Topic list
- คนค้นฝัน จู พเนจร
รวมบทกวี :เรื่องเล่าระหว่างทาง
คนค้นฝัน
"..มีกระดาษ เศษเหล็ก มาขาย.." ร้องรำร่ายดั้นด้นมาค้นฝัน ไปตามตรอกซอกซอยร้อยเขตคัน มุ่นหมอกควัน ฟันฝ่า มาไกล แว่วแว่วไหวไหวได้ยินเสียง ส่งสำเนียงต้อยตามมาถามไถ่ ว่ามีบ้าง-มีบ้างหรืออย่างไร ก่อนจะเลยล่วงไปไม่นานเนา
มากับรถซาเล้ง--ปุเลงสั่น ร้องรำพันกับแดดที่แผดเผา หรุบปีกหมวกต่ำลง เป็นโค้งเงา อันเอื้อมอาจคาดเดาความเปล่าดาย เป็นคนหวังเฝ้ารอน้ำบ่อหน้า มีสิ่งของหมองค่าเอามาขาย อย่าหมางเมินเหินห่างร้างรูปราย ยังความหมายยังอยู่กับผู้รอ เพียงเท่านี้เท่านั้นละวันผ่าน ดลบันดาลให้ใจได้เติบต่อ เนื้อตัวดำกระด่างร่างมอซอ กลับละออสดใสในแววตา
"..มีกระดาษ เศษเหล็ก มาขาย.." ร้องรำร่าย ดั้นด้น มาค้นหา..
จู พเนจร
- โชคชะตาพยากรณ์ จู พเนจร
รวมบทกวี :เรื่องเล่าระหว่างทาง
โชคชะตาพยากรณ์
โชคชะตาพยากรณ์มาร่อนเร่ ย่างโซซัดโซเซ เร่ส่งสาร ยังถ่องแท้แน่ชัดในวัฏวาร อันพบพานแน่แล้วในแก้วตา
ในแก้วตาฝ้าหมองที่มองโลก ในรอยโศกยิ้มซื่อไม่ถือสา ค่อยๆ คืบ สืบเท้า ก้าวเข้ามา.. แล้วถลา เซซัง มานั่งลง มาไถ่ถาม ความบอก ไม่ยอกย้อน ว่าดูก่อน ดูรา อานิสงส์ ครบวงจร วงใจ ดูให้ตรง ราคาคง น้อยนิด ครวญคิดดู
พยากรณ์ได้ไหมในชาเฉย โลกล่วงเลยลับไกล อันใดอยู่ ทุกตำบลหย่อมย่าน กาลฤดู ใครใคร่รู้อนาคต หมดหนทาง ต่างกระวีกระวาด มิอาจประวิง ยังเฉยนิ่ง ละเลย ยังเฉยห่าง โอ้ชะตาพยากรณ์ ช่างอ่อนจาง กับก้าวย่างยักเยื้อง และเรื่องราว แม้สบตาก็มิกล้านัยน์ตาสบ ก้มตาหลบจบลา ใช่ตาขาว ต่างก้มหลบสบตาละคราคราว โอ้มิยาวยืนยงก็คงคลาย
เก็บชะตาพยากรณ์อันซ่อนซุก ทุรยุค พระศรีอาริย์ ลาลับหาย ต่างคนต่างพรึงพรั่นหวั่นมิวาย มาทักทาย ทอดถอน แล้วรอนแรม
พยากรณ์ต่อไปในโลกกว้าง ทอดเท้าย่างออกสู่ประตูแง้ม..
จู พเนจร
- ลับใจ จู พเนจร
-
เสียงลับมีด กรีดเนื้อ เอื้อให้เห็น ข้อเส้นเอ็น ปูดโปน โยกโยนไหว หมวกลูกเสือ วิสามัญ อันแกว่งไกว มือลูบไล้ คมมีด กรีดใบบาง
ใต้ชายคา คู้ค้อม มิยอมหยุด เหมือนเร่งรุด เร็วรี่ ยอมพลีร่าง โลกรอบราย บ่ายเคลื่อน เลื่อนไปพลาง มีดเรียงวาง คอยท่า มิรารอ ในคมมีด กรีดเนื้อ เมื่อก่อนนั้น คงความฝัน แรกเริ่ม คงเติมต่อ ไม่มีเงิน ไม่มีงาน เนิ่นนานพอ จึงลุกถ่อ สังขาร จากบ้านมา..
มาลิขิต ชีวิต ซึ่งอิดโรย ให้โบกโบย บินไป ในยถา แล้วลับทาง ร้างทิศ อิสรา ให้มายา หมอกม่าน การเกาะกุม ลับเสียความ ผิดหวัง และพลั้งพลาด โอ้อนาถ หัวใจ ของวัยหนุ่ม ลับความทุกข์ รุกเร้า เข้าล้อมรุม ให้ฉ่ำชุ่ม ชื่นเย็น เช่นไมตรี แหละคมคำ ล้ำลึก ซึ่งสึกหรอ ให้สร้างเสริม เติมต่อ ต่อแต่นี้ ลับสนิม เกรอะกรัง ทั้งแรมปี พอให้มี แวบวับ จับคมคาย
เสียงลับมีด กรีดหิน ราสิ้นเสียง
โลกก็เพียง จะรู้รับ กับความหมาย แล้วออกเดิน เหินย่าง พลางทักทาย บ้านขวา-ซ้าย มีไหมครับ มาลับคม"มีความลับ ในหัวใจ บ้างไหมเจ้า เชิญบอกเล่า วันคืน อันขื่นขม..".
จู พเนจร
- ชุมทางเสียงทอง จู พเนจร
รวมบทกวี :เรื่องเล่าระหว่างทาง
ชุมทางเสียงทอง
หัวเช้าเช้า ร้านน้ำชา หันหน้าเรียง นั่งมองเมียง"กรงหัวจุก"ปลุกเช้าตรู่ นำมาแขวนเรียงประชันคอยขันกรู นั่งเงี่ยหู เงียบงัน คุยกันไป
แดดเช้าเช้า ยังฉาย ระบายเช้า เกิดร่มเงาเย็นสบายใต้ไม้ใหญ่ จิบกาแฟแกล้มจะโก๊ยโดยละไม แดดกรุ่นไล้ส่องลอดตลอดเรียง มอเตอร์ไซค์รับจ้าง เทียบข้างจอด แล้วเดินดอดตรงไปไม่ฟังเสียง ที่นั่งอยู่ยิ้มย่องแล้วมอง-เมียง เขายกเหวี่ยงขึ้นแขวนแสนรื่นรมย์ นั่น,ผู้หมวดหนวดกสาทกเทียบ ผู้เฒ่าเงียบตรองตริ-บิขนม นกไซร้ขนแดดต้อง ร้องระงม แม่ค้าก้มชงชาแล้วหน้าเงย
ค่อยเปื้อนแปดแดดสาย ระบาย ช้า ช้า บ้างคลุมผ้าลาจรไปก่อนเหย เขานั่งมวนสูบยาว่ารำเพย ฟังว่าเคยได้ถ้วยครองฉลองชัย
จูฮุกกรู จูฮุกกรู ยังกู่ร้อง แว่วทำนองบอกเล่าคละเคล้าสมัย..
จู พเนจร
- ฟุ้งฝุ่นและมุ่นควัน จู พเนจร
รวมบทกวี : เรื่องเล่าระหว่างทาง
ฟุ้งฝุ่นและมุ่นควัน
ล้อมวงลงนั่งกันพรั่งพร้อม หยุดยอมร้อนแดดที่แผดเผา แผ่วลมโชยพัดกระหวัดเบา ใต้เงาแมกไม้ร่มใบบัง
เอาน้ำลูบหน้าประต้นคอ หัวร่อกระซิก..พลางร้องสั่ง เอ้านั่ง นั่ง นั่ง นั่งนั่ง เพิ่มเติมพลังอีกครั้งครา กับข้าวกับปลาเอามาด้วย ข้าวสวยข้าวเหนียวตามยถา แกะถุงแกะห่อไม่รอรา วางไว้ตรงหน้า-แล้วลงมือ
รถรายังวิ่งไม่นิ่งหยุด ผู้คนรีบรุดกันแย่งยื้อ อิ่มแล้วท้องตึงหนังตาปรือ ถือโอกาสงีบหลับกับเที่ยงวัน
"เราอยู่กับดิน ดำกระด่าง นั่งข้างฟุตบาธ บ่ ขยาดยั่น ไกลทุ่ง ฟุ้งฝุ่น และมุ่นควัน นั่นมุ่นเมฆน้อยปรายปอยปุย" ว่าพลางแยกย้าย ยุรยาตร ไปจับไม้กวาดลงสุย สุย งานอยู่ข้างหน้า-ตั้งตาลุย เขี่ยคุ้ยเกวี่ยกวาดเวี่ยวาดไป
ขยะเมืองเพ่นพ่านเกลื่อนลานถนน ขยะคนล้นหลากมาจากไหน..
จู พเนจร
- รวมบทกวี : เรื่องเล่าระหว่างทาง จู พเนจร
รวมบทกวี : เรื่องเล่าระหว่างทาง
เรื่องเล่าระหว่างทาง
กลางแดดเปรี้ยงเปรี้ยง เที่ยงวัน ยักแย่ ยักยัน ลุงปั่นจักรยานสามล้อ...เห็นอยู่ รีรี รอรอ ไปส่งหน่อยหนอ ฉันมาท่องเที่ยวเดียวดาย...
ลุงบอกเสบย สบาย ราคา ง่าย ง่าย ตามแต่ขาดเหลือเผื่อกัน...
ถีบมา สมบุกสมบัน เจ็ดสิบแล้วนั่น ลุงปั่นแต่วัยหนุ่มมา...
ว่างพลางลากรถนำพา ขวักไขว่รถรา จูงข้ามถนนรนแคม...
ปั่นพลางเล่าเป็นของแถม ลุงไม่เคยแหยม อาชีพเลี้ยงตน คนเรา...
ลุ่มดอนห่อนเคยบันเบา เร่งร้อน ผ่อนเพลา พามาถึงซึ่งปลายทาง...
ไม่ท้อทด ปลดระวาง คล้อย พราก จาก จาง เส้นเอนปูดโปนโผนไป...
จู พเนจร
- แมงมุมขยุ้มหัวใจ จู พเนจร
แมงมุมตัวหนึ่งชักใยลงมาที่ระเบียงที่ผมนอนอ่านหนังสือเล่นอยู่ เห็นแวบๆ แต่วันวาน ไม่นึกว่าจะชัดใยได้ไวว่องนัก ชีวิตมันดูเบาหวิวคล้ายไม่มีความหมายใด แต่ก็ยังทำงานทำการแข็งขันไม่บันเบา โยงชักถักใยหยากไย่อย่างตั้งหน้าตั้งตาแท้เทียว ดูสิตรงนี้ถึงจะดักมดแมลงแกก็จะได้ชั่วคราวชั่วครั้งเท่านั้นหรอก เพราะมันไม่ใช่ที่รกเรื้อรุงรังที่แกจะอยู่อาศัยได้ ทำไมนะ
- บทกวี : หน้าที่ของฆาตกร
หน้าที่ของฆาตกร
ใจยื้อยุดฉุดให้เราได้พบ จึงประสบเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ในบทบาทบีบน้ำตา ณ ครานั้น มันบอกฉันเรื่องพื้นเพเล่ห์สตรี<br />
เธอจึงห่างต่างหากจากฉันหมดฉันจึงหมดศรัทธาแม้หน้าที่ ความเคยเป็นเช่นตราบอกสามี สมควรที่สงบจบแค่นั้น<br />
เมื่อสัมพันธ์ฉันเธอถึงที่สุดเธอเองหยุดฉันก็ยั้งระวังฉัน ณ ปลายงิ้วจุดหมายตะกายกัน คือไม่ยั่นหวั่นไหวอะไรเลย<br />
เธอไม่ยั่นฉันไม่กลัวเกิดมั่วสุมโรคจึงรุมงอกงามท่ามกลางเฉย ยิ่งฉันหยิ่งเธอยิ่งอวดปวดเกินเคย ลูกกลับเผยธาตุแท้พ่อแม่ตัว<br />
ใจยื้อยุดฉุดใจลงฝ่ายต่ำโลกสีดำแผ่กระจายไปทั่วทั่ว จนถึงฉากสุดสยองของครอบครัว ฉันคนชั่วได้ประกาศเป็นฆาตกร<br />
เป็นฆาตกรที่ก่อกรรมตามหน้าที่เพื่อไม่มีเรื่องร้ายให้หลอกหลอน ให้ทุกสิ่งสิงสู่อยู่เชิงตะกอน เพื่อให้นอนตาหลับหลับนิรันดร์ ฯ<br />
ปรัชญ์ วลีพร- ประกาศผลแล้ว ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 50
ประกาศผลแล้ว ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 50
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 17 มกราคม 2551 16:26 น.
วันนี้ เวลา 15.30 น. คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และประธานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นประธานประกาศผลศิลปินแห่งชาติ ปี 2550 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สาขาทัศนศิลป์ ได้แก่ ศ.เดชา วราชุน (ภาพพิมพ์,สื่อผสม) , นายยรรยง โอฬาระชิน(ภาพถ่าย), ศ.กิตติคุณ ร.อ.กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา(สถาปัตยกรรมศาสตร์) , สาขาวรรณศิลป์ ได้แก่ ได้แก่ นายโกวิท เอนกนกชัย (กวีนิพนธ์,บทความ,นวนิยาย) สาขาศิลปะการแสดง ได้แก่ ร้อยโทชาญ บัวบังศร (นักดนตรี ,นักประพันธ์เพลง) และ นายนครินทร์ ชาทอง(หนังตะลุง)- อนุสรณ์ ติปยานนท์ แรงสะเทือนที่กำลังสั่นไหว
วันจันทร์ที่ 14 เดือนมกราคม พศ. 2551 ค้นหาข่าว มติชนออนไลน์
อนุสรณ์ ติปยานนท์ แรงสะเทือนที่กำลังสั่นไหว
...ผลงานของเขากำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนในกลุ่มนักอ่านรุ่นใหม่ๆ เพียงแค่ 3 ปี... ว่ากันว่าแรงสะเทือนที่ทรงค่า มักเกิดจากความตั้งใจและทุ่มเทในการกระทำ...
แรงสะเทือนในแต่ละความรู้สึก เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย บ้างก็มาจากองค์ประกอบภายนอกที่สั่นไหว บ้างก็เพราะแรงกดดันจากใครบางคน ซึ่งส่งผลกระเพื่อมยังแต่ละภาคส่วนมากบ้างน้อยบ้างต่างกันไป


ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว