บทกวี
บทกวี : บนทางเดินนักฝัน
บนทางเดินนักฝัน
( 1 )
ควิวควิวลมคลื่นครื้น ครวญครวญ
พร่างพร่างฝนรัญจวน เรื่อยรี้
พยับแดดโหมหวน หักเมฆ ทอนา
เงาทุ่งทอดยาวลี้ ลับรุ้งมณีฉาย
สายแสงสุริเยศยิ้ม เยือนหา
แมกหมู่พรรณผกา ผลิแย้ม
เรไรหริ่งหรีดประสา สัตว์ยาก
ทุยย่ำโคลนตมแต้ม ติดต้อยรอยไถ
แลเห็นเท่าที่เห็น
เป็นภาพจริงเป็นสิ่งใฝ่
วันเวียนหมุนเปลี่ยนไป
มโนมุ่งประเทืองหมาย
เวลาเปลี่ยนนาที
ภาพที่มีย่อมคลี่คลาย เคยเห็นก็อาจหาย ชั่วขยับขยิบตา
เห็นทุ่งเคยท่องจนทั่ว
ใกล้ไกลแจ้งมัวกลัวกล้า
สัมผัสสัมพันธ์นำพา
ชีวาปลดวางบางวัน
จึงเขียนคำร่ำความยามขื่น
แม้ชื่นเพียรใฝ่ในฝัน เก็บภาพในคำนิรันดร์ ยืนยันแม้ยากนานยาว ฯ
บนทางเดินนักฝัน
( 2 )
ราวโลกเอียงแต่ข้าง คนจน
ทุกข์ทะลักไหนปน ดอกหนี้
เจ็บปวดหมักหมมผล ผลาทุกข์ ผลิแล
เห็นยิ่งเห็นยิ่งชี้ ชีพแล้งแปลงฝัน
วันมนุษยชาติแย้ม ยินดี
ชนชื่นชมสันติวิธี ทั่วถ้วน
แบ่งปันเผื่อแผ่มี กุศลจิต เลิศแล
ซึมลึกในจิตล้วน เร่งร้องแรงหวัง
มนตร์ขลังกวีแต่งถ้อย แถลงนัย
จดจิตพิจพิสมัย ลึกล้ำ
งามคำเด่นภาพใจ จับจิต หลงแฮ
เพียรสดับซ้ำแล้วซ้ำ เล่ารู้หทัยถวิล
จิตร ภูมิศักดิ์
นายผี ยอดนัก ต่อสู้ผู้กวิน
อีกมากหลากนาม ทุกยามได้ยิน
ฉันจารแผ่นดิน ชื่นชมคมคำ
คิดใช้ปากกา
เป็นสื่อนำพา รอยยิ้มอิ่มหนำ
แอบเขียนอ่านยิ้ม แอบลิ้มอิ่มย้ำ
แอบจดแอบจำ แอบคำแอบฝัน ฯ
บนทางเดินนักฝัน
( 3 )
พรรณจานพรรณจิกแจ้ง สีสัน
ประกาศทุ่งหฤหรรษ์ หมดไห้
พรรณอื่นพึ่งปลดวรรณ ละยอด ใบเฮย
ละเพื่อผลิใหม่ได้ ดอกแก้วใจถวิล
หมอกเหมยป่าหญ้าทุ่งห้วยละหาน
เบ่งบานในชีวิตวิจิตรศิลป์
แทรกกายซุกหว่างกลางใจดิน
หลอมชีวินหล่อฝั้นเป็นอันเดียว
กบเขียดปูปลาคณานก
โผผกโลดล่องเล่นท่องเที่ยว
ผีเสื้อแมลงปอซบช่อกระเจียว
ภู่ผึ้งแลเหลียวกลีบแก้วบุษบา
พรรณไม้มากมี
จำปาจำปี ประดู่ขี้กา
พะยอมพะยูง มะแข่นมะค่า
มะข่วงฉำฉา เต็งรังชิงชัน
ยางสูงเสียดฟ้า
รอบต้นสิบวา ร้อยหมื่นแสนพัน
มรดกยายตา ปู่ย่าให้ปัน
ลิขิตสวรรค์ ฉันสุขหัวใจ
ทั้งจดทั้งจำ
เพียรเขียนถ้อยคำ ด้วยความหลงใหล
เขียนอ่านคนเดียว แสนเปลี่ยวหทัย
เกรงแผ่นดินไร้ ธรรมชาติงาม ฯ
บนทางเดินนักฝัน
( 4 )
ยามมาลีแรกแย้ม ยวนตา
ฮึดฮัดอกทุกครา คบชู้
วิมานวาดเสน่หา โหมหัก เองเฮย
ปองเปรียบภุมรารู้ กลีบแก้มเกสร
ตะรอนตะล่อมแล้ง แปลงฝัน
เตลิดมุ่นหมกสรร เสกสร้าง
ตะรางเหล็กแสนตัน บ่ตื่น อกเอย
ตะละคนอาจล้าง โลกรื้อลือฉาว
ดอกไม้แรกแย้ม
สีชมพูแต้ม เติมสวยแก้มสาว
หนุ่มเริ่มอ่อนไหว ใจโลดแล่นราว
โคถึกดังกล่าว ในบทกวี
วาดฝันวันสวย
เออออเห็นด้วย เพิ่มแสงทาสี
เขียวป่าฟ้าคราม น้ำเงินมณี
โชติแสงสุรีย์ ยิบยับวับวาว
เห็นใบไม้หล่น
เพลินขันเสียจน มิรู้ร้อนหนาว
อารมณ์หวิวไหว ไม่ได้เรื่องราว
เกิดเองชั่วคราว พลันก็หายไป
ฝันมากหลากฝัน
วันผ่านนานวัน ใชมอบชอบใจ
หลงถ้อยร้อยหลง ในกายภายใน
ใหม่เก่าเล่าใหม่ ชมรื่นชื่นชม<br />
บนทางเดินนักฝัน
(5)
ร่มโพธิ์ร่มพุทธพื้น ดินอุดม
ร่มสงบเฉกเย็นพรหม ยื่นให้
พรรษาหนึ่งอบรม บ่มเพาะ ตนเฮย
บุญเก่ากรรมเก่าใช้ บาปหนี้บ่สูญ
อาดูรเทวศเว้น บ่วาย หนึ่งรา
ชีวิตตกแตกทลาย หมดสิ้น
ฆราวาสคาดรอบกาย วนจิต
วนว่ายวัฏจักรดิ้น ดิ่งกระพี้เหมือนเดิม
เติมกรรมผูกบ่วงร้อย รัดรึง ตนเฮย
เมียลูกสายสวาทหึงส์ หับเกล้า
ประเลงชีวิตเกลียวตึง ยากกว่า เก่านอ
สว่างมืดค่ำแล้วเช้า บ่สิ้นเวรา
สิบปากว่าบ่เท่า ตาเห็น
เห็นจิตย่อมอยากเป็น เช่นนั้น
เห็นแต่เล่าร้อนเย็น คนบ่ ฟังนา
หมึกกระดาษวาดปั้น ปลดร้อนระบาย
จึงกลายเป็นเช่นผู้ จารคำ
คือจิตวิญญาณลำนำ เหนี่ยวคล้อง
สื่อคนสื่อคำธรรม สื่อภาพ
เก็บเกี่ยวอุดมการณ์ป้อง ปกคุ้มครองใจ ฯ
ปรัชญ์ วลีพร
Comment #1
ปรัชญ์ วลีพร

ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว