Topic list
- บันทึก 100 วัน (3)
27 มีนาคม 2551
เป็นวันที่ค่อนข้างเบาสบาย แม้ว่าจะมีงานประชุมที่คูขุดเรื่องทิศทางการท่องเที่ยว ปล่อยให้น้องๆได้ลงพื้นที่แทน ตัวเองนั่งสรุปรายงานที่คั่งค้างอยู่
ทบทวนการประชุมเมื่อวันที่ 16 มีนาคมและวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา...เราตัดสินใจจัดเวทีสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองหาดใหญ่...อาศัยช่วงจังหวะเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ 6 เมษายน ที่ใกล้เข้ามา หมอสุภัทรเสนอว่าน่าจะจัดเวทีประชาคมเมืองหาดใหญ่ ระดมข้อเสนอในการพัฒนา เสนอต่อผู้สมัคร
อันที่จริงก็เริ่มคุ้นกับเรื่องนโยบายสาธารณะ ซึ่งไม่จำเป็นที่มีแต่นักการเมืองเท่านั้นที่จะนำเสนอ ประชาชนอย่างเราๆท่านๆก็สามารถผลักดันร่วมกันได้ สองสามปีมานี้ สงขลาก้าวไปข้างหน้าในหลายๆเรื่อง การเมืองท้องถิ่นในช่วงเลือกตั้งนี้ก็เช่นกัน หากเรารวมตัวกันได้ จัดเวทีแล้วเชิญผู้สมัครมารับฟังข้อเสนอของภาคประชาชนบ้าง การเมืองจะได้เปลี่ยนโฉมหน้าไปในทางที่ดี
เลือกตั้งหาดใหญ่คราวนี้มีผู้สมัคร 4 คน ต่างก็เสนอนโยบายออกมาแข่งขันกันซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี การเมืองอย่างน้อยก็เปลี่ยนรูปแบบการหาเสียง ที่เน้นกันในเรื่องนโยบายมากขึ้น แม้ว่าหลายๆนโยบายจะออกมาใกล้เคียงกันก็ตาม แต่ก็ยังดีกว่าแข่งขันในเรื่องซื้อเสียง หรือว่าอาศัยหัวคะแนนของใครของมัน
หาดใหญ่ในช่วงนี้อยู่ระหว่าง "ขาลง" สุดๆ โรงแรมก็ไม่มีคนพัก การท่องเที่ยวซบเซา เสน่ห์หาดใหญ่กำลังจะเลือนหาย จำเป็นต้องมีจุดขายใหม่ๆเข้ามาแทนที่ เมืองหลวงภาคใต้กำลังจะกลายเป็นอดีต
- บันทึก 100 วัน (2)

26 มีนาคม 2551 พี่เจี๊ยบโทรหาตั้งแต่เช้า ถามยืนยันเรื่องการประชุมของมูลนิธิโคกที่ไม่แน่ใจว่านัดหมายที่ใด ระหว่างวัดคลองแหกับหาดทิพย์ สรุปว่าไม่แน่ใจ เพราะว่าผมเองไม่ได้ถามให้ละเอียด เนื่องจากวันนี้ไม่ว่าง ต้องลงไปตำบลปริกทำแผนตำบล
งานสร้างฝายดักขยะของคลองแหกำลังรุดไปข้างหน้า วันนี้ได้แบบร่าง อีกไม่ช้าคงจะได้ลงมือทำ
คิดไปก็แปลกดี ที่อื่นเขาทำฝายชะลอน้ำ แต่ที่คลองแหกำลังจะทำฝายดักขยะ(ฝายที่ 3แล้ว ฝาย1 และฝาย 2 พังทลายไปหมดแล้ว ด้วยเหตุที่พ่ายแรงน้ำและขยะในหน้าน้ำหลาก คราวนี้เรากำลังจะทำฝายน้ำล้นถาวร)
มาถึงสถานีอนามัยปริก สายนิดหน่อย ปรากฏว่าชุมชนมากันพร้อมหน้า พวกเขาเตรียมนำเสนอผลการดูงาน ผมให้พวกเขานำเสนอด้วย powerpointเผื่อว่าคนอื่นที่ไม่ได้ไปดูงานมาจะได้ร่วมเรียนรู้ และผลที่ออกมาก็น่าชื่นใจไม่น้อยที่การดูงานใน 3 จุดระหว่างการทำแผน ได้ผลคืบหน้าไปมาก
รองนายกฯอบต.นำเสนอด้วยตัวเอง เล่าประสบการณ์ดูงานการทำฝายชะลอน้ำที่ป่าต้นน้ำบาโรยหรือผาดำ
ส่วนเหตุผลที่ต้องไปดูงานนั้น มาจากว่าตำบลปริกกำลังประสบปัญหาหนักอยู่ 3 อย่างด้วยกัน ได้แก่ ปัญหาน้ำ(ทั้งขาดแคลนน้ำ น้ำผิวดินแห้งขอด น้ำเสียจากโรงงาน) ปัญหายาเสพติดในชุมชน และปัญหาความแตกแยกทางการเมือง
- บันทึก 100 วัน
25 มีนาคม 2551 ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที ผมก็อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา วันนี้มีการลงนามข้อตกลงการทำโครงการสมัชชาสุขภาพจังหวัด
ลงจากห้องพักในโรงแรมเดอะริช เมื่อคืนคนที่มาพักด้วยเป็นคุณลุงมาจากตราด อายุอานามรุ่นปู่แต่ก็ยังกะฉับกะเฉง แกตื่นแต่เช้า อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเสร็จ เปิดประตูออกไปหาเพื่อน...ปรากฏว่าประตูล็อคตัวเอง เปิดออกไปแล้วกลับเข้ามาไม่ได้ แกยืนเคาะประตูเรียกผมอยู่นาน ไอ้เราก็ยืนแช่ฝักบัวอยู่ในห้องน้ำ ไม่ได้ยิน ปล่อยให้คุณลุงยืนเคาะอยู่พักใหญ่
เดินลงมาทานอาหารเช้า พบคนคุ้นหน้าในแต่ละจังหวัดทยอยเข้ามา แม่ผ่องกับพี่คนหนึ่ง(จำชื่อไม่ได้แล้ว)จากอ่างทอง ปรับทุกข์การทำงานกับเยาวชนในจังหวัด ที่บางครั้งเด็กๆก็มักอ้างกับพ่อแม่ว่ามาทำกิจกรรมกับตน เอาเข้าจริงไปเมาซิ่งอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ตอนหลังต้องออกกฏว่าการมาทำกิจกรรมทุกครั้งจะต้องมีหนังสือถึงผู้ปกครองอย่างเป็นทางการเท่านั้น
ได้ฟังแล้วก็น่าเห็นใจ แต่ผมก็รู้ ทุกคนบ่นไปอย่างนั้นแหละ ดูแววตาแล้วก็ยังคงทำงานต่อไปไม่เลิกลาหรอก
- บทกวี ละเลียดลมพร่างพรมพลิ้ว
ลมละเอียดใบไม้ละไล่หยอก ใบก็บอกประมาณการเคลื่อนไหว ใบน้ำตาลปลดระวางก็คว้างใบ ยอดใหม่ใหม่ผลิตูมชอุ่มคอย
หมอกเหมยเผยน้ำใจให้เช้าตรู่ น้ำค้างพรูสู้แดดก่อนหลับผล็อย มณีทุ่งทอรุ้งใสวับไหวลอย ช่วงเวลาน้อยน้อยแต่นิรันดร์ พอแดดยิ้มก็เห็นใยตาข่ายยื่น ตลอดคืนมีอะไรติดให้ฉัน แล้วแมงมุมก็เห็นหมองแมลงมัน ตาข่ายอันอลังการก็พล่านใย วิหคเหิรเพลินเพียงเสียงสวรรค์ สลัดเหงาเย้ากันกับวันใหม่ เย้ยกรงทองห้องขังกลางกรุงไกร ชมชื่นในเสรี...ที่พนา ลมเช้าเช้า เย้าหยอกมวลดอกไม้ จิก จาน ไหว เอิบอิ่ม...ยิ้มร่า มวลแมลงแข่งสีหลากลีลา เอื้อภาษารักกันวันโลกงาม ๒ พอแดดสายร้ายแรงร้อนแสงสูรย์ สายลมร่มอากูลกูลเกื้อขาม ร่มแมกไม้ร่มเย็นก็เย็นตาม สิ่งเคยทรามงามง่ายสบายบาน เด็กชาย ควายวัว ก็ว่องไว ร่มกวักไกวให้สู่อยู่สนาน ห่อข้าวก็เอาออกบอกกันทาน เพื่อนนอนอานเคี้ยวเอื้องเยื้องไม่ไกล ผ้าขาวม้าขึงไว้กิ่งไม้มั่น ซุกร่างอันเหนื่อยอ่อนผ่อนเอนไหว ลมก็โชยความเย็นเหมือนเป็นใจ เด็กก็ได้งีบหลับกับทุ่งนา ลมสายสาย บ่ายคล้อย มิน้อยจิต คอยจุมพิตปลอบโยนเหล่าคนกล้า กล้ายืนหยัดชัดเจนเป็นมรรคา มั่นเยียวยาท้องถิ่นแผ่นดินธรรม ๓ พอแดดรอนอ่อนแสงสุริยา นาฏกรรมอำลาเวลาค่ำ ฝูงวัวควายเด็กชายหญิงทิ้งลำนำ ภาพซ้ำซ้ำเริ่มเคลื่อนคล้อย...ค่อยลบเลือน ทุ่งก็โล่งโปร่งเปล่าไร้เงาร่าง เหงาอ้างว้างพรางค่ำด้วยจำเคลื่อน ไว้พรุ่งนี้จะตั้งหน้ากลับมาเยือน มาเป็นเพื่อนมาเป็นเราให้เหงาคลาย ลมเย็นเย็นสนธยาเวลาญาติ ทุ่งพิลาสก็ขาดผู้กู่ความหมาย บ้านครอบครัวอ้างรักเอ่ยทักทาย จึงชีวิตเคลื่อนย้ายคล้ายวงเวียน ได้ชิมรสโอสถทิพย์อาทรทัศน์ ได้ร้อยรัดสายใยให้เสถียร ได้อบอุ่นสูงสุดจุดแสงเทียน ได้คิดเขียนระบอบแห่งครอบครัว ๔ แล้วสีเทาก็ทาบทับเอากับทุ่ง ทุกโค้งคุ้งเคลือบเคล้าเงาสลัว ดาวบนฟ้าทำหน้าที่คลี่หม่นมัว เดือนยังกลัวไม่กล้าย่างเป็นข้างแรม เงาตะคุ่มซุ่มงันนั้นมีเสียง จิ้งหรีดเรียงร้องอาลัยไฟแอร่ม ซึ่งทอดทอจากหมู่บ้านนานจะแย้ม เพื่อแต่งแต้มทุ่งนายามราตรี แต่บางค่ำบ้านไม่เคลื่อนก็เหมือนขื่น ทุ่งกลางคืนอาจเหว่ว้าน้ำตาปรี่ มหรสพกบเขียด...ขับวลี มหกรรมดนตรีกล่อมทุ่งนา ลมยะเยือกเกลือกค่ำละล่ำลึก เพรียกไพรพฤกษ์ดึกดื่นให้คืนค่า หนาวน้ำค้างเยี่ยมเยือนเหมือนทุกครา ลมจากป่ามาทุ่งก็ทักทาย ลมก็ทอดทอรักสมัครสมัย ต่อสายใย คืน-วัน ให้ผันผาย คนที่เย็นโดยลมชื่นชมชาย กลับเหนื่อยหน่าย...อย่างไรก็ไม่รู้ ฯ ปรัชญ์ วลีพร- ควนป่านาเล 4 ใกล้คลอดแล้ว
หมายเหตุกองบรรณาธิการ
นิตยสาร “ควนป่านาเล” รายเดือน ออกล่าช้ากว่ากำหนดกว่า 5-6 เดือน โดยหลังสุดได้แก่เล่มที่ 3 ฉบับ “โรงเรียนไม่รู้จบ” ประจำเดือนเมษ-พฤกษ์ 2550 บัดนี้ควนป่านาเล (เล่มที่) 4 ฉบับ “เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์”ได้ออกมาแล้ว
ทางกองบรรณาธิการต้องกราบขออภัยเป็นอย่างสูงในความล่าช้า และ ขอเรียนชี้แจงแก่เพื่อนสมาชิกนักอ่านทุกท่านทุกฝ่ายให้ทราบในเบื้องต้นมา ณ ที่นี้ว่า นิตยสารควนป่านาเลจะทำกันต่อไปตามเจตนารมณ์ที่มีมาแต่เดิม
จากการประเมินโดยสังเขปพบว่า มีสาเหตุหลายๆประการที่ทำให้ต้องล่าช้าเสมือนหยุดชะงักไป ดังจะชี้แจงเป็นลำดับๆก็คือ...
หนึ่ง) หลังจากเล่มที่ 3 ได้ออกมาแล้ว เรา (กองบก.) ก็จะเริ่มทำและทวงต้นฉบับสำหรับคอลัมนิสต์ต่างๆ ทำให้เราพบปัญหาข้อหนึ่งว่า กว่าจะได้ต้นฉบับในแต่ละเล่มมาครบ (หลังจากเวลาที่เริ่มขอต้นฉบับ) นั้น ต้องทบเวลาเป็นรอบเดือน โดยมีความคิดในส่วนนี้กันว่าจะค่อยๆแจ้งให้ทางกองบก.และเพื่อนคอลัมนิสต์ทราบว่า...การทำนิตยสารรายเดือนจำต้องขอต้นฉบับล่วงหน้า 1 ฉบับเป็นอย่างน้อย แต่เนื่องจากระยะเริ่มต้น เราทำต้นฉบับนิตยสารแบบเล่มต่อเล่ม เมื่อหนังสือยังไม่ออกหรือยังไม่แล้วเสร็จ การทำหรือทวงต้นฉบับในกระบวนการดังกล่าวระยะแรกๆจึงยังติดขัดและไม่เข้ารูปเข้ารอยนัก- รำเพย...เผยเพื่อน
ดอกรำเพยต้องแสงงามไสว เหลืองสดใสไกวแกว่งแลงามสม ดอกสวยล้อแดดพลิ้วปลิวตามลม ดูน่าชมกลมกลืนดื่นละลาน
โดนแดดอ่อนส่งศรีเป็นสีสด ยิ่งงามงดกลีบแย้มแต้มประสาน สายลมโปรยกิ่งเอนเล่นตูมบาน อยู่รวมชานร่วมช่อล่อสายตา
ระริกไหวใยรักสมัครสมาน หากผสานก้านดอกออกกลีบหนา ต้านลมแรงแดดร้อนช่วยผ่อนพา มองดูดีมีค่าน่าชมเชย
ช่อรำเพยเผยจิตเมื่อคิดย้อน เหมือนจักสอนซ่อนนัยใคร่อยากเผย อวดกลีบเหลืองเฟื่องฟูอยู่ชิดเกย ทุกดอกเอยเผยงามเมื่อยามรวม
สายลมแรงแกล้งหยอกให้ดอกช้ำ ฝากรอยย้ำซ้ำหนักเมื่อหละหลวม อีกแดดร้อนหนอนยอกซอกกลีบบวม เจ้าคงอ่วมน่วมหนักหลักคลอนแคลน
เจ้ารำเผยเอ่ยรำพันนับวันหมอง ไม่สนองครองจิตมิตรหวงแหน อันดอกใดไหนเลยจักมาแทน มิเหมือนแม้นไม้อื่นดื่นสายพันธุ์
ริ้วรอยช้ำซ้ำปล่อยไมตรีเหงา คงเหลือเพียงภาพเงากับรอยฝัน ยอมไหวเอนเคลื่อนเบียดเสียดสีกัน แม้นถึงวันโรยราเหลือค่าใด...
- กวี; ถนนมาราธอน
กวี; ถนนมาราธอน
บนมรรคาแห่งเรา, ท่าน ทอดยาวด้วยวิญญาณ งานสร้างสรรค์ เปรียบขณะหว่านเพาะ เมล็ดพันธุ์ หัวใจ มุ่งมั่น ดั้น ด้น เดิน
ต่างออกวิ่ง ช่วงชิง ลาน, ลู่ ระหกระเหิน ท่วงเท้าก้าว ร้าวร้อน – ทน ผจญเผชิญ เพื่อก้าวเกิน ล้ำหน้า – มาราธอน
ไหวไหมล่ะ ? ยืนระยะ โดยที่ขาไม่อ่อน ลงทรุดนั่ง ระหว่างเขียนกลอน ใจถอด! ทอดถอน ก่อนถึงเส้นชัย
กวี; ถนนมาราธอน ยินดีต้อนรับ สำหรับผู้มาใหม่ บนถนนแห่งการพิสูจน์กำลังใจ ยังยาวไกลกับกาละ จงหยัดทะนง
อีกยาวไกล ในความเดียวดาย สูดหายใจส่ง ร้อน หนาว ร้าว รัก ต้องจำหลักลง หัวใจจง แกร่ง! ดุจเพชรเม็ดงาม
พิสูจน์สิ กวี
ณ นาทีสีทองของชีวิตอร่าม เหลืองไสวใสกระจ่าง วาววาม อยู่ที่ความมุมานะ จะเขียนกวี!สานิตย์ สีนาค
กลุ่มโดยสารวรรณกรรม
พิมพ์ "The City Journal" 15 - 30 มิถุนายน 2550- กรอบรูปเก่า
กรอบรูปเก่า
• แดดของหนาว เช้าของหมอกมาบอกข่าว กับสายลมและเรื่องราวของความหลัง มาบรรยายถึงความรักและความชัง จากฟากฝั่งของทะเล ว้าเหว่ใจ• พลิกรูปเก่า เป่าฝุ่นจับ ฉันนับนิ้ว อีกหนาวหนอ พรายลมปลิว - ริ้วรอยใหม่ หมอกของเช้า หนาวของวัน ผันผ่านไป กรอบรูปเก่าทิ้งเงาไว้ ในทรงจำ เงาของเธอฉันเพ้อจับ เพียงวับผ่าน กรีดเจ็บลึกร้าวราน ฉันจมต่ำ อยู่กับภาพและกรอบเก่า เงามืดดำ เช้าถึงค่ำ คืนจวบเช้ากับเงาเธอ อีกหนาวหนอ ฉันบอกรักกับรูปเก่า ก่อนน้ำค้างสลายเงา เศร้าเสมอ แหละลมหนาวกับแดดสาย บ่ายละเมอ ได้เพียงเผลอคว้าจับเงา - ไม่เข้าใจ กรอบรูปเก่าเขรอะฝุ่น กรุ่นความหลัง ฉันทรุดนั่งฟังความเงียบ อย่างเงียบใบ้ สนทนาอยู่ลำพังกับความไกล มองไม้ใบระบายเงา เศร้าเหลือเกิน ลมพัดพราย ฉันพลัดหลงลงหุบเหว ดังเพลิงเปลวลุกไหม้ฉัน นับนานเนิ่น เธอพลัดจากพรากห่าง หนทางเดิน ฉันห่วงหา เธอห่างเหิน เกินจะนับ มองกรอบรูปเก่าคร่ำ ย้ำความหมาย ฟุ้งกระจายฝุ่นความหลัง - หันหลังกลับ ฉันจมปลักในรักเก่า - แพ้พ่ายพับ หมกมุ่นในห้องหับ อับฝุ่นควัน เหลือฝุ่นควันจากภาพเก่า เล่าอดีต กรีดหัวใจไหม้ลน จนหนาวสั่น ภาพแล้ว หรือภาพเล่า เข้าโรมรัน ลุกไหม้ฉัน เธอรู้ไหม? ใครเพ้อรัก
• แดดของหนาว เช้าของหมอก มาบอกเล่า กรอบรูปเก่า เงาอดีตกรีดหน่วงหนัก พรายความหลังบาดลึกล้ำ ฉันสำลัก อกกระอัก! กรอบรูปหล่น แตกกระจาย
สานิตย์ สีนาค กลุ่มโดยสารวรรณกรรม
- บทกวี : ยอดไกวใบยื่นชื่นฝัน
๑ เธอก็ทอดยอดไปไกลที่สุด
เธอสมมุติอะไรไว้ไกลแสน มือที่ไขว่ใจที่คว้าค้นหาแดน โลกย์ที่แม้นผองมนุษย์สุดนิยม<br />
เธอทำตามใจอยากไม่มากน้อยหากคิดร้อยละชื่นกับขื่นขม แค่ห้าสิบห้าสิบทิพย์นิคม เธอจึงก้มหน้าเดินเหมือนเพลินทาง<br />
ตลอดสายรายทางค่อนข้างเงียบความเย็นเฉียบจับใจในระหว่าง ขณะทอดยอดไกวใจเปล่าคว้าง ไม่เคยวางมีแต่วิ่งวุ่นวายวน<br />
เท้ายังดื้อมือยังไหวใจยังหนุ่มรักยังรุมมิอาจนับความสับสน โค้งขอบฟ้ามีสายรุ้งรุ่งกมล เห็นหลายคนเดินไปใจล่องลอย<br />
แท้ต่างคนต่างด้นคนละมาร์คแท้เป็นซากรอเหลื่อมความเสื่อมถอย แท้ละครในฉากพราก-รอคอย แท้ความหงอยร้อยไว้ในทางเดิน<br />
แต่ละยอดก็ทอดไปไม่สิ้นสุดแม้ว่าโลกจะหยุดก็จะเหิน แต่ละมือก็จะนับความยับเยิน กว่าจะเพลินได้ที่...ที่สมใจ<br />
ที่สิ้นสุดมนุษย์เอยเคยทราบหรือมันมีชื่อสุดหรูอยู่ตรงไหน หรือเกิด-ดับกับระหว่าง แล้วร้างไร้ หรือจะทอดยอดไปไม่รู้เลย<br />
มิรู้ทิศมิรู้ทางอย่างซื่อซื่อมิรู้คืออะไรใจเฉยเฉย มิรู้เจ็บมิรู้จำ...เคยไม่เคย มิรู้เอ่ย..มิรู้หนัก..มิรู้ปลง<br />
๒มือเหมือนเคียวเกี่ยวฝันสร้างวันใหม่ ทอดยาวไกลเจิดจรุงความสูงส่ง เพื่อชัดเจนในความตื่นใช่ยืนยง เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์วันต่อไป<br />
ละม้ายชีวิตทุกชีวิตเพ่งพิชิตในนามความยิ่งใหญ่ หลงในกลแห่งเงาเหมือนเข้าใจ ทอดยอดไกวตามกฎความงดงาม<br />
หมายพิสูจน์ปัจจัยให้ความฝันมุ่งและมั่นอุปโลกน์โลกทั้งสาม ยื่นมือเกาะเพาะปลูกยอดลุกลาม เปิดเผยนามชีวิตก่อนนิทรา<br />
เถาจะทอดยอดจะยาวราวรัดโลกสุขกับโศกเรียงร้อยไว้คอยท่า หยั่งรากลึกเพียงไรในเวลา ก็มีค่าเท่านั้นมันเหมือนเดิม<br />
มือชั้นเก๋าเสาวรสในกฎโลกย่อมวิโยคเมื่อไร้ในหลักเสริม ละม้ายมือมนุษย์สุดต่อเติม ถ้าไม่เพิ่มศีลธรรมนำชีวัน ฯ<br />
เวลาว่างระหว่างนั่งทอดยอดกะทกรก(เสาวรส) ปรัชญ์ วลีพร- อากาศธาตุในดวงตาของเธอ
อากาศธาตุในดวงตาของเธอ
• ยังรูปรอยเปล่าว่าง เลือนรางนัก นิ่งงันราวรูปสลัก จำหลักหิน ไร้ถ้อยคำ ทำนองใดมิได้ยิน สายตาผินมองอื่น - เป็นอื่นไป
• วูบลมหวิวพัดพราย บ่ายแดดเหงา ต้นสะเดาทอเงาร่ม เอื้อร่มให้ ลมวูบหนึ่งพัดหนาว กรูกราวใบ เพียงกวัดไกวไหวสะเดา อยู่เบาบาง
• พบเพียงครู่ หดหู่นักจักลาจาก หวิวลมพรากเราไกล ออกไปห่าง เป็นความไกล ย้ำเตือนอันเลือนราง นัยน์ดวงตาแตกต่าง ออกห่างกัน
• พบเพื่อพราก จากไกลใจเป็นอื่น ฝืนยิ้มฝืน ฝืดเฝื่อนใจป่วนปั่น บ่ายแดดเหงา เราแตกต่าง ช่างตีบตัน คิดว่าฝัน แต่เป็นจริง - จริงยิ่งนัก
• ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ กระไรหนอ โลกหยอกล้อ เราเจ็บ จนกระอัก บ่ายแดดเหงา ใจผ่าวพิษ - พิษแห่งรัก พัดพรายลม ใจจมปลัก - รักเลือนลับ
• ลมพัดพราย บ่ายแดดเหงา ผ่าวแผลพิษ คิดถึงนัก บอกแดดบ่ายให้สดับ ลมไหวหอบรักมาสู่ อยู่เนืองนับ ภาพประทับกลับเลือนราง ว่างเปล่าใจ
• กระวนกระวาย บ่ายคล้อย ลมคล้อยเคลื่อน เหมือนไม่รู้จัก สักน้อย - รอยลมไหว เงียบเชียบ เยียบเย็น - เป็นอื่นไกล วูบลมไกว ไยผ่านลืม ลับเลือนลม
สานิตย์ สีนาค กลุ่มโดยสารวรรณกรรม


ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว