Topic list
- บทกวี : สาส์นรักวาเลนไทน์
-
"วาเลนไทน์" วันที่ใครใฝ่ฝันให้วันถึง เพียงหวังพบมวลภาพอันซาบซึ้ง และตราตรึงต่อไปให้นานพอ
ใครทั้งหลายว่ายฝันในวันนี้ ทั้งที่ใจไม่มีรักเลยหนอ ทำเป็นฝันหวั่นไหวเหมือนใครรอ หรือรอใครสานก่อหลอกล่อใจ รักแท้จริงมิได้อยู่กับผู้รับ รักแท้กลับชอบอยู่กับผู้ให้ รักสุภาพนุ่มนวลยวนหทัย รักมิได้หวือหวาชั่วนาที รักนั้นแสนบริสุทธิ์มีจุดหมาย อาจเรียบง่ายแต่ซับซ้อนซ่อนวิถี รักนั้นแยกจากความใคร่ได้ทันที เพราะรักมีใจรักเป็นหลักประกัน เราฝันได้ตามใจปรารถนา แต่ใช่ว่าจะเป็นไปตามใจฝัน ด้วยมนุษย์มีคุณธรรมเป็นสำคัญ เพื่อยืนยันให้เห็นความเป็นคน - สาวโรงงาน
เธอเข้างานเป็นกะ กระฉับกระเฉง พูดคุยเป็นกันเองและซื่อซื่อ ผลงานเธอผอง มือสองมือ หยิบถือทุ่มทำและนำพา
มาก่อนมาตอกบัตรเหมือนนัดไว้ เพลาคลาไคล มากมีค่า ทำโอเว่อร์ไทม์-ล่วงเวลา ส่งไป-รับมา พางานเดิน
อ่านนิยายเล่มห้าบาทแล้ววาดฝัน ถึงพ่อหนุมคนนั้นแล้วขวยเขิน โอ้ละหนอ...พ่อมหาจำเริญ กับลูกน้อยวัยเพลินร้องเยโย
เก็บหอมรอมริบ สิบเป็นร้อย ใช้สอยรู้เขียมเจียมอักโข ไม่ใช่เป็นเจ้าใหญ่นายโต แต่ไม่อดไม่โซและมีกิน
แถมมีรถรับส่งลงถึงที่ หวังอยู่ดีกินดีพ้นหนี้สิน ไม่มากมายมากมีที่ราคิน คนเดินดินกินข้าวแกงเป็นแรงงาน
จู พเนจร
- อนิจจา
อย่าไหว้ฉันเลย ยายเอ๋ยยาย หากยายจะขายขายข้าวของ ยกมือวับรับไหว้ ใจหล่นกอง กระเป๋าฉันมันพร่อง พร่องเหลือเกิน
ฉันไหว้ล่ะยาย ฉันไม่ซื้อ กำหมัดกำมือเหมือนจะเกริ่น ใช่เป็นเรื่องเป็นราวร้าวหมางเมิน แต่เจ็บปวดเหลือเกินประเทศเรา
ลูกหลานเหลนหลายทั้งชายหญิง ไยทอดทิ้งผู้แก่แลผู้เฒ่า จากแผ่นดินถิ่นฐานย่านลำเนา มาจับเจ่างันงกน่าตกใจ
หรือตกต่ำย่ำแย่เกินแก้กอบ จนแยบยอบครอบครัวระรัวไหว จะให้อยู่สบายได้อย่างไร กะเบี้ยใบคนชราค่ากะตัง
เฒ่าชะแรแก่ชราหนังนาเหี่ยว
ต้องทนเทียวเหมือนว่ามัดตราสัง โอ้ละหนอมืดมิด อนิจจัง แม้กระทั่งมือจะควักให้สักกะแดงจู พเนจร
- กาฝาก
-
หน้าหมู่บ้านเต๊นท์หลังใหญ่วางชิดบนลานซิเมนต์ติดเนินดิน สนามหญ้าอีกฟากหนึ่งว่างโล่ง แทงค์เก็บน้ำสูงทะมึนเป็นเงาตะคุ่มๆอยู่ในสายหมอกหม่นมัวยามเช้า ด้านขวามือถัดไปจากป้อมยาม มีเก้าอี้วางซ้อนเป็นชั้นๆ บริเวณลานปูนเกลื่อนกลาดอิเหลกเขลกขละไปด้วยซากใบไม้และลูกหูกวางเน่า โต๊ะกลมตั้งซ้อนอยู่ไม่ไกลออกไปนัก ส่วนบ้านของประธาน(อ้อ ผมควรใช้คำว่า ‘เอกชน’ จึงจะถูก) ที่อยู่ถัดไปยังปิดเงียบ แต่มีรถจอดอยู่ในบ้าน..
หมอกยังไม่เลือนจาง สองฟากทางราวกับไม้ใหญ่ในพงพนาที่ยืดตัวแผ่เงาปกคลุมไม้เล็ก มันช่างโตพรวดพราดเบ่งบานจนเห็นได้ชัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วแปลงโฉมเป็นป่าตึกพาณิชย์สีสันบาดตา ร้านอาหารริมควน ไม่เว้นแม้กระทั่งสาขาของพรรคการเมือง ฟากหนึ่งเริ่มถางป่าปรับที่เตรียมก่อสร้างศูนย์ราชการใหม่ อีกฟากหนึ่งดินตรงหัวควนเหี้ยนเตียนโล่งไปกว่าครึ่ง ป่าเขียวๆหดหายไปเกือบหมด เหลือแต่ป่าตึก นี่เป็นเค้าลางแห่งความเปลี่ยนแปลงเช่นไร? - เปิดซอง จู พเนจร
-
แน่นอน ผมต้องเปิด สักครู่
เป็นไปไม่ได้ที่ผมจะไม่เปิด หะแรก ผมคิดเล่นๆว่าถ้าไม่เปิดล่ะ วกคิดไปถึงการทำบุญตามจิตคุ้นๆที่มักคิดอะไรเป็นสูตรสำเร็จ ใช้สำหรับกลบเกลื่อน และตัดตอน เมื่อมีความกระอักกระอ่วนใจอะไรบางอย่าง
แต่นี่คงไม่มีเหตุผลเพียงพอ ไม่มีเหตุผลอะไร ที่จะต้องกลบเกลื่อนหรือตัดตอน
คือ จริงๆแล้วผมก็ต้องเปิด สักครู่
......... ประเดี๋ยวผมก็ต้องเปิด แต่ระหว่างนี้ผมคิดว่าผมคิดอะไรเล่นๆเพลินๆไปพลาง
คิดอะไรเพลินๆนะครับ ไม่ได้คิดอะไร
........
- โอ้อับดุล จู พเนจร
-
เสียงดังฟังพูดพา ปราศรัย ชวนเบียดฝูงชนไป แนบข้าง ล้อมวงอยู่นั่นไง คนเล่น กลนา สรรพคุณอวดอ้าง เสกร่าย มนตร์เรียง
ตลาดยังพลุกพล่าน คนจัง ยังร้องส่งเสียงดัง เพริศแพร้ว ยิ่งดูสิยิ่งดัง ยิ่งร่ำ รำพัน อา..โอมจงคลาดแคล้ว จากพิษ โพยภัย
"หลวงพ่อคูณ"จากวัด บ้านไร่ มีอยู่สิบกว่าใบ เท่านั้น รีบเถิดรีบเร็วไว ช้าหมด อดเลย ไม่เอาสิบ-ร้อย-พัน เอายี่ สิบเดียว
สร้อยทำจากกรอบแว่น เรย์แบนด์ มากำนัลแฟนแฟน ไปใช้ สวมคอฤๅสวมแขน แวววับ จับตา (แต่..จำนำไม่ได้) สิบบาท ขาดตัว
เอ้าจะเปิดงูออก จากลัง โปรดระไวระวัง อย่าใกล้ เอ้าไอ้หนูไปนั่ง ที่เดิม ได้เวย อ้อ..เอาไปหนึ่งใบ เก็บไว้ กับตัว
- เด็กดอยคนดี จู พเนจร
รวมบทกวี :เรื่องเล่าระหว่างทาง
เด็กดอยคนดี
เด็กดอยคนดี ไม่หนีแม่ กระเตงหลังดูแล หน้าซบแขน จากดอยก้าวลงตรงมาแดน- แว่นแคว้นศิวิไลซ์ในเมือง ลืมตามาแป๋วแล้วก็ หลับ ไปตามลำดับแม่ย่างเยื้อง ไม่ซื้อไม่หาอย่าขุ่นเคือง บาทเฟื้องแลกค่า มายาการ เถอะไม่หลอนไม่หลอก ดอกละสิบ เชิญจับหยิบซื้อหา นึกว่าสงสาร เถอะโปรดซึ้งซาบ กราบไหว้วาน แล้ว(จะ)ผ่านเลยไปไม่รีรอ
แม่ไป-ลูกน้อยก็คล้อยเคลื่อน เอ่ยเอื้อนขอบใจแล้วไปต่อ มาลัยพวงน้อยเอาห้อยคอ ดอกไม้ชูช่อ-มอบนงราม เด็กเอ๋ยเด็กดอยต้องคอยแม่
เขาเมียงมองแลตั้งคำถาม ยังมีเจ้าคอยต้อยติดตาม ป่ายข้ามคืนดอยอีกร้อยพันเด็กดอยคนดี ไม่หนีแม่ กระเตงหลังดูแล ดูหลับฝัน..
จู พเนจร
- คนค้นฝัน จู พเนจร
รวมบทกวี :เรื่องเล่าระหว่างทาง
คนค้นฝัน
"..มีกระดาษ เศษเหล็ก มาขาย.." ร้องรำร่ายดั้นด้นมาค้นฝัน ไปตามตรอกซอกซอยร้อยเขตคัน มุ่นหมอกควัน ฟันฝ่า มาไกล แว่วแว่วไหวไหวได้ยินเสียง ส่งสำเนียงต้อยตามมาถามไถ่ ว่ามีบ้าง-มีบ้างหรืออย่างไร ก่อนจะเลยล่วงไปไม่นานเนา
มากับรถซาเล้ง--ปุเลงสั่น ร้องรำพันกับแดดที่แผดเผา หรุบปีกหมวกต่ำลง เป็นโค้งเงา อันเอื้อมอาจคาดเดาความเปล่าดาย เป็นคนหวังเฝ้ารอน้ำบ่อหน้า มีสิ่งของหมองค่าเอามาขาย อย่าหมางเมินเหินห่างร้างรูปราย ยังความหมายยังอยู่กับผู้รอ เพียงเท่านี้เท่านั้นละวันผ่าน ดลบันดาลให้ใจได้เติบต่อ เนื้อตัวดำกระด่างร่างมอซอ กลับละออสดใสในแววตา
"..มีกระดาษ เศษเหล็ก มาขาย.." ร้องรำร่าย ดั้นด้น มาค้นหา..
จู พเนจร
- โชคชะตาพยากรณ์ จู พเนจร
รวมบทกวี :เรื่องเล่าระหว่างทาง
โชคชะตาพยากรณ์
โชคชะตาพยากรณ์มาร่อนเร่ ย่างโซซัดโซเซ เร่ส่งสาร ยังถ่องแท้แน่ชัดในวัฏวาร อันพบพานแน่แล้วในแก้วตา
ในแก้วตาฝ้าหมองที่มองโลก ในรอยโศกยิ้มซื่อไม่ถือสา ค่อยๆ คืบ สืบเท้า ก้าวเข้ามา.. แล้วถลา เซซัง มานั่งลง มาไถ่ถาม ความบอก ไม่ยอกย้อน ว่าดูก่อน ดูรา อานิสงส์ ครบวงจร วงใจ ดูให้ตรง ราคาคง น้อยนิด ครวญคิดดู
พยากรณ์ได้ไหมในชาเฉย โลกล่วงเลยลับไกล อันใดอยู่ ทุกตำบลหย่อมย่าน กาลฤดู ใครใคร่รู้อนาคต หมดหนทาง ต่างกระวีกระวาด มิอาจประวิง ยังเฉยนิ่ง ละเลย ยังเฉยห่าง โอ้ชะตาพยากรณ์ ช่างอ่อนจาง กับก้าวย่างยักเยื้อง และเรื่องราว แม้สบตาก็มิกล้านัยน์ตาสบ ก้มตาหลบจบลา ใช่ตาขาว ต่างก้มหลบสบตาละคราคราว โอ้มิยาวยืนยงก็คงคลาย
เก็บชะตาพยากรณ์อันซ่อนซุก ทุรยุค พระศรีอาริย์ ลาลับหาย ต่างคนต่างพรึงพรั่นหวั่นมิวาย มาทักทาย ทอดถอน แล้วรอนแรม
พยากรณ์ต่อไปในโลกกว้าง ทอดเท้าย่างออกสู่ประตูแง้ม..
จู พเนจร
- ลับใจ จู พเนจร
-
เสียงลับมีด กรีดเนื้อ เอื้อให้เห็น ข้อเส้นเอ็น ปูดโปน โยกโยนไหว หมวกลูกเสือ วิสามัญ อันแกว่งไกว มือลูบไล้ คมมีด กรีดใบบาง
ใต้ชายคา คู้ค้อม มิยอมหยุด เหมือนเร่งรุด เร็วรี่ ยอมพลีร่าง โลกรอบราย บ่ายเคลื่อน เลื่อนไปพลาง มีดเรียงวาง คอยท่า มิรารอ ในคมมีด กรีดเนื้อ เมื่อก่อนนั้น คงความฝัน แรกเริ่ม คงเติมต่อ ไม่มีเงิน ไม่มีงาน เนิ่นนานพอ จึงลุกถ่อ สังขาร จากบ้านมา..
มาลิขิต ชีวิต ซึ่งอิดโรย ให้โบกโบย บินไป ในยถา แล้วลับทาง ร้างทิศ อิสรา ให้มายา หมอกม่าน การเกาะกุม ลับเสียความ ผิดหวัง และพลั้งพลาด โอ้อนาถ หัวใจ ของวัยหนุ่ม ลับความทุกข์ รุกเร้า เข้าล้อมรุม ให้ฉ่ำชุ่ม ชื่นเย็น เช่นไมตรี แหละคมคำ ล้ำลึก ซึ่งสึกหรอ ให้สร้างเสริม เติมต่อ ต่อแต่นี้ ลับสนิม เกรอะกรัง ทั้งแรมปี พอให้มี แวบวับ จับคมคาย
เสียงลับมีด กรีดหิน ราสิ้นเสียง
โลกก็เพียง จะรู้รับ กับความหมาย แล้วออกเดิน เหินย่าง พลางทักทาย บ้านขวา-ซ้าย มีไหมครับ มาลับคม"มีความลับ ในหัวใจ บ้างไหมเจ้า เชิญบอกเล่า วันคืน อันขื่นขม..".
จู พเนจร


ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว