Topic list
- Message
-
ผมเขียนเรื่องเสร็จแล้วครับพี่เจี๊ยบ
ผมเขียนเรื่องเสร็จแล้วครับพี่เจี๊ยบ ตี๊ดตี๊ด ตี๊ดตี๊ด เสียงดังขึ้น ข้อความที่ผมส่งไปปรากฏ
กลางคืนอย่าลืมนอนห่มผ้านะ พี่เจี๊ยบ
กลางคืนอย่าลืมนอนห่มผ้านะ พี่เจี๊ยบ ตี๊ดตี๊ด ตี๊ดตี๊ด เสียงดังขึ้น ข้อความที่พี่เจี๊ยบส่งมาปรากฏ
ฮัลโหลครับ อ่อ พี่เจี๊ยบเหรอ ผมอยู่ที่งานครับ อะไรนะครับ ไม่ค่อยได้ยินครับ เดี๋ยวนะครับ แป๊บนึง เดินออกมาข้างนอกหน่อย ครับๆ ว่าไงนะครับ
จูได้รับข้อความของพี่ไหม
อ่อครับ ได้รับครับ
เอ่อ พี่ถามอะไรหน่อยได้ไหม
อะไรนะครับ อ่อครับ ได้ครับ ถามอะไรนะครับ
จูได้รับข้อความแล้ว รู้สึกยังไงบ้าง
- เรื่องสั้น : ทุกๆ ๓๐ นาที...ที่ผ่านไป
-
๒๑.๐๐ น. หน้ากระดาษในเครื่องพิมพ์ดีดยังคงว่างเปล่า หนังสือกองหนึ่งวางอยู่ข้าง ๆ กาแฟถ้วยที่สองพร่องลงไปแล้วเกือบครึ่งถ้วย เสียงเพลงจากเครื่องเล่นเทปที่เปิดทิ้งไว้เปลี่ยนกลับหน้า-หลังเป็นรอบที่สอง ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปเปลี่ยนเทปเพลงม้วนใหม่
เมื่อกลับมาที่โต๊ะก็ยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ หลังจากนั้นไม่นานนัก, เสียงเพลงก็ดังแว่วมา สูงสุดขอบฟ้าคือความฝันเหนือคนธรรมดา แมงวันหัวเขียวผู้หาญกล้า คิดทายท้าธรรมชาติในการบิน หัวเขียวประกาศกับพี่น้อง ทั้งป่าวร้องพลแมงให้ได้ยิน ให้ได้เห็นกับตาความบ้าบิ่น ข้าจะบินเอาอย่างนกนางนวล บินอย่างนกนางนวล มันเป็นเพลงของ แอ๊ด คาราบาว บอกเล่าถึงแมลงวันหัวเขียวตัวหนึ่งที่คิดการใหญ่เกินตัว เพลงบางเพลงในเทปชุดนี้มีที่มาจากหนังสือหลายเล่ม, ผมรู้เมื่อกลับไปหยิบปกเทปเปิดออกอ่าน - หน้าต่าง
-
ผมเพิ่งจะสร้างบ้านราคาล้านห้า โอโห เฉพาะดวงไฟมีกว่าร้อยดวง ค่าไฟเดือนที่แล้วหกร้อยกว่าบาท แหม ท่าจะอวดร่ำอวดรวย มีหน้าต่างหลายสิบบาน หน้าต่างหลายสิบบาน ทำไมนะรึ เพราะผมชอบอะไรที่มันโล่งๆ
ตอนแรกบ้านที่ว่าที่ดินส่วนหนึ่งจะถูกเวนคืนเฉียดๆครึ่งของที่ดินสองห้อง บนเนื้อที่ประมาณห้าสิบตารางเมตร จึงต้องร่นที่ถอยไปข้างหลัง ข่าวล่าสุดทราบว่าตอนนี้เมื่อที่นี่ยกฐานะเป็นเทศบาลเมือง และได้สร้างเป็นถนนคอนกรีตกว้างแปดเมตรแล้ว โครงการสร้างถนนของกรมทางหลวงชนบทคงจะไม่สร้างล่ะ ผมก็เลยเบาใจไปเปราะหนึ่งว่าได้มีที่ข้างหน้าบ้านเหลืออยู่หน่อยนึง สำหรับปลูกต้นไม้อะไรต่าง ๆ เพิ่ม นอกจากส่วนข้างหลัง ซึ่งเป็นที่ถมแล้วของเขาบ้านทิ้งร้างข้าง ๆ มีป่าหญ้าและต้นไม้ขึ้นรกเรื้อ จนถัดไปข้างหลังเป็นป่าบอนผมกะจะลงแปลงปลูกผักสวนครัวตรงที่ว่างๆ ส่วนอีกข้างเป็นบึงเล็ก ๆ และที่น้ำขังและหญ้ารกอาจจะลงผักบุ้งกับผักกรูดแทรกข้าง ๆ ตลิ่ง แต่ที่สำคัญคือผมไม่ต้องอพยพโยกย้ายหาที่ทางสักผืนไปอยู่ในป่าเสียให้รู้แล้วรู้รอด ก็ถ้าถนนสี่เลนตัดเลียบผ่านหน้าบ้านไปแบบแนบสนิทเช่นนั้น
- ห่อใจใส่กระทง
ใบตองอ่อน เจียดวาง อย่างปราณีต บรรจงกรีด กลีบดอก ออกเป็นแผ่น หยวกน้ำว้า จัดวาง ตามขวางแกน บัวกลีบแน่น พับติด จิตอ่อนตาม
สุดเวิ้งฟ้า ประดาประดับ ด้วยแสงดาว ระยิบระยับ วับวาว ทั่วสยาม สุดเวิ้งน้ำ เปลวเทียนทอง รองเรืองงาม เด่นชัดยาม ราตรี มีแสงไฟ
มาลัยร้อย กระทง ลงตามแบบ พุทธธรรม ฝังแนบ แถบเทียนใส จุดธูปหอม หวนชวนดม บรรจงใจ อธิษฐาน ขอโรคภัย อย่าบีฑา
น้อมดวงจิต ผ่านหน้า เทวาน้ำ ความดีงาม จงเกิดก่อ ปรารถนา หนุนนำใจ ให้สบสุข ทุกเวลา ลอยกระทง ขอขมา พาสุขใจ
พันธุ์ทิพย์- สาส์นเชิญชวนไปเลือกตั้ง
ยี่สิบสามธันวาเจ้าข้าเอ๋ย เตรียมบัตรเข้าคูหาอย่าละเลย อภิเปรยสัจจะมติประชา
เขาดูถูกคุณอยู่รู้หรือไม่ มีมือตีนก็ใช่จะแกร่งกล้า รอความหวังจากเศษความเมตตา ที่เขาลวงหว่านมาเพื่อลงทุน เขาเหยียบย่ำคุณอยู่รู้ไหมครับ เงินเขานับจับจ่าย...ใช่อุดหนุน นั่นคือเล่ห์อย่าหลงผิดคิดหน่อยคุณ เขาบอกบุญแต่เท้ากร่างเหยียบหว่างคอ คุณก็รู้กี่ปีที่มีเขา ชาติของเราพี่น้องเราเป็นไรหนอ ประชายังฝันเดี้ยงไม่เพียงพอ เหมือนมีดจ่อคอหอย...แสนน้อยใจ เขากอบโกยผลประโยชน์แสนโกฏิล้าน เข่นประหารคุณตลอดเหมือนบอดใบ้ ปิดหูตาด้วยกลยุทธ์สุดวิไล คุณหรือใครไหนกันรู้ทันกล ผลประโยชน์เพื่อพวกพร้องพี่น้องเขา ทิ้งพรรคพวกของเราเฝ้าหมองหม่น พวกเขารวยล้นฟ้านภาดล พวกเราจนข้นแคน...สุดแสนช้ำ- "เดือนเพ็ญ" บทเพลงมหัศจรรย์ บนความยิ่งใหญ่ที่ถูกลืมเลือน
-
"เดือนเพ็ญแสงเย็นเห็นอร่าม นภาแจ่มนวลดูงาม เย็นชื่นหนอยามเมื่อลมพัดมา ให้เมืองไทยรู้ว่า ไม่นานลูกที่จากมา จะไปซบหน้ากับอกแม่เอย"
หลายคนคงเคยได้ยินได้ฟัง แอบชื่นชอบชื่นชมกับเพลงบทนี้ แต่จะมีสักกี่คนที่สงสัยหรือทราบอย่างแท้จริงว่า ผู้แต่งเพลงนี้เป็นใคร ? มีความต่ำต้อยหรือยิ่งใหญ่เพียงใด ? บางคนฟันธงไปเลยว่า "น้าหงา" อาจารย์ใหญ่เพลงเพื่อชีวิตเป็นเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่มีอัจฉริยภาพถึงขั้นรจนาบทเพลงที่ยิ่งใหญ่นี้ได้ แต่ผู้นิยมคาราบาว(แดง) อาจประท้วง ว่า "อาแอ๊ด" ศิลปินผู้ยืนยง ต่างหากที่เป็นผู้ประพันธ์ตัวจริงเสียงจริง
บรรยากาศชนบท ในสังคมชาวนาโรแมนติค ลานบ้านที่เต็มไปด้วยกองฟาง นั่งมองจันทร์ลอยเด่นบนฟากฟ้า ให้บรรยากาศที่งดงามดื่มด่ำยิ่งนัก หวนนึกถึงครั้งหนึ่งเมื่อผมได้ทำค่ายอาสาพัฒนาชนบท ด้วยจิตใจที่ร้อนแรงของคนหนุ่มสาวในรั้วมหาลัย ท่ามกลางแสงตะวันที่เจิดจ้า แต่พวกเรามิเคยย่อท้อ นึกถึงบรรยากาศยามเย็นที่พวกเรามาร่วมร้องเริงรำร่วมกับชาวชนบทผู้น่ารัก เคล้าคลอด้วยแสงจันทร์นวลอันยวนใจ จิตใจอาสาพัฒนาบวกกับมนต์มหัศจรรย์แห่งบทเพลง ได้ช่วยขับกล่อมพวกเราให้เคลิบเคลิ้มและพร้อมจะยืนหยัดในเส้นทาง ที่ได้ก้าวเดินมามิรู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่นแล้ว สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมยิ่งหลงใหลเสียงเพลงแห่ง "เดือนเพ็ญ" - เธอมาไกล
เธออาจมาไกลมากไม่อยากกลับ เลยยอมรับเงื่อนไขในต่างถิ่น ใช่ปีกกล้าขาแข็งจึงแกร่งบิน แต่เธอยินความหวังแสนรังรอง
เธอยังอยู่แดนไกลไปอีกนาน ใช่ต้องการ ใช่ลืมเลือน...เหมือนจองหอง เธออาจอยู่สบายคล้ายลำลอง เบื้องหลังหมองน้ำตา...หรือว่าไร เธออาจข้ามผ่านพ้นอีกบนฝั่ง จึงหันหลังทั้งที่มีเจ็บไข้ เธออาจมองข้างหน้ากล้าฝ่าไป ทั้งที่ใจดวงเดียวเสียวเหลือเกิน เธอมีโลกสองใบใช่ไหมครับ แม้ไม่กลับยังพิลาสมิขาดเขิน แผลเก่าเก่ายังฉกรรจ์แม้วันเพลิน บนทางเดินแม้สง่ายังอาลัย ท่ามกลางความหมดจดแสนสดชื่น เบื้องหลังยังขมขื่นสะอื้นไห้ กาลเวลาทำหน้าที่เคลื่อนคลี่ไป และใครใครก็คงเป็นเช่นเดียวกัน เธออาจไปไกลมากไม่อยากกลับ เลยยอมรับมีแต่เป็นแค่ฝัน ก้าวสุดท้ายชีวิตคิดไว้นั้น เธอตอบฉันได้ไหมใครบงการ เธอเสียดายบ้างไหมในวันหนึ่ง ภาพเก่าซึ่งเธอรักถูกหักหาญ ภาพที่เคยคุ้นเคยเริ่มแหลกลาญ เพียงแค่เธอมานานจนเกินไป เธอมาไกลเกินกว่าจะกล้ากลับ ใจซึมซับทฤษฎีวิถีใหม่ ปล่อยภาพเก่าเปล่าว่างเหินห่างใจ แม้มีใครจะตัดพ้อ...ทรพี ฯ- เรื่องสั้น : รองเท้า...ที่หายไป
- เรื่องสั้น รองเท้ายที่หายไป ปิติ ระวังวงศ์ ( 1 ) ผมขับมอเตอร์ไซค์ผ่านซุ้มประตูหน้าวัด เข้ามาหยุดจอดที่ใต้ต้นพิกุล เหวี่ยงตัวลงจากรถแล้วหันมองไปรอบๆ อุโบสถหลังใหญ่ตั้งเด่นอยู่บนลานทรายกว้าง เสนาสนะภายในวัดที่ทรุดโทรม ถูกปรับปรุงและก่อสร้างขึ้นมาใหม่ จนดูแปลกตา เกือบสามปีแล้วที่ผมไม่ได้กลับมาบ้านเกิด แม่ออกปากบอกให้มากราบหลวงลุง ตั้งแต่วันแรกที่มาถึง ผมผัดวันประกันพรุ่งจนล่วงเลยมาเกือบสัปดาห์ ทั้งๆ ที่วัดก็ตั้งอยู่ติดกันกับโรงเรียนที่ผมเพิ่งย้ายกลับมาสอนหนังสือ ครูใหญ่บอกว่าหลวงลุงติดกิจนิมนต์ ไม่ค่อยมีเวลาว่างอยู่ติดวัด หลวงลุงเป็นพระเกจิอันดับต้นๆ ของจังหวัด กิจนิมนต์ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นพิธีปลุกเสกวัตถุมงคล พ่อผู้มีแต่ให้ ขอได้ ไหว้รับ ย ยจตุคามรามเทพ พระเทวราชโพธิสัตว์ จอมจักรพรรดิแห่งอาณาจักรทะเลใต้ย ผมนึกถึงป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมถนนหน้าประตูวัด หลวงลุงเป็นพี่ชายคนเดียวของแม่ บวชเป็นพระตั้งแต่พ้นเกณฑ์ทหาร ออกธุดงค์แสวงหาแก่นธรรมไปทั่วทั้งเหนือ-กลาง-อีสาน-ใต้ หลังจากอุปสมบทเป็นพระได้สองพรรษา หลวงลุงได้เรียนรู้และศึกษาพระธรรมจากคณาจารย์หลายสำนัก ทุกหนแห่งที่แสวงบุญและจาริกธรรม ล้วนแล้วแต่ได้มีโอกาสสัมผัสกับบารมีของสงฆ์ผู้แกล้วกล้าแตกฉานในไสยเวทพุทธยาคม อีกทั้งยังได้ศึกษาพระเวทและวัตรปฏิบัติจากปราชญ์ผู้ทรงธรรม อภิญญาจารย์ผู้ชำนาญมหามนต์หลายท่าน ก่อนย้อนกลับมาปักหลักเผยแผ่พระธรรมในถิ่นฐานอันเป็นบ้านเกิด ชาวบ้านรายรอบวัดต่างมีมติเห็นต้องพ้องกัน เสนอให้รับสืบต่อตำแหน่งเจ้าอาวาส หลังจากสมภารองค์เก่าสิ้นบุญ ( 2 ) ยนโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะย ยอะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิย ยสวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิย<br /> ยสุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิย<br /> ผมเอ่ยปากกล่าวคำท่องบทสวด พร้อมยกมือขึ้นประณมหลังจากเดินเข้ามาในอุโบสถ แล้วนั่งคุกเข่าลงในท่าเทพพนม หยิบธูปเทียนและไฟแช็กที่วางอยู่บนพานทองเหลืองขึ้นมา จุดติดไฟ<br /> ผมปักเทียนลงบนเชิงรูปเรือสุพรรณหงส์ที่เกรอะกรังหยดน้ำตาเทียน ก่อนปักธูปลงในกระถางทองเหลืองที่แน่นขนัดไปด้วยก้านธูปสีแดง ผมก้มลงกราบ หน้าผาก ฝ่ามือและเข่าทั้งสองจดลงกับพื้น เมื่อครั้งสมัยยังเป็นเด็กพ่อเคยสอนและบอกให้รู้ว่าการกราบในลักษณะที่ผมกำลังกระทำอยู่นี้เรียกว่า ยเบญจางคประดิษฐ์ย<br /> ลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่านเข้ามา ทางหน้าต่างบานใหญ่<br /> ก่อนที่จะก้มกราบลงเป็นครั้งที่สาม เสียงแปลคำสวดภาษาบาลีของพ่อก็แวบผ่านเข้ามาในห้วงความคิดคำนึง ยขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าย ยพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นพระอรหันต์ ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ข้าพเจ้าอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานย ยพระธรรม เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ดีแล้ว ข้าพเจ้านมัสการพระธรรมย ยพระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฏิบัติดีแล้ว ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์ย ผมก้มลงกราบจนครบสามครั้งในนั่งท่าเดิม แหงนหน้าขึ้นมองจ้องไปยังพระพุทธรูปองค์ใหญ่อันเป็นพระประธานของอุโบสถแห่งนี้ พระพุทธรูปปางสมาธิ อร่ามเรืองเป็นเงาวับวาบเมื่อต้องแสงเทียน ต่ำลงมาเป็นพระพุทธรูปอัครสาวกซ้ายขวา<br /> นาฬิกาเรือนใหญ่ที่วางในอุโบสถ ลั่นสัญญาณบอกเวลาเที่ยงวัน<br /> เสียงสวดยะถาฯ สัพพีฯ ดังแว่วมาจากหอฉัน ผมหันกลับไปมองเมื่อเห็นเงาลางๆ แวบผ่านประตูอุโบสถ ผมก้มลงกราบลาพระประธาน แล้วค่อยๆ ขยับถอยหลังออกมาในท่าคุกเข่าก่อนลุกขึ้นยืน เดินก้าวออกมา<br /> เมื่อเดินก้าวข้ามธรณีประตู มาหยุดยืนที่เชิงบันได ผมหันหน้ามองไปรอบๆ<br /> รองเท้าแตะคู่สีดำซึ่งผมถอดวางไว้ตรงบันไดหน้าอุโบสถ ได้หายไปเสียแล้ว ( 3 ) หลวงลุงนั่งอยู่เก้าอี้หินขัดหน้ากุฏิ ครูใหญ่ นายกฯ อบต. และคนอื่นๆ อีกหลายคนที่ผมไม่คุ้นเคย นั่งคุยอยู่กับหลวงลุง ผมทักทายพร้อมยกมือขึ้นไหว้หันไปรอบๆ คุกเข่าขยับเข้าไปใกล้ๆ แล้วก้มลงกราบหลวงลุง ก่อนถอยห่างออกมานั่งข้างๆ เด็กชายคนหนึ่งซึ่งเป็นนักเรียนที่ผมเป็นครูประจำชั .....
- สิ่งที่เลื่อนลอย...กลางแสงไฟ
- สิ่งที่เลื่อนลอย...กลางแสงไฟ แสงไฟหลากสีส่องประกายระยับให้สว่างราวกลางวัน ถนนเส้นรัชดามุ่งหน้าตัดไปพระรามเก้ายามราตรีไม่เคยหลับใหล สองข้างทางเต็มไปด้วยสถานบันเทิง รถบนท้องถนนยังคงคับคั่งแม้เวลาจะล่วงเลยเที่ยงคืนไปแล้ว ริมถนนหน้าตึกแฝดเมืองไทยภัทรคอมเพล็กซ์ ผมกับกอฟนั่งดื่มเบียร์ช้างขวดที่สี่อยู่ตรงหน้าเซเว่นอีเลฟเว่นริมถนน ที่ป้ายไฟร้านแมลงเม่ากำลังบินตอมเล่นแสงไฟ กำลังเมาได้ที่ ยมึงว่าคนเราเกิดมาได้ยังไงวะย กอฟโพรงถาม ยวิวัฒนาการมาจากสัตว์เซลเดียว ขึ้นมาจากน้ำทะเลย ยกูว่าไม่ใช่ มนุษย์เราถูกสร้างขึ้นมาย ยถูกต้อง! ใช่นะสิก็พ่อแม่ไงย ยกูไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น กูมีความรู้สึกว่ามนุษย์คนแรกไม่ได้ถูกวิวัฒนาการมาจากลิงหรือเป็นแพลงตอนว่ายขึ้นมาจากทะเลย ยเมาแล้วมึงย ผมกระดกเบียร์ ยถ้ามนุษย์คนแรกไม่ได้เกิดจากวิวัฒนาการ มึงก็หมายความว่า มนุษย์ถูกส่งมาจากนอกโลกหรือไง แบบมนุษย์ต่างดาวอย่างนั้นหรอย ยกูไม่รู้ แต่กูสงสัยว่าทำไมเราถึงต้องเกิดมา ต้องมีจิตวิญญาณเพียงหนึ่งเดียว ตัวตนเพียงหนึ่งเดียว ทำไมมึงต้องเป็นมึง กูต้องเป็นกู ทำไมมนุษย์ทุกคนไม่เหมือนกันย ยมันจะไปเหมือนกันทุกคนได้ยังไงล่ะ ลักษณะทางพันธุ์กรรม การศึกษา ครอบครัว สังคม สภาพความเป็นอยู่แค่นี้คนทุกคนก็ไม่เหมือนกันแล้วย ยแต่ความรักทำให้คนที่ไม่เหมือนกัน ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้ย กอฟนิ่งไปชั่วครู่ทอดตาออกไปไกล ยมนุษย์แตกต่างโดยธรรมชาติหรือด้วยจิตใจตัวเองวะ บางเรื่องเราไม่แตกต่างจากคนอื่นได้หรือเปล่า กูอยากมีคนที่เหมือนกันสักคนย ยมึงไม่อยากแตกต่างจากคนอื่นหรือไงวะ เขามีแต่คนอยากแตกต่าง อยากเดินนอกกรอบกันทั้งนั้นย ยกูไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น กูอยากมีใครสักคนที่มีใจตรงกันย ยอีกหน่อยมีก็มีเองแหละย ยคนเรามันจะเกิดมาทำไมวะ ถ้าไม่มีความรัก แล้วจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไรย ผมกับกอฟเป็นพนักงานบริษัททำงานอยู่ในตึกนี้ หลังเลิกงานประจำอันแสนน่าเบื่อหน่ายที่ทำให้สูญเสียความเป็นคนไปตลอดเก้าชั่วโมง ตอนเย็น ๆ ถึงค่ำมืด ผมมักจะมานั่งกินเบียร์อยู่ตรงหน้าเซเว่นบาร์เป็นประจำเพื่อเรียกสิ่งที่สูญเสียไปกลับคืนมา แต่ผมเชื่อว่าผู้คนที่เดินผ่านคงพากันมองผมสองคนว่าเป็นขี้เมาประจำบาร์แห่งนี้ ช่วงนี้กอฟกำลังตกหลุมรัก เพราะเผลอใจไปชอบพนักงานสาวคนหนึ่งในบริษัท เธอเป็นนักศึกษาจบใหม่มาทำงานที่บริษัทนี้เป็นแห่งแรก ด้วยความถูกชะตาจากความรู้สึกข้างใน ทำให้กอฟพร่ำเพ้อและพยายามหาหนทางจีบเธอ แต่ทุกอย่างก็คว้าน้ำเหลว ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ส่งตอบกลับมาจากเธอเลย ความหมดหวังทำให้กอฟหมดกำลังใจ และมานั่งระบายอยู่ตรงนี้ได้ทุกวี่วัน ยผิดหรือเปล่าวะที่กูจะรักใครสักคนย กอฟหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ ยไม่ผิดย ยแล้วทำไมทุกคนทำเหมือนกับกูมีความผิดวะ กูไม่ดีตรงไหนที่ไปชอบน้องเขาย ยมึงคิดมากไปหรือเปล่า บางทีมันอาจจะไม่มีอะไรอย่างนั้นก็ได้ ไปฟังคนอื่นเขามากไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอกย ยกูก็อยากให้เป็นอย่างนั้นแหละ แต่คนที่ทำงานแม่งมองกูแปลก ๆ ว่ะ ตั้งแต่ที่รู้ว่ากูจีบน้องเขาย ยมึงแคร์สายตาคนอื่นมากเกินไปย ยบางทีเขาอาจจะไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาคู่กับกูก็เป็นได้ย ถ้าหากการกินเหล้าเป็นวิธีปลดปล่อยจิตวิญญาณได้ดีที่สุดสำหรับคน ๆ หนึ่งพึงจะหาทางออกจากความเหนื่อยหน่ายในการใช้ชีวิตได้ ผมกับกอฟคงกำลังเลือกวิธีนี้ในการหาทางหลุดพ้น จากสิ่งที่ทับถมอยู่ในจิตใจ จากจุดที่ผมนั่งหากจะไปรัชดาซอยสี่นั่งแท็กซี่ไปไม่เกินสี่สิบบาท ตรงข้ามเป็นโพโซดอน ผมไม่เคยเข้าไปแต่เป็นที่รู้กันดีว่าข้างในเป็นอาบอบนวด มีหญิงสาวมากมายคอยให้บริการอยู่ ถนนทั้งเส้นเต็มไปด้วยกลิ่นคาวโลกีย์ มองขึ้นไปบนไฟป้ายตัวอักษรบนยอดตึก ไม่รู้ว่าตอนนี้คนที่อยู่ข้างในนั้นกำลังทำอะไรกันอยู่ เขากำลังมีความสุขกันอยู่หรือเปล่า กับความรักที่สามารถใช้เงินซื้อได้เพียงชั่วข้ามคืน ทุกครั้งที่ผมมานั่งกินเบียร์ตรงนี้ ผมมักจะสังเกตเห็นภาพวิถีชีวิตผู้คนที่แตกต่างกันไป บางสิ่งบางอย่างถูกซ่อนเอาไว้ภายในชุดสูทและแววตา พนักงานบริษัทเดินกลับออกมาขึ้นรถเมล์ตรงป้ายหลังเลิกงาน มนุษย์บางชนชั้นขับรถออกไปจากตึกเพื่อไปติดบนถนนอี .....
- ละกง
- เรื่องสั้น จู พเนจร ละกง ครูเจี๊ยบบอกว่าครูนะห์มาเล่าให้ฟัง ตอนที่เด็กๆเค้าคุยเค้าเถียงกันนั้นครูนะห์ได้ยิน เด็กๆพูดว่า ยครูนะห์เป็นผีย ยไม่ใช่ ครูนะห์เป็นพระย ยเป็นพระยังไง ถ้าเป็นพระต้องใส่ชุดสีเหลืองย เด็กผู้หญิงในกลุ่มถาม ยก็...ครูนะห์เคยบอกเราว่าครูนะห์น่ะสวดมนต์ไงลูก พระสวดมนต์ย เด็กผู้ชายทำปากเบ้หรี่ตาข้างหนึ่งใส่ ย.......ย ยไม่ใช่ ครูนะห์เป็นผีหรอก เราเคยเห็นในหนัง ผีใส่ชุดสีขาวย ยใช่ๆย ยไม่ใช่ๆย ชุดสีขาวที่ห่มคลุมจากหัวจรดข้อเท้า ไหวพะเยิบพะยาบขึ้นลงอยู่ไปมา ย่อตัวโค้งก้มลง น้อมคำนับ นอบตัวอยู่ที่พื้น ไหวเคลื่อนลุกขึ้นมา พลิ้วสะบัดเบาๆตามมือที่รวบไว้ ยืนนิ่งอยู่สักครู่ก็ก้มตัวลงอีกครั้ง ในลักษณะท่าทางเดิม เด็กๆเหลือบตาไปมองพลาง ตอนนั้นครูนะห์กำลังละหมาดอยู่ จึงไม่ได้พูดอะไรและก็ไม่ได้คิดอะไรด้วย แล้วก็มาเล่าให้ครูเจี๊ยบฟังแล้วก็หัวเราะด้วยนึกขันในความสงสัยประสาซื่อของเด็กๆ ในศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์บ้านยารียะห์ซึ่งครูเจี๊ยบแวะไปเยี่ยมนั้นจะมีทั้งเด็กไทยพุทธและมุสลิม ปกติก็คือครูนะห์จะทำการละหมาดเวลาที่เด็กๆนอนพักกลางวัน เพียงแต่บังเอิญว่าวันนั้นเด็กสามสี่คนซึ่งเป็นเด็กพุทธตื่นขึ้นมา แล้วไม่รู้นึกอย่างไรจึงได้ชักชวนกันเดินออกมาเห็นครูนะห์กำลังละหมาดอยู่ที่มุมห้อง จึงหยุดดูและพูดคุยกัน ผมในฐานะที่ได้ฟังเรื่องนี้มาก็มองว่าครูนะห์อาจจะเห็นว่านั่นคือความใสซื่อประสาเด็ก ไม่ได้คิดอะไร เป็นเรื่องที่ชวนขัน เท่านั้นเอง ในฐานะของคนเป็นครูอย่างครูเจี๊ยบก็เห็นไม่ต่างกันเพียงแต่กลับมามองต่อในอีกมุมหนึ่งว่าแล้วใครจะเป็นคนอธิบายให้เด็กเขาได้เข้าใจ น่าสนใจทีเดียวว่าป่านฉะนี้เด็กสามสี่คนนั้นเค้ายังคิดเชื่อว่าครูนะห์เป็นผี ขณะอีกคนว่าครูนะห์เป็นพระอยู่อย่างนั้น เด็กเหล่านั้นอาจจะสงสัยในสิ่งที่เพื่อนเขาพูด เกิดไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองคิด และเขาก็อาจทะเลาะกัน ถึงวันนั้นบางทีการที่ใครจะไปอธิบายอะไรให้แกฟังว่าใครถูกใครผิดอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลยก็ได้ ความเชื่อมักอยู่เหนือเหตุผลเสมอ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ตาม มันต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่าง ในฐานะของครูพี่เลี้ยงในศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัดบางดาน แม้จะไม่ได้เรียนเอกจิตวิทยาสังคมมาอย่างครูเจี๊ยบ แต่ก็เป็นเรื่องที่ชวนคิดเหมือนกันกับคำถามที่ว่า แล้วใครจะมาคอยบอกอธิบายให้เด็กๆได้รู้ได้เข้าใจในสิ่งที่เขาสงสัยใคร่รู้ได้ และจะอธิบายอย่างไร นั่นก็คือการเอาใจใส่ในเรื่องราวของเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็กที่จะจำอะไรก็จะจำฝังจิตฝังใจ อยู่ในจิตใต้สำนึก เด็กที่ด้วยวัยและประสบการณ์ย่อมมีความคิดฝันอยู่ในโลกของจินตนาการมากกว่าการจะแยกแยะข้อเท็จจริงออกจากกันได้ นั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเด็กย่อมใสซื่อบริสุทธิ์ เขาว่าเด็กมักพูดความจริง จริงละหรือที่ครูนะห์เป็นผี จริงละหรือที่ครูนะห์เป็นพระ ครูนะห์ไม่ได้เป็นพระ เพราะพระต้องห่มจีวรสีเหลือง หรือใส่ชุดสีเหลืองเหมือนที่เด็กว่า และโกนหัว เด็กๆซึ่งยังไม่รู้จักแม่ชี แต่ครูนะห์ก็ไม่ใช่แม่ชีเช่นกัน ครูนะห์เป็นผี เพราะท่าก้มๆเงยๆขณะทำการละหมาด ในชุดละกง ซึ่งเป็นชุดห่มคลุมสีขาวสำหรับละหมาดของผู้หญิงมุสลิมแถวปักษ์ใต้บ้านเรานั้นเหมือนกับผีในหนังที่เด็กๆเคยดู แต่จริงๆแล้วเด็กคนหนึ่งก็จำได้ว่าครูนะห์เคยบอกว่าครูนะห์สวดมนต์ ครูนะห์ก็ต้องเป็นพระหรืออะไรสักอย่างแต่ไม่ใช่ผี ภายใต้ชุดห่มคลุมไม่ว่าจะสีขาวหรืออะไร โดยเฉพาะชุดสีดำที่รัดกุมปกปิดสรรพางค์กายไว้ทั้งหมดยกเว้นดวงตาที่คนแถวบ้านเราเรียกกันว่าชุดดาวะฮ์ ขณะเดินสวนหรือเราผ่านไปพบเห็นนั้น เราไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ไม่ว่าไทยพุทธหรือมุสลิมด้วยซ้ำไป นั่นคือพระหรือผี นั่นคือนักบุญหรือคนบาปละหรือ เป็นคำถามที่ล่อแหลมและน่ากลัว ขณะเดียวกันเป็นคำถามที่เราควรจะต้องตอบไม่ใช่หรือ ไม่ใช่ตอบให้แต่เฉพาะกับเด็กๆ ที่ไม่รู้ประสีประสา แต่ตอบกับคนที่เป็นผู้ใหญ่และเป็นมนุษย์มนาเราทุกคนด้วย ๒) เพื่อนซี้ผมคนหนึ่งซึ่งเป็นมุสลิมเคยเล่าให้ฟังว่าครั้งหนึ่งหลายปีมาแล้วตอนอยู่บางกอก เด็กรุ่นน้องคนหนึ่งที่มาทำงานใหม่มันถามในทำนองว่าศาสนาอิสลามนี่เป็นศาสนาที่แตะต้องไม่ได้เลยนะ ต .....


ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว