Topic list
- เปิดตัวเงือกน้อยเมืองไทย "ปอเปี๊ยะ-แพรกานต์ นิรันดร" นักเขียนวัย 15 ร่ายมนต์สะกดให้ "สุมาลี" แปลผลงาน
เปิดตัวเงือกน้อยเมืองไทย "ปอเปี๊ยะ-แพรกานต์ นิรันดร" นักเขียนวัย 15 ร่ายมนต์สะกดให้ "สุมาลี" แปลผลงาน
จากกระแสวรรณกรรมแฟนตาซี "แฮร์รี่ พอตเตอร์" อันโด่งดัง ทำให้เมืองไทยมีหนังสือแนวแฟนตาซีเข้ามาเยอะมาก ทั้งจากนักเขียนไทยและนักเขียนนอก แต่วันนี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับนักเขียนวรรณกรรมเยาวชนรุ่นใหม่ และแม้ว่างานเขียนของเธอเป็นแนวแฟนตาซีตามกระแสก็จริง แต่เค้าโครงเรื่องนั้นน่าสนใจและสมจริงจนมิอาจเชื่อว่า เด็กอายุ 15 ปี เป็นผู้แต่งเรื่องนี้ ที่สำคัญคือเธอเขียนด้วยต้นฉบับภาษาอังกฤษ ก่อนที่ "นานมี" จะดึงเอานักแปลชั้นเทพอย่าง "สุมาลี" มาแปลเป็นภาษาไทย
เรากำลังพูดถึง "แพรกานต์ นิรันดร" หรือ "น้องปอเปี๊ยะ" นักเขียนหน้าอ่อนที่ฝีมือไม่อ่อน เจ้าของบทประพันธ์ไตรภาค ชุด "จักรภพพันธุ์มหัศจรรย์" โดยเล่มแรกเสนอ ตอน "ผจญภัยในแดนเงือก"
- ภาษาถิ่นที่สูญหาย ความตายของวัฒนธรรม
ภาษาถิ่นที่สูญหาย ความตายของวัฒนธรรม โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 19 มกราคม 2553 20:41 น.
‘ภาษา’ ตามหลักพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 หมายถึง ถ้อยคำที่ใช้พูดหรือเขียนเพื่อสื่อความหมายของชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เช่น ภาษาไทย ภาษาจีน หรือเพื่อสื่อความเฉพาะวงการ เช่นภาษาราชการ ภาษากฎหมาย
ภาษาต่างๆ มีชีวิตของมัน สามารถเดินทางจากสถานที่หนึ่งไปอีกสถานที่หนึ่ง มีการเปลี่ยนแปลงไปกับกาลเวลาและตายไป เมื่อภาษาใดๆ ที่หยุดการพัฒนาหรือหยุดเปลี่ยนแปลงก็จะถูกจัดให้เป็น ‘ภาษาตาย’ ส่วนภาษาที่ไม่หยุดนิ่งหรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องก็จัดเป็น ‘ภาษาที่ยังมีชีวิต’
- บทกวี : ถึงเวลาแล้วแก้วใจไทยสยาม
มาจะกล่าวบทไป
ถึงสอสอหน้าใหญ่ในสภาสยาม
ทำตัวชั่วฉลราวโจรใจทราม
เกลือกกลกามกลั้วเกียรติเบียดเบียนโกงก่อนเขาจะเป็นสอสอ
หลอกลวงล่อไหว้ดะตะเข้ตะโขง
พยายามรวมญาติฉลาดโยง
เที่ยวเปิดโปงฝ่ายตรงข้ามความไม่ดี
เอาความดีใส่ตนเบี่ยงประเด็น
เปลี่ยนความเห็นเป็นความเชื่อในเสื้อสี
มอมเมาประชาชนปล้นคดี
เถื่อนเวทีสอสอสอพลอพาลครั้นเข้าเป็นสอสอ
โอละนอโอ้ละหน่ายกลายหน้าด้าน
เล่นละครอดสูเป็นหมู่มาร
สร้างเหตุการณ์ติฉินสิ้นปัญญา
ไม่รักกันไม่สรรค์สร้างต่างแก่งแย่ง
สวมเสื้อแดงเสื้อเหลืองขุ่นเคืองบ้า
ทำราวกับพี่น้องผองประชา
ไม่รู้ว่าพวกท่านทำการใด
เล่นละครน้ำเน่าเป็นเจ้าแค้น
เคล็ดเปลี่ยนแดนเปลี่ยนข้างยังใช้ได้
มรดกบ้านทรายทองใช่ของใคร
เปลี่ยนกันไปเปลี่ยนกันมาประชาจมมาจะกล่าวบทไป
เทวดาที่ไหนก็ถุยถ่ม
ฝนที่ไหนชะล้างหล่นพร่างพรม
ดาบด้านคมประชาธิปไตยไม่พลิกคืน
เงินทองจะเป็นใหญ่ในเบื้องหน้า
ศีลธรรมจรรยาหลับไม่ตื่น
คนดีจะถูกข่มล้มทั้งยืน
ดอกไม้กลายเป็นปืนดื่นธานิน
วัตถุจะทะลุทะลวงจิต
โลหิตจะกลั้วดอกบัวสิ้น
สุดโต่งแตกแยกแปลกแผ่นดิน
จะได้ยินเสียงตวาดปีศาจยักษ์
จะได้ยินเสียงคลื่นสะอื้นโหย
เสียงแส้โบยวิญญาณสะท้านกระอัก
จะไม่มีเมตตาอารีรัก
สิ้นเสียงทักสุดท้าย...ตายทั้งเป็น
.............ฯลฯ................โปรดหันหน้ามาปรองดองขอร้องเถอะครับ
ฝ่ายค้านจับมือรัฐบาลกันเห็นเห็น
เพื่อชาติเพื่อประชาชนคือประเด็น
ใจเย็นเย็นช่วยกันเถิดเปิดประตู
ประเทศไทยใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง
ชาวไทยพึงเรียกกันปลุกลุกขึ้นสู้
ศึกไกลไม่เคยห่วงจ้วงศัตรู
ศึกใกล้ดูลำบากหากลุกลาม
เมื่อมีศึกต้องช่วยกันฝ่าฟันรบ
หนักก็นบขอร้องกันช่วยหาบหาม
เจ็ดสิบล้านขอนบมือกราบงามงาม
โปรดอย่าตามใจกิเลสเกิดเภทภัย
หันมารักสามัคคีเถิดพี่น้อง
ใจปรองดองใจจริงให้ยิ่งใหญ่
กู้ศักดิ์ศรีสยามนามว่าไทย
อย่าให้ใครดูแคลนว่าโคตรโกงรักพ่อหลวงห่วงลูกหลานเถิดท่านเอ๋ย
อย่าเกินเลยบ้าคลั่งทั้งโขยง
เศรษฐกิจพอเพียงพอเชื่อมโยง
ความสุดโต่งในใจได้ไหมครับ
คำของพ่อพระราชทานคิดอ่านเถิด
ใจที่เปิดจักเอื้อเมื่อสดับ
ทั้งดอกไม้ทั้งแก้มแฉล้มรับ
ไทยก็นับแต่จะโชติชัชวาล
รักเมืองไทยด้วยใจรักประจักษ์จิต
อย่าให้ฤทธิ์ใดแยกเลือดแตกพล่าน
รักกันเถิดจะฝ่ายไหนมิใช่พาล
คือมือสานให้บ้านสุขทุกคนเอย ฯปรัชญ์ วลีพร
๑๐ มกราคม ๒๕๕๓
- ประกาศผลแล้ว"เสกสรรค์-ปรีชา-มัณฑนา" เป็นศิลปินแห่งชาติปี 52
ประกาศผลแล้ว"เสกสรรค์-ปรีชา-มัณฑนา" เป็นศิลปินแห่งชาติปี 52 โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 มกราคม 2553 18:43 น.
ประกาศผลศิลปินแห่งชาติ 2552 คนดังติดชื่อรับ “ปรีชา เถาทอง” สาขาทัศนศิลป์ “เสกสรรค์ ประเสริฐกุล” สาขาวรณศิลป์ “มัณฑนา โมรากุล” สาขาศิลปะการแสดง ขณะที่วธ.ออกโรงแก้ต่างไม่ได้ทอดทิ้งศิลปิน-เงินกองทุนศิลปินแห่งชาติพอ เลี้ยงตัวเอง แต่สัญญาว่าปีหน้าจะเพิ่มกิจกรรมในมิติของศิลปินแห่งชาติมากขึ้น
วันนี้(7 ม.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นายธีระ สลักเพชร รม ว.วัฒนธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ประกาศผลการคัดเลือกศิลปินที่ได้รับเลือกเป็นศิลปินแห่งชาติใน 3 สาขา ได้แก่ ทัศนศิลป์ วรรณศิลป์ และ สาขาศิลปะการแสดง ประจำปีพ.ศ.2552 มีรายชื่อดังต่อไปนี้
- รายงานพิเศษ: "วาระการอ่านแห่งชาติ" = หายนะแห่งหนังสือวรรษกรรม?
คอลัมน์: รายงานพิเศษ: "วาระการอ่านแห่งชาติ" = หายนะแห่งหนังสือวรรษกรรม?
Source - เว็บไซต์เนชั่นสุดสัปดาห์ (Th)
ภาวินี อินเทพ : เรื่อง / อิสรีอิน : ภาพ
นับตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา จวบจนกระทั่งปีนี้ 'วาระการอ่านแห่งชาติ' เป็นประเด็นที่คนในแวดวงวรรณกรรม จะหยิบยกมาถกพูดคุยกันต่อเนื่องทั้งปี
เพราะเรื่องนี้จะมีเม็ดเงินจาก งบไทยเข้มแข็ง เข้ามาในวงการหนังสือ ประมาณ 1,900 ล้านบาท
โดยเฉพาะ 380 ล้านบาท ที่ผ่านมาทาง กศน. หรือ 'สำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย' คือ เงินที่ให้จัดซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดอย่างเดียว
แต่ละครั้งมียอดถึง 450,000 บาท
และต้องจัดซื้อให้หมดภายในครั้งเดียว
- บทกวี : คำพรควรค่า
จง ดอกไม้แรกแย้มแต้มชีวิต
จง นิมิตความดีสุรีย์ฉาย
จง แสงรุ้งเพรียบพร้อมห้อมล้อมกาย
จง ความหมายสวัสดีแจ่มจีรัง
คิดสิ่งใดก็ได้สมอารมณ์คิด
หวังสิ่งใดก็สมจิตความคิดหวัง
ชอบสิ่งใดก็ได้ชมสมประดัง
รักปลูกฝังโชติช่วงทุกดวงใจ
คำพรนี้มีค่าทุกคราก่อ
ความเพียงพอปรากฏจึงสดใส
อยากให้พรประเสริฐเลิศเกรียงไกร
จงทำให้ใจงามตามคำพร ฯ
ปรัชญ์ วลีพร
- สวัสดีปีเก่าและปีใหม่
ครั้งยังจำไพเราะ เสนาะเสียง ด้วยสำเนียง เพราะพริ้ง ระรินหา
พรปีใหม่ ได้ฟังประจำมา ถึงอีกครา ไพเราะ เสนาะใจ
ครั้นปีเก่า โศกเคร้า หรือ เศร้าโศก ขอพบพรแห่งโชค ศกไฉน
ปีใหม่นี้ อวยพร ก่อนอวยชัย จึงขอให้พบทาง สว่างกาย
ด้วยสำหรับตัวข้าพเจ้านี้ ยี่สิบหกปี รื่นเริงเกษมสันต์
อาจจะมีทุกข์ครามาเยี่ยมพลัน หลังจากนั้นคือสุขทุก อารมณ์
ยี่สิบหกปี ที่เกิดเห็นปีใหม่ ปีต่อไปหวังไว้เป็นเช่นนี้
หากดินน้ำลมไฟเห็นเป็นดี ก็ช่วยต่อชีวีข้าต่อไป
ถึงอย่างไรปีใหม่ให้ใจเก่า ใจคอยเฝ้าร้อยรักสมัครสมาน
ประเทศไทยยืนยงประจงนาน ตราบอีกนานเท่านานชั่วฟ้าดิน
ขออำนาจสิ่งสรรพ สรรพสิ่ง ที่พึ่งพิงทุกครายามหาไหน
ขอจงดลบัลดาลให้ปลอดภัย อำนวยชัยแด่ท่านทุกท่านไป
ต้องไม่ลืมอุทิศตนเป็นที่ตั้ง ช่วยถือมั่นแห่งจิตคิดกุศล
ศีลธรรมคำสอนประดับตน อุทิศตน เพื่อชาติ ศาสตร์ กษัตริยตราNTY
- บทกวี : การก้าวข้ามแห่งปี
การก้าวข้ามแห่งปี
ชั่วเวลานาทีแห่งปีใหม่
ซึ่งถอยหลังออกไปเป็นปีเก่า
วินาทีแห่งการเปลี่ยนเฆี่ยนจิตเรา
ให้ถือเอาความว่างว่าต่างกันรู้สึกได้กับสัมผัสที่วัดรู้
ซึ่งเบิ่งดูก็ทึกทักว่าจักรผัน
ทั้งที่กาลก็ตื่นทุกคืนวัน
แต่สำคัญมั่นไว้ในวันนี้การก้าวข้ามแห่งปี...หลากชีวิต
ต่างมุมคิดต่างก้าวย่างต่างหน้าที่
ต่างสัมผัสต่างเวลาต่างวารี
ต่างฤดีก้าวตามต่างข้ามไปการก้าวข้ามแห่งปีของชีวิต
อยู่ที่จิตตนสมัครการผลักไส
ชั่วเวลานาทีที่เวียนไว
ยากแก่การเข้าใจความเป็นมาด้วยมิเคยรู้ทันความหวั่นไหว
จึงเป็นไปไหลตามความแบบว่า
ไร้สติตริตรองผ่องวิชา
จึงก้าวข้ามเวลาไม่รู้ตัวมิรู้ทิศรู้ทาง...จะย่างก้าว
ซุกซ่อนความปวดร้าวและเกลือกกลั้ว
แค่ขยับก็อับจนบนมืดมัว
ไม่รู้ชั่วไม่รู้ดี...วิถีธรรมคล้ายก้าวข้ามขวบปีทีละก้าว
เหมือนผ่านร้อนผ่านหนาวทีละกล้ำ
เลยเป็นไปในวิถีใครชี้นำ
และซ้ำซ้ำเช่นนี้ชั่วชีวิต ฯปรัชญ์ วลีพร
- คือตัวตนของคนนี้

คือตัวตนของคนนี้
รวมกวีนิพนธ์ของพ่อพิมพ์กวีนาม “บัวกันต์ วิลามาศ” เป็นการตกผลึกทางความคิดจากการเดินทางสายกลอน/กวีนิพนธ์มายาวนาน แม้ไม่อาจเรียกว่าสมบูรณ์ที่สุด แต่ก็ถือว่า เป็นบันทึกยุคสมัยผ่านสายตานักกลอน/กวีซึ่งได้สวมอาภรณ์ฉันทลักษณ์ตามแบบขนบอย่างสอดคล้องลงตัว ซึ่งคอนักกลอน/กวีไทย ไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง
โดยเนื้อหาผู้เขียนได้แบ่งออกเป็น ๔ ส่วน คือ
ความนัยที่ ๑ ภาวะแห่งรัก
เป็นการรวบรวมเอาความรู้สึกพื้นฐานที่มนุษย์ปุถุชนเผชิญ นั่นก็คือ อารมณ์รัก แต่ทว่าความรักที่กวีถ่ายทอดออกมานั้น เป็นลักษณะ
เธอจงอ่านหนังสือเถิดที่รัก
เหนื่อยมากนักเชิญแวะพักร้านหนังสือ
ร้านนี้นามระบือ
เชิญแวะซื้อไปอ่านสราญใจ
(จากบทกวี หนังสือคือขุมคลังทางปัญญา)
หรือ
รุ้งจูบพื้นยืนตระหง่านโค้งผ่านฟ้า
สวยงามตาสายใยให้ประสาน
จากสวรรค์ดาวดึงถึงบาดาล
เป็นสะพานรุ้งโยงโค้งเชื่อมใจ
(จากบทกวี ตามรุ้ง)
ฯลฯ
มีท่านมหาคุรุทางกวีนิพนธ์กล่าวไว้ว่า ‘กลอนรักเขียนง่าย แต่เขียนให้ดียาก’ คำๆ นี้เป็นที่ยอมรับกันในแวดวงคนเขียนกลอน/กวีแล้วว่า สมจริงโดยประการทั้งปวง แต่สำหรับ คือตัวตนของคนนี้ ในส่วนของความนัยที่ ๑ ผู้อ่านสัมผัสได้ถึงความสวยงามในรัก...ซึ่งเป็นรักตามแบบฉบับของ ผู้รู้รักอย่างถ่องแท้ หาใช่ นักหัดรัก นักพร่ำเพ้อรัก จนทำให้ ‘เลี่ยน’ ไม่
ความนัยที่ ๒ ภาวะแห่งโลภ เมื่อมีรักก็มีความอยากได้เป็นเจ้าของ อยากครอบครอง เกิดมมังการ อหังการ มิรู้จบรู้สิ้น คือภาวะกิเลสสามัญที่จิตใจมนุษย์ยากสลัดพ้น ปรากฏอยู่ในชิ้นงานเช่น
อยากให้คนเป็นคนบนมนุษย์อยากให้มนุษย์รักมนุษย์สมานฉันท์
อยากให้มนุษย์ทุกมนุษย์รู้แบ่งปัน
อยากให้มนุษย์มอบรางวัลให้กับคน
(จากบทกวีชื่อ เพียงความต้องการ)
ถือว่าเป็นความ อยาก หรือ โลภ ที่น่าสรรเสริญยิ่งนัก
หรือ
มันเป็นความตั้งใจแต่ในท้อง
อยากเรียกร้องความเป็นจริงสิ่งปรารถนา
อยากให้การเมืองไทยมีการพัฒนา
อยากให้รัฐสภามีแต่คนดีดี
(จากบทกวีชื่อ ใฝ่)
ฯลฯ
นี่คือตัวอย่างโลภะในแบบฉบับตรงกันข้ามกับความปรารถนาลามก (ปาปิจาฉา) อย่างสิ้นเชิง ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่าในเนื้อสารที่กวีต้องการสื่อ เป็นการตระหนักร่วมรับผิดชอบต่อพฤติกรรมทางเสื่อมที่มนุษย์ โดยเฉพาะมนุษย์พิเศษที่ซุบตัวทองอยู่ในรัฐสภาไทยตอนนี้กำลังกระทำกันอยู่ ซึ่งการนำเสนอมิใช่เป็นการตีขลุมแต่อย่างใด เพราะ “ภาพฟ้อง” พฤติกรรมประชาชนเห็นอยู่ทนโท่
และในส่วนความนัยที่ ๓ ภาวะแห่งโกรธ และความนัยที่ ๔ ภาวะแห่งหลง ( โลภ โกรธ หลง) พลังอารมณ์ผ่านมุมมองที่ผู้เขียนหยิบยกขึ้นมาสวมอาภรณ์ฉันทลักษณ์ในรูปแบบต่างๆ แล้วสื่อออกมาอย่างมีเชิง จัดว่าเปี่ยมเสน่ห์ยิ่งนัก
เนื้องานกวีเจือกลิ่นไอท้องถิ่นอีสานไว้อย่างให้หวนระลึกถึงสำหรับผู้รักบ้านเกิด แต่กระนั้นสำหรับผู้เค้นสาระในการอ่านกลอน/กวี ก็มิผิดหวังกับเนื้อหาที่สื่อออกมา และหากนักฉันลักษณ์จ๋าหยิบอ่านก็ไม่บริภาษทักษะแบบแผน หรือภูมิภาษาไทยของนักเขียนผู้นี้เป็นแน่
ดังนั้น คือตัวตนของคนนี้ จึงได้รวมรสไว้ทุกรส แล้วแต่ผู้เสพต้องการจะเสพรสไหน เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม
คนไทย ไม่ส่งเสริมนักเขียนกลอน/กวีไทย แล้วจะให้ไปยกย่องนักเขียนกวีเทศ กระนั้นหรือ...
จากใจบก.เฉพาะกิจ
ธารา ศรีอนุรักษ์
- ไม่กล้าใช้คำว่า..บทกวี
ฟ้าใส...ใจผ่องผุด เมฆลอยเลื่อนดุจเคลื่อนไหว แสงแดดส่องทาบทา ใจปรารถแรงกล้า..ของผู้ใด


ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว
