ก๊วนปาร์ตี้ [ BOOK Party Gang ]

Home ก๊วน Story Party หนังสือ ก๊วน Writer Party ไอเดีย Party Gang

Topic list

390 items|« First « Prev 1 2 (3/39) 4 5 Next » Last »|
บันทึก 100 วัน (3)
Submitted by Pookun on March,27 2008 23.17

27 มีนาคม 2551

เป็นวันที่ค่อนข้างเบาสบาย แม้ว่าจะมีงานประชุมที่คูขุดเรื่องทิศทางการท่องเที่ยว ปล่อยให้น้องๆได้ลงพื้นที่แทน ตัวเองนั่งสรุปรายงานที่คั่งค้างอยู่

ทบทวนการประชุมเมื่อวันที่ 16 มีนาคมและวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา...เราตัดสินใจจัดเวทีสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองหาดใหญ่...อาศัยช่วงจังหวะเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ 6 เมษายน ที่ใกล้เข้ามา หมอสุภัทรเสนอว่าน่าจะจัดเวทีประชาคมเมืองหาดใหญ่ ระดมข้อเสนอในการพัฒนา เสนอต่อผู้สมัคร

อันที่จริงก็เริ่มคุ้นกับเรื่องนโยบายสาธารณะ ซึ่งไม่จำเป็นที่มีแต่นักการเมืองเท่านั้นที่จะนำเสนอ ประชาชนอย่างเราๆท่านๆก็สามารถผลักดันร่วมกันได้ สองสามปีมานี้ สงขลาก้าวไปข้างหน้าในหลายๆเรื่อง การเมืองท้องถิ่นในช่วงเลือกตั้งนี้ก็เช่นกัน หากเรารวมตัวกันได้ จัดเวทีแล้วเชิญผู้สมัครมารับฟังข้อเสนอของภาคประชาชนบ้าง การเมืองจะได้เปลี่ยนโฉมหน้าไปในทางที่ดี

เลือกตั้งหาดใหญ่คราวนี้มีผู้สมัคร 4 คน ต่างก็เสนอนโยบายออกมาแข่งขันกันซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี การเมืองอย่างน้อยก็เปลี่ยนรูปแบบการหาเสียง ที่เน้นกันในเรื่องนโยบายมากขึ้น แม้ว่าหลายๆนโยบายจะออกมาใกล้เคียงกันก็ตาม แต่ก็ยังดีกว่าแข่งขันในเรื่องซื้อเสียง หรือว่าอาศัยหัวคะแนนของใครของมัน

หาดใหญ่ในช่วงนี้อยู่ระหว่าง "ขาลง" สุดๆ โรงแรมก็ไม่มีคนพัก การท่องเที่ยวซบเซา เสน่ห์หาดใหญ่กำลังจะเลือนหาย จำเป็นต้องมีจุดขายใหม่ๆเข้ามาแทนที่ เมืองหลวงภาคใต้กำลังจะกลายเป็นอดีต

บันทึก 100 วัน (2)
Submitted by Pookun on March,26 2008 21.38

26 มีนาคม 2551 พี่เจี๊ยบโทรหาตั้งแต่เช้า ถามยืนยันเรื่องการประชุมของมูลนิธิโคกที่ไม่แน่ใจว่านัดหมายที่ใด ระหว่างวัดคลองแหกับหาดทิพย์ สรุปว่าไม่แน่ใจ เพราะว่าผมเองไม่ได้ถามให้ละเอียด เนื่องจากวันนี้ไม่ว่าง ต้องลงไปตำบลปริกทำแผนตำบล

งานสร้างฝายดักขยะของคลองแหกำลังรุดไปข้างหน้า วันนี้ได้แบบร่าง อีกไม่ช้าคงจะได้ลงมือทำ

คิดไปก็แปลกดี ที่อื่นเขาทำฝายชะลอน้ำ แต่ที่คลองแหกำลังจะทำฝายดักขยะ(ฝายที่ 3แล้ว ฝาย1 และฝาย 2 พังทลายไปหมดแล้ว ด้วยเหตุที่พ่ายแรงน้ำและขยะในหน้าน้ำหลาก คราวนี้เรากำลังจะทำฝายน้ำล้นถาวร)

มาถึงสถานีอนามัยปริก สายนิดหน่อย ปรากฏว่าชุมชนมากันพร้อมหน้า พวกเขาเตรียมนำเสนอผลการดูงาน ผมให้พวกเขานำเสนอด้วย powerpointเผื่อว่าคนอื่นที่ไม่ได้ไปดูงานมาจะได้ร่วมเรียนรู้ และผลที่ออกมาก็น่าชื่นใจไม่น้อยที่การดูงานใน 3 จุดระหว่างการทำแผน ได้ผลคืบหน้าไปมาก

รองนายกฯอบต.นำเสนอด้วยตัวเอง เล่าประสบการณ์ดูงานการทำฝายชะลอน้ำที่ป่าต้นน้ำบาโรยหรือผาดำ

ส่วนเหตุผลที่ต้องไปดูงานนั้น มาจากว่าตำบลปริกกำลังประสบปัญหาหนักอยู่ 3 อย่างด้วยกัน ได้แก่ ปัญหาน้ำ(ทั้งขาดแคลนน้ำ น้ำผิวดินแห้งขอด น้ำเสียจากโรงงาน) ปัญหายาเสพติดในชุมชน และปัญหาความแตกแยกทางการเมือง

บันทึก 100 วัน
Submitted by Pookun on March,25 2008 20.41

25 มีนาคม 2551 ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที ผมก็อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา วันนี้มีการลงนามข้อตกลงการทำโครงการสมัชชาสุขภาพจังหวัด

ลงจากห้องพักในโรงแรมเดอะริช เมื่อคืนคนที่มาพักด้วยเป็นคุณลุงมาจากตราด อายุอานามรุ่นปู่แต่ก็ยังกะฉับกะเฉง แกตื่นแต่เช้า อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเสร็จ เปิดประตูออกไปหาเพื่อน...ปรากฏว่าประตูล็อคตัวเอง เปิดออกไปแล้วกลับเข้ามาไม่ได้ แกยืนเคาะประตูเรียกผมอยู่นาน ไอ้เราก็ยืนแช่ฝักบัวอยู่ในห้องน้ำ ไม่ได้ยิน ปล่อยให้คุณลุงยืนเคาะอยู่พักใหญ่

เดินลงมาทานอาหารเช้า พบคนคุ้นหน้าในแต่ละจังหวัดทยอยเข้ามา แม่ผ่องกับพี่คนหนึ่ง(จำชื่อไม่ได้แล้ว)จากอ่างทอง ปรับทุกข์การทำงานกับเยาวชนในจังหวัด ที่บางครั้งเด็กๆก็มักอ้างกับพ่อแม่ว่ามาทำกิจกรรมกับตน เอาเข้าจริงไปเมาซิ่งอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ตอนหลังต้องออกกฏว่าการมาทำกิจกรรมทุกครั้งจะต้องมีหนังสือถึงผู้ปกครองอย่างเป็นทางการเท่านั้น

ได้ฟังแล้วก็น่าเห็นใจ แต่ผมก็รู้ ทุกคนบ่นไปอย่างนั้นแหละ ดูแววตาแล้วก็ยังคงทำงานต่อไปไม่เลิกลาหรอก

บทกวี ละเลียดลมพร่างพรมพลิ้ว
Submitted by ปรัชญ์ วลีพร on March,14 2008 14.28

ลมละเอียดใบไม้ละไล่หยอก ใบก็บอกประมาณการเคลื่อนไหว ใบน้ำตาลปลดระวางก็คว้างใบ ยอดใหม่ใหม่ผลิตูมชอุ่มคอย

หมอกเหมยเผยน้ำใจให้เช้าตรู่
น้ำค้างพรูสู้แดดก่อนหลับผล็อย
มณีทุ่งทอรุ้งใสวับไหวลอย
ช่วงเวลาน้อยน้อยแต่นิรันดร์

พอแดดยิ้มก็เห็นใยตาข่ายยื่น
ตลอดคืนมีอะไรติดให้ฉัน
แล้วแมงมุมก็เห็นหมองแมลงมัน
ตาข่ายอันอลังการก็พล่านใย

วิหคเหิรเพลินเพียงเสียงสวรรค์
สลัดเหงาเย้ากันกับวันใหม่
เย้ยกรงทองห้องขังกลางกรุงไกร
ชมชื่นในเสรี...ที่พนา

ลมเช้าเช้า  เย้าหยอกมวลดอกไม้
จิก จาน ไหว เอิบอิ่ม...ยิ้มร่า
มวลแมลงแข่งสีหลากลีลา
เอื้อภาษารักกันวันโลกงาม

๒

พอแดดสายร้ายแรงร้อนแสงสูรย์
สายลมร่มอากูลกูลเกื้อขาม
ร่มแมกไม้ร่มเย็นก็เย็นตาม
สิ่งเคยทรามงามง่ายสบายบาน

เด็กชาย  ควายวัว  ก็ว่องไว
ร่มกวักไกวให้สู่อยู่สนาน
ห่อข้าวก็เอาออกบอกกันทาน
เพื่อนนอนอานเคี้ยวเอื้องเยื้องไม่ไกล

ผ้าขาวม้าขึงไว้กิ่งไม้มั่น
ซุกร่างอันเหนื่อยอ่อนผ่อนเอนไหว
ลมก็โชยความเย็นเหมือนเป็นใจ
เด็กก็ได้งีบหลับกับทุ่งนา

ลมสายสาย บ่ายคล้อย มิน้อยจิต
คอยจุมพิตปลอบโยนเหล่าคนกล้า
กล้ายืนหยัดชัดเจนเป็นมรรคา
มั่นเยียวยาท้องถิ่นแผ่นดินธรรม

๓

พอแดดรอนอ่อนแสงสุริยา
นาฏกรรมอำลาเวลาค่ำ
ฝูงวัวควายเด็กชายหญิงทิ้งลำนำ
ภาพซ้ำซ้ำเริ่มเคลื่อนคล้อย...ค่อยลบเลือน

ทุ่งก็โล่งโปร่งเปล่าไร้เงาร่าง
เหงาอ้างว้างพรางค่ำด้วยจำเคลื่อน
ไว้พรุ่งนี้จะตั้งหน้ากลับมาเยือน
มาเป็นเพื่อนมาเป็นเราให้เหงาคลาย

ลมเย็นเย็นสนธยาเวลาญาติ
ทุ่งพิลาสก็ขาดผู้กู่ความหมาย
บ้านครอบครัวอ้างรักเอ่ยทักทาย
จึงชีวิตเคลื่อนย้ายคล้ายวงเวียน

ได้ชิมรสโอสถทิพย์อาทรทัศน์
ได้ร้อยรัดสายใยให้เสถียร
ได้อบอุ่นสูงสุดจุดแสงเทียน
ได้คิดเขียนระบอบแห่งครอบครัว

๔

แล้วสีเทาก็ทาบทับเอากับทุ่ง
ทุกโค้งคุ้งเคลือบเคล้าเงาสลัว
ดาวบนฟ้าทำหน้าที่คลี่หม่นมัว
เดือนยังกลัวไม่กล้าย่างเป็นข้างแรม

เงาตะคุ่มซุ่มงันนั้นมีเสียง
จิ้งหรีดเรียงร้องอาลัยไฟแอร่ม
ซึ่งทอดทอจากหมู่บ้านนานจะแย้ม
เพื่อแต่งแต้มทุ่งนายามราตรี

แต่บางค่ำบ้านไม่เคลื่อนก็เหมือนขื่น
ทุ่งกลางคืนอาจเหว่ว้าน้ำตาปรี่
มหรสพกบเขียด...ขับวลี
มหกรรมดนตรีกล่อมทุ่งนา

ลมยะเยือกเกลือกค่ำละล่ำลึก
เพรียกไพรพฤกษ์ดึกดื่นให้คืนค่า
หนาวน้ำค้างเยี่ยมเยือนเหมือนทุกครา
ลมจากป่ามาทุ่งก็ทักทาย

ลมก็ทอดทอรักสมัครสมัย
ต่อสายใย คืน-วัน ให้ผันผาย
คนที่เย็นโดยลมชื่นชมชาย
กลับเหนื่อยหน่าย...อย่างไรก็ไม่รู้ ฯ

            ปรัชญ์  วลีพร
ควนป่านาเล 4 ใกล้คลอดแล้ว
Submitted by จู พเนจร on March,14 2008 00.00

หมายเหตุกองบรรณาธิการ

นิตยสาร “ควนป่านาเล” รายเดือน ออกล่าช้ากว่ากำหนดกว่า 5-6 เดือน โดยหลังสุดได้แก่เล่มที่ 3 ฉบับ “โรงเรียนไม่รู้จบ” ประจำเดือนเมษ-พฤกษ์ 2550 บัดนี้ควนป่านาเล (เล่มที่) 4 ฉบับ “เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์”ได้ออกมาแล้ว

ทางกองบรรณาธิการต้องกราบขออภัยเป็นอย่างสูงในความล่าช้า และ ขอเรียนชี้แจงแก่เพื่อนสมาชิกนักอ่านทุกท่านทุกฝ่ายให้ทราบในเบื้องต้นมา ณ ที่นี้ว่า นิตยสารควนป่านาเลจะทำกันต่อไปตามเจตนารมณ์ที่มีมาแต่เดิม

จากการประเมินโดยสังเขปพบว่า มีสาเหตุหลายๆประการที่ทำให้ต้องล่าช้าเสมือนหยุดชะงักไป ดังจะชี้แจงเป็นลำดับๆก็คือ...


หนึ่ง) หลังจากเล่มที่ 3 ได้ออกมาแล้ว เรา (กองบก.) ก็จะเริ่มทำและทวงต้นฉบับสำหรับคอลัมนิสต์ต่างๆ ทำให้เราพบปัญหาข้อหนึ่งว่า กว่าจะได้ต้นฉบับในแต่ละเล่มมาครบ (หลังจากเวลาที่เริ่มขอต้นฉบับ) นั้น ต้องทบเวลาเป็นรอบเดือน โดยมีความคิดในส่วนนี้กันว่าจะค่อยๆแจ้งให้ทางกองบก.และเพื่อนคอลัมนิสต์ทราบว่า...การทำนิตยสารรายเดือนจำต้องขอต้นฉบับล่วงหน้า 1 ฉบับเป็นอย่างน้อย แต่เนื่องจากระยะเริ่มต้น เราทำต้นฉบับนิตยสารแบบเล่มต่อเล่ม เมื่อหนังสือยังไม่ออกหรือยังไม่แล้วเสร็จ การทำหรือทวงต้นฉบับในกระบวนการดังกล่าวระยะแรกๆจึงยังติดขัดและไม่เข้ารูปเข้ารอยนัก

รำเพย...เผยเพื่อน
Submitted by กชมนวรรณ on March,07 2008 17.20

ดอกรำเพยต้องแสงงามไสว เหลืองสดใสไกวแกว่งแลงามสม ดอกสวยล้อแดดพลิ้วปลิวตามลม ดูน่าชมกลมกลืนดื่นละลาน

โดนแดดอ่อนส่งศรีเป็นสีสด ยิ่งงามงดกลีบแย้มแต้มประสาน สายลมโปรยกิ่งเอนเล่นตูมบาน อยู่รวมชานร่วมช่อล่อสายตา

ระริกไหวใยรักสมัครสมาน หากผสานก้านดอกออกกลีบหนา ต้านลมแรงแดดร้อนช่วยผ่อนพา มองดูดีมีค่าน่าชมเชย

ช่อรำเพยเผยจิตเมื่อคิดย้อน เหมือนจักสอนซ่อนนัยใคร่อยากเผย อวดกลีบเหลืองเฟื่องฟูอยู่ชิดเกย ทุกดอกเอยเผยงามเมื่อยามรวม

สายลมแรงแกล้งหยอกให้ดอกช้ำ ฝากรอยย้ำซ้ำหนักเมื่อหละหลวม อีกแดดร้อนหนอนยอกซอกกลีบบวม เจ้าคงอ่วมน่วมหนักหลักคลอนแคลน

เจ้ารำเผยเอ่ยรำพันนับวันหมอง ไม่สนองครองจิตมิตรหวงแหน อันดอกใดไหนเลยจักมาแทน มิเหมือนแม้นไม้อื่นดื่นสายพันธุ์

ริ้วรอยช้ำซ้ำปล่อยไมตรีเหงา คงเหลือเพียงภาพเงากับรอยฝัน ยอมไหวเอนเคลื่อนเบียดเสียดสีกัน แม้นถึงวันโรยราเหลือค่าใด...

กวี; ถนนมาราธอน
Submitted by sanit on March,07 2008 02.42

กวี; ถนนมาราธอน

บนมรรคาแห่งเรา, ท่าน ทอดยาวด้วยวิญญาณ งานสร้างสรรค์ เปรียบขณะหว่านเพาะ เมล็ดพันธุ์ หัวใจ มุ่งมั่น ดั้น ด้น เดิน

ต่างออกวิ่ง ช่วงชิง ลาน, ลู่ ระหกระเหิน ท่วงเท้าก้าว ร้าวร้อน – ทน ผจญเผชิญ เพื่อก้าวเกิน ล้ำหน้า – มาราธอน

ไหวไหมล่ะ ? ยืนระยะ โดยที่ขาไม่อ่อน ลงทรุดนั่ง ระหว่างเขียนกลอน ใจถอด! ทอดถอน ก่อนถึงเส้นชัย

กวี; ถนนมาราธอน ยินดีต้อนรับ สำหรับผู้มาใหม่ บนถนนแห่งการพิสูจน์กำลังใจ ยังยาวไกลกับกาละ จงหยัดทะนง

อีกยาวไกล ในความเดียวดาย สูดหายใจส่ง ร้อน หนาว ร้าว รัก ต้องจำหลักลง หัวใจจง แกร่ง! ดุจเพชรเม็ดงาม

พิสูจน์สิ กวี
ณ นาทีสีทองของชีวิตอร่าม เหลืองไสวใสกระจ่าง วาววาม อยู่ที่ความมุมานะ จะเขียนกวี!

สานิตย์ สีนาค
กลุ่มโดยสารวรรณกรรม


พิมพ์ "The City Journal" 15 - 30 มิถุนายน 2550

กรอบรูปเก่า
Submitted by sanit on March,07 2008 02.37

กรอบรูปเก่า


•  แดดของหนาว เช้าของหมอกมาบอกข่าว กับสายลมและเรื่องราวของความหลัง มาบรรยายถึงความรักและความชัง จากฟากฝั่งของทะเล ว้าเหว่ใจ

• พลิกรูปเก่า เป่าฝุ่นจับ ฉันนับนิ้ว อีกหนาวหนอ พรายลมปลิว - ริ้วรอยใหม่ หมอกของเช้า หนาวของวัน ผันผ่านไป กรอบรูปเก่าทิ้งเงาไว้ ในทรงจำ เงาของเธอฉันเพ้อจับ เพียงวับผ่าน กรีดเจ็บลึกร้าวราน ฉันจมต่ำ อยู่กับภาพและกรอบเก่า เงามืดดำ เช้าถึงค่ำ คืนจวบเช้ากับเงาเธอ อีกหนาวหนอ ฉันบอกรักกับรูปเก่า ก่อนน้ำค้างสลายเงา เศร้าเสมอ แหละลมหนาวกับแดดสาย บ่ายละเมอ ได้เพียงเผลอคว้าจับเงา - ไม่เข้าใจ กรอบรูปเก่าเขรอะฝุ่น กรุ่นความหลัง ฉันทรุดนั่งฟังความเงียบ อย่างเงียบใบ้ สนทนาอยู่ลำพังกับความไกล มองไม้ใบระบายเงา เศร้าเหลือเกิน ลมพัดพราย ฉันพลัดหลงลงหุบเหว ดังเพลิงเปลวลุกไหม้ฉัน นับนานเนิ่น เธอพลัดจากพรากห่าง หนทางเดิน ฉันห่วงหา เธอห่างเหิน เกินจะนับ มองกรอบรูปเก่าคร่ำ ย้ำความหมาย ฟุ้งกระจายฝุ่นความหลัง - หันหลังกลับ ฉันจมปลักในรักเก่า - แพ้พ่ายพับ หมกมุ่นในห้องหับ อับฝุ่นควัน เหลือฝุ่นควันจากภาพเก่า เล่าอดีต กรีดหัวใจไหม้ลน จนหนาวสั่น ภาพแล้ว หรือภาพเล่า เข้าโรมรัน ลุกไหม้ฉัน เธอรู้ไหม? ใครเพ้อรัก

• แดดของหนาว เช้าของหมอก มาบอกเล่า กรอบรูปเก่า เงาอดีตกรีดหน่วงหนัก พรายความหลังบาดลึกล้ำ ฉันสำลัก อกกระอัก! กรอบรูปหล่น แตกกระจาย

สานิตย์ สีนาค กลุ่มโดยสารวรรณกรรม

บทกวี : ยอดไกวใบยื่นชื่นฝัน
Submitted by ปรัชญ์ วลีพร on February,28 2008 06.29

๑ เธอก็ทอดยอดไปไกลที่สุด

เธอสมมุติอะไรไว้ไกลแสน

มือที่ไขว่ใจที่คว้าค้นหาแดน

โลกย์ที่แม้นผองมนุษย์สุดนิยม<br />



เธอทำตามใจอยากไม่มากน้อย

หากคิดร้อยละชื่นกับขื่นขม

แค่ห้าสิบห้าสิบทิพย์นิคม

เธอจึงก้มหน้าเดินเหมือนเพลินทาง<br />



ตลอดสายรายทางค่อนข้างเงียบ

ความเย็นเฉียบจับใจในระหว่าง

ขณะทอดยอดไกวใจเปล่าคว้าง

ไม่เคยวางมีแต่วิ่งวุ่นวายวน<br />



เท้ายังดื้อมือยังไหวใจยังหนุ่ม

รักยังรุมมิอาจนับความสับสน

โค้งขอบฟ้ามีสายรุ้งรุ่งกมล

เห็นหลายคนเดินไปใจล่องลอย<br />



แท้ต่างคนต่างด้นคนละมาร์ค

แท้เป็นซากรอเหลื่อมความเสื่อมถอย

แท้ละครในฉากพราก-รอคอย

แท้ความหงอยร้อยไว้ในทางเดิน<br />



แต่ละยอดก็ทอดไปไม่สิ้นสุด

แม้ว่าโลกจะหยุดก็จะเหิน

แต่ละมือก็จะนับความยับเยิน

กว่าจะเพลินได้ที่...ที่สมใจ<br />



ที่สิ้นสุดมนุษย์เอยเคยทราบหรือ

มันมีชื่อสุดหรูอยู่ตรงไหน

หรือเกิด-ดับกับระหว่าง แล้วร้างไร้

หรือจะทอดยอดไปไม่รู้เลย<br />



มิรู้ทิศมิรู้ทางอย่างซื่อซื่อ

มิรู้คืออะไรใจเฉยเฉย

มิรู้เจ็บมิรู้จำ...เคยไม่เคย

มิรู้เอ่ย..มิรู้หนัก..มิรู้ปลง<br />



มือเหมือนเคียวเกี่ยวฝันสร้างวันใหม่

ทอดยาวไกลเจิดจรุงความสูงส่ง

เพื่อชัดเจนในความตื่นใช่ยืนยง

เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์วันต่อไป<br />



ละม้ายชีวิตทุกชีวิต

เพ่งพิชิตในนามความยิ่งใหญ่

หลงในกลแห่งเงาเหมือนเข้าใจ

ทอดยอดไกวตามกฎความงดงาม<br />



หมายพิสูจน์ปัจจัยให้ความฝัน

มุ่งและมั่นอุปโลกน์โลกทั้งสาม

ยื่นมือเกาะเพาะปลูกยอดลุกลาม

เปิดเผยนามชีวิตก่อนนิทรา<br />



เถาจะทอดยอดจะยาวราวรัดโลก

สุขกับโศกเรียงร้อยไว้คอยท่า

หยั่งรากลึกเพียงไรในเวลา

ก็มีค่าเท่านั้นมันเหมือนเดิม<br />



มือชั้นเก๋าเสาวรสในกฎโลก

ย่อมวิโยคเมื่อไร้ในหลักเสริม

ละม้ายมือมนุษย์สุดต่อเติม

ถ้าไม่เพิ่มศีลธรรมนำชีวัน ฯ<br />



เวลาว่างระหว่างนั่งทอดยอดกะทกรก(เสาวรส) ปรัชญ์  วลีพร

อากาศธาตุในดวงตาของเธอ
Submitted by sanit on February,22 2008 18.32

อากาศธาตุในดวงตาของเธอ

• ยังรูปรอยเปล่าว่าง เลือนรางนัก นิ่งงันราวรูปสลัก จำหลักหิน ไร้ถ้อยคำ ทำนองใดมิได้ยิน สายตาผินมองอื่น - เป็นอื่นไป

• วูบลมหวิวพัดพราย บ่ายแดดเหงา ต้นสะเดาทอเงาร่ม เอื้อร่มให้ ลมวูบหนึ่งพัดหนาว กรูกราวใบ เพียงกวัดไกวไหวสะเดา อยู่เบาบาง

• พบเพียงครู่ หดหู่นักจักลาจาก หวิวลมพรากเราไกล ออกไปห่าง เป็นความไกล ย้ำเตือนอันเลือนราง นัยน์ดวงตาแตกต่าง ออกห่างกัน

• พบเพื่อพราก จากไกลใจเป็นอื่น ฝืนยิ้มฝืน ฝืดเฝื่อนใจป่วนปั่น บ่ายแดดเหงา เราแตกต่าง ช่างตีบตัน คิดว่าฝัน แต่เป็นจริง - จริงยิ่งนัก

• ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ กระไรหนอ โลกหยอกล้อ เราเจ็บ จนกระอัก บ่ายแดดเหงา ใจผ่าวพิษ - พิษแห่งรัก พัดพรายลม ใจจมปลัก - รักเลือนลับ

• ลมพัดพราย บ่ายแดดเหงา ผ่าวแผลพิษ คิดถึงนัก บอกแดดบ่ายให้สดับ ลมไหวหอบรักมาสู่ อยู่เนืองนับ ภาพประทับกลับเลือนราง ว่างเปล่าใจ

• กระวนกระวาย บ่ายคล้อย ลมคล้อยเคลื่อน เหมือนไม่รู้จัก สักน้อย - รอยลมไหว เงียบเชียบ เยียบเย็น - เป็นอื่นไกล วูบลมไกว ไยผ่านลืม ลับเลือนลม

สานิตย์ สีนาค กลุ่มโดยสารวรรณกรรม

390 items|« First « Prev 1 2 (3/39) 4 5 Next » Last »|

Member zone

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซท์
"ก๊วนปาร์ตี้"
เว็บไซท์นี้เปิดมาเพื่อ เป็นพื้นที่สาธารณะ สำหรับบันทึกเรื่องราว ทางด้านวรรณกรรม ทุกรูปแบบ ท่านสามารถส่งบทความ - เรื่องสั้น - บทกวี เพื่อมาแลกเปลี่ยนกันอ่าน โดยคลิกส่งได้จากด้านล่างนี้
คลิกเพื่อ >> ส่งบทความ | ส่งเรื่องสั้น | ส่งบทกวี | ปกิณกะ
Last topic

Blogs

ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว