ก๊วนปาร์ตี้ [ BOOK Party Gang ]

Home ก๊วน Story Party หนังสือ ก๊วน Writer Party ไอเดีย Party Gang

Topic list

401 items|« First « Prev 6 7 (8/41) 9 10 Next » Last »|
กวาดใบไม้
Submitted by จู พเนจร on January,05 2008 19.11

เคยได้ยินได้ฟังเรื่องการกวาดใบไม้ปฏิบัติธรรม ไม่นึกว่าจะได้มาถือไม้กวาดในวันหนึ่ง ย่างเท้าเปลือยเปล่า แล้วลงมือกวาดขยะใบไม้ หวนนึกถึงคำท่านพุทธทาสที่ว่า "เดินดูให้ทั่วเสียก่อน" กวาดไประเรื่อย เพลิดเพลินกับใบไม้แต่ละใบๆ ช่วยให้ทางเดินสะอาดขึ้นเล็กๆน้อยๆ เหนื่อยก็พัก แล้วมานั่งใต้ร่มไม้ เหลียวมองไปรอบรายหย่อยคลายอารมณ์

ย่ำมาเยี่ยมถึงซึ่งถิ่นธรรม
Submitted by จู พเนจร on January,05 2008 18.54

ผมมีโอกาสได้ไปพักอาศัยอยู่ที่สวนโมกข์ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฏร์ 2 ครั้งในชีวิต และตั้งใจว่าถ้ามีโอกาสก็จะไปสักปีละครั้ง

ในครั้งแรกช่วงระหว่างวันที่ 7-15 ธันวาคม 2545
มาพร้อมกับภาพจินตนาการของสวนโมกข์
เท่าที่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของที่นี่และท่านพุทธทาส ภิกขุ

เป็นการตั้งใจออกเดินทางท่องเที่ยวพเนจรไป เริ่มต้นโดยการแวะไปเยี่ยมเยียนเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่ง ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งเขาบอกว่าเมื่อเมื่อมาพำนักที่สวนโมกข์แล้ว รู้สึกไม่อยากออกมาสู่ความวุ่นวายภายนอกเลย อยากให้ผมลองมาดู

สวนโมกข์สมัยใหม่ จู พเนจร
Submitted by จู พเนจร on January,05 2008 18.26
คำนำ สวนโมกข์สมัยใหม่ (พิมพ์ครั้งแรก โดยสำนักพิมพ์เพื่อนเกลอ) 1) เพื่อนซึ่งได้รู้จักมักจี่กันคนหนึ่งเอ่ยถามผมว่า "สวนโมกข์สมัยใหม่" นี้หมายถึงเช่นไร แค่เพียงเห็นชื่อเรื่องก็เกิดความสนใจใคร่อ่านเสียแล้ว (ด้วยเขาเองเป็นผู้หนึ่งที่สนใจใฝ่ศึกษาธรรมะของท่านพุทธทาส ภิกขุ) หมายความว่าเป็นเรื่องราวหรือยุคสมัยหลังจากสิ้นท่านพุทธทาสแล้วใช่หรือไม่ ในอีกนัยยะหนึ่ง ธรรมะของท่านพุทธทาสนั้นนับว่ามิเคยล้าสมัย หากแต่กลับทันสมัยอยู่เสมอ คำว่าสมัยใหม่จึงมีแง่คิดชวนสนใจ ผมกล่าวของอกขอบใจเขาในเรื่องนี้ และรู้สึกตื้นตันใจลึกๆ กอปรด้วยความเจียมเนื้อเจียมตัวขึ้นมาอย่างที่สุด (ด้วยความไม่นึกมาก่อนในแง่มุมดังกล่าว ซึ่งนับว่าน่านใจทีเดียวในกว่าทศวรรษการจากไปของท่าน) ประการแรก ความรู้ความสามารถของผมนั้นคงไม่อาจวิพากษ์วิจารณ์ในแง่มุมนั้นได้เลย อย่างน้อยก็ในขณะนี้ สำหรับประเด็นนี้ เราเองเห็นพ้องกันว่าออกจะเป็นโครงสร้างระดับมหภาคอยู่จริงๆ ถ้าอย่างนั้น "สวนโมกข์สมัยใหม่" คือนัยยะใดเล่า ผมบอกเขาว่า ผมมองสวนโมกข์ด้วยนัยยะของปุถุชนคนหนึ่ง ที่พึงมองได้จากเวล่ำเวลาที่ผ่านมา เสมอคนๆหนึ่งที่ได้มารับรู้เรื่องราวในช่วงเวลาหนึ่งนับจากนี้ และถ่ายทอดออกมา ดังกล่าวผมก็คิดว่าได้สำคัญตนไว้ไม่น้อยแล้ว ว่านี่คือ "สวนโมกข์สมัยใหม่" 2) อย่างไรก็ตาม เป็นความจริงที่ว่าผมมีโอกาสได้ไปสวนโมกข์เมื่อครั้งท่านพุทธทาสไม่ดำรง(กาย)อยู่แล้ว และเป็นความจริงที่ว่าธรรมะตามแนวทางคำสอนของท่านพุทธทาสเป็นเรื่องที่ไม่ล้าสมัยเลย แม้กาลจะเลยล่วงไปเพียงใด ท่านพุทธทาสจะดำรงอยู่แล้วหรือไม่ และสวนโมกข์นี้เป็นที่ซึ่งใครไปใครมาก็มักจะเล่าขานถึงด้วยความชื่นชมยินดีเสมอ จนเป็นที่เลื่องลือระบือไกลไปว่า ได้น้อมนำตนสู่ความสงบเย็น ภายใต้ร่มเงาของธรรมชาติ และความเรียบง่ายธรรมดา ความเรียบง่ายธรรมดาเช่นนี้ ก็คือธรรมะ และธรรมะอันเรียบง่ายเช่นนี้ ก็คือธรรมชาติ การได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติจึงเป็นหนทางที่จะน้อมนำตนเข้าสู่ธรรมะ ธรรมะอันจะน้อมนำ "คน" มาสู่ความเป็น "มนุษย์" คือผู้มีจิตใจสูง ต่อไป 3) สวนโมกขพลาราม หรือที่รู้จักกันทั่วไปในนาม "สวนโมกข์" นี้ตั้งอยู่ที่วัดธารน้ำไหล อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อตั้งโดยท่านพุทธทาส ภิกขุ (อริยะ)สงฆ์ฝ่ายเถรวาทรูปหนึ่ง เมื่อครั้งปีพุทธศักราช 2475 ผู้ซึ่งในกาลต่อมาได้ปฏิวัติธรรมจารีตอันล้าสมัยต่างๆประดามีเข้าหาแก่นธรรมโดยตรง อันได้แก่ ลด ละ เลิก "ตัวกู ของกู" เป็นหลักใหญ่หลักเดียว ธรรมะข้อที่ว่าเป็นการสอนหรือชี้ลงไปแบบตีแสกใจนี้ แม้เป็นสิ่งที่ปุถุชนคนทั่วไปอาจแสลงใจ แต่ท่านก็ไม่ได้นำข้อนี้มายกเว้นหรือเกรงใจใคร ด้วยเพราะท่านเองไม่ได้เห็นว่าจะต้องมี "ตัวใคร" หรือ "ของใคร"ให้ต้องถือหรือเกรงใจนั่นเอง เพราะท่านเห็นว่านอกจากคนหรือพระจะสอนธรรมะได้แล้ว ธรรมชาติเป็นเสมอครูสอนธรรมะได้เป็นอย่างดีด้วย แม้เรามีใจที่คอยเพ่งพิจารณาด้วสงบรำงับแล้วไซร้ ก็จะเห็นสิ่งเหล่านั้นมีชีวิตจิตใจ ความรู้สึกนึกคิด ดังที่ท่านกล่าวไว้เสมอว่า "ที่นี่ต้นไม้ใบหญ้าก็พูดได้" สถานที่ปฏิบัติธรรมของสวนโมกข์จึงอิงแอบแนบอยู่กับธรรมชาติ และความเรียบง่ายธรรมดาเสมอมา งดเว้นพิธีรีตองต่างๆ โดยเฉพาะที่เอิกเริกทั้งหลายลงเสีย แม้กอปรด้วยกุศโลบาย ก็ไม่เป็นด้วยความใหญ่โตโอฬารเป็นสำคัญ ที่เรารู้จักกันดี เช่น ลานหินโค้ง โรงปั้น ธารน้ำไหล สระนาฒิเกร์ มหรสพทางวิญญาณ เป็นต้น และการกวาดใบไม้ หรือเดินป่า เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เรียบง่าย สมถะ ติดดินอยู่กับธรรมชาติทั้งสิ้น ยกเว้นบ้างก็แต่โรงมหรสพทางวิญญาณ ซึ่งเป็นสถานที่ประดับรูปปริศนาธรรมไว้ทั้งภายในและภายนอก กับโบส์ถทรงเรือหลังหนึ่งที่ทำไว้เป็นสัญลักษณ์บางประการเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อกอปรกิจกรรมดังกล่าวให้ลุล่วงไป ไม่ใช่สิ่งพึงยึดติดอันใด การได้เดินชมนกชมไม้ เพ่งมองสายน้ำไหล นั่งแนบแอบหินติณชาติ และการกวาดใบไม้ก็ดี ท่านพุทธทาสบอกว่านี้คือการปฏิบัติธรรม ฝึกจิตสมาธิอีกรูปแบบหนึ่ง ให้พึงมีทั้งฆารวาสและบรรพชิต สิ่งที่เราจะได้จากการนี้อย่างหนึ่งคือความโล่งโปร่งเบาสบาย ดังที่ท่านเอ่ยเอื้อนอยู่เสมอว่าคือ นิพพานชั่วคราว หรือนิพพานชิมลาง สำหรับสถานท .....
บทกวี : จตุรพิธพรชัย
Submitted by ปรัชญ์ วลีพร on January,03 2008 06.05

จตุรพิธพรชัย

อายุ        ยืนหมื่นปีเป็นที่ตั้ง
วรรณะ       ดั่งเลขาเทพพาฝัน
สุขะ        ทิพย์อิ่มจิตนิจนิรันดร์
พละ     มั่นแกร่งเข้มเต็มสมบูรณ์

อายุ        มั่นขวัญชื่นวันคืนแจ่ม
วรรณะ       แอร่มเพริศพราวราวจันทร์สูรย์
สุขะ        เพิ่มเติมวัยไร้อาดูร
พละ     พูนสิริสวัสดิ์พิพัฒน์พล

อายุ        ทอดยาวไกลใจเป็นหนุ่ม
วรรณะ       นุ่มนวลใสในกุศล
สุขะ        เกิดเทิดบุญคุณมงคล
พละ     ยลเยี่ยงกรายชายฉกรรจ์

อายุ        ยาวราวปั้นสวรรค์ทิพย์
วรรณะ       พริบพราวสวยรวยศรีสรรพ์
สุขะ        ยิ่งสุขอื่นเป็นหมื่นพัน
พละ     ทันนิพพานสราญเทอญ&nbsp; ฯ<br />



ส.ค.ส.๒๕๕๑ คุณครูพีรมิตร  พึ่งโพธิ์ โรงเรียนสะพือวิทยาคาร สำนักงานเขตพื้นที่อุบลราชธานี เขต ๒

เพศวิถีของผู้หญิง ในวรรณกรรมไทยยุคฟองสบู่
Submitted by Pookun on December,28 2007 21.25

http://www.matichon.co.th

เพศวิถี (sexuality) หมายถึงแนวประพฤติปฏิบัติของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกามารมณ์ รวมไปถึงแรงปรารถนาจากส่วนลึก การแสดงออก และความคาดหวังของบุคคลนั้นๆ

ในสังคมส่วนใหญ่ เพศวิถีมีลักษณะเป็นเรื่องต้องห้าม (taboo) ในแง่ที่ถือว่าเป็นเรื่อง "น่าอับอาย" มิพึงแสดงออกหรือกล่าวถึงอย่างประเจิดประเจ้อ หากแต่ควรเก็บงำไว้ในพื้นที่ส่วนตัว ในบางวัฒนธรรมนั้น ความเป็นเรื่องต้องห้ามของเพศวิถีถูกตอกย้ำจนถึงขั้นเป็นเรื่อง "น่าละอาย" 

ความทรงจำ และ อำนาจ บนถนนราชดำเนิน
Submitted by Pookun on December,28 2007 21.14

ความทรงจำทางประวัติศาสตร์เป็นสิ่งสำคัญต่อผู้คนและสังคม

ความทรงจำมิใช่เป็นเพียงแค่การจดจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตเฉยๆ เท่านั้น หากแต่เป็นการจดจำอดีตที่มีพลังในการอธิบายเชื่อมโยงมาสู่การกระทำ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

ความทรงจำทางประวัติศาสตร์ คือการเลือกจดจำอดีตบางอย่างเอาไว้ โดยละเลยอดีตอื่นๆ ที่เราคิดว่าไม่สำคัญหรือไม่อยากจำ การเลือกจำหรือไม่จำอะไรย่อมขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์เชิงอำนาจในสังคม ความทรงจำที่มีลักษณะเป็นปฏิปักษ์กับโครงสร้างอำนาจในปัจจุบันพึงถูกเก็บซ่อนหรือคัดทิ้ง ขณะที่ความทรงจำซึ่งหนุนเสริมโครงสร้างอำนาจในปัจจุบันย่อมถูกเลือกมาจดจำ ผลิตซ้ำ และเผยแพร่ให้กลายเป็นความทรงจำร่วมของสังคม

จุลสาร พื้นบ้านพื้นเมือง
Submitted by จู พเนจร on December,27 2007 14.34

จุลสาร พื้นบ้านพื้นเมือง

สื่อสืบสาน ข้าวพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง

ฉบับขึ้นอาน : มกราคม 2551


ข้าว ผัก จักรยาน

“ข้าว ผัก จักรยาน” เป็นคำคล้องจองธรรมดาๆ ที่เราเลือกมาบอกเล่าถึงบางสิ่งบางอย่าง ที่เราคิดฝัน ความจริงที่เราเป็นอยู่ และรากเหง้าของเรา แม้เราจะเริ่มมักคุ้นกับการกินแฮมเบอร์เกอร์ แซนด์วิส ไก่เคเอฟซี อะไรต่างๆ กันแล้ว แต่เราก็ยังกินข้าวเป็นอาหารหลัก
กินผักเป็นเครื่องเคียง ที่ปักษ์ใต้บ้านเราเรียกว่า “ผักเหนาะ”
น้ำชุบเคย น้ำพริกอ่อง ปลาร้า บูดู-บีบส้มนาวหี้ด ฮาย... หรอยจังหู!

กินข้าวกับกินผักนั้นเป็นของดีของแน่ แต่จะให้ดีเราลองมากินข้าวพื้นบ้านอาหารพื้นเมืองกันบ้างดีไหม ต้องดีแน่ๆ สด หอม กรอบ อร่อย อุดมคุณค่า และไม่ต้องกลัวสารพิษปนเปื้อน ถ้าเราปลูกเองกินเอง แบ่งปันเพื่อนบ้าน หรือแม้แต่ซื้อขาย

Message
Submitted by จู พเนจร on December,21 2007 14.16

“ผมเขียนเรื่องเสร็จแล้วครับพี่เจี๊ยบ”

“ผมเขียนเรื่องเสร็จแล้วครับพี่เจี๊ยบ” ตี๊ดตี๊ด ตี๊ดตี๊ด เสียงดังขึ้น ข้อความที่ผมส่งไปปรากฏ

“กลางคืนอย่าลืมนอนห่มผ้านะ พี่เจี๊ยบ”

“กลางคืนอย่าลืมนอนห่มผ้านะ พี่เจี๊ยบ” ตี๊ดตี๊ด ตี๊ดตี๊ด เสียงดังขึ้น ข้อความที่พี่เจี๊ยบส่งมาปรากฏ

“ฮัลโหลครับ อ่อ พี่เจี๊ยบเหรอ ผมอยู่ที่งานครับ อะไรนะครับ ไม่ค่อยได้ยินครับ เดี๋ยวนะครับ แป๊บนึง เดินออกมาข้างนอกหน่อย ครับๆ ว่าไงนะครับ”

“จูได้รับข้อความของพี่ไหม”

“อ่อครับ ได้รับครับ”

“เอ่อ พี่ถามอะไรหน่อยได้ไหม”

“อะไรนะครับ อ่อครับ ได้ครับ ถามอะไรนะครับ”

“จูได้รับข้อความแล้ว รู้สึกยังไงบ้าง”

เรื่องสั้น : ทุกๆ ๓๐ นาที...ที่ผ่านไป
Submitted by bag2515 on December,16 2007 19.32

๒๑.๐๐ น. หน้ากระดาษในเครื่องพิมพ์ดีดยังคงว่างเปล่า หนังสือกองหนึ่งวางอยู่ข้าง ๆ  กาแฟถ้วยที่สองพร่องลงไปแล้วเกือบครึ่งถ้วย เสียงเพลงจากเครื่องเล่นเทปที่เปิดทิ้งไว้เปลี่ยนกลับหน้า-หลังเป็นรอบที่สอง ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปเปลี่ยนเทปเพลงม้วนใหม่
เมื่อกลับมาที่โต๊ะก็ยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ หลังจากนั้นไม่นานนัก, เสียงเพลงก็ดังแว่วมา “สูงสุดขอบฟ้าคือความฝันเหนือคนธรรมดา แมงวันหัวเขียวผู้หาญกล้า คิดทายท้าธรรมชาติในการบิน หัวเขียวประกาศกับพี่น้อง ทั้งป่าวร้องพลแมงให้ได้ยิน ให้ได้เห็นกับตาความบ้าบิ่น ข้าจะบินเอาอย่างนกนางนวล บินอย่างนกนางนวล” มันเป็นเพลงของ แอ๊ด  คาราบาว บอกเล่าถึงแมลงวันหัวเขียวตัวหนึ่งที่คิดการใหญ่เกินตัว เพลงบางเพลงในเทปชุดนี้มีที่มาจากหนังสือหลายเล่ม, ผมรู้เมื่อกลับไปหยิบปกเทปเปิดออกอ่าน

หน้าต่าง
Submitted by จู พเนจร on December,16 2007 14.30

ผมเพิ่งจะสร้างบ้านราคาล้านห้า โอโห เฉพาะดวงไฟมีกว่าร้อยดวง ค่าไฟเดือนที่แล้วหกร้อยกว่าบาท แหม ท่าจะอวดร่ำอวดรวย มีหน้าต่างหลายสิบบาน  หน้าต่างหลายสิบบาน ทำไมนะรึ เพราะผมชอบอะไรที่มันโล่งๆ

ตอนแรกบ้านที่ว่าที่ดินส่วนหนึ่งจะถูกเวนคืนเฉียดๆครึ่งของที่ดินสองห้อง บนเนื้อที่ประมาณห้าสิบตารางเมตร จึงต้องร่นที่ถอยไปข้างหลัง ข่าวล่าสุดทราบว่าตอนนี้เมื่อที่นี่ยกฐานะเป็นเทศบาลเมือง และได้สร้างเป็นถนนคอนกรีตกว้างแปดเมตรแล้ว โครงการสร้างถนนของกรมทางหลวงชนบทคงจะไม่สร้างล่ะ ผมก็เลยเบาใจไปเปราะหนึ่งว่าได้มีที่ข้างหน้าบ้านเหลืออยู่หน่อยนึง สำหรับปลูกต้นไม้อะไรต่าง ๆ เพิ่ม นอกจากส่วนข้างหลัง ซึ่งเป็นที่ถมแล้วของเขาบ้านทิ้งร้างข้าง ๆ มีป่าหญ้าและต้นไม้ขึ้นรกเรื้อ จนถัดไปข้างหลังเป็นป่าบอนผมกะจะลงแปลงปลูกผักสวนครัวตรงที่ว่างๆ ส่วนอีกข้างเป็นบึงเล็ก ๆ และที่น้ำขังและหญ้ารกอาจจะลงผักบุ้งกับผักกรูดแทรกข้าง ๆ ตลิ่ง แต่ที่สำคัญคือผมไม่ต้องอพยพโยกย้ายหาที่ทางสักผืนไปอยู่ในป่าเสียให้รู้แล้วรู้รอด ก็ถ้าถนนสี่เลนตัดเลียบผ่านหน้าบ้านไปแบบแนบสนิทเช่นนั้น

401 items|« First « Prev 6 7 (8/41) 9 10 Next » Last »|

Member zone

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซท์
"ก๊วนปาร์ตี้"
เว็บไซท์นี้เปิดมาเพื่อ เป็นพื้นที่สาธารณะ สำหรับบันทึกเรื่องราว ทางด้านวรรณกรรม ทุกรูปแบบ ท่านสามารถส่งบทความ - เรื่องสั้น - บทกวี เพื่อมาแลกเปลี่ยนกันอ่าน โดยคลิกส่งได้จากด้านล่างนี้
คลิกเพื่อ >> ส่งบทความ | ส่งเรื่องสั้น | ส่งบทกวี | ปกิณกะ
Last topic

Blogs

ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว