ก๊วนปาร์ตี้ [ BOOK Party Gang ]

Home ก๊วน Story Party หนังสือ ก๊วน Writer Party ไอเดีย Party Gang

Topic list

291 items|« First « Prev 1 2 (3/30) 4 5 Next » Last »|
บันทึก 100 วัน (5)
Submitted by Pookun on April,08 2008 22.46

4 เมษายน 2551

เดินทางมาถึงอบต.ปริก โทรถามทางแกนนำของหมู่ 10 ถึงทางไปสำนักสงฆ์ควนเสม็ด ผมขับรถย้อนเส้นทางขามา ไปเลี้ยวขวาตรงสำนักงานที่ดิน บึ่งรถเข้าไปในซอยอีกกว่า 10 กม.ก็ถึงที่หมาย

พวกเขารอผมอยู่ก่อนหน้าแล้ว

ที่นี่เป็นสำนักสงฆ์อยู่บนเนินสูง แลเห็นตัวพระเจดีย์เด่นสง่าแต่ไกล รอบข้างแวดล้อมไปด้วยป่ายางและเขาสูงของป่าต้นน้ำ ด้านซ้ายต่ำลงไปจากศาลามีสระบัวขนาดใหญ่ ดึงดูดสายตาใครต่อใคร

เข้าไปในโรงฉัน แนะนำตัวกันครู่หนึ่ง ทำให้รู้ว่าส่วนใหญ่อยู่ในหมู่ที่ 10 ทุกคนรวมตัวกัน ช่วยกันทำฝายให้กับหมู่บ้าน

ตั้งวงคุยกันถึงที่มาของกลุ่มซึ่งยังไม่รู้ว่าจะใช้ชื่อว่าอะไร

"เมียเราเรียกกันเล่นๆว่าพวกคนอยู่วัด" แกนนำกลุ่มหัวเราะ เขาบอกว่าทุกคนต่างอาชีพแต่ก็มาทำงานให้วัด อาศัยวัดเป็นที่พบปะชุมนุมกัน ทำให้เกิดแรงบันดาลใจว่าน่าจะรวมตัวกันทำอะไรสักอย่างเพื่อประโยชน์ของชุมชน

"ผมเห็นตัวอย่างจากที่อื่น พอมาดูที่หมู่บ้านยังไม่เห็นมีกลุ่มไหนทำงานให้กับชุมชน" เขาเท้าความ ย้อนไปถึงวันแรกๆที่เริ่มเกิดความคิด รวมตัวกันเป็นกลุ่ม...เริ่มจากแก้ปัญหาเรื่องน้ำ

น้ำในวัดและในหมู่บ้านขาดแคลน พวกเขาจึงนัดกันทุกวันเสาร์ วันอาทิตย์ชักชวนกันไปลงพื้นที่ ช่วยกันทำฝาย

"อาศัยเงินส่วนตัว ไม่มีใครมาสนับสนุน ใครๆก็หาว่าเราบ้ากันทั้งนั้นแหละ" ประธานกลุ่มว่า

ทว่ากิจกรรมแรกที่พวกเขาทำก็คือ ช่วยวัดระดมทุนจัดสร้างโรงเรือนเก็บเรือพระที่จอดตากแดดตากลมอยู่ในวัด

จากสมาชิกรุ่นก่อตัวประมาณ 10 คน ตอนนนี้เริ่มมีเพื่อนเข้ามาเพิ่มมากขึ้นเกือบ 20 คนแล้ว

"เราช่วยกันทำฝาย ย้ายพื้นที่ ทำไปหาเพื่อนไป สร้างกระแส จะได้มีคนมาช่วยกันมากๆ "

แลกเปลี่ยนความเห็นกันพักใหญ่ เรามาช่วยกันทำให้กลุ่มหรือชมรมมีความชัดเจนมากขึ้น เริ่มตั้งแต่เป้าหมาย...ช่วยกันคิด ช่วยกันเสนอ จนได้ออกมาว่า

ต้องการพัฒนาหมู่บ้านในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม สร้างสำนึกให้กับสมาชิกให้มีความรัก ความสามัคคี สามารถพึ่งตนเองได้ ร่วมกันรักษาป่าต้นน้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์ มีน้ำดื่มน้ำใช้ ร่วมกันอนุรักษ์วัฒนธรรม และร่วมสร้างแหล่งเรียนรู้ให้กับเยาวชน

พวกเขาปวารณาตัวเองว่าต้องการเป็นอาสาสมัครของหมู่บ้าน ร่วมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสาธารณสถาน สาธารณะประโยชน์ในด้านต่างๆของชุมชน

มาถึงชื่อ...เสนอกันมาหลายชื่อ เมื่อคำนึงถึงที่มา-จากในวัด พระรูปหนึ่งเดินเข้ามา ทุกคนเลยขอช่วยให้ตั้งชื่อ ท่านว่าขอให้มีคำว่าแสงธรรม

ผู้หญิงคนหนึ่งเสนอว่า กลุ่มมดงาน

อบต.คนหนึ่งเสนอว่า คนรักษ์ควนเสม็ด

รวมกันไปรวมกันมา สุดท้ายได้ชื่อว่าชมรมธรรมรักษ์บ้านควนเสม็ด รวมคำรวมความหมายที่ต้องการครบครันเป็นที่พอใจของทุกฝ่าย

เราคุยกันถึงกิจกรรมที่จะทำต่อไป ในช่วงแรกจะเน้นหนักการทำฝายเพราะว่าทุกฝ่ายได้ประโยชน์ และเป็นกิจกรรมที่สนุก ผ่อนคลายการทำงานสวนยาง ช่วงนี้พักงานจากการกรีดยาง มีเวลาได้ทำงานอย่างอื่น

"ผมมาทำนี่ก็เพราะสนุก ความจริงไอ้การทำฝายนี่ จ้างเขาทำก็ได้ แต่ผมเห็นว่าพวกเราทำกันจริงก็เลยมาช่วย" สมาชิกคนหนึ่งเล่า

ผมฝากให้ทีมงานช่วยสำรวจสายคลองและดูจุดที่จะทำฝายว่ามีสักกี่จุด จุดไหนบ้างที่สามารถทำฝายถาวรได้ ทำแผนที่และกำหนดจุดเอาไว้ ต่อไปเผื่อมีงบประมาณลงมา ชุมชนจะสามารถดำเนินการได้ทันที

เฉลี่ยสัปดาห์ละ 2 ฝาย คำนวณจากพื้นที่แล้วสามารถทำฝายแม้วได้ถึง 1000 ลูก

ร่วมคิด พัฒนา สามัคคี คุณธรรมนำชุมชน คือคำขวัญของชมรม

ได้เห็นความตั้งใจของคนหนุ่มในชุมชน นึกไปถึงอีกหลายๆพื้นที่ หากมีคนเช่นนี้ อนาคตของหมู่บ้านคงเต็มไปด้วยความหวัง ทำอย่างไรที่จะทำให้กลุ่มพวกเขาเข้มแข็งมากขึ้น เดินไปอย่างตลอดรอดฝั่ง

ช่วยกันวางระบบการทำงาน ระบบการเงิน ผมเชื่อมโยงงานของพวกเขากับเครือข่ายรักษ์คลองอู่ตะเภา ชี้ให้เห็นว่าการทำงานเช่นนี้ เรายังมีเครือข่ายที่พร้อมจะมาให้ความช่วยเหลือ

ผมนึกไปถึงงบจากมูลนิธิโคคาโคลา ซึ่งสามารถนำมาสนับสนุนชุมชนได้ คิดไปก่อนว่าปีหน้าหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เราคงได้หนุนช่วยตำบลแห่งนี้

มอง 'อมรินทร์พริ้นติ้ง' บนเส้นทาง 'Content Business'
Submitted by Pookun on April,06 2008 20.34

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : นับจาก ชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ได้ก่อตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด วารสารบ้านและสวน ขึ้นเมื่อปี 2519 เพื่อผลิตนิตยสารเกี่ยวกับบ้านและที่อยู่อาศัยชื่อ "วารสารบ้านและสวน" นี่คือ..สายธารเล็กๆ สายแรกที่ไหลรวมจนก่อเกิดเป็น  บมจ.อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง (APRINT) ดำเนินธุรกิจผลิตสิ่งพิมพ์ครบวงจร อย่างทุกวันนี้

ปัจจุบัน เครืออมรินทร์มีผลิตภัณฑ์หลักที่สามารถแบ่งได้เป็น 2 สายธุรกิจ ได้แก่ สายธุรกิจโรงพิมพ์ รับจ้างพิมพ์งานทั่วไป และสายธุรกิจสำนักพิมพ์  เพื่อผลิตสิ่งพิมพ์ของตนเอง ซึ่งได้ทำการจัดจำหน่ายผ่านบริษัทในเครือ บริษัท อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์ จำกัด (ร้านนายอินทร์) ที่บริษัทถือหุ้น 19%

วันนี้ ระริน อุทกะพันธุ์ กรรมการผู้จัดการสายธุรกิจสำนักพิมพ์ บมจ.อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง ทายาทคนโตของ ชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ที่ล่วงลับไปแล้ว กล่าวกับ กรุงเทพธุรกิจ BizWeek ว่า ภาวะเศรษฐกิจ ในปี 2550 ที่ผ่านมาจะค่อนข้างยากลำบาก แต่เครืออมรินทร์ก็ไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ

บันทึก 100 วัน (4)
Submitted by Pookun on April,02 2008 21.52

2 เมษายน 2551

28 มีนาคม 2551 ไปร่วมเปิดศูนย์เรียนรู้คุณธรรมเศรษฐกิจพอเพียง ของอ.ภาณุ พิทักษ์เผ่า ที่บ้านหาร บางกล่ำ ศูนย์อยู่ลึกกลางทุ่ง หลังคาสีส้มลอยเด่นแลตัดกับสีเขียวของท้องทุ่งชานเมือง

อ.ภาณู เป็นอีกคนที่เดินตามความฝันอย่างไม่ลดละ ความฝันอยากมีศูนย์อบรมกลายเป็นจริงแล้วในวันนี้

มีทหารและตำรวจใหญ่มาร่วมงานหลายคน แต่ที่มากันแน่นเต็มอาคารรวมก็เห็นจะเป็นเครือข่ายเกษตรวิถีธรรม-วิถีไทที่มีกระจายไปทั้งจังหวัด เป็นงานชุมนุมศิษย์เก่า(และใหม่)ของอ.ภาณุก็ว่าได้

หลายคนชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในชั่วเวลาก็จากการเข้าร่วมอบรม...ได้เรียนรู้ผ่านหลักสูตรดีๆ ที่ประกอบด้วยเงื่อนเวลา และการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสม ความคิดคนก็สามารถปรับเปลี่ยนยกระดับจากที่เสื่อมทรามให้หันมาฝักใฝ่ในทางที่ดีงามมากขึ้นได้

ที่เห็นได้ชัดคือ ความเป็นกัลยาณมิตร ที่ยากจะหาได้ในสังคมบริโภคนิยม งานนี้ใครมีของดีอะไรมาสาธิตก็พามา อย่างเช่น พลังงานทดแทนจากดวงอาทิตย์ แก๊สชีวภาพ การทำขนมจีนโบราณ การทำน้ำมันมะพร้าว...ร่วมด้วยช่วยกัน

29 มีนาคม 2551 รอรถส่งเฟอร์นิเจอร์มาส่ง เราสั่งตู้เสื้อผ้ากับตู้เก็บเอกสารมาใหม่ หลังจากที่ไม่ได้ใส่ใจกับบ้านมานาน ปล่อยให้รกเรื้อ ฝุ่นผงเริ่มเกาะ ห้องนอนก็ไม่ได้ทำความสะอาด เสื้อผ้าก็วางกองใส่ตะกร้า

มัวแต่ทำงานๆ ไม่ค่อยได้ใส่ใจตัวเอง มารู้ตัวอีกที สุขภาพก็แย่ สภาพแวดล้อมก็แย่ เช่นนี้เห็นท่าไม่ดีแน่

จัดบ้านใหม่แล้วเสร็จ บ้านช่องสะอาดเรียบร้อยขึ้นทันตา ค่อยดูเป็นบ้านขึ้นมาหน่อย

ปีนี้ตั้งใจที่จะบริหารเวลาให้สมดุลมากขึ้น ปีที่ผ่านมา ชีวิตเสียสมดุลไปไม่น้อย

ปีนี้ขอเริ่มใหม่

30 มีนาคม 2551 กลับบ้านที่พัทลุง ทำบุญไหว้ก๋ง ปีนี้นัดหมายไม่พร้อมกัน แต่ก็ดีตรงที่ได้พบเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ไม่ได้เจอกันนานอีกหลายคน บางคนก็มาไหว้ก๋งตรงที่เดียวกันด้วยซ้ำแต่ไม่เคยรู้เพราะว่ามาไหว้ไม่ตรงกัน มาถึงก็เลยต้องนับญาติกันใหม่ จะได้รู้ว่าใครเป็นใคร สืบญาติสาวย่านกันไปให้พอรู้

มีบางคนก็ทะเลาะกันแทบเป็นแทบตาย กะอีแค่กั้นรั้วกินแดนเข้ามา ต้องลากเจ้าหน้าที่มารังวัดตรวจหมุดหมายที่ปักไว้ ทำเอามองหน้ากันไม่ติด ทั้งที่ความจริงแล้ว แทบทั้งบางก็ล้วนเป็นพี่น้องกัน น้องก๋งบ้าง น้องทวดบ้าง สายเลือดเดียวกันทั้งนั้น

ที่เห็นได้ชัดอย่างหนึ่งก็คือ มีแต่คนเฒ่าเท่านั้นที่หลงเหลืออยู่ในหมู่บ้าน รุ่นลูก รุ่นหลาน ได้แต่ไปเอาดีต่างบ้านต่างเมือง จะได้กลับมาพบกันทีก็ตอนวันว่าง วันทำบุญนี่แหละ

ตอนหัวค่ำ รับศึกหนัก...เลือกตั้งประธานและกรรมการหมู่บ้านแทนชุดเก่าที่หมดวาระไป

ยังเป็นอีกเรื่องที่ขมวดปมอยู่ในอก คลีคลายไม่ได้ ที่นี่เป็นหมู่บ้านชานเมือง ประสบปัญหาเรื่องขาดน้ำมานาน แต่เรื่องใหญ่กว่านั้นคือการต่างคนต่างอยู่ ขาดความสามัคคี และความคิดที่แตกต่างในการพัฒนาหมู่บ้าน

ไม่มีโอกาสได้พูดจากัน ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างคิด เวลามีการประชุมก็ไม่มาร่วม แต่ทุกครั้งก็ดึงตัวไปซักถามด้วยความอยากรู้ทุกครั้งว่าคุยอะไรกัน มีมติว่าอย่างไร เจอแบบนี้บ่อยๆก็น่าเบื่อเหมือนกัน

แต่ก็ต้องอดทนและเข้าใจคนอื่นให้มาก มิฉะนั้นหมู่บ้านก็เดินไปข้างหน้าไม่ได้

นี่ดีว่ามีคนคิดเช่นนี้หลายคน ถ้าหากบ้าอยู่คนเดียวก็เห็นท่าว่าจะอยู่ไม่ได้

ไม่มั่นใจว่าจะมีสมาชิกออกมาร่วมประชุมสักกี่คน ตกเย็นฝนตกลงมาห่าใหญ่ แต่ครู่เดียวฟ้าก็โปร่ง

กว่าที่จะได้ประชุมก็เกือบทุ่มตรง ผมกลายเป็นคนนำการประชุม ผมเปิดประเด็นพยายามชี้ให้เห็นความสำคัญของการขาดความสามัคคี(หมู่บ้านยังแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม)การเลือกประธานหมู่บ้านควรที่จะหากรรมการหรือประธานที่มีคุณสมบัติมากพอที่จะแก้ไขปัญหาหนักนี้ ถามนำไล่ไปทีละคน ให้แต่ละคนได้แสดงความเห็นและเสนอแนะการคัดเลือกประธานและการบริหารหมู่บ้าน

ในที่สุดก็ได้ประธานคนใหม่ คือจ่าเจษ มีรองประธานที่มาจากกลุ่มประธานคนเก่า(บางคนก็เคยเป็นประธานหมู่บ้านมาก่อน)

บรรยากาศที่ไม่ตึงเครียด ถ้อยทีถ้อยอาศัย และมีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะเกิดขึ้นทำให้พออุ่นใจได้บ้างว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในหมู่บ้านอาจจะมีแนวโน้มคลี่คลายมากขึ้น

แต่ก็ไว้ใจไม่ได้ คงต้องรอดูเหตุการณ์อีกสักระยะ

31 มีนาคม 2551 ได้รับหนังสือ "เดินไปให้สุดฝัน" ของพี่วินทร์ เลียววาริณ ส่งมาให้อย่างสม่ำเสมอทุกครั้งที่มีผลงานใหม่ เห็นแล้วได้แต่อิจฉาและชื่นชมอยู่ในใจ

นอนอ่านรวดเดียวจบ นิ่งอึ้งไปนาน...ปล่อยความรู้สึกไปตามตัวอักษร พาใจล่องลอยไปตามจินตภาพ-โลกของคนๆหนึ่ง ที่แวดล้อมไปด้วยความจริงและความฝัน วรรณกรรม ภาพยนต์ การออกแบบ งานโฆษณา...ในที่สุดเขาก็เลือกที่จะเดินเคียงข้างความฝันและเดินไปให้สุดฝันนั้น

คนเราจะมีสักกี่คนที่กล้าเดินตามความฝันและกล้าเดินไปให้สุดฝัน

บันทึก 100 วัน (3)
Submitted by Pookun on March,27 2008 23.17

27 มีนาคม 2551

เป็นวันที่ค่อนข้างเบาสบาย แม้ว่าจะมีงานประชุมที่คูขุดเรื่องทิศทางการท่องเที่ยว ปล่อยให้น้องๆได้ลงพื้นที่แทน ตัวเองนั่งสรุปรายงานที่คั่งค้างอยู่

ทบทวนการประชุมเมื่อวันที่ 16 มีนาคมและวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา...เราตัดสินใจจัดเวทีสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองหาดใหญ่...อาศัยช่วงจังหวะเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ 6 เมษายน ที่ใกล้เข้ามา หมอสุภัทรเสนอว่าน่าจะจัดเวทีประชาคมเมืองหาดใหญ่ ระดมข้อเสนอในการพัฒนา เสนอต่อผู้สมัคร

อันที่จริงก็เริ่มคุ้นกับเรื่องนโยบายสาธารณะ ซึ่งไม่จำเป็นที่มีแต่นักการเมืองเท่านั้นที่จะนำเสนอ ประชาชนอย่างเราๆท่านๆก็สามารถผลักดันร่วมกันได้ สองสามปีมานี้ สงขลาก้าวไปข้างหน้าในหลายๆเรื่อง การเมืองท้องถิ่นในช่วงเลือกตั้งนี้ก็เช่นกัน หากเรารวมตัวกันได้ จัดเวทีแล้วเชิญผู้สมัครมารับฟังข้อเสนอของภาคประชาชนบ้าง การเมืองจะได้เปลี่ยนโฉมหน้าไปในทางที่ดี

เลือกตั้งหาดใหญ่คราวนี้มีผู้สมัคร 4 คน ต่างก็เสนอนโยบายออกมาแข่งขันกันซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี การเมืองอย่างน้อยก็เปลี่ยนรูปแบบการหาเสียง ที่เน้นกันในเรื่องนโยบายมากขึ้น แม้ว่าหลายๆนโยบายจะออกมาใกล้เคียงกันก็ตาม แต่ก็ยังดีกว่าแข่งขันในเรื่องซื้อเสียง หรือว่าอาศัยหัวคะแนนของใครของมัน

หาดใหญ่ในช่วงนี้อยู่ระหว่าง "ขาลง" สุดๆ โรงแรมก็ไม่มีคนพัก การท่องเที่ยวซบเซา เสน่ห์หาดใหญ่กำลังจะเลือนหาย จำเป็นต้องมีจุดขายใหม่ๆเข้ามาแทนที่ เมืองหลวงภาคใต้กำลังจะกลายเป็นอดีต

บันทึก 100 วัน (2)
Submitted by Pookun on March,26 2008 21.38

26 มีนาคม 2551 พี่เจี๊ยบโทรหาตั้งแต่เช้า ถามยืนยันเรื่องการประชุมของมูลนิธิโคกที่ไม่แน่ใจว่านัดหมายที่ใด ระหว่างวัดคลองแหกับหาดทิพย์ สรุปว่าไม่แน่ใจ เพราะว่าผมเองไม่ได้ถามให้ละเอียด เนื่องจากวันนี้ไม่ว่าง ต้องลงไปตำบลปริกทำแผนตำบล

งานสร้างฝายดักขยะของคลองแหกำลังรุดไปข้างหน้า วันนี้ได้แบบร่าง อีกไม่ช้าคงจะได้ลงมือทำ

คิดไปก็แปลกดี ที่อื่นเขาทำฝายชะลอน้ำ แต่ที่คลองแหกำลังจะทำฝายดักขยะ(ฝายที่ 3แล้ว ฝาย1 และฝาย 2 พังทลายไปหมดแล้ว ด้วยเหตุที่พ่ายแรงน้ำและขยะในหน้าน้ำหลาก คราวนี้เรากำลังจะทำฝายน้ำล้นถาวร)

มาถึงสถานีอนามัยปริก สายนิดหน่อย ปรากฏว่าชุมชนมากันพร้อมหน้า พวกเขาเตรียมนำเสนอผลการดูงาน ผมให้พวกเขานำเสนอด้วย powerpointเผื่อว่าคนอื่นที่ไม่ได้ไปดูงานมาจะได้ร่วมเรียนรู้ และผลที่ออกมาก็น่าชื่นใจไม่น้อยที่การดูงานใน 3 จุดระหว่างการทำแผน ได้ผลคืบหน้าไปมาก

รองนายกฯอบต.นำเสนอด้วยตัวเอง เล่าประสบการณ์ดูงานการทำฝายชะลอน้ำที่ป่าต้นน้ำบาโรยหรือผาดำ

ส่วนเหตุผลที่ต้องไปดูงานนั้น มาจากว่าตำบลปริกกำลังประสบปัญหาหนักอยู่ 3 อย่างด้วยกัน ได้แก่ ปัญหาน้ำ(ทั้งขาดแคลนน้ำ น้ำผิวดินแห้งขอด น้ำเสียจากโรงงาน) ปัญหายาเสพติดในชุมชน และปัญหาความแตกแยกทางการเมือง

บันทึก 100 วัน
Submitted by Pookun on March,25 2008 20.41

25 มีนาคม 2551 ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที ผมก็อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา วันนี้มีการลงนามข้อตกลงการทำโครงการสมัชชาสุขภาพจังหวัด

ลงจากห้องพักในโรงแรมเดอะริช เมื่อคืนคนที่มาพักด้วยเป็นคุณลุงมาจากตราด อายุอานามรุ่นปู่แต่ก็ยังกะฉับกะเฉง แกตื่นแต่เช้า อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเสร็จ เปิดประตูออกไปหาเพื่อน...ปรากฏว่าประตูล็อคตัวเอง เปิดออกไปแล้วกลับเข้ามาไม่ได้ แกยืนเคาะประตูเรียกผมอยู่นาน ไอ้เราก็ยืนแช่ฝักบัวอยู่ในห้องน้ำ ไม่ได้ยิน ปล่อยให้คุณลุงยืนเคาะอยู่พักใหญ่

เดินลงมาทานอาหารเช้า พบคนคุ้นหน้าในแต่ละจังหวัดทยอยเข้ามา แม่ผ่องกับพี่คนหนึ่ง(จำชื่อไม่ได้แล้ว)จากอ่างทอง ปรับทุกข์การทำงานกับเยาวชนในจังหวัด ที่บางครั้งเด็กๆก็มักอ้างกับพ่อแม่ว่ามาทำกิจกรรมกับตน เอาเข้าจริงไปเมาซิ่งอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ตอนหลังต้องออกกฏว่าการมาทำกิจกรรมทุกครั้งจะต้องมีหนังสือถึงผู้ปกครองอย่างเป็นทางการเท่านั้น

ได้ฟังแล้วก็น่าเห็นใจ แต่ผมก็รู้ ทุกคนบ่นไปอย่างนั้นแหละ ดูแววตาแล้วก็ยังคงทำงานต่อไปไม่เลิกลาหรอก

บทกวี ละเลียดลมพร่างพรมพลิ้ว
Submitted by ปรัชญ์ วลีพร on March,14 2008 14.28

ลมละเอียดใบไม้ละไล่หยอก ใบก็บอกประมาณการเคลื่อนไหว ใบน้ำตาลปลดระวางก็คว้างใบ ยอดใหม่ใหม่ผลิตูมชอุ่มคอย

หมอกเหมยเผยน้ำใจให้เช้าตรู่
น้ำค้างพรูสู้แดดก่อนหลับผล็อย
มณีทุ่งทอรุ้งใสวับไหวลอย
ช่วงเวลาน้อยน้อยแต่นิรันดร์

พอแดดยิ้มก็เห็นใยตาข่ายยื่น
ตลอดคืนมีอะไรติดให้ฉัน
แล้วแมงมุมก็เห็นหมองแมลงมัน
ตาข่ายอันอลังการก็พล่านใย

วิหคเหิรเพลินเพียงเสียงสวรรค์
สลัดเหงาเย้ากันกับวันใหม่
เย้ยกรงทองห้องขังกลางกรุงไกร
ชมชื่นในเสรี...ที่พนา

ลมเช้าเช้า  เย้าหยอกมวลดอกไม้
จิก จาน ไหว เอิบอิ่ม...ยิ้มร่า
มวลแมลงแข่งสีหลากลีลา
เอื้อภาษารักกันวันโลกงาม

๒

พอแดดสายร้ายแรงร้อนแสงสูรย์
สายลมร่มอากูลกูลเกื้อขาม
ร่มแมกไม้ร่มเย็นก็เย็นตาม
สิ่งเคยทรามงามง่ายสบายบาน

เด็กชาย  ควายวัว  ก็ว่องไว
ร่มกวักไกวให้สู่อยู่สนาน
ห่อข้าวก็เอาออกบอกกันทาน
เพื่อนนอนอานเคี้ยวเอื้องเยื้องไม่ไกล

ผ้าขาวม้าขึงไว้กิ่งไม้มั่น
ซุกร่างอันเหนื่อยอ่อนผ่อนเอนไหว
ลมก็โชยความเย็นเหมือนเป็นใจ
เด็กก็ได้งีบหลับกับทุ่งนา

ลมสายสาย บ่ายคล้อย มิน้อยจิต
คอยจุมพิตปลอบโยนเหล่าคนกล้า
กล้ายืนหยัดชัดเจนเป็นมรรคา
มั่นเยียวยาท้องถิ่นแผ่นดินธรรม

๓

พอแดดรอนอ่อนแสงสุริยา
นาฏกรรมอำลาเวลาค่ำ
ฝูงวัวควายเด็กชายหญิงทิ้งลำนำ
ภาพซ้ำซ้ำเริ่มเคลื่อนคล้อย...ค่อยลบเลือน

ทุ่งก็โล่งโปร่งเปล่าไร้เงาร่าง
เหงาอ้างว้างพรางค่ำด้วยจำเคลื่อน
ไว้พรุ่งนี้จะตั้งหน้ากลับมาเยือน
มาเป็นเพื่อนมาเป็นเราให้เหงาคลาย

ลมเย็นเย็นสนธยาเวลาญาติ
ทุ่งพิลาสก็ขาดผู้กู่ความหมาย
บ้านครอบครัวอ้างรักเอ่ยทักทาย
จึงชีวิตเคลื่อนย้ายคล้ายวงเวียน

ได้ชิมรสโอสถทิพย์อาทรทัศน์
ได้ร้อยรัดสายใยให้เสถียร
ได้อบอุ่นสูงสุดจุดแสงเทียน
ได้คิดเขียนระบอบแห่งครอบครัว

๔

แล้วสีเทาก็ทาบทับเอากับทุ่ง
ทุกโค้งคุ้งเคลือบเคล้าเงาสลัว
ดาวบนฟ้าทำหน้าที่คลี่หม่นมัว
เดือนยังกลัวไม่กล้าย่างเป็นข้างแรม

เงาตะคุ่มซุ่มงันนั้นมีเสียง
จิ้งหรีดเรียงร้องอาลัยไฟแอร่ม
ซึ่งทอดทอจากหมู่บ้านนานจะแย้ม
เพื่อแต่งแต้มทุ่งนายามราตรี

แต่บางค่ำบ้านไม่เคลื่อนก็เหมือนขื่น
ทุ่งกลางคืนอาจเหว่ว้าน้ำตาปรี่
มหรสพกบเขียด...ขับวลี
มหกรรมดนตรีกล่อมทุ่งนา

ลมยะเยือกเกลือกค่ำละล่ำลึก
เพรียกไพรพฤกษ์ดึกดื่นให้คืนค่า
หนาวน้ำค้างเยี่ยมเยือนเหมือนทุกครา
ลมจากป่ามาทุ่งก็ทักทาย

ลมก็ทอดทอรักสมัครสมัย
ต่อสายใย คืน-วัน ให้ผันผาย
คนที่เย็นโดยลมชื่นชมชาย
กลับเหนื่อยหน่าย...อย่างไรก็ไม่รู้ ฯ

            ปรัชญ์  วลีพร
ควนป่านาเล 4 ใกล้คลอดแล้ว
Submitted by จู พเนจร on March,14 2008 00.00

หมายเหตุกองบรรณาธิการ

นิตยสาร “ควนป่านาเล” รายเดือน ออกล่าช้ากว่ากำหนดกว่า 5-6 เดือน โดยหลังสุดได้แก่เล่มที่ 3 ฉบับ “โรงเรียนไม่รู้จบ” ประจำเดือนเมษ-พฤกษ์ 2550 บัดนี้ควนป่านาเล (เล่มที่) 4 ฉบับ “เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์”ได้ออกมาแล้ว

ทางกองบรรณาธิการต้องกราบขออภัยเป็นอย่างสูงในความล่าช้า และ ขอเรียนชี้แจงแก่เพื่อนสมาชิกนักอ่านทุกท่านทุกฝ่ายให้ทราบในเบื้องต้นมา ณ ที่นี้ว่า นิตยสารควนป่านาเลจะทำกันต่อไปตามเจตนารมณ์ที่มีมาแต่เดิม

จากการประเมินโดยสังเขปพบว่า มีสาเหตุหลายๆประการที่ทำให้ต้องล่าช้าเสมือนหยุดชะงักไป ดังจะชี้แจงเป็นลำดับๆก็คือ...


หนึ่ง) หลังจากเล่มที่ 3 ได้ออกมาแล้ว เรา (กองบก.) ก็จะเริ่มทำและทวงต้นฉบับสำหรับคอลัมนิสต์ต่างๆ ทำให้เราพบปัญหาข้อหนึ่งว่า กว่าจะได้ต้นฉบับในแต่ละเล่มมาครบ (หลังจากเวลาที่เริ่มขอต้นฉบับ) นั้น ต้องทบเวลาเป็นรอบเดือน โดยมีความคิดในส่วนนี้กันว่าจะค่อยๆแจ้งให้ทางกองบก.และเพื่อนคอลัมนิสต์ทราบว่า...การทำนิตยสารรายเดือนจำต้องขอต้นฉบับล่วงหน้า 1 ฉบับเป็นอย่างน้อย แต่เนื่องจากระยะเริ่มต้น เราทำต้นฉบับนิตยสารแบบเล่มต่อเล่ม เมื่อหนังสือยังไม่ออกหรือยังไม่แล้วเสร็จ การทำหรือทวงต้นฉบับในกระบวนการดังกล่าวระยะแรกๆจึงยังติดขัดและไม่เข้ารูปเข้ารอยนัก

รำเพย...เผยเพื่อน
Submitted by กชมนวรรณ on March,07 2008 17.20

ดอกรำเพยต้องแสงงามไสว เหลืองสดใสไกวแกว่งแลงามสม ดอกสวยล้อแดดพลิ้วปลิวตามลม ดูน่าชมกลมกลืนดื่นละลาน

โดนแดดอ่อนส่งศรีเป็นสีสด ยิ่งงามงดกลีบแย้มแต้มประสาน สายลมโปรยกิ่งเอนเล่นตูมบาน อยู่รวมชานร่วมช่อล่อสายตา

ระริกไหวใยรักสมัครสมาน หากผสานก้านดอกออกกลีบหนา ต้านลมแรงแดดร้อนช่วยผ่อนพา มองดูดีมีค่าน่าชมเชย

ช่อรำเพยเผยจิตเมื่อคิดย้อน เหมือนจักสอนซ่อนนัยใคร่อยากเผย อวดกลีบเหลืองเฟื่องฟูอยู่ชิดเกย ทุกดอกเอยเผยงามเมื่อยามรวม

สายลมแรงแกล้งหยอกให้ดอกช้ำ ฝากรอยย้ำซ้ำหนักเมื่อหละหลวม อีกแดดร้อนหนอนยอกซอกกลีบบวม เจ้าคงอ่วมน่วมหนักหลักคลอนแคลน

เจ้ารำเผยเอ่ยรำพันนับวันหมอง ไม่สนองครองจิตมิตรหวงแหน อันดอกใดไหนเลยจักมาแทน มิเหมือนแม้นไม้อื่นดื่นสายพันธุ์

ริ้วรอยช้ำซ้ำปล่อยไมตรีเหงา คงเหลือเพียงภาพเงากับรอยฝัน ยอมไหวเอนเคลื่อนเบียดเสียดสีกัน แม้นถึงวันโรยราเหลือค่าใด...

กวี; ถนนมาราธอน
Submitted by sanit on March,07 2008 02.42

กวี; ถนนมาราธอน

บนมรรคาแห่งเรา, ท่าน ทอดยาวด้วยวิญญาณ งานสร้างสรรค์ เปรียบขณะหว่านเพาะ เมล็ดพันธุ์ หัวใจ มุ่งมั่น ดั้น ด้น เดิน

ต่างออกวิ่ง ช่วงชิง ลาน, ลู่ ระหกระเหิน ท่วงเท้าก้าว ร้าวร้อน – ทน ผจญเผชิญ เพื่อก้าวเกิน ล้ำหน้า – มาราธอน

ไหวไหมล่ะ ? ยืนระยะ โดยที่ขาไม่อ่อน ลงทรุดนั่ง ระหว่างเขียนกลอน ใจถอด! ทอดถอน ก่อนถึงเส้นชัย

กวี; ถนนมาราธอน ยินดีต้อนรับ สำหรับผู้มาใหม่ บนถนนแห่งการพิสูจน์กำลังใจ ยังยาวไกลกับกาละ จงหยัดทะนง

อีกยาวไกล ในความเดียวดาย สูดหายใจส่ง ร้อน หนาว ร้าว รัก ต้องจำหลักลง หัวใจจง แกร่ง! ดุจเพชรเม็ดงาม

พิสูจน์สิ กวี
ณ นาทีสีทองของชีวิตอร่าม เหลืองไสวใสกระจ่าง วาววาม อยู่ที่ความมุมานะ จะเขียนกวี!

สานิตย์ สีนาค
กลุ่มโดยสารวรรณกรรม


พิมพ์ "The City Journal" 15 - 30 มิถุนายน 2550

291 items|« First « Prev 1 2 (3/30) 4 5 Next » Last »|

Member zone

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซท์
"ก๊วนปาร์ตี้"
เว็บไซท์นี้เปิดมาเพื่อ เป็นพื้นที่สาธารณะ สำหรับบันทึกเรื่องราว ทางด้านวรรณกรรม ทุกรูปแบบ ท่านสามารถส่งบทความ - เรื่องสั้น - บทกวี เพื่อมาแลกเปลี่ยนกันอ่าน โดยคลิกส่งได้จากด้านล่างนี้
คลิกเพื่อ >> ส่งบทความ | ส่งเรื่องสั้น | ส่งบทกวี | ปกิณกะ
Last topic

Blogs

ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว