Topic list
- นักเขียนหญิงเยอรมัน คว้าโนเบล "วรรณกรรม" จากผลงานชีวิตรันทด-ถูกกดขี่จากระบอบคอมมิวนิสต์

แฮร์ธา มือเลอร์ นักเขียนที่เคยมีชีวิตอันบีบคั้นเพราะเป็นชนกลุ่มน้อยในโรมาเนียได้รับรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม ประจำปี 2009
เอเจนซี/เอเอฟพี - แฮร์ธา มือเลอร์ นักเขียนวัย 56 ปี ที่มีพื้นเพเป็นชนกลุ่มน้อยชาวเยอรมันในโรมาเนีย ได้รับรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรมประจำปีนี้ ผลงานของเธอทั้งนิยายและบทกวีหลายชิ้น ได้รับแรงบันดาลใจอย่างยิ่งจากการถูกบีบคั้นและกดขี่จากระบอบคอมมิวนิสต์ใน บ้านเกิด นับเป็นสตรีคนที่ 12 ที่ได้รับรางวัลสาขานี้
- บทกวี : เด็กเอย เลยวัย ภัยความจริง
เด็กเอย
เด็กเอยเธอยังเป็นเด็ก
ยังเล็กยังด้อยและยังดื้อ
เธอยังต้องลึกต้องฝึกปรือ
ความซื่อชี้วัดจึงหยัดยืนเด็กดื้อเด็กซื่อนั่นคือเด็ก
เล็กก็หมดจดสดชื่น
มีรักมีฝันมีวันคืน
รู้ตื่นรู้เติมและรู้เต็มน่ารัก สวยงาม ในนามเด็ก
เล็กเล็กเกลียวกลมคมเข้ม
เรียนเผ็ดเรียนหวานเรียนเค็ม
ร้อยเล่มพันเล่มประสบการณ์เสียดายไปไกลพ้นวัยเด็ก
ความเล็กซื่อซื่อหือผ่าน
ช่อแห่งดอกซึ้งพึ่งบาน
อันตรธานทันทีเมื่อเติบวัยร่างกายกำยำล่ำสัน
มิใช่ความฝันวันใหม่
ความซื่อหรือความจริงใจ
อยู่ไหนหรือไกลไม่มีเสียดาย เสียดายวัยเด็ก
เล็กเล็กซื่อซื่อคือวิถี
เลยวัยไยฉีกหลีกลี้
เผ่นหนีตามวัยไปแล้วเด็กเอยเธอยังเป็นเด็ก
เล็กเล็กเริงร่ากล้าแกล้ว
ใจซื่อพูดซื่อนั่นคือแนว
ผ่านวัยใจแก้วจงแกร่งโต(สำหรับ นักเรียนค่ายภาษาไทย ป.๔-ป.๖ ของ สพท.อบ.เขต ๒, มิ.ย.๕๒)
เลยวัย(เด็ก)
เธอผ่านวัยในวันชั้นปอหก
ทางตระหนกเริ่มแน่นเต็มแผ่นฝัน
เธอมีภาพเคยวาดของวัยวัน
ซึ่งต่างกันกับวันนี้ที่เติบโตระหว่างวัยคุณหนูกับผู้ใหญ่
ยังสับสนโยงใยคล้ายลูกโซ่
จึงบทบาททุกฉากที่อยากโชว์
มันไม่โผล่อย่างที่ใจอยากให้เป็นแม้จะมีสิ่งที่ใจได้มุ่งมั่น
และมีวันที่ใจจะได้เห็น
ณ วันนี้มันลำบากถึงยากเย็น
อำนาจเร้นบางอย่างอำพรางลวงโลกในวัยมิได้กว้างอย่างที่รู้
โลกเดินสู่แม้จะคล้ายว่าใหญ่หลวง
สัมผัสใหม่กับความจริงสิ่งทั้งปวง
มันกลับกลวงมิใช่อย่างใจเป็นหนูต้องเติมเต็มต้องเข้มข้น
กล้าเดินบนความดีที่พ่อเห็น
กล้าเอาอย่างคุณธรรมแม้ลำเค็ญ
และกล้าเช่นเยาวชนคนแผ่นดิน(สำหรับ นักเรียนค่ายภาษาไทย ม.๑-ม.๓ ของ สพท.อบ.เขต ๒, มิ.ย.๕๒)
ภัยความจริง
เด็กเอยเลยวัยมาไกลแล้ว
เหมือนหมดแววหมดจดไปหมดสิ้น
คล้ายเพรียกอย่างไรมิได้ยิน
เพลงถวิลซึ้งซึ้งเคล้าคลึงคลอเธอมีฝันกันไหมในวันนี้
และพร้อมที่จะประชันไปกันต่อ
ในความเป็นผู้มีหลักรู้จักรอ
เธอคงพอก้าวย่างอย่างรู้ทันโลกนี้ล้วนอันตรายภัยร้ายรุก
ซ่อนสนุกเสกร่างเหมือนสร้างสรรค์
เคลือบรสหวานซ่านจิตเกินคิดกัน
ที่สำคัญเราถลำยอมจำนนเธอมิได้ผิดพลั้งไปทั้งหมด
หรือหนีกฎสับปลับถึงสับสน
เธอเป็นหวังใหม่ให้มวลชน
เธอต้องทนที่จะงามสร้างความดีแม้ว่าโลกรอบข้างร้างน้ำจิต
แต่ดวงคิดหนูต้องหนักในศักดิ์ศรี
ทั้งร้อนหนาวร้าวรวดปวดชีวี
คือวิถีเท่านั้นอย่าพรั่นเลยความเป็นไทยที่เป็นกันในวันนี้
จะเดินหนีจากไกลถ้าใครเฉย
คุณธรรมงามระรื่นชวนชื่นเชย
จะดิ่งเกยเศษสวะขยะจม
ถึงเวลาที่ไทยกลายพันธุ์แล้ว
เห็นวี่แววว่าวันคืนจะขื่นขม
ความเป็นไทยถูกเกลียดชังโดยสังคม
ใครถุยถ่มถ้ามิใช่ไทยกันเองเธอเท่านั้นจะฟันฝ่าอย่างกล้าหาญ
เพื่อสืบสานความเป็นไทยใจกล้าเก่ง
เธอเท่านั้นช่วยกันเถิดเปิดเสียงเพลง
ร่วมบรรเลงเพลงชาติประกาศชัย ฯ(สำหรับ นักเรียนค่ายภาษาไทย ม.๔-ม.๖ ของ สพท.อบ.เขต ๒, มิ.ย.๕๒)
โดย ปรัชญ์ วลีพร
- เปิดรับนิยายสนุกทุกแนว
www.coolkatpublishing.com
เปิดรับนิยายสนุกๆ ทุกแนว ทุกรส
เรื่องไหนดี เรื่องไหนสนุก
พิจารณาตีพิมพ์ก่อนใครค่ะ
เขียนแล้วอย่าเก็บไว้ ส่งมาแบ่งปันกันนะคะ
- “การอ่านทำให้คนเป็นคนโดยสมบูรณ์”
ได้รับเมล์ฝากประชาสัมพันธ์มาครับ เลยเอามาเผยแพร่ให้ได้อ่านกันครับ ตามนี้
“การอ่านทำให้คนเป็นคนโดยสมบูรณ์” - ฟรานซิส เบคอน นักปราชญ์ชาวอังกฤษ

เพราะหนังสือมีความสำคัญและมีอิทธิพลต่อความคิด รวมถึงพฤติกรรมของมนุษย์อย่างมาก หลายประเทศที่พัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็วจึงมีการสนับสนุนและส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมการอ่านอย่างเป็นรูปธรรมและเอาจริงเอาจัง
ตัวอย่างเช่น ประชากรของประเทศสิงคโปร์มีสถิติการอ่านหนังสือสูงถึงปีละ 40-50 เล่มต่อปี ประเทศเวียดนาม ประชากรอ่านหนังสือ 60 เล่มต่อปี ขณะที่ประชากรในประเทศไทยมีสถิติการอ่านหนังสือเพียง 2 เล่มต่อปีเท่านั้น
ซึ่งการที่คนไทยมีสถิติการอ่านหนังสือที่ค่อนข้างต่ำนั้น มีสาเหตุหลักมาจากหนังสือมีราคาแพง ไม่มีห้องสมุดหมู่บ้าน ห้องสมุดโรงเรียนได้รับงบประมาณน้อยจึงขาดความหลากหลายในการเลือกซื้อหนังสือ
มูลนิธิกระจกเงา ในฐานะองค์กรพัฒนาเอกชนจึงชักชวนให้คนไทยมาร่วมกันช่วยแก้ปัญหาเรื่อง การอ่านด้วยการให้และการแบ่งปันที่ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างง่ายๆในโครงการ“อ่าน...สร้างชาติ”
โครงการ “อ่าน...สร้างชาติ” มีแนวคิดว่าการส่งเสริมให้เกิดการกระจายหนังสือมือสองอย่างเป็นระบบ จะนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมการอ่านอย่างกว้างขวาง และหากมีการจัดการหนังสือรับบริจาคที่ดีก็จะสามารถก่อให้เกิดวัฒนธรรมการอ่านอย่างยั่งยืนได้ นั่นคือ ผู้รับหนังสือได้เป็นผู้เลือกหนังสือตามความต้องการที่จะอ่าน
ที่ผ่านมาโครงการ “อ่าน...สร้างชาติ” ได้มีการรับบริจาคหนังสือคุณภาพดีจนได้ปริมาณพอสมควร รวมทั้งได้มีการกระจายลงไปยังผู้ที่ต้องการจำนวนหนึ่งแล้ว และในครั้งนี้ทางโครงการ “อ่าน...สร้างชาติ” ขอชักชวนคนสงขลาที่มีจิตสาธารณะอยากช่วยกันสร้างชาติด้วยการอ่าน มาร่วมเป็นอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน โดยสิ่งที่อาสาสมัครส่งเสริมการอ่านต้องทำคือเป็นตัวแทนรับมอบหนังสือที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้อ่านในชุมชนหรือหน่วยงานของตน และได้ใช้หนังสือเหล่านี้จัดโอกาสส่งเสริมการอ่านให้กับสมาชิกในชุมชนหรือหน่วยงานของตน
ผู้ที่มีความสนใจอยากร่วมเป็นอาสาสมัครส่งเสริมการอ่านสามารถแจ้งความต้องการเข้าร่วมเวทีส่งเสริมการอ่านที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 52 เวลา 13:00-16:00 น.ได้ที่ คุณโตมร หมายเลขโทรศัพท์ 089-4679909 ภายในวันเสาร์ที่ 20 กันยายนนี้

“ร่วมกันยกระดับคุณภาพการอ่านเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสังคมสงขลา” มารู้จักโครงการอ่าน..สร้างชาติได้ที่ http://www.read4thai.org
หากเห็นว่าโอกาสนี้มีประโยชน์กับเด็ก ๆ และชุมชน รบกวนฝากประชาสัมพันธ์ต่อด้วยครับ ขอบคุณครับ
- 'คู่มือช่วยตัวเอง' 9 กระบวนท่าไล่ล่าความฝัน โดย กานต์ กองสวัสดิ์

เด็กหนุ่มธรรมดา ๆ ที่ มีความฝัน และชัดเจน ในชีวิต ฝ่าฝันและต่อสู้กับ อุปสรรค นานับ ทั้งที่ อเมริกา นิวซีแลนด์ และประเทศอื่น ๆ โดนกลั่นแกล้งและเอาเปรียบ ทั้งจาก ครอบครัวฝรั่ง และโดนดูถูก จากครอบครัวญาติพี่น้อง โดนทวงหนี้ขณะที่ศพของแม่เพิ่งขึ้นเมรุเผาและที่ตัวเองห่มผ้าเหลืองอยู่
ลองเรียนรุ้การจัดการกับความคิด สร้างฝันและกำลังใจให้ตัวเอง ใช้เวลาและชีวิตที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ ของเขา เหมาะกับเยาวชนไทย ที่นับวันมีแต่ไหลไปกับกระแสวัฒนธรรม แฟชั่น วัตถุนิยม ที่เกินจำเป็น
หนังสือมีจำหน่ายที่ ร้าน ซีเอ็ด คาร์ฟู หาดใหญ่ ,ไดอาน่า ชั้น 1,บิ๊ก ซี ชั้น 2, และ ทรัพย์สิน พลาซ่า สงขลา ชั้น 1
รายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ http://www.yesiwillyesican.com หรือหากมีอะไรที่ต้องการพูดคุยแลกเปลี่ยน กรุณาติดต่อกลับมาได้ที่ อีเมล์ annekongsawat ที่ ฮ็อทเมล์ .com
- ขอเชิญร่วมโครงการประกวด "สุดยอดแนวคิดสร้างนิสัยรักการอ่าน"
สมาคม ผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการปลูกฝังความใฝ่รู้และการส่งเสริมการอ่าน หนังสือให้แก่เด็กและเยาวชนให้เกิดในสังคมไทย จึงได้จัดตั้งโครงการประกวด "สุดยอดแนวคิดสร้างนิสัยรักการอ่าน" ขึ้น
จึงขอเชิญชวนโรงเรียน สถานศึกษา มูลนิธิ ตลอดจนองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนที่เห็นความสำคัญของการส่งเสริมการอ่านของเด็กและเยาวชน ร่วมส่งเหตุผลและความจำเป็น พร้อมเสนอแนวคิดการสร้างนิสัยรักการอ่านของหน่วยงานของท่าน ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4 ขนาดตัวอักษร 14 point และ รูปถ่ายภายในห้องสมุด และภายนอกห้องสมุด อย่างน้อย 2 รูป ไปยังสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ที่อยู่ 83/159 ถ.งามวงศ์วาน ทุ่งสองห้อง หลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
ภายในวันที่ 15 กันยายน 2552
- สิงห์ฯ สอนมวย 'คนข่าววรรณกรรม' อัด มารยาท 'กรรมการซีไรต์'!?
อ่าน "สิงห์สนามหลวงสนทนา" ในเนชั่นสุดสัปดาห์ฉบับล่าสุด (ฉ.900) ได้กล่าวถึงในเรื่องการทำงานข่าวของนักข่าวววรรณกรรม กับบทบาทของคณะกรรมการซีไรต์ ในการประกาศผลรางวัลครั้งที่ผ่านมาล่าสุด นั่นเอง
ลองอ่านดูครับ..
- ลับแล , แก่งคอย ในชั่วชีวิตหนึ่งของคนมีหลับแล้วตื่นตลอดชั่วอายุขัย...เป็นอุปมาแห่งจริต โดย สกุล บุณยทัต
ในความทรงจำของชีวิต เราต่างมีบาดแผลทางจิตวิญญาณเกาะติดกันอยู่อย่างติดตรึงและลึกเร้น บางขณะมันมักจะลงโทษเราจนป่วยไข้...และหลายๆขณะมันมักจะผลักดันให้เราต้องตก อยู่ในอาการหม่นมืดคลุมเครือหลับๆตื่นๆ เป็นจริตแห่งมายาคติที่ตามติด...คอยหลอกหลอนหัวใจอันบริสุทธิ์ของเราให้ต้อง ตกอยู่กับความน่าสะพรึงกลัวในสิ่งที่บ่มเพาะวิถีแห่งตัวตนอันแตกซ่าน และไร้เกาะป้องกันในการควบคุมบริบทแห่งการมีชีวิตอยู่ให้ดำรงอยู่ได้อย่าง ถาวรและสงบนิ่ง ซึ่งยิ่งยาวนานสิ่งอันเป็นปรากฏการณ์แห่งความเหลื่อมซ้อนในท่าทีเบื้องต้นก็ จะค่อยๆกลับกลายเป็นความลับแห่งจิต และค่อยๆสะสมจนกลายสภาพเป็นความเหินห่างแห่งการรอคอยที่ไกลออกไปจากความดี งามของชีวิต...มากยิ่งขึ้นทุกที..
- อุทิศ เหมะมูล นักเขียนเมืองแก่งคอย คว้าซีไรต์ฯ ปี 52
คณะกรรมการตัดสินให้นวนิยายเรื่อง "ลับแล, แก่งคอย" ของนักเขียนรุ่นใหม่ "อุทิศ เหมะมูล" คว้ารางวัลซีไรต์ประจำปี 2552 ไปครองอย่างเป็นเอกฉันท์ เจ้าตัวเผยเป็นรางวัลที่สองต่อจาก "เซเว่นบุ้คส์ อะวอร์ด"
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่โรงแรมโอเรียนเต็ล คณะกรรมการตัดสินรางวัลวรรณกรรมยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ได้จัดแถลงข่าวประกาศผลรางวัลซีไรต์ ประจำปี 2552 ว่า รางวัลตกเป็นของนวนิยายเรื่อง"ลับแล,แก่งคอย" ของอุทิศ เหมะมูล
โดยนางกุสุมา รักษมณี ประธานคณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า เทียบกับการตัดสินในหลายปีที่ผ่านมา ครั้งนี้ง่ายมาก เพราะกรรมการทุกคนมีมติเป็นเอกฉันท์ ด้วยเห็นว่าผู้เขียนสามารถเสนอมิติอันซับซ้อนของมนุษย์ที่แยกไม่ออกจากราก เหง้าและชาติพันธุ์ผ่านกลวิธีอันแยบยล สร้างตัวละคร ฉาก และบรรยากาศได้อย่างสมจริงและมีชีวิตชีวา ใช้ภาษาที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง แสดงถึงจินตภาพอันกระจ่างและงดงาม
- ประเทศใต้ “ใต้ความเวิ้งว้างอันไร้ขอบเขตจำกัด...เราต้องคิดถึงปัญหาที่สะสมในประเทศแห่งนี้”
ประเทศใต้ “ใต้ความเวิ้งว้างอันไร้ขอบเขตจำกัด...เราต้องคิดถึงปัญหาที่สะสมในประเทศแห่งนี้”
สกุล บุณยทัต เขียน ตีพิมพ์ในหนังสือสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ฉบับที่ 42 กรกฏาคม 2552
“แง่มุมของโลกและชีวิต ณ ปัจจุบันมักจะสอดผสานคาบเกี่ยวกันด้วยอุบัติการณ์ทางความคิดและอาการแห่งความรู้สึกที่เป็นไปด้วยความขัดแย้งไร้ระเบียบ ทั้งหมดกลายเป็นความคลุมเครือทางจิตวิญญาณที่ตอกย้ำฝังจำเป็นรอยเหยียบย่ำที่มืดดำในภาวะสำนึก ก่อเกิดเป็นลมหายใจที่ติดขัดวกวน ไร้ซึ่งทางออกในวิถีทางแห่งเจตจำนงอันจริงแท้และมั่นคง เหตุนี้จึงไม่แปลกอะไรเลยที่บุคคลแห่งโลกและชีวิต ณ วันนี้จะต้องจมปลักอยู่กับชะตากรรมอันขมขื่น...เดือดร้อนดิ้นพล่านอยู่กับการติดตามค้นหาจุดบรรจบอันแท้จริงของตนเองอย่างสิ้นหวังไร้ทิศทาง”
“ประเทศใต้” นวนิยายของนักเขียนหนุ่มชาวใต้ “ชาคริต โภชะเรือง” ที่ออกแบบรูปรอยงานเขียนเขาให้ทบซ้อนกันอยู่ระหว่างมิติเรื่องราวของอดีตกับปัจจุบัน... ความจริงแท้ที่ปรากฏกับนัยสำนึกทางจิตวิญญาณและมายาคติของสถานการณ์ที่คาบเกี่ยวกันในบทจองจำอันซับซ้อนของโชคชะตาที่ถูกกระหน่ำโบยตีอย่างน่าเวทนา...


ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว
