิ่งใดก็ได้สมอารมณ์คิด
หวังสิ่งใดก็สมจิตความคิดหวัง
ชอบสิ่งใดก็ได้ชมสมประดัง
รักปลูกฝังโชติช่วงทุกดวงใจ
คำพรนี้มีค่าทุกคราก่อ
ความเพียงพอปรากฏจึงสดใส
อยากให้พรประเสริฐเลิศเกรียงไกร
จงทำให้ใจงามตามคำพร ฯ
ปรัชญ์ วลีพร
- สวัสดีปีเก่าและปีใหม่
ครั้งยังจำไพเราะ เสนาะเสียง ด้วยสำเนียง เพราะพริ้ง ระรินหา
พรปีใหม่ ได้ฟังประจำมา ถึงอีกครา ไพเราะ เสนาะใจ
ครั้นปีเก่า โศกเคร้า หรือ เศร้าโศก ขอพบพรแห่งโชค ศกไฉน
ปีใหม่นี้ อวยพร ก่อนอวยชัย จึงขอให้พบทาง สว่างกาย
ด้วยสำหรับตัวข้าพเจ้านี้ ยี่สิบหกปี รื่นเริงเกษมสันต์
อาจจะมีทุกข์ครามาเยี่ยมพลัน หลังจากนั้นคือสุขทุก อารมณ์
ยี่สิบหกปี ที่เกิดเห็นปีใหม่ ปีต่อไปหวังไว้เป็นเช่นนี้
หากดินน้ำลมไฟเห็นเป็นดี ก็ช่วยต่อชีวีข้าต่อไป
ถึงอย่างไรปีใหม่ให้ใจเก่า ใจคอยเฝ้าร้อยรักสมัครสมาน
ประเทศไทยยืนยงประจงนาน ตราบอีกนานเท่านานชั่วฟ้าดิน
ขออำนาจสิ่งสรรพ สรรพสิ่ง ที่พึ่งพิงทุกครายามหาไหน
ขอจงดลบัลดาลให้ปลอดภัย อำนวยชัยแด่ท่านทุกท่านไป
ต้องไม่ลืมอุทิศตนเป็นที่ตั้ง ช่วยถือมั่นแห่งจิตคิดกุศล
ศีลธรรมคำสอนประดับตน อุทิศตน เพื่อชาติ ศาสตร์ กษัตริยตราNTY
- บทกวี : การก้าวข้ามแห่งปี
การก้าวข้ามแห่งปี
ชั่วเวลานาทีแห่งปีใหม่
ซึ่งถอยหลังออกไปเป็นปีเก่า
วินาทีแห่งการเปลี่ยนเฆี่ยนจิตเรา
ให้ถือเอาความว่างว่าต่างกันรู้สึกได้กับสัมผัสที่วัดรู้
ซึ่งเบิ่งดูก็ทึกทักว่าจักรผัน
ทั้งที่กาลก็ตื่นทุกคืนวัน
แต่สำคัญมั่นไว้ในวันนี้การก้าวข้ามแห่งปี...หลากชีวิต
ต่างมุมคิดต่างก้าวย่างต่างหน้าที่
ต่างสัมผัสต่างเวลาต่างวารี
ต่างฤดีก้าวตามต่างข้ามไปการก้าวข้ามแห่งปีของชีวิต
อยู่ที่จิตตนสมัครการผลักไส
ชั่วเวลานาทีที่เวียนไว
ยากแก่การเข้าใจความเป็นมาด้วยมิเคยรู้ทันความหวั่นไหว
จึงเป็นไปไหลตามความแบบว่า
ไร้สติตริตรองผ่องวิชา
จึงก้าวข้ามเวลาไม่รู้ตัวมิรู้ทิศรู้ทาง...จะย่างก้าว
ซุกซ่อนความปวดร้าวและเกลือกกลั้ว
แค่ขยับก็อับจนบนมืดมัว
ไม่รู้ชั่วไม่รู้ดี...วิถีธรรมคล้ายก้าวข้ามขวบปีทีละก้าว
เหมือนผ่านร้อนผ่านหนาวทีละกล้ำ
เลยเป็นไปในวิถีใครชี้นำ
และซ้ำซ้ำเช่นนี้ชั่วชีวิต ฯปรัชญ์ วลีพร
- คือตัวตนของคนนี้

คือตัวตนของคนนี้
รวมกวีนิพนธ์ของพ่อพิมพ์กวีนาม “บัวกันต์ วิลามาศ” เป็นการตกผลึกทางความคิดจากการเดินทางสายกลอน/กวีนิพนธ์มายาวนาน แม้ไม่อาจเรียกว่าสมบูรณ์ที่สุด แต่ก็ถือว่า เป็นบันทึกยุคสมัยผ่านสายตานักกลอน/กวีซึ่งได้สวมอาภรณ์ฉันทลักษณ์ตามแบบขนบอย่างสอดคล้องลงตัว ซึ่งคอนักกลอน/กวีไทย ไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง
โดยเนื้อหาผู้เขียนได้แบ่งออกเป็น ๔ ส่วน คือ
ความนัยที่ ๑ ภาวะแห่งรัก
เป็นการรวบรวมเอาความรู้สึกพื้นฐานที่มนุษย์ปุถุชนเผชิญ นั่นก็คือ อารมณ์รัก แต่ทว่าความรักที่กวีถ่ายทอดออกมานั้น เป็นลักษณะ
เธอจงอ่านหนังสือเถิดที่รัก
เหนื่อยมากนักเชิญแวะพักร้านหนังสือ
ร้านนี้นามระบือ
เชิญแวะซื้อไปอ่านสราญใจ
(จากบทกวี หนังสือคือขุมคลังทางปัญญา)
หรือ
รุ้งจูบพื้นยืนตระหง่านโค้งผ่านฟ้า
สวยงามตาสายใยให้ประสาน
จากสวรรค์ดาวดึงถึงบาดาล
เป็นสะพานรุ้งโยงโค้งเชื่อมใจ
(จากบทกวี ตามรุ้ง)
ฯลฯ
มีท่านมหาคุรุทางกวีนิพนธ์กล่าวไว้ว่า ‘กลอนรักเขียนง่าย แต่เขียนให้ดียาก’ คำๆ นี้เป็นที่ยอมรับกันในแวดวงคนเขียนกลอน/กวีแล้วว่า สมจริงโดยประการทั้งปวง แต่สำหรับ คือตัวตนของคนนี้ ในส่วนของความนัยที่ ๑ ผู้อ่านสัมผัสได้ถึงความสวยงามในรัก...ซึ่งเป็นรักตามแบบฉบับของ ผู้รู้รักอย่างถ่องแท้ หาใช่ นักหัดรัก นักพร่ำเพ้อรัก จนทำให้ ‘เลี่ยน’ ไม่
ความนัยที่ ๒ ภาวะแห่งโลภ เมื่อมีรักก็มีความอยากได้เป็นเจ้าของ อยากครอบครอง เกิดมมังการ อหังการ มิรู้จบรู้สิ้น คือภาวะกิเลสสามัญที่จิตใจมนุษย์ยากสลัดพ้น ปรากฏอยู่ในชิ้นงานเช่น
อยากให้คนเป็นคนบนมนุษย์อยากให้มนุษย์รักมนุษย์สมานฉันท์
อยากให้มนุษย์ทุกมนุษย์รู้แบ่งปัน
อยากให้มนุษย์มอบรางวัลให้กับคน
(จากบทกวีชื่อ เพียงความต้องการ)
ถือว่าเป็นความ อยาก หรือ โลภ ที่น่าสรรเสริญยิ่งนัก
หรือ
มันเป็นความตั้งใจแต่ในท้อง
อยากเรียกร้องความเป็นจริงสิ่งปรารถนา
อยากให้การเมืองไทยมีการพัฒนา
อยากให้รัฐสภามีแต่คนดีดี
(จากบทกวีชื่อ ใฝ่)
ฯลฯ
นี่คือตัวอย่างโลภะในแบบฉบับตรงกันข้ามกับความปรารถนาลามก (ปาปิจาฉา) อย่างสิ้นเชิง ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่าในเนื้อสารที่กวีต้องการสื่อ เป็นการตระหนักร่วมรับผิดชอบต่อพฤติกรรมทางเสื่อมที่มนุษย์ โดยเฉพาะมนุษย์พิเศษที่ซุบตัวทองอยู่ในรัฐสภาไทยตอนนี้กำลังกระทำกันอยู่ ซึ่งการนำเสนอมิใช่เป็นการตีขลุมแต่อย่างใด เพราะ “ภาพฟ้อง” พฤติกรรมประชาชนเห็นอยู่ทนโท่
และในส่วนความนัยที่ ๓ ภาวะแห่งโกรธ และความนัยที่ ๔ ภาวะแห่งหลง ( โลภ โกรธ หลง) พลังอารมณ์ผ่านมุมมองที่ผู้เขียนหยิบยกขึ้นมาสวมอาภรณ์ฉันทลักษณ์ในรูปแบบต่างๆ แล้วสื่อออกมาอย่างมีเชิง จัดว่าเปี่ยมเสน่ห์ยิ่งนัก
เนื้องานกวีเจือกลิ่นไอท้องถิ่นอีสานไว้อย่างให้หวนระลึกถึงสำหรับผู้รักบ้านเกิด แต่กระนั้นสำหรับผู้เค้นสาระในการอ่านกลอน/กวี ก็มิผิดหวังกับเนื้อหาที่สื่อออกมา และหากนักฉันลักษณ์จ๋าหยิบอ่านก็ไม่บริภาษทักษะแบบแผน หรือภูมิภาษาไทยของนักเขียนผู้นี้เป็นแน่
ดังนั้น คือตัวตนของคนนี้ จึงได้รวมรสไว้ทุกรส แล้วแต่ผู้เสพต้องการจะเสพรสไหน เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม
คนไทย ไม่ส่งเสริมนักเขียนกลอน/กวีไทย แล้วจะให้ไปยกย่องนักเขียนกวีเทศ กระนั้นหรือ...
จากใจบก.เฉพาะกิจ
ธารา ศรีอนุรักษ์
- ไม่กล้าใช้คำว่า..บทกวี
ฟ้าใส...ใจผ่องผุด เมฆลอยเลื่อนดุจเคลื่อนไหว แสงแดดส่องทาบทา ใจปรารถแรงกล้า..ของผู้ใด
- แนะนำหนังสือ 3 แบบ ที่ทุกคนต้องอ่าน
นัก ธุรกิจ สื่อมวลชน และคนรุ่นใหม่ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การอ่าน ในการเสวนาหัวข้อ "การสร้างวัฒนธรรมการอ่านในองค์กร" ในงาน"ฉลองครบรอบ 40 ปี เอเซียบุ๊คส"
ในงาน"ฉลองครบรอบ 40 ปี เอเซียบุ๊คส" วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน ที่ ฮอลล์ ออฟ มิเรอร์ ชั้นเอ็ม สยามพารากอน มีการเสวนาเรื่อง "การสร้างวัฒนธรรมการอ่านในองค์กร" โดย นายสมเกียรติ อ่อนวิมล ในฐานะสื่อมวลชน "ศิริลักษณ์ ไม้ไทย" รองกรรมการผู้จัดการ ดิ เอ็มโพเรี่ยม ช็อปปิ้งคอมเพล็กซ์ และ "ลีลา สุนทรวิเนตร์" ลูกสาวคนสวยของพิธีกร "วิทวัส สุนทรวิเนตร์" ร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์การอ่านที่แตกต่างกัน "จุดเริ่มต้นที่แตกต่างแต่มีจุดหมายเดียวกัน"
- สัจจะ สัจจา
รุ่มร้อง ดั่งสงัด หวีดร้อง นารีทุกข์ทน
รื่นรม ร้องไห้ โหยระทม สุขสันต์
รวดร้าว หากพลัด เหตุใด ไกลห่าง
เรรวน ริเริ่มใคร่ ลุ่มหลง ปรวนแปร
รุนแรง ราวกับ สองโลก คล้องเกี่ยว
ริบหรี มองเห็น เศษเสี้ยว สรรหา
ร่วงโรย คุณค่า จดจำ ตรึงตรา
ร่ำลา สร้าง สถิตไว้ ตราตรึง
ขออนุญาตปลดปล่อยความใน
ขอบพระคุณที่มีเวปไซท์ดีๆครับปล.ผมได้รหัส สมาชิก แต่sign in ไม่ได้ ครับ
- บอกฉัน หรือไม่ได้บอก ว่าฉันจะเป็นอย่างที่เธอ สมควรที่จะบอก
"ชีวิตนี้เพื่อท่านและเรา"
ที่ฉันร้องให้ไม้ได้แปลว่าฉันเสียใจ
ที่ฉันขำไปไม่ได้แปลว่าฉันมีความสุข
ที่ฉันเงียบไม่ได้แปลว่ามีความทุกข์
ที่ฉันสนุกไม่ได้แปลว่าฉันอยากจะทำที่ฉันหายใจไม่ได้แปลว่ามีชีวิต
ที่ฉันหลงผิดไม่ได้แปลว่าสิ้นหวัง
ที่ฉันถอยออกมาไม่ได้แปลว่าพลาดพลั้ง
ที่ฉันถอยหลังไม่ได้แปลว่าจากไปที่ฉันเคยยืนอาจไม่ใช่ที่นี่
ที่ฉันวิ่งหนีอาจจะอยู่ตรงนั้น
ที่ฉันสะดุดอาจจะเกิดพลัง
ที่ฉันสร้างสรรค์อาจจะไม่มีจริงที่ตรงนี้เคว้งคว้างกลางมหาสมุทร
ที่ตรงนี้หยุดไม่ได้อย่างใจหวัง
ที่ตรงนี้ต้องวิ่งไปให้มันทัน
ที่ตรงนั้นคือฝัน ฝันลมลมแน่นอนว่าศรัทธาในเรื่องหนึ่ง
คำสาปซึ่ง แบกรับจนรับรู้
ซาบซึ้งกับคำสาปจนน่าดู
เค้าคือผู้รับผิดชอบคนต่อไปอดีต ปัจจุบัน อนาคต
ปัจจุบัน อนาคต อดีต
อนาคต อดีต ปัจุบัน
เป็นวัฏจักรร่วมกันเอย- เรื่องน่ารู้ (หรือเปล่า?) เกี่ยวกับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม
การเขียนบทความในเรื่องที่ตัวเองยังไม่สนใจย่อมทำให้ผู้อ่านติเตียนผู้เขียนได้ -_-“ ซึ่งผู้เขียนก็ยินดีน้อมรับไว้ (แต่ก็ยังจะเขียนอยู่ดี) ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อจะได้มีงานส่งประชาไทที่นอกเหนือจากมุกละตินอเมริกา เดิม ๆ ที่ผู้เขียนเริ่มจะหมดมุกเต็มทน หลังจากที่ผู้เขียนไม่ได้ส่งงานให้ชูวัสจนเขานึกว่าผู้เขียนลาจากประชาไทไป เสียแล้ว (ความจริงคือผู้เขียนเร่งปิดต้นฉบับหนังสือแปลเล่มใหม่ ซึ่งผู้เขียนแปลชื่อหนังสือออกมาได้อย่างภาคภูมิใจระดับมาสเตอร์พีซว่า ไม่สงบจึงประเสริฐ จากชื่อภาษาอังกฤษ Blessed Unrest ผู้เขียนมีความภาคภูมิใจในการแปลชื่อหนังสือครั้งนี้มากจนพูดอวดไปทั่ว แม้แต่ในที่นี้ด้วย ส่วนตัวหนังสือจะดีไม่ดีอย่างไรหรือจะดีแค่ชื่อ ขอฝากท่านผู้อ่านพิจารณาเมื่อมันตีพิมพ์ออกมาแล้วด้วย)
รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมในปีนี้ตกเป็นของแฮร์ทา มึลเลอร์ (Herta Müller) นักเขียนชาวเยอรมันเชื้อสายโรมาเนีย ตามข่าวกล่าวว่างานเขียนของเธอเล่าถึงชีวิตในโรมาเนียยุคอดีตประธานาธิบดี เผด็จการเชาเชสคูและวิจารณ์ระบอบสตาลิน มีหนังสือของเธอไม่กี่เล่มที่เคยแปลเป็นภาษาอังกฤษและมึลเลอร์แทบไม่เป็นที่ รู้จักเลยในประเทศอื่น ๆ
- ปาฐกถาล่าสุด 'อาจาย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล' สะท้อนขัดแย้งการเมืองไทยในปัจจุบัน!!
Posted by Nity
ดร.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปาฐกถาเรื่อง "โลกไร้พรมแดนในประเทศที่มีพรมแดน : ความขัดแย้งระหว่างระเบียบอำนาจแบบรัฐชาติกับสังคมโลกาภิวัตน์" ใน โอกาสครบ 60 ปี ของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ห้อง ร.103 ชั้น 1 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน เวลา 13.30 น. ที่ "มติชนออนไลน์" ถอดคำต่อคำ นับว่าน่าสนใจยิ่ง ชวนพินิจพิเคราะห์ และขยายความ จึงนำมาเผยแพร่ซ้ำคราหนึ่ง..


ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว
