ก๊วนปาร์ตี้ [ BOOK Party Gang ]

Home ก๊วน Story Party หนังสือ ก๊วน Writer Party ไอเดีย Party Gang

Topic list

401 items|« First « Prev 33 34 (35/41) 36 37 Next » Last »|
เมียของพ่อ
Submitted by จรรยา อำนาจพันธุ์พงศ on November,15 2006 19.22
จรรยา อำนาจพันธุ์พงศ์ ผมยิ้มให้นางเป็นการทักทาย ก่อนเดินเลี่ยงไปหาพ่อ ทว่านางยังพูดไล่หลังด้วยเสียงที่ดังราวกำลังตะโกน... "อานั่น...ลูกยา มาคนเดียวเหอลูก น้องไม่มาเหอลูก..." นางยังเดินตามมาคุยอย่างเอาใจ ขณะที่ผมพยายามเดินเลี่ยงไปทักทายพ่อตรงชายคา เห็นพ่อกำลังง่วนอยู่กับขวดปลากัดที่เรียงรายอยู่บนชั้นวางข้างฝา "พ่อ...หวัดดีครับ" ผมกล่าวทักทายพ่อ ขณะยกมือไหว้อย่างนอบน้อม พ่อยิ้มรื่นแต่ก็เอียงหน้าฟังเหมือนไม่ได้ยินที่ผมพูด "พ่อมึงหูหนัก ไม่ใช่ได้ยินไหรแล้ว ต้องแหลงดังๆ ลูกเหอ" จู่ๆ นางก็เดินมาแทรกระหว่างกลาง แล้วพูดดังจนหูแทบแตก ผมส่ายหน้าเดินขึ้นเรือนเอากระเป๋าไปเก็บ นั่งถอนใจยาว มองนางจากบนเรือน เห็นนางเดินพาร่างอ้วนฉุ ห่มร่างด้วยผ้าถุงกระโจมอกหลวมๆ ไปคว้าเสื้อตัวเก่ามาสวมใส่อย่างรีบร้อน ใครๆ ก็ว่านางเป็นคนบ้า ไม่เต็มเต็ง พูดจาเสียงดัง ไม่เลือกกาลเทศะ จนชาวบ้านชาวช่องพากันเดินหลีก ไม่อยากเฉียดกรายเข้าใกล้... แม่จากไปเพียงปีเดียวพ่อก็นำนางเข้าบ้าน ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าพ่อได้นางมาอย่างไร เพราะนั่นไม่สำคัญเท่าที่พ่อเลือกนางมาเป็นเมีย ท่ามกลางเสียงคัดค้านของลูกๆ แม้เวลาจะล่วงเลยมาสองปีเต็มๆ แล้วที่นางมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมชายคากับพ่อ แต่ผมและพี่น้องอีกแปดคนก็ยังไม่อาจทำใจยอมรับได้...จะยอมรับได้อย่างไร ขนาดพ่อเองก็ยังบอกแก่พวกเราว่า อย่าถือสาอะไรกับนางให้มาก นางมาจากป่าเขา ดงดอย เป็นคนดิบเถื่อน ไม่ประสีประสาเหมือนเด็กๆ แต่ก็เป็นเพราะนางไม่ใช่หรือที่ทำให้พี่น้องคนอื่นๆ ของผมไม่อยากกลับบ้าน พวกเขาบอกว่าเบื่อที่จะมานั่งฟังเสียงที่ดังเหมือนฆ้องแตกของนาง ทั้งกระอักกระอ่วนที่จะฟังคำว่า 'ลูก' จากปากของคนที่ไม่ได้เกิดเรามาจากท้องตัวเอง ผมไม่รู้ว่านางมีดีอะไรนักหนา ที่ทำให้พ่ออยู่กับนางได้ถึงสองปี ทั้งที่นางเป็นเพียงหญิงพ้นวัยกลางคนอันมีรูปร่างอัปลักษณ์ อ้วนเตี้ย ตัวดำ คอสั้น ตัดผมทรงหน้าม้า ทาปากแดงด้วยลิปสติกราคาถูกตลอดเวลา แถมยังพูดจาฟังไม่เข้าหูเลยสักนิด ประจักษ์พยานยืนยันไม่เพียงแต่ลูกๆ เท่านั้นหรอก แต่ชาวบ้านชาวช่องก็เห็นเป็นเช่นนั้น เป็นเพราะนางอีกนั่นแหละ ที่ทำให้ผมรู้สึกไม่สะดวกใจที่จะกลับบ้าน-บ้านที่ผมเคยวิ่งเล่นได้ทั่วทุกซอกมุม แต่กลับต้องคอยหลบคอยหลีกนาง ครั้นเมื่อออกไปบ้านญาติบ้านใกล้เรือนเคียง ก็จำต้องทนฟังเรื่องบ้าๆ ของนางที่ญาติพ่อเก็บเอามาเล่าไม่รู้เบื่อ ถึงกระนั้นผมก็ยังคงกลับมาบ้าน เพราะแม้จะสิ้นแม่ไปแล้ว แต่บ้านเกิดก็ยังมีพ่ออีกคน อีกทั้งบ้านเกิดก็ยังคงเป็นสถานที่แห่งเดียว ที่ผมจะรู้สึกได้ถึงคำว่า 'บ้าน' อย่างแท้จริง ทว่ากับพี่น้องคนอื่นๆ แล้ว เขาอาจคิดต่างจากผม พวกเขาสร้างหลักปักฐานอยู่ไกลบ้าน มีภาระให้ขบคิด รับผิดชอบไม่เว้นวัน เรื่องของแม่เลี้ยงบ้าๆ บอๆ คนหนึ่งคงไม่สำคัญให้พวกเขาเอามาคิดกันสักเท่าไหร่หรอก กลับมาเยี่ยมบ้านปีละครั้งสองครั้งก็พร่ำบ่นกันทีๆ หนึ่งแล้วก็จบๆ กันไป ซึ่งระยะหลังพวกเขากลับบ้านกันน้อยลง โดยเอาเรื่องไม่ชอบขี้หน้าแม่เลี้ยงมาเป็นข้ออ้าง ทว่าสำหรับผมแล้วจะเบื่อแค่ไหน บ้านเกิดก็ยังเป็นบ้านที่ผมต้องกลับทุกครั้งเมื่อมีโอกาส หรือตราบใดที่พ่อยังเลือกที่จะทิ้งลมหายใจสุดท้ายไปกับมันนั่นแหละ พ่อเลือก...ทั้งๆ ที่ บ้านของพ่อไม่มีวันจะเหมือนเดิมได้อีกต่อไป แม่จากไปแล้ว สมบัติพัสถานที่นาที่ไร่ก็ไม่มีเหมือนคนอื่น อีกทั้งญาติพี่น้องของพ่อก็ไม่มีใครเคยมาดูดำดูดี ทั้งลูกๆ ก็ไม่มีใครยอมมาอยู่กับพ่อ เพื่อทุกข์ทนกับความแร้นแค้น ไร้งาน ไร้โอกาสในชนบทอันห่างไกลอีกต่อไปแล้ว พ่อเลือก...ทั้งๆ ที่พี่ชายเสนอให้พ่อขายทุกอย่างของที่นี่ทิ้งเสีย แล้วย้ายไปอยู่กับเขา ไปอยู่ในที่ที่พ่อจะได้นั่งกินนอนกินได้สบายกว่าการต้องทนลำบากกับชีวิตในบ้านนอกที่ขาดคนดูแล... ๐ ๐ ๐ ช่วงปีแรกหลังแม่ตายจากไป พี่ชายกลับบ้านถี่กว่าใคร เขาพยายามขอร้องให้พ่อขายบ้านแล้วไปอยู่กับเขาอีกครั้ง ทว่าพ่อยังยืนกรานคำเดิม โดยให้เหตุผลว่า ชีวิตพ่อไม่เหมาะกับสถานที่ที่เต็มไปด้วยรถราและตึกรามบ้านช่องแบบนั้น ไปอยู่ก็อาจตายเร็วกว่าเดิมด้วยซ้ำ นั่นหมายถึงพ่อเลือกแล้วที่จะอยู่กับวิถีชีวิต และสภาพแวดล้อมที่พ่อคุ้นเคย ทว่าพ่ออ .....
ปาตีมะ
Submitted by จรรยา อำนาจพันธุ์พงศ on November,15 2006 19.21
จรรยา อำนาจพันธุ์พงศ์ เมื่อวานนี้เองที่ยูโส๊ะเพื่อนจากหมู่บ้านริมชายทะเลแห่งหนึ่งแวะมาหาฉัน ขณะฉันกำลังเคว้งคว้างอยู่กับความว่างเปล่าของชีวิต หลายวันก่อนนี้มีเรื่องน่าเศร้าเกิดขึ้น เมื่อฉันต้องสูญเสียมารีนาหญิงสาวอันเป็นที่รักไป พ่อแม่ของมารีนาล่วงรู้ถึงการคบหากันระหว่างเรา พวกเขาทำทุกอย่างเพื่อกีดกันมารีนาไม่ให้คบหากับฉันอย่างเด็ดขาด อาจเป็นเพราะความรักที่ฉันมีต่อมารีนานั้นมากมาย...เกินกว่าฉันที่จะก้าวล่วงไปสร้างความแตกร้าวใดๆ ต่อครอบครัวของเธอ ฉันจึงไม่ดื้อดึงที่จะทำอะไรให้มากกว่าการต้องอดทนต่อความปวดร้าวอยู่ในห้องเช่าโกโรโกโสเพียงลำพัง เหนืออื่นใด, ฉันกลัวว่ามันจะซ้ำรูปรอยเดิมเหมือนครั้งเมื่อหลายปีก่อนอีก เรื่องราวครั้งนั้นยังฝังใจฉันอย่างไม่อาจลืมเลือนได้เลย ช่วงเวลาเช่นนี้ ฉันจึงยังมองไม่เห็นหนทางข้างหน้าที่ชัดเจน ฉันหยุดเขียนหนังสือมาร่วมเดือน ด้วยการเอาแต่นั่งคิดถึงมารีนา ฉันอยากพบเธออีกสักครั้ง แต่พ่อแม่ของเธอได้ส่งตัวเธอไปเรียนต่อที่มาเลย์เสียแล้ว แล้วฉันจะพบเธอได้อย่างไร ในเมื่อเธออยู่ไกลฉันเสียเหลือเกิน? ฉันอยากลาพักงานสักอาทิตย์เพื่อเดินทางเที่ยวเตร่ไปตามใจ แต่ฉันจะไปไหนได้ ในเมื่อการงานยังเป็นเสมือนพันธนาการที่ร้อยรัดฉันไว้อย่างนี้ แน่นอนว่า ฉันปลดปล่อยพันธนาการนี้ได้หากต้องการ แต่นั่นอาจเป็นการเดินลงสู่หุบเหวแห่งความตกต่ำ ที่ฉันยังไม่อาจทำใจยอมรับได้ ยูโส๊ะมาหาฉันถูกจังหวะ เราเลี้ยงฉลองกันยกใหญ่ ฉันได้ระบายถึงชีวิตที่น่าเบื่อ ส่วนเขาพูดถึงชีวิตริมทะเล และอยากให้ฉันหาโอกาสไปพักผ่อนที่นั่นอีกสักครั้ง ฉันบอกยูโส๊ะว่าอยากไปที่นั่น ทั้งที่ใจจริงแล้วฉันยังไม่รู้ว่า ฉันยังอยากไปที่นั่นอีกหรือเปล่า? ๐ ๐ ๐ ยูโส๊ะกลับไปแล้ว... ตอนนี้ฉันจึงคิดถึงทะเล ฝันอยากไปสัมผัสสายลมอันเฉื่อยฉิวริมหาดทรายเนื้อละเอียด ฟังเสียงคลื่นโถมซัดเข้าหาฝั่ง ทอดตามองไปยังเวิ้งน้ำกว้าง เขย่งเท้าชะเง้อออกไปไกลๆ หวังได้เห็นเรือลอยล่องอยู่สักลำ ฝันถึงการได้นิ่งมองผืนน้ำกับท้องฟ้าที่บรรจบเข้าหากัน ณ ริมขอบฟ้าไกลโพ้น ฉันยังฝันถึงการได้เปลือยเท้าออกเดินสัมผัสผืนทรายอันนุ่มเนียน เฝ้าดูว่าจะมีปูลมโผล่ออกมาจากรูสักตัว ไม่ฉันก็อาจลงมือขุดคุ้ยทรายขึ้นมา ขุดลงไปลึกๆ นั่นเลย ที่สุดแล้วเนื้อทรายก็ถมทับเข้าหากัน ชวนให้ฉันสงสัยว่าแท้จริงแล้วปูลมอาจไม่มีอยู่จริง มีก็แต่รอยเท้าของมันเท่านั้นที่เป็นประจักษ์พยานแห่งการมีอยู่ของมันได้ ทะเลเป็นสิ่งมหัศจรรย์สำหรับฉันเสมอ เพราะลึกลงไปใต้ห้วงมหรรณพนั้น เต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าตื่นใจ เป็นดั่งเมืองสวรรค์ที่มีทั้งนางฟ้า และดวงดาว ทั้งยังน่าตื่นใจด้วยสิ่งมีชีวิตรูปร่างประหลาด คล้ายดั่งดินแดนในนิทานปรัมปรา เมื่อฉันคิดถึงทะเล ก็ชวนให้คิดถึงคำกล่าวทำนองว่า ใจคนนั้นลึกสุดหยั่ง บางครั้งมันก็แปรปรวนยิ่งกว่ามวลเมฆบนท้องฟ้า ปั่นป่วนรุนแรงเหนือกว่าคลื่นลมในห้วงทะเล มีอนุภาพทำลายร้ายแรงเกินกว่าจะคาดเดา อีกทั้งยังร้ายลึกเกินกว่าจะมองเห็น นั่นละ ใจคน. นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ฉันสรรหามาสนับสนุนความคิดตัวเอง และมองมนุษย์ในแง่ร้าย โดยไม่พูดถึงแง่งามที่มีมากมาย แต่พูดไปก็ยิ่งเข้าใจยาก ในเมื่อคำหวาน และการเอาอกเอาใจไม่ใช่สิ่งยืนยันถึงตัวตนอันแท้จริง เว้นแต่การได้มองลึกถึงแววตา...บ้างก็ว่าแววตามนุษย์นั้นบ่งบอกถึงความจริงใจ และสัตย์จริง ด้วยเหตุที่มนุษย์ไม่อาจซ่อนเร้นความเลวร้าย โกหกพกลมได้ มันบ่งบอกได้จากดวงตานั่นเอง ๐ ๐ ๐ การแวะมาเยี่ยมเยือนของเพื่อนจากหมู่บ้านริมชายทะเล นอกจากทำให้ฉันอยากสัมผัสกับทะเลแล้ว มันก็ทำให้ฉันคิดถึงปาตีมะ หญิงสาวผู้มีแววตาหม่นเศร้า ณ หมู่บ้านริมทะเลอันเงียบสงบแห่งนั้น ใช่, ทะเลทำให้ฉันหวนระลึกถึงแววตาใสซื่อนั้นอีกครั้ง แต่ทำไมก่อนนั้น ฉันถึงไม่อาจล่วงรู้บางสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่หลังแววตาคู่นั่นได้เลย หรือจะเป็นเพราะความรัก ความรักที่บิดเบือนทุกสิ่ง... ฉันไม่รู้ว่าปาตีมะจะยังมีความหมายอะไรต่อฉันอีก เรื่องราวมันผ่านพ้นมาหลายปีแล้ว ทว่าปาตีมะนั่นเอง ที่ทำให้ฉันลังเลที่จะไปเยือนบ้านริมทะเลของยูโส๊ะ ทั้งที่ทะเลอันสวยงามบริสุทธิ์ที่ยังคงท่วงทำนองชีว .....
กอกล้วย
Submitted by จรรยา อำนาจพันธุ์พงศ on November,15 2006 19.20
กอกล้วย จรรยา อำนาจพันธุ์พงศ์ 1. ผมกำมีดพร้าแน่นในมือ แล้วเหวี่ยงฟันลงไปอย่างเต็มแรง เพียงเท่านั้นกล้วยต้นนั้นก็ล้มครืน.ผมไม่รีรอ ยกต้นกล้วยต้นขนาดโคนขาแบกขึ้นบ่า เดินตรงดิ่งออกไปยังหน้าบ้าน 2. มันเป็นบ่ายวันอาทิตย์ ที่ผมคิดว่าเป็นแค่วันหยุดธรรมดาวันหนึ่ง ที่ผมจะได้ใช้เวลาส่วนตัว ไปกับการนอน อ่านหนังสือ และขัดเกลาต้นฉบับงานเขียนที่เขียนไว้ตั้งแต่คืนวันเสาร์ ผมเขียนมันไปถึงเช้า ก่อนตื่นมาในตอนสายๆ เดินสำรวจสวนผักหลากชนิดที่ปลูกแทรกไว้ระหว่างต้นจำปี และพุ่มสายหยุด แล้วเดินไปเก็บผักตำลึงจากริมรั้ว เพื่อจัดการกับอาหารมื้อแรกของวันด้วยเมนูส่วนตัว เป็นผักตำลึงผัดไข่ เติมรสด้วยน้ำมันหอย ผมคิดว่าจะไม่ออกไปไหนในวันนี้ หุงข้าวไว้หม้อหนึ่ง ผักตำลึงยังมีเหลือ หากไม่พอก็อาจสอยมะละกอลงมาสักลูก ผัดกับไข่ ด้วยเมนูส่วนตัว ครั้นเมื่ออาหารมื้อแรกตกลงท้อง ก็ลงมืออ่านเรื่องสั้นขนาดยาว ผลงานใหม่ของกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ อ่านจบผมรู้สึกเหมือนโดนค้อนทุบหัว มึนตื้อ คิดสับสนกับเรื่องราวในเรื่องสั้น มันเป็นเรื่องสั้นชั้นดี แต่เหมาะสำหรับคนคอแข็ง ผมอยากนอนขึ้นมาอีก หนนี้ผมหลับยาว และตื่นขึ้นมาในช่วงบ่ายแก่ๆ เดินไปเปิดประตูหลังบ้าน หวังสัมผัสกลิ่นดอกจำปีที่บานดอกพราวพร่าง ส่งกลิ่นหอมโชยให้ประสาทตื่น แต่ก็ยังรู้สึกสะลึมสะลือ ตาปรือ เงยมองแดดยามบ่ายส่องลงเฉียงๆ ตามร่มเงาไม้ พลางสะบัดศีรษะไล่ความมึนตื้อ พลันใดนั้นผมก็ได้ยินเสียงโห่ฮา เป็นเสียงของเด็กผู้ชาย คงมีไม่ต่ำกว่าหนึ่งคน แปลก...นานทีปีหนถึงจะได้ยินเสียงเด็กๆ ตรงสวนหลังบ้าน ซึ่งอยู่ติดสวนยางแก่ร่มครึ้ม เสียงเฮฮาของเด็กๆ ยังดังมาต่อเนื่อง แล้วตามมาด้วยเสียงของต้นไม้กระทบกันดังแสกสากๆ ผมชะเง้อมองข้ามพุ่มสายหยุดออกไป เห็นร่างคนไหวๆ อยู่ตรงนั้น ใบไม้ไหวพะเยิบพะยาบ สังเกตอีกที เสียงนั้นดังมาจากกอกล้วยไข่พันธุ์ดีต้นขนาดโคนขา ที่เพิ่งยืนต้นโตสูงได้แค่ราวสองเมตร  และเห็นชัดว่าต้นกล้วยต้นหนึ่งกำลังสั่นสะเทือน เป็นจังหวะเดียวกับเสียงฉึก ๆ ๆ ที่แทรกขึ้นระหว่างเสียงโห่ฮานั้น ผมยังไม่คิดอะไร คิดเพียงว่าเด็กๆ คงนึกขยัน เล่นสนุก ไม่ก็โดนพ่อแม่สั่งให้มาถางหญ้ารกริมรั้ว แน่นอนว่า ที่มันรกเรื้อได้ขนาดนั้นก็เป็นเพราะช่วงหลังผมไม่ค่อยมีเวลาไปตัดแต่งมันเลย เสียงจากริมรั้วยังดังมาไม่ขาดระยะ คราวนี้ผมเดินใกล้เข้าไปอีก กอกล้วยยังไหวยวบยาบ เสียงฉึก ๆ ๆ ดังต่อเนื่อง และเริ่มถี่แรง ผสานเสียงร้องโห่ฮาดังลั่น ผมหยุดลอบมองจากพุ่มสายหยุด พวกเขามีด้วยกันสามคน คนหนึ่งก้มงุดๆ อยู่ใกล้โคนต้นกล้วย พวกที่เหลือยืนส่งเสียงเชียร์อย่างสนุก หนนี้ผมมั่นใจ เด็กพวกนั้นกำลังโค่นต้นกล้วย! "เฮ้ย...ทำอะไรกัน?!" ผมตะโกนออกไปเมื่อเห็นท่าไม่ดี เพียงเท่านั้น พวกเด็กทั้งสามก็พากันวิ่งจ้ำอ้าว หนีเตลิดไปคนละทิศละทาง หยุดยืนอยู่ตรงกอกล้วย มองผลงานของเด็กพวกนั้น ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมพวกเด็กถึงมาโค่นต้นกล้วยต้นนี้ แม้มันจะแตกหน่อยืนต้นออกไปรุกล้ำเขตสวนยาง แต่มันก็หาได้เกะกะถึงขนาดต้องโค่นทิ้ง...แต่ลองคิดอีกทีเด็กๆ จะรู้สึกรู้สาอะไรกับเรื่องพวกนี้ ทั้งก่อนหน้านี้ผมไม่เคยเห็นเด็กๆ มาวิ่งเล่นแถวนั้นเลยสักครั้ง หรือพวกเขาถูกส่งมาโดยผู้ใหญ่คนใดคนหนึ่งในหมู่บ้าน? 3. ถัดจากรั้วหลังบ้านผมไปเป็นหมู่บ้านเล็กๆ แทรกตัวอยู่ใต้ร่มเงาของสวนยาง ผมไม่รู้จักมักคุ้นกับคนในละแวกนั้นเลยสักคน และแม้ผมจะเป็นเพียงผู้มาอาศัย แต่เมื่อผมมาอยู่ที่นี่ พวกเขาก็ควรเคารพสิทธิในฐานะลูกบ้านคนหนึ่ง กล้วยต้นหนึ่งผมไม่เสียดายหากพวกเขามาพูดกันดีๆ ทั้งผมก็ยินดียกผลผลิตของกล้วยต้นนั้นให้ หากเห็นว่ามันรุกล้ำพื้นที่ของพวกเขา แต่นี่พวกเขากลับใช้เด็กๆ ปลูกฝังความคิดผิดๆ ให้เด็กๆ มิน่า...เด็กวัยรุ่นส่วนหนึ่งในหมู่บ้านถึงกลายเป็นพวกติดเหล้า อารมณ์โกรธผมพลุ่งพล่าน เมื่อเห็นรอยแผลเหวอะหวะตรงโคนต้นกล้วย มันคงขาดลงเป็นแน่ หากผมมาช้าเพียงก้าว แต่มันจะมีประโยชน์อะไรอีก เพียงเมื่อลมพัดแรงกล้วยต้นนี้ก็คงล้มลง และตายในที่สุด ใช่, เมื่อต้นปีก็หนหนึ่งแล้ว ที่กล้วยกอนี้ล้มครืนลงนอนพังพาบ ทั้งที่เพิ่งออกปลี ครั้งนั้นฝนห่าใหญ่มาพร้อมลมกระโชกแรง ดินตรงนั้นร่วน และนุ่ม ไม่อา .....
ตามรอยชีวิต กนกพงศ์ สงสมพันธุ์
Submitted by 2 on November,14 2006 21.31

แม้ว่า กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ นักเขียนรางวัลซีไรต์จากรวมเรื่องสั้นชุด "แผ่นดินอื่น" จะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่ใครหลายคนก็ยังไม่คลายความคิดถึงเขา โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนศิลปิน นักเขียน และเพื่อนพ้องเขาหลวง พรหมคีรี ที่ได้เชิญชวนสื่อมวลชนและศิลปินนักเขียนอื่นๆ ร่วมทำบุญในโอกาสครบรอบ 100 วันที่เขาเสียชีวิต ณ วัดพิกุลทอง จ.พัทลุง พร้อมๆ กับการร่วมตามรอยนักเขียนผู้นี้ โดยการไปเยี่ยมบ้านของเขาที่ จ.พัทลุงและนครศรีธรรมราช

กังหันลม
Submitted by 2 on November,14 2006 21.22

เช้าวันอาทิตย์แดดเช้าไม่ผ่องใส ฝนหลงฤดูที่ซัดผ่านหมู่บ้านกลางหุบเขาเมื่อค่อนรุ่ง กลับโปรยปรายลงมาอีกเมื่อฝูงนกเริ่มตื่นนอน ใบไม้ใบหญ้าชุ่มเปียก บางหลุมดินเริ่มมีน้ำขัง ชีวิตของสถานที่ราชการดูเงียบเหงาเศร้าซึม แต่วิถีของผู้คนยังดำเนินอย่างเข้มแข็งเหมือนทุกวัน

"ข้าวซาวมือพ่อ"
Submitted by 2 on November,14 2006 21.20

เสาร์สุดสัปดาห์ ผมพาครอบครัวกลับไปเยี่ยมหมู่บ้านริมทะเล ป่าชายเลนสองข้างถนนราดยางเข้าหมู่บ้าน บรรยากาศแปลกใหม่ที่พบเห็นสร้างความตื่นเต้นให้ลูกๆของผม และสร้างความรู้สึกอิ่มใจแก่ผมต่อการเดินทางกลับมาตามหาสูตรข้าวของพ่อ

บ้านเดิมซึ่งคงเค้าบ้านเก่าอยู่เพียงน้อย ถูกต่อเติมชานด้านหลังยื่นออกไป เป็นชายมุงหลังคากระเบื้อง อาจจะคนนั่งได้สิบกว่าคน มีโต๊ะไม้เป็นจุดวางอยู่มุมหนึ่ง มีม้าโยกวางอีกมุม พ่อบอกว่าชอบมานั่งตรงนี้เพื่อรับลมสบายๆและดมกลิ่นทะเล

ลมเปลี่ยนฤดู
Submitted by 2 on November,14 2006 21.18

ก่อนก้าวเท้าผ่านประตูรั้ว แพรวาตั้งสติด้วยการหายใจเข้ายาวๆ กักลมหายใจไว้ในช่องท้องแล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกช้า ช้า...หล่อนเตรียมรับสถานการณ์ตึงเครียด ซึ่งมักเกิดขึ้นแทบทุกครั้งเมื่อเดินทางมา

บ้านชั้นเดียวสีขาว คล้ายจะซ่อนตัวในสวนร่มรื่น อย่างกับสาวน้อยผู้เอียงอายเพราะอ่อนเดียงสาต่อโลก บ้านหลังใหญ่เพียงพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายนี้ คือบ้านที่แพรวาถือกำเนิด เติบโตและเรียนรู้ความเป็นไปในชีวิต...

"จักรยานของอุดม"
Submitted by Pookun on November,14 2006 21.17

มันเป็นความใฝ่ฝันอันสูงสุดของเด็กชายวัยรุ่นซึ่งอาศัยอยู่ในแถบถิ่นชายขอบของประเทศไทย ที่จะได้เป็นเจ้าของจักรยานเท่ห์ๆสักหนึ่งคัน ไว้ขี่ไปโรงเรียนที่อยู่ห่างจากบ้านประมาณสิบกว่ากิโลเมตร

ทุกวันอุดมจะนั่งรถประจำทางไปโรงเรียนในตัวจังหวัดตั้งแต่เช้ามืด ส่วนน้องๆทั้งสามนั้นอยู่โรงเรียนใกล้บ้าน เดินไปไม่นานก็ถึง

สัจนิยมมหัศจรรย์ในวรรณกรรมไทยกับวาทกรรมแห่งความเป็นอื่น
Submitted by 2 on November,14 2006 20.59

ในวงการวรรณกรรมไทยนั้น รูปแบบการประพันธ์แนวสัจนิยมมหัศจรรย์นับว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก นักเขียนในวงการไม่ว่าจะเป็นกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ เรวัตร พันธุ์พิพัฒน์ ศิริวร แก้วกาญจน์ ประชาคม ลุนาชัย และอุเทน พรมแดง ต่างสร้างสรรค์งานเขียนที่มีกลิ่นอายของสัจนิยมมหัศจรรย์ ทำให้มีการกล่าวขวัญถึงวรรณกรรมแนวนี้อย่างต่อเนื่อง เป็นที่ทราบกันดีว่าสัจนิยมมหัศจรรย์เป็นรูปแบบการประพันธ์ที่มีต้นกำเนิดจากต่างประเทศและมีชุดแนวคิดและอุดมการณ์รองรับชัดเจน ในแง่หนึ่งอาจจะกล่าวได้ว่าสัจนิยมมหัศจรรย์เป็นวาทกรรมที่มีกรอบและขอบเขต มีพัฒนาการที่ตอบโต้กับวาทกรรมสัจนิยมที่พยายามนำเสนอว่าอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์และเรื่องราวที่อยู่นอกระบบเหตุผลเป็น "ความเป็นอื่น" ที่ไม่สมควรให้ความสำคัญ บทความนี้จึงมุ่งศึกษาการนำรูปแบบการประพันธ์สัจนิยมมหัศจรรย์มาใช้ในบริบทวรรณกรรมไทย เพื่อวิเคราะห์ความเหมือนและความแตกต่างในเชิงวาทกรรมแห่งความเป็นอื่น โดยมุ่งศึกษาเปรียบเทียบวรรณกรรมไทย 3 เรื่อง คือ โลกที่กระจัดกระจาย ของศิริวร แก้วกาญจน์ "แม่มดแห่งหุบเขา" ของกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ และหมานครของคอยนุช

กวีและกวีนิพนธ์ ใน 'ตัวตน' ของพนม นันทพฤกษ์
Submitted by 2 on November,14 2006 20.49

พนม นันทพฤกษ์ เป็นที่รู้จักในวงวรรณกรรมไทยมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๒๒ ในฐานะนักเขียนเรื่องสั้นรางวัลช่อการะเกด ทั้งที่จริงแล้ว พนมสร้างงานมาก่อน ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ แต่ในอีกนามหนึ่ง อย่างไรก็ดี บทความนี้ต้องการศึกษาเฉพาะกวีนิพนธ์ที่เขียนขึ้นในนาม พนม นันทพฤกษ์ เพราะกวีนิพนธ์ในนามนี้ถูกกล่าวถึงในฐานะ 'ต้นแบบแห่งยุคสมัย' อันแสดงถึงความมี 'ตัวตน' ที่ชัดเจนระดับหนึ่ง จึงมีความจำเป็นต้องกันผลงานในนามอื่นไป ยกเว้นในกรณีที่จำเป็นต้องโยงใยเจตนารมณ์หรือแนวคิดบางประการ

401 items|« First « Prev 33 34 (35/41) 36 37 Next » Last »|

Member zone

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซท์
"ก๊วนปาร์ตี้"
เว็บไซท์นี้เปิดมาเพื่อ เป็นพื้นที่สาธารณะ สำหรับบันทึกเรื่องราว ทางด้านวรรณกรรม ทุกรูปแบบ ท่านสามารถส่งบทความ - เรื่องสั้น - บทกวี เพื่อมาแลกเปลี่ยนกันอ่าน โดยคลิกส่งได้จากด้านล่างนี้
คลิกเพื่อ >> ส่งบทความ | ส่งเรื่องสั้น | ส่งบทกวี | ปกิณกะ
Last topic

Blogs

ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว