ก๊วนปาร์ตี้ [ BOOK Party Gang ]

Home ก๊วน Story Party หนังสือ ก๊วน Writer Party ไอเดีย Party Gang

นานาทัศนะ

13 items|« First « Prev 1 (2/2)
อาลัยกนกพงษ์
Submitted by Pookun on April,17 2006 21.03

กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ที่ฉันรัก
เขียนเรื่องสั้นดีนัก ฉันอ่านพบ
“สะพานขาด”ประกาศฝีมือลือตระหลบ
ไม่เคยพบเรื่องดีเช่นนี้เลย


ฉันเขียนชมกนกพงศ์ลงนิตยสาร
เมื่อได้อ่าน “สะพานขาด”มิอาจเฉย
ฉันกล่าวว่าเขามาใหม่ไฉนเลย
จึงเขียนเหมือนคนเคยได้รางวัล


ฉะนั้นไซร้ต่อไปคงได้ผล
คงสร้างงานบรรดาลดลอักษรสรรค์
เขาก็สร้างงานเขียนพากเพียรครัน
แต่แล้วเขาดับขันธ์ ไม่ทันไร


ฉันเสียใจเสียดายกนกพงศ์
ลืมไม่ลงบทประพันธ์ที่สรรค์ไว้
เสียดายที่ฝีมืออันลือไกล
ชะงักงันทันใดเพราะ “สิ้นบุญ”


ไม่เป็นไรเพื่อนสนิทมิตรสหาย
แฟนทั้งหลายยังอยากอ่านงานที่คุ้น
สำนักพิมพ์จงมีจิตคิดเจือจุน
จงการุญพิมพ์งานเก่าของเขาซ้ำ.

โดย อาจินต์ ปัญจพรรค์--๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙--(ผมไปพัทลุงไม่ได้ ขอมอบบทกลอนนี้ให้เขาก็แล้วกัน)

........................................

ได้เขียน ได้คิด ได้สิทธิ์นี้
สรรค์สร้างวิถีตามที่หมาย
ดำรงค่าของมนุษย์ผู้จุดประกาย
ส่องแสงพรายโดดเด่นในเส้นทาง


ได้ใช้ชีวิตตามสิทธิ์นั้น
เต็มขั้น เต็มคราวทุกก้าวย่าง
เต็มตื่น เต็มฝัน ทุกชั้นวาง
โลกกว้างย่อมจดจารตำนานคุณ

โดย ประชาคม ลุนาชัย--๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙
....................................

ยังจำคืนหนึ่ง ริมน้ำปิง
นิ่ง นิ่ง นิ่ง เงียบงัน
กนกพงศ์ สงสมพันธ์
เป็นอย่างนั้น เป็นอย่างเขา


อ่านงานของคุณเล่มล่า
ลมปลิว ใบไม้ป่า
หลับตาถอนใจยาว
เจ้าหงิญของเรา เตาะแตะ ตามรอยเท้าคุณ หลายขวบปี


เสียดายหรือชีวิต
ถ้าคิด เขียน ได้เพียงนี้
วันหน้า ณ ริมฝั่ง มหานที
สอนผมอีกที ในความเงียบงัน


โดย บินหลา สันกาลาคีรี--๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙--(ผมไม่สนิทกับเขา แต่ผมรักเขา)

อาลัยรัก - - กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ โดย น.โหน่ง ณ นาคร
Submitted by 1 on April,17 2006 20.58
อาลัยรัก - - กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ โดย น.โหน่ง ณ นาคร อีกมุมหนึ่ง ของวันที่ ๑๔ กุมภาฯ ๒๕๔๙ กลิ่นหอมหวลของวันที่ ๑๔ กุมภาฯ โชยมาจางๆ มีกลิ่นแห่งความรักแซมกลิ่นดอกไม้หอมจางๆมาจากหุบเขา "มันใกล้เข้ามาแล้วสิ" หนุ่มสาวคู่หนึ่งสนทนากัน เขาและเธอต่างเตรียมงานเลี้ยงเล็กๆไว้สำหรับกันและกัน และจากนั้นก็ต้อนรับการมาเยือนของมวลมิตร ผมรู้จักเขามาเป็นเวลา ๑๖ ปีแล้ว รู้สึกดีที่ได้พบและเป็นมิตรภาพที่ยั่งยืนจวบจนปัจจุบัน บ้านน้อยกลางป่าแห่งหุบเขาฝนโปรยไพรคือสถานที่ซึ่งต้อนรับเหล่ามวลมิตรเสมอมา เรามักจะไปจัดงานเลี้ยงกันที่นั่น ทุกๆครั้งที่จัดงานเลี้ยง จะมีแต่ความสุขสนุกสนานทุกๆครั้ง เธอ ........ ภรรยาเจ้าของบ้าน ก็จะนำสำรับอาหารที่มีสีสันและรูปแบบที่แปลกตา มาเสิร์ฟกับพวกเราให้อิ่มหนำสำราญ ก่อนดนตรีจะเริ่มบรรเลง จนกระทั่งเรื่องราวทั้งหมดจะเงียบหายไป และไม่มีข่าวคราวใดๆจากหุบฝนโปรยไพร เมื่อประมาณปีที่แล้ว ผมเคยคิดเล่นๆว่าจะเขียนบทความเกี่ยวกับการเลิกบุหรี่ โดยสมมติตัวละครขึ้น โดยตัวเอกของเรื่อง กำลังเฝ้าไข้เพื่อนสนิทคนหนึ่งที่กำลังนอนป่วยอยู่ที่เตียงคนไข้ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เขาป่วยด้วยโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ จากนั้นไม่นานเพื่อนของเขาก็ต้องตายจากไปเพราะโรคร้ายจากบุหรี่ในวันรุ่งขึ้น ซึ่งในวันเดียวกัน เขาก็ประกาศเลิกสูบบุหรี่ตลอดชีวิตเพื่ออุทิศและไว้อาลัยให้แก่เพื่อนของเขา ประมาณวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๔๘ บุหรี่มวนสุดท้ายเหลืออยู่ในซอง ผมจุดมันขึ้นมาสูบ หลังจากบุหรี่มวนสุดท้ายมอดไหม้ ผมก็มีอาการระคายคอนิดหน่อย เลยคิดว่าไม่เป็นอะไรมาก แต่เกินคาดคิดอาการมันยิ่งเป็นหนักขึ้นเพราะบุหรี่มวนนั้น ผมเจ็บคออย่างรุนแรง ไข้ขึ้นสูงกลืนอะไรไม่ได้ ปวดหัวมาก การทรงตัวไม่อาจทำได้ตามใจต้องการ ยิ่งวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๘ ผมเป็นหนักขึ้นเป็นสองเท่า โธ่ มันเป็นวันที่คนรักของผมจะลงมาเที่ยวกับผมเสียด้วยสิ แต่อาการป่วยมันก็หายไปราวปาฏิหารย์ เพราะบุหรี่มวนนนั้นที่ทำให้ผมเกือบไปเที่ยวกับคนรักไม่ได้ ๑๓ กุมภาฯ ๒๕๔๙ เขาและเธอยังคงหยอกล้อกันในห้องพักผู้ป่วย เขายังพูดแซวเธอว่า "เราน่าจะยึดห้องพักนี้เป็นบ้านหรือโรงแรมเสียเลย เราจะอยู่กันกี่วันดีล่ะ" เขาพูดคุยกันต่อต่อว่า พรุ่งนี้เราจะไปฉลองกันที่ไหนดี วันนี้วันที่ ๑๓ กุมภาฯ แล้วพรุ่งนี้ล่ะ มากกว่า ๒๔ชั่วโมงแล้ว ที่เขานอนซมอยู่อย่างนั้นโดยไม่มีหมอเข้ามาดูอาการแม้แต่คนเดียว แต่เขาและเธอก็ยังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนานเช่นเดิม เช้าวันที่ ๑๔ กุมภาฯ ๒๕๔๙ เขานอนสงบนิ่งไม่ไหวติง ใบหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอาการใดๆ และไม่มีเสียงหยอกล้อเช่นทุกวัน เธอจับมือเขาแล้วเรียกชื่อเขาดังๆ ไม่ ! ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ เขาหยุดความฝันของเธอไว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ เขาจากไปก่อนอรุณรุ่งของวันที่ ๑๔ กุมภาฯ จะมาเยือน ยังไม่ทันได้ลิ้มรสอันหอมหวานแห่งวาเลนไทน์ มัจจุราชก็พรากเธอไป คุณป้าของผมบอกกับผมว่า เขาไปดีนะ เพราะเขาตายในเดือนเกิดของเขาคือเดือนกุมภาพันธ์ และวันนี้เป็นวันมาฆบูชาเสียด้วย นับว่าเขาไปดี แต่ใครเล่าจะปวดร้าวเท่ากับเธอ วันแห่งความรักเธอน่าจะได้ร่วมฉลองความสุขเช่นคู่รักคู่อื่นๆ แต่เธอกลับต้องมาลิ้มรสความขมขื่นแต่เพียงเดียว ๑๔ กุมภาฯ ๒๕๔๙ จึงกลายเป็นงานศพของคนรัก หากมัจจุราชจะพรากเขาอย่างไม่มีวันกลับจริงๆให้เขาตายในวันที่ ๑๕ กุมภาฯไม่ได้หรือ ให้เขาอยู่ร่วมกันในอ้อมกอดของ ๑๔ กุมภาฯด้วยกันสักวันไม่ได้หรือ แล้ววันรุ่งขึ้นค่อยให้เขาจากไป ไม่ได้หรือครับ ไร้คำตอบจากสวรรค์ เขาตายด้วยอาการปอดติดเชื้อ เนื่องจากความชื้นของอากาศ และการสูบบุหรี่จัดมาเป็นเวลาอันยาวนาน ดูเหมือนว่า ผมจะเลิกบุหรี่เพื่อเป็นการไว้อาลัยแด่เขา แต่อาจไม่ใช่ ผมเลิกบุหรี่ก่อนหน้าเขาตายหลายเดือน แต่ก็ไม่เป็นไรหากผมจะขอเลิกสูบหรี่ตลอดชีวิตจริงๆเพื่อเป็นการอุทิศแต่การจากไปของเขา เขาเป็นทั้งเพื่อนและพี่ดี ซึ่งผมรักและศรัทธาตลอดมา นับจากนี้ งานเลี้ยงของพวกเรา จะไม่มีเสียงกีตาร์ของเขาขับกล่อมเราอีกต่อไปแล้ว ปาร์ตี้คงจะเงียบเหงาและอ้างว้างอย่างแน่นอน การเดินทางของพวกเราก็จะขาดผู้ร่วมทางไปอีกหนึ่งคน แต่ถึงอย่างไร แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เขาจะร่วมเดินทา .....
กาลครั้งหนึ่ง ณ หุบเขาฯ ตอน เรื่องเล่าจากงานเลี้ยง โดย ธนาวัฒน์ อุ่นเรืองศรี
Submitted by Pookun on April,17 2006 20.56
กาลครั้งหนึ่ง ณ หุบเขาฯ ตอน เรื่องเล่าจากงานเลี้ยง โดย ธนาวัฒน์ อุ่นเรืองศรี แล้วงานเลี้ยงของพวกเราก็เริ่มต้นอีกครั้ง มันเป็นงานเลี้ยงประจำเดือนซึ่งจะจัดกันเดือนละครั้ง งานเลี้ยงของพวกเราก็ไม่ได้แตกต่างจากงานเลี้ยงอื่นทั่วๆไป ที่มีการทำอาหาร กินดื่มร้องรำทำเพลงเป็น ภาพที่เราทุกคนล้วนคุ้นตา เดิมที่พวกเราทุกคนต่างอยู่กันอย่างโดดเดี่ยว นับตั้งแต่เรามีปาร์ตี้เกิดขึ้น ทำให้กลุ่มของเราพบกันบ่อยขึ้น ได้มีการพบปะสังสรรค์ และแลกเปลี่ยนความคิดในเรื่องต่างๆซึ่งหมายถึงงานวรรณกรรมด้วย จนกระทั่ง เมื่อปาร์ตี้ประจำเดือนของเราก็เดินทางมาอีกหน คราวนั้นพี่ศักดิ์ชัย ลัคณาวิเชียร เป็นเจ้าภาพ ซึ่งงานวันนั้นเราได้เชิญ พี่กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ และศรีภรรยา อุรุดา โควินท์ มาร่วมงานเลี้ยงเป็นครั้งแรกอีกด้วย และนี่คือจุดเริ่มต้นของของความประทับใจที่จะตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป แม้ว่าพี่กนกพงศ์และพี่ชมพูจะมาร่วมงานเลี้ยงของพวกเราเป็นครั้งแรก แต่ทั้งสองก็หาใช่คนแปลกหน้าไม่ เพียงแต่อาจจะเป็นครั้งแรกสำหรับปาร์ตี้เท่านั้น งานเลี้ยงดำเนินไปด้วยความสุขสนุกสนานเช่นเดิม หลังจากงานวันนั้น อุรุดาก็ได้บอกกับพวกเราว่า ยเอาแบบนี้สิ ปาร์ตี้คราวหน้าจัดที่บ้านพู พวกพี่ๆจะกินอะไรกันบ้างย พวกเราทั้งหมดบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ากินได้หมด พี่ชมพูพูดต่อว่า ยพูทำบาร์บีคิวหมูอร่อยมาก อยากกินกันไหมย ผมกับพี่หนุ่ม จิระ อุ่นเรืองศรีพยักหน้า โดยมีพี่กนกพงศ์ พยักหน้ารับอีกคน แล้ววันที่รอคอยก็มาถึง พี่ปริทรรศ (หุตางกูร) บึ่งรถพาพวกเราทั้งหมดมุ่งหน้าสู่หุบเขาฝนโปรยไพร วิมานน้อยของพี่กนกพงศ์และแฟนสาว อันเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงนั่นเอง โดยพี่ศักดิ์ชัยไปรอเราอยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่ถึงจุดหมายทุกอย่างในบ้านเงียบสงบ ดูเหมือนไม่มีอะไร พวกเราคิดในใจ มันคงไม่ต่างจากปาร์ตี้คราวก่อนๆเพียงแต่เปลี่ยนสถานที่ แต่เมื่อเราเดินไปด้านนอกของตัวบ้าน ยโอ้โหย พวกเราทั้งหมดต่างร้องเป็นเสียงเดียวกัน ทุกคนต่างตื่นตะลึงกับภาพที่เห็น แม้ว่าจะเป็นงานเลี้ยงเล็กๆแต่จัดได้อย่างยิ่งใหญ่ตระการตาดีแท้ ทุกสิ่งทุกอย่างสวยงามดั่งสวรรค์สร้าง พี่กนกพงศ์เป็นคนขยันมากๆ หากรู้ว่าวันไหนจะมีปาร์ตี้ พี่แกจะปลุกอุรุดาไปจ่ายตลาดแต่เช้าตรู่ พี่ชมพูก็จะช่วยพี่หนกจัดเตรียมสถานที่จัดงานไว้ล่วงหน้า และเมื่อถึงวันงาน ทุกอย่างก็พร้อมสรรพ ด้วยความที่เป็นคนขยันพี่แกจะขมักเขม้นอยู่ในครัวช่วยภรรยาทำกับข้าวไม่ได้หยุดหย่อน และคอยมาสอบถามพวกเราตลอดเวลาว่า ยมีอะไรขาดเหลือบ้างย แม้ว่าพี่ทั้งสองจะเหน็ดเหนื่อยแต่ก็มีความสุขทุกครั้งกับการทำอาหารต้อนรับการมาเยือนพวกเรา อาหารคาวหวาน บรรจุอยู่ในจานชามที่สวยงาม ผักผลไม้ก็สลักเสลาอย่างประณีต จัดเรียงอย่างวิจิตรบรรจง นอกจากนั้น พี่ชมพูยังมีอาหารรูปร่างแปลกตามาเสิร์ฟให้แกพวกเราอีกด้วย ไม่นานนัก พี่ชมพูก็ยกบาร์บีคิวร้อนๆจากเตามาเสิร์ฟให้เรารับประทานกันสดๆใหม่ๆ แค่คำแรกผมก็สัมผัสได้ถึงความอร่อย บาร์บีคิวของพี่อุรุดาอร่อยสมคำร่ำลือจริงๆ ด้วยเนื้อหมูที่นุ่มหอม ผสานกับความฉ่ำหวานของสับปะรด เป็นส่วนผสมที่สุดแสนจะลงตัว ทุกคนที่ได้ชิมต่างพร้อมใจกันพูดว่า ย ขออีกไม้ ย อีกสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นเสน่ห์ของงานก็คือ เครื่องดื่มสีสันฉูดฉาดใส่อยู่ในเหยือกใบโตๆเป็นที่สะดุดตายิ่งนัก มันเป็นเครื่องดื่มผสมน้ำผลไม้สีแดงสด รสชาติอร่อยอย่างประหลาด เหมือนได้ดื่มน้ำทิพย์จากสรวงสวรรค์ เป็นอีกทางเลือกของผู้ที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล อุรุดาบอกกับพี่จิระว่า ยพี่หนุ่ม ช่วยตั้งชื่อให้หน่อยสิ เครื่องดื่มนี้ยังไม่มีชื่อเลยย เราทั้งหมดต่างหัวเราะกันอย่างสนุกสนานในเรื่องของการตั้งชื่อเครื่องดื่มของอุรุดา และจนบัดนี้มันก็ยังไม่มีชื่อ หลังจากที่รับประทานอาหารหนักจนอิ่มแปล้แล้ว จึงเข้าสู่ช่วงการสนทนาผ่านน้ำสีทองอำพัน การสนทนาเป็นไปอย่างมีรสชาติหลังจากนั้น ก็เป็นช่วงของการร้องรำทำเพลง เดิมทีในงานเลี้ยงจะมีพี่ปริทรรศเล่นกีตาร์เพียงคนเดียว แต่พอได้การเล่นพิคกิ้งที่ไพเราะเสนาะหูของพี่กนกพงศ์ ทำให้งานเลี้ยงมีสีสันมากยิ่งขึ้น ทำให้ปาร์ตี้แต่ละครั้งไม่สามารถขาดเสียงกีตาร์ของพี่กนกพงศ์ได้อ .....
13 items|« First « Prev 1 (2/2)

Member zone

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซท์
"ก๊วนปาร์ตี้"
เว็บไซท์นี้เปิดมาเพื่อ เป็นพื้นที่สาธารณะ สำหรับบันทึกเรื่องราว ทางด้านวรรณกรรม ทุกรูปแบบ ท่านสามารถส่งบทความ - เรื่องสั้น - บทกวี เพื่อมาแลกเปลี่ยนกันอ่าน โดยคลิกส่งได้จากด้านล่างนี้
คลิกเพื่อ >> ส่งบทความ | ส่งเรื่องสั้น | ส่งบทกวี | ปกิณกะ
Last topic

Blogs

ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว