ก๊วนปาร์ตี้ [ BOOK Party Gang ]

Home ก๊วน Story Party หนังสือ ก๊วน Writer Party ไอเดีย Party Gang

บทกวี

97 items|« First « Prev 3 4 (5/10) 6 7 Next » Last »|
เธอมาไกล
Submitted by ปรัชญ์ วลีพร on December,12 2007 06.09

เธออาจมาไกลมากไม่อยากกลับ เลยยอมรับเงื่อนไขในต่างถิ่น ใช่ปีกกล้าขาแข็งจึงแกร่งบิน แต่เธอยินความหวังแสนรังรอง

    เธอยังอยู่แดนไกลไปอีกนาน
    ใช่ต้องการ ใช่ลืมเลือน...เหมือนจองหอง
    เธออาจอยู่สบายคล้ายลำลอง
    เบื้องหลังหมองน้ำตา...หรือว่าไร

เธออาจข้ามผ่านพ้นอีกบนฝั่ง
จึงหันหลังทั้งที่มีเจ็บไข้
เธออาจมองข้างหน้ากล้าฝ่าไป
ทั้งที่ใจดวงเดียวเสียวเหลือเกิน

    เธอมีโลกสองใบใช่ไหมครับ
    แม้ไม่กลับยังพิลาสมิขาดเขิน
    แผลเก่าเก่ายังฉกรรจ์แม้วันเพลิน
    บนทางเดินแม้สง่ายังอาลัย

ท่ามกลางความหมดจดแสนสดชื่น
เบื้องหลังยังขมขื่นสะอื้นไห้
กาลเวลาทำหน้าที่เคลื่อนคลี่ไป
และใครใครก็คงเป็นเช่นเดียวกัน

    เธออาจไปไกลมากไม่อยากกลับ
    เลยยอมรับมีแต่เป็นแค่ฝัน
    ก้าวสุดท้ายชีวิตคิดไว้นั้น
    เธอตอบฉันได้ไหมใครบงการ

เธอเสียดายบ้างไหมในวันหนึ่ง
ภาพเก่าซึ่งเธอรักถูกหักหาญ
ภาพที่เคยคุ้นเคยเริ่มแหลกลาญ
เพียงแค่เธอมานานจนเกินไป

    เธอมาไกลเกินกว่าจะกล้ากลับ
    ใจซึมซับทฤษฎีวิถีใหม่
    ปล่อยภาพเก่าเปล่าว่างเหินห่างใจ
    แม้มีใครจะตัดพ้อ...ทรพี  ฯ
เขา ใครๆ และคุณ
Submitted by ปรัชญ์ วลีพร on October,31 2007 16.10

ความหวังเขายิ่งใหญ่กระไรนั่น

การกระทำที่สำคัญจึงหวั่นไหว

ตนกระเทือนเพื่อนระทึกศึกอะไร

ความเป็นไปบอกบ่งส่งสัญญาณ<br />



สัญญาณว่าแท้จริงแล้วเขาก็มั่ว

ไม่รู้ตัวไม่มีหลักอัครฐาน

แม้รู้ว่าจะไปในกันดาร

แต่ไม่เคยกล่าวขานเหตุแห่งไป<br />



เขาไม่รู้ที่มาไม่น่าทึ่ง

แต่ไม่รู้ที่จะบึ่งไปถึงไหน

ร่ำบทเพลงเคว้งคว้างอยู่กลางไพร

นี่สิน่าตกใจ...มันเปล่ากลวง<br />



เขาปล่อยให้ชีวิตประดิษฐ์ฝัน

แล้วปล่อยมันเหมือนผ่าเผยผ่านเลยล่วง

ครบกำหนดยมบาลท่านเริ่มทวง

แอ่นอกรับดาบจ้วงทะลวงลับ<br />



นี่น่ะหรือคือทางท่องของมนุษย์

จากต้นจนสิ้นสุดชีวิตดับ

คล้ายจำนนทนและพร้อมจะยอมรับ

ไม่คิดขับขึ้นตามความมนุษย์<br />



ความมนุษย์นั้นสูงในมรรคผล

ล้ำเลิศกว่าคนเป็นที่สุด

ใครใครไม่ฝึกปรือไม่ยื้อยุด

คุณเล่าก็กุด...โลกก็เกรียม&nbsp; ฯ
โลกมีอยู่
Submitted by ปรัชญ์ วลีพร on October,31 2007 15.58

ในลับแท้ลึก                 กรำศึกกึกซร้อง จันทร์เพ็ญนวลผ่อง ราตรีตรมตรา

วันพรุ่งพลุ่งพล่าน  ทะยานยิ้มร่า
เอื้อนคลื่นธารา ลึกขุ่นตื้นใส

ในร่างลึกลับ    เคลื่อนขับเลศนัย
กับความเป็นไป   ยากร่วมทิศทาง

ความจริงความเท็จ    เบ็ดเสร็จทุกอย่าง
มีอยู่กลางกลาง  วางรอพอทุน

ความชั่วความดี  มีบาปมีบุญ
เป็นตอรอลุ้น    เท้าเฟะเตะหลง

ทุกสิ่งทุกอย่าง วางอยู่ตรงตรง
พิจดูรู้คง  &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ดำเนินเพลินพิณ

ในตื่นแท้หลับ   คับแคบเหลือสิ้น
ไม่เห็นไม่ยิน   ไม่ธรรมดา

ธรรมชาติเป็น    เช่นผู้เยียวยา
ลางเนื้อลางครา  ค้นหาคว้าเห็น&nbsp; ฯ
ปราชัยยุทธ ฉบับ ซุนปู่ ......ว่าถึงขุนศึกแห่งสยามประเทศ ปี ๒๕๕๐
Submitted by ...โดยคำ... on September,29 2007 14.32



















แลสิช้าเกินกาลหากผ่านพรุ่ง

กว่าแสงรุ่งจักเหลือใดในถิ่นที่

อย่าได้หาแม้นเศษกากซากอัปรีย์

มันคงลี้ไปลับยากจับใคร


รอมันสิซ่องสุมกุมอาวุธ

แล้วไปห้ามไปหยุดคงมิไหว

ยามมันอ่อนต้องเร่งตีจักมีชัย

ยามมันแข็งอย่าโหมใส่ในแรงตี


ตำรายุทธพิชัยใช้ด้วยเล่ห์

ใช่เอาแต่กำลังเทไปข่มขี่

คนเหนือคนด้วยกลในศึกไพรี

ใช่เหนือโดยถือมีอำนาจยศ


เพียงเศษเสี้ยวไม้ซีกนั่นก็เชื้อ

ลามไฟเพื่อเผาซุงใหญ่มอดไหม้หมด

แค่เพียงหนึ่งพลไพร่หากใจคด

ยากกำหนดเภทภัยแห่งใจนั้น


อย่าหลงกาลตามคิดลิขิตคาด

ที่ลุ่มลาดดอนดงจงรู้สรรค์

แลฤดูลมฝนกลสำคัญ

แล้งร้อนกันทรัพย์เสบียงให้เพียงพอ


ผิจะฆ่าต้องฆ่าอย่าให้เหลือ

หากทิ้งเชื้อเอาไว้เป็นภัยก่อ

หอกข้างแคร่แลไปใช่น่าคลอ

ยามเป็นต่อควรเร่งตีเพื่อมีชัย


อย่ายืดเยื้อเชื้อศึกให้ลึกช่วง

อย่าปล่อยล่วงให้เชื้อคืนฟื้นแรงใหม่

ศึกหนนี้ปีหนึ่งผ่านมันนานไป

หรือว่าใจขุนศึกนั้นมันอ่อนแล้ว


ลานเทวา




แสน เสียดาย
Submitted by ปรัชญ์ วลีพร on September,24 2007 17.42

ฉันมองเห็นทุกอย่างนั้นว่างเปล่า มีเพียงเงาวูบวับแล้วดับหาย ฉันเห็นตนอ่อนเพลียแสนเสียดาย หลงงมงายในตัวตนจนพ้นวัน ทะนงตนในระหว่างความว่างเปล่า มึนและเมาเห็นงามในความฝัน เพลินไขว่คว้าสายลมพร่างพรมพัน มิรู้ทันทัณฑ์โทษพิโรธร้าย เห็นสรรพสิ่งโสโครกโชคประสิทธิ์ เห็นภัยพิษชวนชื่นหื่นกระหาย เห็นสายทางพุทธธรรมเพียงน้ำลาย เห็นความหมายนิพพานปานไส้เดือน ฉันเพลินในใจโลกอันโศกสุด มิรู้หยุดย่างในเปลวไฟเฉือน ไร้สติไร้เหตุผลไร้คนเตือน หรือฟั่นเฟือนเกินจะใฝ่ในทางดี จนที่สุดเท้าที่ย่างก็ร้างลีบ ใจถูกบีบให้ทรุดหยุดกับที่ เนื้อหนังอิ่มเริ่มแล้งแห้งทุกที วัน-เดือน-ปี...ย่อยยับนอนนับวัน คนเคยรักเริ่มลาไม่มาสู่ คนเป็นคู่เอือมระอาไม่กล้าหัน คนเป็นญาติกลับกลายหดหายพลัน แม้แต่ฉันก็รำคาญการเป็นตน ฉันมองเห็นทุกอย่างว่างเปล่าแล้ว ไม่มีแก้วไม่มีอะไรในทุกหน สิ่งสำคัญเวลาไม่มีให้คน ไร้เหตุผลไร้มรรคหลักพุทธธรรม ฉันเห็นเท่าที่กล้าของตาเนื้อ แต่จิตเพื่อตาในกลับไม่ฉ่ำ เข็มนาทีก็เคลื่อนเหมือนใจดำ ฉันเจ็บช้ำ...แสนเสียดายในเวลา  ฯ

นั่นหล่ะ...ยุคสมัย
Submitted by เมษา on September,21 2007 23.05

นั่นหล่ะ...ยุคสมัย                                               ข้าฯมิอาจยืนยันได้ทั้งหมด                                         ว่าโลกล้วนงามงดมิผุกร่อน                                         ไร้ฝุ่นผง-พงรก-ตกตะกอน                                           หรือแสงอ่อนอาบอุ่นคงกรุ่นฟ้า                                               หากเช่นนั้นแล้ว.............                                           ยุคสมัยพรายแพรวจักไร้ค่า                                           มิมีใดแตกต่างในดวงตา                                           เลอค่า-ตำค่าแตกต่างใด                                                 นกพเนจรตัวใดไม่ไหวหวาด                                           ไม่ถอยขลาดเสียงกรูกราวของเช้าใหม่                                             โลกเปิดฉากทุกวันยังหวั่นใจ                                             นำค้างใส-เป็น-ตาย-มารายล้อม                                                 นั่นหล่ะ......ยุคสมัย                                             ลุกราวเปลวไฟไหม้หลอม                                             ท่ากลัว-กล้า    ยอมมิยอม                                             เวลามิคู้ค้อมหรือยินฟัง                                                 อย่างไรก็ตาม......                                             หากท่านจะข้ามไปโพ้นฝั่ง                                             คลื่นคงครวญเพลงเพราะเสนาะฟัง                                             ข้าฯ..ท่าน..อาจได้นั่งเรือฝันเดียว                                                                           เมษา

มันคืออะไร
Submitted by แปลให้หน่อย on September,21 2007 15.19

คน ดอกไม้ ดอกไม้ ดอกไม้ .............................................................................ผีเสื้อ ผีเสื้อ บิน บิน บิน....................................................................................................................................................................

แต่ละอย่าง....
Submitted by ...โดยคำ... on September,20 2007 16.19

แต่ละย่างแต่ละย่ำนำชีวิต แต่ละทิศแต่ละทางสว่างแจ้ง แต่ละเดือนแต่ละปีที่แสดง แต่ละหนแต่ละแห่งย้ำดำเนิน


แต่ละคนแต่ละใจในยะถา แต่ละคืบแต่ละวาอันนานเนิ่น แต่ละทุกข์แต่ละสุขปลุกใจเพลิน แต่ดลแต่ละเดินอยู่เช่นนั้น


แต่ละวาดแต่ละหวังประทังจิต แต่ละคิดแต่ละค้นกังวลฝัน แต่ละเป็นแต่ละไปสู่ใดกัน แต่ละคืนแต่ละวันยังล่องลอย


แต่ละบทแต่ละบาทยามวาดแจ้ง แต่ละเหี่ยวแต่ละแห้งจนเหงาหงอย แต่ละโศกแต่ละเศร้าการเฝ้าคอย แต่ละสิบแต่ละร้อยยังจนนัก


แต่ละเรื่องแต่ละราวในหนาวร้อน แต่ละสะทกแต่ละท้อนยามเหนื่อยหนัก แต่ละฝันแต่ละใฝ่อันไหวทัก แต่ละห้ามแต่ละหักกล้ำใจกลืน


แต่ละชื่นแต่ละช้ำน้ำตาร่วง แต่ละห้วงแต่ละหนทนใจขื่น แต่สร้างแต่ละก่อพอได้ยืน แต่ละฝืนแต่และข่มระทมนัก ---------------------- ลานเทวา

ตถตา..แห่งประชาธิปไตย.....
Submitted by ...โดยคำ... on September,10 2007 04.36




วิเวกวาดสงบแจ้งสรรพสิ่ง ความเป็นจริงปรากฏในบทสรรค์ ข้ารู้ข้าเห็นอยู่เช่นกัน ใต้ตะวันดวงนี้มีกระไร


จากรำพึงในเหตุของเศษซาก ฤากระชากความคงมั่นจนหวั่นไหว บุรุษผู้ผ่านโผนทะโมนไพร หากอ่อนไปตามกระแสคงแลทราม


พ้นมิพ้นยลตรงใจฝักใฝ่ละ แพ้ชนะในอารมณ์สิข่มข้าม หากไร้สิ้นมรรคาพยายาม ถึงพบธรรมงามงามสิใช่ซึ้ง


เร้นดำริวิเวกใดคงไร้ค่า สัปปายะแห่งป่าใช่เป็นหนึ่ง ยากซุกซ่อนอ่อนไหวในรำพึง หากคะนึงแต่โลกคอยโยกใจ


วิเวกวาดสงบแจ้งสรรพสิ่ง ความเป็นจริงปรากฏในบทใหม่ ข้ารู้ข้าเห็นโลกเช่นใด ตถตาแสดงไว้เช่นนั้นแล้ว


------------------------------- ลานเทวา


ขอให้คนเก่าเก่าเข้าใจแก่
Submitted by ปรัชญ์ วลีพร on September,08 2007 07.07

ขอให้คนเก่าเก่าเข้าใจแก่ คนพ่ายแพ้แจ้งชัดคำตัดสิน คนข่าวคาวแขวนขื่อคารู้ราคิน คนเดินดินเห็นดำแดงหนแห่งใด

    สังคมก็จะคลายความร้ายร้อน
    ทุกข์ยากก็จะผ่อนจะเพลาได้
    น้ำตาจะแปรค่าเป็นดีใจ
    ใครใครก็จะเฝ้าเข้าใจคน

    แต่นี่… คนตะเกียกตะกายไม่หยุดหย่อน
    เอาเผือกร้อนพริกเผ็ดเผด็จผล
    เป็นตรงข้ามกันไปไม่จำนน
    จึงทุรนทุรายทุกรายไป

    ขอแค่คนพอใจในหน้าที่
    พอใจในความมีความเป็นได้
    คนเก่าเก่ารู้แก่แน่แก่ใจ
    แผ่นดินใดพึงพบสงบงาม&nbsp;  ฯ
97 items|« First « Prev 3 4 (5/10) 6 7 Next » Last »|

Member zone

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซท์
"ก๊วนปาร์ตี้"
เว็บไซท์นี้เปิดมาเพื่อ เป็นพื้นที่สาธารณะ สำหรับบันทึกเรื่องราว ทางด้านวรรณกรรม ทุกรูปแบบ ท่านสามารถส่งบทความ - เรื่องสั้น - บทกวี เพื่อมาแลกเปลี่ยนกันอ่าน โดยคลิกส่งได้จากด้านล่างนี้
คลิกเพื่อ >> ส่งบทความ | ส่งเรื่องสั้น | ส่งบทกวี | ปกิณกะ
Last topic

Blogs

ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว