ก๊วนปาร์ตี้ [ BOOK Party Gang ]

Home ก๊วน Story Party หนังสือ ก๊วน Writer Party ไอเดีย Party Gang

Topic list

356 items|« First « Prev 2 3 (4/36) 5 6 Next » Last »|
บอกฉัน หรือไม่ได้บอก ว่าฉันจะเป็นอย่างที่เธอ สมควรที่จะบอก
Submitted by เอ็นตี้ ไซน์ on November,26 2009 23.58

"ชีวิตนี้เพื่อท่านและเรา"

ที่ฉันร้องให้ไม้ได้แปลว่าฉันเสียใจ
ที่ฉันขำไปไม่ได้แปลว่าฉันมีความสุข
ที่ฉันเงียบไม่ได้แปลว่ามีความทุกข์
ที่ฉันสนุกไม่ได้แปลว่าฉันอยากจะทำ

ที่ฉันหายใจไม่ได้แปลว่ามีชีวิต
ที่ฉันหลงผิดไม่ได้แปลว่าสิ้นหวัง
ที่ฉันถอยออกมาไม่ได้แปลว่าพลาดพลั้ง
ที่ฉันถอยหลังไม่ได้แปลว่าจากไป

ที่ฉันเคยยืนอาจไม่ใช่ที่นี่
ที่ฉันวิ่งหนีอาจจะอยู่ตรงนั้น
ที่ฉันสะดุดอาจจะเกิดพลัง
ที่ฉันสร้างสรรค์อาจจะไม่มีจริง

ที่ตรงนี้เคว้งคว้างกลางมหาสมุทร
ที่ตรงนี้หยุดไม่ได้อย่างใจหวัง
ที่ตรงนี้ต้องวิ่งไปให้มันทัน
ที่ตรงนั้นคือฝัน ฝันลมลม

แน่นอนว่าศรัทธาในเรื่องหนึ่ง
คำสาปซึ่ง แบกรับจนรับรู้
ซาบซึ้งกับคำสาปจนน่าดู
เค้าคือผู้รับผิดชอบคนต่อไป

อดีต ปัจจุบัน อนาคต
ปัจจุบัน อนาคต อดีต
อนาคต อดีต ปัจุบัน
เป็นวัฏจักรร่วมกันเอย

เรื่องน่ารู้ (หรือเปล่า?) เกี่ยวกับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม
Submitted by Pookun on November,21 2009 22.09

การเขียนบทความในเรื่องที่ตัวเองยังไม่สนใจย่อมทำให้ผู้อ่านติเตียนผู้เขียนได้ -_-“ ซึ่งผู้เขียนก็ยินดีน้อมรับไว้ (แต่ก็ยังจะเขียนอยู่ดี) ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อจะได้มีงานส่งประชาไทที่นอกเหนือจากมุกละตินอเมริกา เดิม ๆ ที่ผู้เขียนเริ่มจะหมดมุกเต็มทน หลังจากที่ผู้เขียนไม่ได้ส่งงานให้ชูวัสจนเขานึกว่าผู้เขียนลาจากประชาไทไป เสียแล้ว (ความจริงคือผู้เขียนเร่งปิดต้นฉบับหนังสือแปลเล่มใหม่ ซึ่งผู้เขียนแปลชื่อหนังสือออกมาได้อย่างภาคภูมิใจระดับมาสเตอร์พีซว่า ไม่สงบจึงประเสริฐ จากชื่อภาษาอังกฤษ Blessed Unrest ผู้เขียนมีความภาคภูมิใจในการแปลชื่อหนังสือครั้งนี้มากจนพูดอวดไปทั่ว แม้แต่ในที่นี้ด้วย ส่วนตัวหนังสือจะดีไม่ดีอย่างไรหรือจะดีแค่ชื่อ ขอฝากท่านผู้อ่านพิจารณาเมื่อมันตีพิมพ์ออกมาแล้วด้วย)

รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมในปีนี้ตกเป็นของแฮร์ทา มึลเลอร์ (Herta Müller) นักเขียนชาวเยอรมันเชื้อสายโรมาเนีย ตามข่าวกล่าวว่างานเขียนของเธอเล่าถึงชีวิตในโรมาเนียยุคอดีตประธานาธิบดี เผด็จการเชาเชสคูและวิจารณ์ระบอบสตาลิน มีหนังสือของเธอไม่กี่เล่มที่เคยแปลเป็นภาษาอังกฤษและมึลเลอร์แทบไม่เป็นที่ รู้จักเลยในประเทศอื่น ๆ

ปาฐกถาล่าสุด 'อาจาย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล' สะท้อนขัดแย้งการเมืองไทยในปัจจุบัน!!
Submitted by kai on November,21 2009 16.57

Posted by Nity

ดร.เสกสรรค์  ประเสริฐกุล อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปาฐกถาเรื่อง "โลกไร้พรมแดนในประเทศที่มีพรมแดน : ความขัดแย้งระหว่างระเบียบอำนาจแบบรัฐชาติกับสังคมโลกาภิวัตน์" ใน โอกาสครบ 60 ปี ของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ห้อง ร.103 ชั้น 1 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน เวลา 13.30 น. ที่ "มติชนออนไลน์" ถอดคำต่อคำ นับว่าน่าสนใจยิ่ง ชวนพินิจพิเคราะห์ และขยายความ จึงนำมาเผยแพร่ซ้ำคราหนึ่ง..

เพื่อชีวิตคืออะไร
Submitted by จู พเนจร on November,03 2009 18.15

(เห็นบทความที่น่าสนใจเลยเอามาฝากครับ)

เพื่อชีวิตคืออะไร โดย ธรรมเทพ

1) “เพื่อชีวิต” แปลตรงตามตัวภาษาอังกฤษว่า FOR LIFE

ไม่ว่าจะในกรอบของคำว่า “เพื่อชีวิต”โดดๆ หรือ “วรรณกรรมเพื่อชีวิต” หรือในกรอบของ “เรื่องสั้นเพื่อชีวิต”ก็ตาม เราคงไม่ย้อนไปไกลถึงเรื่อง “นายจิตรกับนายใจสนทนากัน”ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือดรุโณวาท ปี 2417 หรือเมื่อสมัย 135 ปีที่แล้ว ดังที่บรรณาธิการช่อการะเกด (สุชาติ สวัสดิ์ศรี) ให้ข้อสังเกตไว้ว่านับเป็นเรื่องสั้น(เพื่อชีวิต)เรื่องแรกของไทยเราก็ได้

มาจนถึงวลีที่ว่า “เพื่อชีวิตคนสุดท้าย”ดังที่กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ประกาศตนเองไว้ทีเล่นทีจริงเมื่อไม่กี่ขวบปีที่ผ่านมา

นักเขียนหญิงเยอรมัน คว้าโนเบล "วรรณกรรม" จากผลงานชีวิตรันทด-ถูกกดขี่จากระบอบคอมมิวนิสต์
Submitted by Pookun on October,08 2009 21.19

แฮร์ธา มือเลอร์ นักเขียนที่เคยมีชีวิตอันบีบคั้นเพราะเป็นชนกลุ่มน้อยในโรมาเนียได้รับรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม ประจำปี 2009

เอเจนซี/เอเอฟพี - แฮร์ธา มือเลอร์ นักเขียนวัย 56 ปี ที่มีพื้นเพเป็นชนกลุ่มน้อยชาวเยอรมันในโรมาเนีย ได้รับรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรมประจำปีนี้ ผลงานของเธอทั้งนิยายและบทกวีหลายชิ้น ได้รับแรงบันดาลใจอย่างยิ่งจากการถูกบีบคั้นและกดขี่จากระบอบคอมมิวนิสต์ใน บ้านเกิด นับเป็นสตรีคนที่ 12 ที่ได้รับรางวัลสาขานี้

บทกวี : เด็กเอย เลยวัย ภัยความจริง
Submitted by พีรมิตร on October,01 2009 09.04

เด็กเอย

เด็กเอยเธอยังเป็นเด็ก
ยังเล็กยังด้อยและยังดื้อ
เธอยังต้องลึกต้องฝึกปรือ
ความซื่อชี้วัดจึงหยัดยืน

เด็กดื้อเด็กซื่อนั่นคือเด็ก
เล็กก็หมดจดสดชื่น
มีรักมีฝันมีวันคืน
รู้ตื่นรู้เติมและรู้เต็ม

น่ารัก สวยงาม ในนามเด็ก
เล็กเล็กเกลียวกลมคมเข้ม
เรียนเผ็ดเรียนหวานเรียนเค็ม
ร้อยเล่มพันเล่มประสบการณ์

เสียดายไปไกลพ้นวัยเด็ก
ความเล็กซื่อซื่อหือผ่าน
ช่อแห่งดอกซึ้งพึ่งบาน
อันตรธานทันทีเมื่อเติบวัย

ร่างกายกำยำล่ำสัน
มิใช่ความฝันวันใหม่
ความซื่อหรือความจริงใจ
อยู่ไหนหรือไกลไม่มี

เสียดาย เสียดายวัยเด็ก
เล็กเล็กซื่อซื่อคือวิถี
เลยวัยไยฉีกหลีกลี้
เผ่นหนีตามวัยไปแล้ว

เด็กเอยเธอยังเป็นเด็ก
เล็กเล็กเริงร่ากล้าแกล้ว
ใจซื่อพูดซื่อนั่นคือแนว
ผ่านวัยใจแก้วจงแกร่งโต

(สำหรับ นักเรียนค่ายภาษาไทย ป.๔-ป.๖ ของ สพท.อบ.เขต ๒, มิ.ย.๕๒)

เลยวัย(เด็ก)

เธอผ่านวัยในวันชั้นปอหก
ทางตระหนกเริ่มแน่นเต็มแผ่นฝัน
เธอมีภาพเคยวาดของวัยวัน
ซึ่งต่างกันกับวันนี้ที่เติบโต

ระหว่างวัยคุณหนูกับผู้ใหญ่
ยังสับสนโยงใยคล้ายลูกโซ่
จึงบทบาททุกฉากที่อยากโชว์
มันไม่โผล่อย่างที่ใจอยากให้เป็น

แม้จะมีสิ่งที่ใจได้มุ่งมั่น
และมีวันที่ใจจะได้เห็น
ณ วันนี้มันลำบากถึงยากเย็น
อำนาจเร้นบางอย่างอำพรางลวง

โลกในวัยมิได้กว้างอย่างที่รู้
โลกเดินสู่แม้จะคล้ายว่าใหญ่หลวง
สัมผัสใหม่กับความจริงสิ่งทั้งปวง
มันกลับกลวงมิใช่อย่างใจเป็น

หนูต้องเติมเต็มต้องเข้มข้น
กล้าเดินบนความดีที่พ่อเห็น
กล้าเอาอย่างคุณธรรมแม้ลำเค็ญ
และกล้าเช่นเยาวชนคนแผ่นดิน

(สำหรับ นักเรียนค่ายภาษาไทย ม.๑-ม.๓ ของ สพท.อบ.เขต ๒,  มิ.ย.๕๒)

ภัยความจริง

เด็กเอยเลยวัยมาไกลแล้ว
เหมือนหมดแววหมดจดไปหมดสิ้น
คล้ายเพรียกอย่างไรมิได้ยิน
เพลงถวิลซึ้งซึ้งเคล้าคลึงคลอ

เธอมีฝันกันไหมในวันนี้
และพร้อมที่จะประชันไปกันต่อ
ในความเป็นผู้มีหลักรู้จักรอ
เธอคงพอก้าวย่างอย่างรู้ทัน

โลกนี้ล้วนอันตรายภัยร้ายรุก
ซ่อนสนุกเสกร่างเหมือนสร้างสรรค์
เคลือบรสหวานซ่านจิตเกินคิดกัน
ที่สำคัญเราถลำยอมจำนน

เธอมิได้ผิดพลั้งไปทั้งหมด
หรือหนีกฎสับปลับถึงสับสน
เธอเป็นหวังใหม่ให้มวลชน
เธอต้องทนที่จะงามสร้างความดี

แม้ว่าโลกรอบข้างร้างน้ำจิต
แต่ดวงคิดหนูต้องหนักในศักดิ์ศรี
ทั้งร้อนหนาวร้าวรวดปวดชีวี
คือวิถีเท่านั้นอย่าพรั่นเลย

ความเป็นไทยที่เป็นกันในวันนี้
จะเดินหนีจากไกลถ้าใครเฉย
คุณธรรมงามระรื่นชวนชื่นเชย
จะดิ่งเกยเศษสวะขยะจม


ถึงเวลาที่ไทยกลายพันธุ์แล้ว
เห็นวี่แววว่าวันคืนจะขื่นขม
ความเป็นไทยถูกเกลียดชังโดยสังคม
ใครถุยถ่มถ้ามิใช่ไทยกันเอง

เธอเท่านั้นจะฟันฝ่าอย่างกล้าหาญ
เพื่อสืบสานความเป็นไทยใจกล้าเก่ง
เธอเท่านั้นช่วยกันเถิดเปิดเสียงเพลง
ร่วมบรรเลงเพลงชาติประกาศชัย ฯ

(สำหรับ นักเรียนค่ายภาษาไทย ม.๔-ม.๖ ของ สพท.อบ.เขต ๒,  มิ.ย.๕๒)

โดย  ปรัชญ์  วลีพร

สิงห์ฯ สอนมวย 'คนข่าววรรณกรรม' อัด มารยาท 'กรรมการซีไรต์'!?
Submitted by Pookun on August,28 2009 20.23

อ่าน "สิงห์สนามหลวงสนทนา" ในเนชั่นสุดสัปดาห์ฉบับล่าสุด (ฉ.900) ได้กล่าวถึงในเรื่องการทำงานข่าวของนักข่าวววรรณกรรม กับบทบาทของคณะกรรมการซีไรต์ ในการประกาศผลรางวัลครั้งที่ผ่านมาล่าสุด นั่นเอง

ลองอ่านดูครับ..

ลับแล , แก่งคอย ในชั่วชีวิตหนึ่งของคนมีหลับแล้วตื่นตลอดชั่วอายุขัย...เป็นอุปมาแห่งจริต โดย สกุล บุณยทัต
Submitted by Pookun on August,19 2009 09.58

ในความทรงจำของชีวิต เราต่างมีบาดแผลทางจิตวิญญาณเกาะติดกันอยู่อย่างติดตรึงและลึกเร้น บางขณะมันมักจะลงโทษเราจนป่วยไข้...และหลายๆขณะมันมักจะผลักดันให้เราต้องตก อยู่ในอาการหม่นมืดคลุมเครือหลับๆตื่นๆ เป็นจริตแห่งมายาคติที่ตามติด...คอยหลอกหลอนหัวใจอันบริสุทธิ์ของเราให้ต้อง ตกอยู่กับความน่าสะพรึงกลัวในสิ่งที่บ่มเพาะวิถีแห่งตัวตนอันแตกซ่าน และไร้เกาะป้องกันในการควบคุมบริบทแห่งการมีชีวิตอยู่ให้ดำรงอยู่ได้อย่าง ถาวรและสงบนิ่ง ซึ่งยิ่งยาวนานสิ่งอันเป็นปรากฏการณ์แห่งความเหลื่อมซ้อนในท่าทีเบื้องต้นก็ จะค่อยๆกลับกลายเป็นความลับแห่งจิต และค่อยๆสะสมจนกลายสภาพเป็นความเหินห่างแห่งการรอคอยที่ไกลออกไปจากความดี งามของชีวิต...มากยิ่งขึ้นทุกที..

อุทิศ เหมะมูล นักเขียนเมืองแก่งคอย คว้าซีไรต์ฯ ปี 52
Submitted by Pookun on August,19 2009 09.47

คณะกรรมการตัดสินให้นวนิยายเรื่อง "ลับแล, แก่งคอย" ของนักเขียนรุ่นใหม่ "อุทิศ เหมะมูล" คว้ารางวัลซีไรต์ประจำปี 2552 ไปครองอย่างเป็นเอกฉันท์ เจ้าตัวเผยเป็นรางวัลที่สองต่อจาก "เซเว่นบุ้คส์ อะวอร์ด"

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่โรงแรมโอเรียนเต็ล คณะกรรมการตัดสินรางวัลวรรณกรรมยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ได้จัดแถลงข่าวประกาศผลรางวัลซีไรต์ ประจำปี 2552 ว่า รางวัลตกเป็นของนวนิยายเรื่อง"ลับแล,แก่งคอย" ของอุทิศ เหมะมูล

โดยนางกุสุมา รักษมณี ประธานคณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า เทียบกับการตัดสินในหลายปีที่ผ่านมา ครั้งนี้ง่ายมาก เพราะกรรมการทุกคนมีมติเป็นเอกฉันท์ ด้วยเห็นว่าผู้เขียนสามารถเสนอมิติอันซับซ้อนของมนุษย์ที่แยกไม่ออกจากราก เหง้าและชาติพันธุ์ผ่านกลวิธีอันแยบยล สร้างตัวละคร ฉาก และบรรยากาศได้อย่างสมจริงและมีชีวิตชีวา ใช้ภาษาที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง แสดงถึงจินตภาพอันกระจ่างและงดงาม

ประเทศใต้ “ใต้ความเวิ้งว้างอันไร้ขอบเขตจำกัด...เราต้องคิดถึงปัญหาที่สะสมในประเทศแห่งนี้”
Submitted by kai on August,17 2009 21.46

ประเทศใต้ “ใต้ความเวิ้งว้างอันไร้ขอบเขตจำกัด...เราต้องคิดถึงปัญหาที่สะสมในประเทศแห่งนี้”

สกุล บุณยทัต เขียน ตีพิมพ์ในหนังสือสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ฉบับที่ 42 กรกฏาคม 2552

“แง่มุมของโลกและชีวิต ณ ปัจจุบันมักจะสอดผสานคาบเกี่ยวกันด้วยอุบัติการณ์ทางความคิดและอาการแห่งความรู้สึกที่เป็นไปด้วยความขัดแย้งไร้ระเบียบ ทั้งหมดกลายเป็นความคลุมเครือทางจิตวิญญาณที่ตอกย้ำฝังจำเป็นรอยเหยียบย่ำที่มืดดำในภาวะสำนึก ก่อเกิดเป็นลมหายใจที่ติดขัดวกวน ไร้ซึ่งทางออกในวิถีทางแห่งเจตจำนงอันจริงแท้และมั่นคง เหตุนี้จึงไม่แปลกอะไรเลยที่บุคคลแห่งโลกและชีวิต ณ วันนี้จะต้องจมปลักอยู่กับชะตากรรมอันขมขื่น...เดือดร้อนดิ้นพล่านอยู่กับการติดตามค้นหาจุดบรรจบอันแท้จริงของตนเองอย่างสิ้นหวังไร้ทิศทาง”

“ประเทศใต้” นวนิยายของนักเขียนหนุ่มชาวใต้ “ชาคริต โภชะเรือง” ที่ออกแบบรูปรอยงานเขียนเขาให้ทบซ้อนกันอยู่ระหว่างมิติเรื่องราวของอดีตกับปัจจุบัน... ความจริงแท้ที่ปรากฏกับนัยสำนึกทางจิตวิญญาณและมายาคติของสถานการณ์ที่คาบเกี่ยวกันในบทจองจำอันซับซ้อนของโชคชะตาที่ถูกกระหน่ำโบยตีอย่างน่าเวทนา...

356 items|« First « Prev 2 3 (4/36) 5 6 Next » Last »|

Member zone

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซท์
"ก๊วนปาร์ตี้"
เว็บไซท์นี้เปิดมาเพื่อ เป็นพื้นที่สาธารณะ สำหรับบันทึกเรื่องราว ทางด้านวรรณกรรม ทุกรูปแบบ ท่านสามารถส่งบทความ - เรื่องสั้น - บทกวี เพื่อมาแลกเปลี่ยนกันอ่าน โดยคลิกส่งได้จากด้านล่างนี้
คลิกเพื่อ >> ส่งบทความ | ส่งเรื่องสั้น | ส่งบทกวี | ปกิณกะ
Last topic

Blogs

ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว
  • สำนักพิมพ์ต้นข้าว