ก๊วนปาร์ตี้ [ BOOK Party Gang ]

Home ก๊วน Story Party หนังสือ ก๊วน Writer Party ไอเดีย Party Gang

วรรณกรรม

323 items|« First « Prev 1 (2/33) 3 4 5 Next » Last »|
'ซีไรต์' ได้ประกาศผลเรื่องสั้นที่เข้ารอบสุดท้าย
Submitted by Pookun on July,08 2008 20.00

วันพฤหัสบดีที่ 1 เดือนมกราคม พศ. 647
มติชน วันที่ 08 กรกฎาคม 2551 เวลา 19:36:11 น.
 
'บริษัทไทยไม่จำกัด' โดย สนั่น ชูสกุล สำนักพิมพ์มติชน ผ่านเข้ารอบ 9 เล่มสุดท้ายโดยคณะกรรมการคัดเลือกรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอา เซียน หรือ 'ซีไรต์' ชี้เรื่องสั้นไทยมาถึงจุดเปลี่ยน นักเขียนสร้างอัตลักษณ์แตกต่าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม คณะกรรมการคัดเลือกรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน หรือ 'ซีไรต์' ได้ประกาศผลเรื่องสั้น ที่เข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ประจำปี 2551 จำนวน 9 เล่ม จากหนังสือ 76 เล่มที่ส่งประกวด ได้แก่

  1. 'ข่าวการหายไปของอารีญาและเรื่องราวอื่นๆ' เขียนโดย ศิริวร แก้วกาญจน์ พิมพ์โดยสำนักพิมผจญภัย
  2. 'เคหะวัตถุ' เขียนและพิมพ์โดย อนุสรณ์ ติปยานนท์
  3. 'ตามหาชั่วชีวิต' โดย เสาวรี สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น
  4. 'บริษัทไทยไม่จำกัด' โดย สนั่น ชูสกุล สำนักพิมพ์มติชน
  5. 'ปรารถนาแห่งแสงจันทร์' โดย เงาจันทร์ แพรวสำนักพิมพ์
  6. 'เราหลงลืมอะไรบางอย่าง' โดยวัชระ สัจจะสารสิน สำนักพิมพ์นาคร
  7. 'เรื่องบางเรื่องเหมาะที่จะเป็นเรื่องจริงมากกว่า' โดยจำลอง ฝั่งชลจิตร แมวบ้านสำนักพิมพ์
  8. 'วรรณกรรมตกสระ' โดย ภาณุ ตรัยเวช สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์
  9. 'หมู่บ้านแอโรบิก' โดยทัศนาวดี แพรวสำนักพิมพ์

คณะกรรมการเห็นว่า เรื่องสั้นที่ส่งประกวดมีพัฒนาการอย่างเห็นได้ชัด เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นประเด็นร้อนของยุคสมัย และโดดเด่นด้วยศิลปะการเล่าเรื่องที่หลากหลายและใช้ชั้นเชิงมาก ซึ่งเป็นลักษณะของนักเขียนในยุคนี้ นอกจากนี้ ยังเห็นว่าเรื่องสั้นไทยมาถึงจุดปรับเปลี่ยนวิธีสร้างเรื่อง และการมองสังคม นักเขียนพยายามค้นหาอัตลักษณ์ที่แตกต่าง เพื่อหาแง่มุมเล่าเรื่องเฉพาะแบบของตนเอง

เรื่องสั้น
Submitted by รัสตามาลี on June,17 2008 21.35

1“  คาราวะผู้รอนแรมรักษาป่าทั้งหลาย ที่ให้กำเนิดเรื่องราวและตำนานอันเป็นที่โจษจันในใจฉัน ”


                                                  แด่ผู้อพยพเพื่อการมีชีวิตอยู่ (สังขละบุรี2551)

    นานมาแล้วที่ฉันต้อง “อพยพ”    จะเรียกมันว่าอะไรดีกับการที่ต้องหอบผ้าผ่อน หนังสือหนังหา  ปากกา  ดินสอ เดินทางไปเพื่อร่วมเรียนรู้กับผู้คนหลากหลายเชื้อชาติเผ่าพันธุ์  เพื่อค้นหาอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่เพื่อตัวตน  หากแต่เพื่อการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ประสบการณ์เบี้ยหอยรายทางที่เก็บเกี่ยวได้จากการใช้ชีวิตอยู่ตามสังคมชายแดน  บ้านป่า ห่างไกลจนสุดขอบดินแดนแห่งอารยะชน  นั้นเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศในสายตาของคนเขียนหนังสือ(อย่างฉัน) และอาจเป็นของใครอีกหลายๆคนที่หลงใหลใคร่รักที่จะทำงานศิลปะอยู่ร่ำไป
                                                                                                                                              ขอขอบพระคุณ                                                                                                                                               สุนทร  แสนสุข                                                                                                                                         เจ้าพระยา นนท์  2550

โลกกว้างยาวแค่สิบก้าวที่เราเดิน
Submitted by พีรมิตร on June,17 2008 12.32

เคยค้นพบอะไรบ้างในย่างก้าว

ขณะสาวเท้าเติ่งระเริงหลง

รู้สึกไหมใจฉุนแต่วุ่นวง

มิเคยปลง เพ่งพิศ...ทิศทางจร


รอนแรมเรื่อยไปหวั่นไหววก

เพลินสะทกอกสะเทือนเกินเคลื่อนถอน

จนมิรู้การเคลื่อนไหว...ไม่อาทร

ใจถูกอ้อนจากลมจมตามแรง


เท้าที่ยกเยื้องย่างไปข้างหน้า

จิตผู้รู้...รู้ท่าและรู้แหล่ง

ยกแล้ว...เหยียบ  เหยียบแล้ว...ยก...ฉกเปลี่ยนแปลง

มันสำแดง เกิด-ดับ  สลับกัน


ตามอาการเคลื่อนไหวใจผู้รู้

มิลงสู่สิ่งใดมิไหวหวั่น

เป็นเพียงผู้ดูแลชะแง้งัน

จนรู้ทันความเป็นเช่นนั้นเอง


ฝึกยกหนอ เหยียบหนอ ไม่คิดหนอ

สิบก้าวย่างก็พอ...อย่าอวดเบ่ง

จักรวาลอันกว้างใหญ่ใจบรรเลง

แค่บทเพลงสิบก้าวก็ยาวเกิน


ฝึกได้แล้วแนวใดใจผู้รู้

ย่อมแลดูอยู่ไม่ห่างแม้ทางเขิน

การเคลื่อนไหว กาย-จิต สะกิดเดิน

ก็เผชิญเป็นแต่ผู้แลดู


รับรู้ก็มัก....สักแต่ว่า

เกิดเร็วช้าก็เห็นการเป็นอยู่

จะยุบ-พอง ฟุบ-แฟบ หรือฟ่องฟู

จิตคอยดูเฉยเฉยมิเผยเงา


จิตผู้รู้คือสติที่ผลิตื่น

จะวัน-คืน...มิเคยหลับกระสับกระเส่า

การเคลื่อนไหวแห่งไตรลักษณ์หมุน หนัก-เบา

โลกของเราก็เท่านี้ไม่มีอะไร  ฯ

น้ำเข้าใต้ถุน
Submitted by รัตนชัย มานะบุตร on June,14 2008 21.57

น้ำเข้าใต้ถุน

รัตนชัย มานะบุตร

ราวกับว่าแม่ได้กลิ่นอนาคต...

แม่ฝันว่า แม่และเพื่อนบ้านสวมชุดดำนั่งรถยนต์เต็มกระบะเดินทางไปงานศพที่วัด  ทุกคนพกใบหน้าเศร้าสลดและด้วยความสงสัย  และฝูงชนที่แห่กันไปที่วัดมีคนเกือบทุกชาติทุกภาษา

ไปงานศพใครกันก็ไม่รู้?

แม่ได้กลิ่นศพตอนสวมเสื้อดำก่อนออกเดินทาง

‘งานศพคนทั้งโลก’  ใครคนหนึ่งเอ่ย

ที่วัดเสียงร้องร่ำระงมไปทั่ว ทุก ๆ ครึ่งชั่วโมงจะมีรถยนต์ขนศพเต็มคันมาส่ง  มีหมอผมแดงคนดังและอาสาสมัครตรวจ ดี.เอ็น.เอ.และฝังไมโครชิพ ทุกระยะจะมีคนมาขอถ่ายรูปหมู่ร่วมกับศพ ศพที่ตรวจ ดี.เอ็น.เอ.และฝังไมโครชิพแล้ว ทุกคนจะถูกคืนชีวิตให้ พวกเขาลุกขึ้นยืนทั้ง ๆ ที่เนื้อตัวเต่งตึงร่วมถ่ายรูปหมู่ ถ่ายรูปเสร็จทุกศพต่างเอ่ยปากขอบคุณ เสียงที่เปล่งออกไม่เต็มเสียงนักเพราะในปากของพวกเขามีแต่น้ำ  แล้วเดินตัวแข็งเรียงแถวไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่จอดรออยู่ แล้วแต่ใครเลือกลำไหน มีไปสนามบิน ภูเก็ต พังงา กระบี่ เฮลิคอปเตอร์ลำใหม่ก็บินลงมาแทนที่ไม่รู้จักจบ

น่าสงสารศพที่ไม่มีญาติมารับ พวกนี้ถูกบังคับให้เดินไปหลังวัดมีรถแทรกเตอร์กำลังขุดหลุมขนาดใหญ่ยาวเหยียด เตรียมฝังเพราะศพมากเกินไปไม่มีที่เก็บ ทหารกำลังลำเลียงศพลงไปยังก้นหลุม ศพบางศพประท้วงเรื่องผิดสัญชาติ ประท้วงจนพอใจจึงยอมลงนอนในหลุมแต่โดยดี บางศพไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นใครมาจากไหน แม้เจ้าตัวจะบอกชัดเจน แต่นั่นเป็นข้อมูลจากคนเสมือนสติไม่สมประกอบ ถูกบังคับให้ต้องลงไปนอนรอญาติมาพิสูจน์ก้นหลุม พวกเขาบ่นกันว่า รู้ว่ายุ่งยากแบบนี้ไม่น่ามาตายที่นี่เลย...

เรื่องขำ ๆ ของนายแงไก่
Submitted by รัตนชัย มานะบุตร on June,14 2008 21.33

มีหมอคนหนึ่งท่านกำลังตรวจภายในหญิงสาวคนหนึ่ง โดยมือสอดเข้าช่อง... พอดีเพื่อนของหมอโทรศัพท์เข้ามา (เพื่อนซึ่งห่างเหินกันมานาน) ขับรถยนต์มาเยี่ยมหมอ แต่ถนนในเมืองนั้นเป็นที่ทราบกันแล้วว่ามีหลายสายหลายตรอกซอกซอย

หมอคุยกับเพื่อนทางโทรศัพท์ว่า "ตรงมาแล้วก็เลี้ยวซ้ายพบไฟแดงแล้วก็เลี้ยวขวา... ตรงไปอีกสองไฟแดงแล้วก็เลี้ยวขวา พบทางแยกแล้วเลี้ยวซ้าย ตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายอีกครั้ง เห็นโรงพยาบาลอยู่ด้านขวา"

ระหว่างคุยโทรศัพท์ มือของหมอก็เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาไปตามปากที่กำลังบอกเพื่อน

พอหมอวางหูโทรศัพท์ คนไข้ของหมอก็พูดขึ้นว่า

"หมอคะ หมอไม่ลองทวนอีกครั้งหรือคะ กลัวเพื่อนหมอมาไม่ถูก..."

...จากนายแกงไก่...

รวมเรื่องสั้น "ดวงตะวันยังจะขึ้นและลับลา" ธารเมฆ
Submitted by จู พเนจร on June,12 2008 20.05

คำนำครั้งที่2รวมเรื่องสั ้นพรรค์สมัย เฉิดฉาย : ดวงตะวันยังจะขึ้นและลับลา

ธารเมฆเขียนเรื่องสั้นไว้น ้อยจำนวน 8 เรื่องที่เขาเขียน นับเป็นเรื่องสั้นทั้งหมด ซึ่งปรากฏอยู่ในรวมเรื่องสั ้นพรรค์สมัย เฉิดฉาย : ดวงตะวันยังจะขึ้นและลับลา เล่มนี้

เรื่องสั้นทั้งหมด 7 เรื่องได้รับการตีพิมพ์ในน ิตยสารต่างๆมาแล้ว โดยส่วนมากในช่วงปี 2538-2542 ยกเว้นเรื่องใหม่ล่าสุด ณ โลกมัจฉานุษย์ ซึ่งเขียนในปี 2551 นี้

แน่นอนว่าการตีพิมพ์งานไม่ได้เป ็นเครื่องการันตีเรื่องคุณภาพใดๆ เพราะมีเรื่องสั้นที่ดีอ ีกจำนวนมากที่ไม่ได้รับการตีพ ิมพ์ และเรื่องสั้นอีกจำนวนมากๆที่ไม ่ได้ดีเด่อะไร แม้ได้รับการตีพิมพ์ตามน ิตยสารแล้วก็ตาม แม้แต่การได้รางวี่รางวัลอะไร ซึ่งเป็นเรื่องที่รับรู้ได้โดยท ั่วไป

เรื่องสั้นที่ดีเป็นอย่างไร อยู่ที่ตัวมันเองล้วนๆ เรื่องสั้นที่ดีควรจะมีความใหม่ และก็ไม่ควรขาดความเก๋า อันที่จริงความใหม่ก็คืองานศิลปะ หาใช่ห้วงระยะเวลา  เรื่องสั้นของธารเมฆมีลักษณะเด ่นทางด้านอารมณ์ความรู้สึกที่ใช ้ในการเดินเรื่อง สำนวนภาษามีสำเนียงลีลาละเม ียดละไมและเสียดเย้ย เฉิดฉาย ทระนงองอาจ ให้บรรยากาศแบบเฉพาะตัว ไม่ว่าจะบรรยายแบบตรงไปตรงมาอย ่างชัดเจน เช่น ดีไม่ดี ชอบไม่ชอบ ใช่ไม่ใช่ หรือที่ปล่อยให้ผู้อ่านได้คิดเอง ในทุกเรื่องทุกแนวก็มีตัวละคร ความขัดแย้ง และประเด็น เหมือนเรื่องสั้นทั่วไป ประเด็นที่เขาพูดถึงก็ไม่ได้ใหม่ ไม่ได้เก่า มีการพูดถึงกันอยู่เรื่อยไป แต่ใหม่ที่ภาวะอารมณ์ในการนำเสนอ ตัวละครและมุมมองก็ไม่ได้มีมิต ิใหม่ๆ ยกเว้นก็แต่ชื่อของตัวละครที ่ออกจะเท่ๆ เป็นไปได้ว่าจะทำให้เกิดมิติใหม ่ๆบางอย่างได้ ส่วนความขัดแย้งในเรื่องดูเหม ือนจะมีอยู่ตลอดทุกตัวอักษร และมีความคลี่คลายในตัวมันเองเป ็นระยะๆไป

รวมเรื่องสั้นของธารเมฆในเล่มนี ้มีอยู่ทุกแนว-เนื้อหา อันได้แก่ แฟนตาซี กระแสสำนึก ปัจเจก โรแมนติค เพื่อชีวิต เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ที่แตกต่างออกไปก็คือในท ุกๆแนวของเรื่องสั้นแต่ละเรื ่องของธารเมฆนั้นดูเหมือนว ่าจะผนวกรวมเรื่องทุกๆแนวเข้าไว ้ด้วยกันก็ได้ โดยระบุชัดหรือไม่ระบุชัดว่าเป ็นแนวใดก็ได้ อาจเป็นเพราะสำนวนภาษา วิธีการเล่าเรื่อง ประเด็นคิด ซึ่งเกิดสร้าง และดำเนินนัยยะอยู่ในพื้นที ่ของอิสรภาพ กาลเวลา และสกุลของมันเอง เอง.

บก.ควนป่านาเล

หมายเหตุ พบกับรวมเรื่องสั้นพรรค์สมัย เฉิดฉาย: ดวงตะวันยังจะขึ้นและลับลา ของ "ธารเมฆ" ในรูปหนังสือเล่ม(พิมพ์ครั้งที่2 เร็วๆนี้ครับ)

นัก(เขียน)สัญจร ธีรภาพ โลหิตกุล
Submitted by Pookun on June,01 2008 22.43

นัก(เขียน)สัญจร ธีรภาพ โลหิตกุล


ธีรภาพ โลหิตกุล:"ความจริงมันคงไม่ใช่เพียงสารคดีเท่านั้น แต่สื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์แมกกาซีนทั้งหลายก็ถูกถาโถมเข้ามา เป็นสิ่งที่เราต้องตั้งตัว ตั้งรับ และรุกรับกับสิ่งเหล่านี้ ก็คือต้องพัฒนางานให้เข้มแข็งขึ้น รักษาคุณภาพของงานให้ดีมากยิ่งขึ้น และอาจขยายงานไปสู่สื่อออนไลน์มากยิ่งขึ้น"

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : แทบไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากมายสำหรับคนทำงานสารคดีที่ชื่อ ธีรภาพ โลหิตกุล ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ในฐานะนักเขียนสารคดีมือฉมัง ทั้งที่เป็นข้อเขียนและบทโทรทัศน์

10 ปีแรกในภาระงานประจำ ก่อนเจ้าตัวจะปลดระวางตัวเองเพื่อ 'พักร้อน' และรับงานฟรีแลนซ์เลี้ยงตัวเองในช่วง 10 ปีหลัง ปัจจุบันนอกจากงานเขียนหนังสือ เขายังผันตัวไปเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวของอุษาคเนย์บนหน้าปัดวิทยุที่คลื่น FM 96.5 ทุกวันอาทิตย์ บ่าย 2 และวิทยากรรับเชิญสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเรื่องราวเชิงวัฒนธรรมของภูมิภาคแถบนี้ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังออกตัวว่าเป็น 'นักเดินทางมือสมัครเล่น' อยู่ดี

หลังจากอ่านเรื่องราวต่อไปนี้แล้วลองมานิยามดูอีกทีว่าจริงๆ แล้วเขาเป็นนักเดินทางประเภทไหนกันแน่...

เขาและเรา (กรณีศึกษาด้ามขวานไทยประลัยกัลป์
Submitted by จู พเนจร on May,20 2008 23.18

เพราะใจเราเผาใจให้จำเจ็บ

ใจเราเก็บใจจำมาช้ำหมอง

ก็ใจเราอีกแหละชอบมาครอบครอง

โอ้ใจหมองก็ใจเราเผาไหม้ใจ


แต่ใจเขามิเคยจำย่ำและหยาบ

สันติภาพดูเหมือนว่าต่างคว้าไขว่

ลอบและกัดก็ดำเกิงดั่งเพลิงไฟ

บุญและบาปก็อ้างไว้พอได้ทำ


เราสิซ่อนน้ำตาอันปร่าขม

เขาขย่มไล่ล่าดาหน้าย่ำ

เราด่าเขาวอยวอยถ่อยริยำ

เขากระทำหน้าตายเหมือนทายท้า


เขาเป็นใครไม่รู้ดูไม่แท้

แต่แน่ๆเราเป็นอยู่ดูเหมือนว่า

เขาเหมือนคนอย่างที่สุดมนุษย์-มนา

แต่ทว่าเรากับเขาเลิก-เผากัน


เราเป็นคนธรรมดาตั้งหน้ารับ

วันคืนลับล่วงลาแต่อาสัญ

ถ้านับศพก็ทบท่าวมิคราวครัน

ถ้านับวันสันติสุขทุกข์ระทม


เราและเขานั้นหรือต่างคือใคร

แล้วทำไมยิ่งวันคืนยิ่งขื่นขม

ที่เรามีมากมายพ่ายระบม

ต่างอกตรมหน้าชื่นต่างยืนยัน


กรณีที่หลากหลายก็คล้ายคลึ

เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้มีเช่นนั้น...

เพียงแค่เพียง
Submitted by จู พเนจร on May,17 2008 15.35

ขอเพียงที่ทางได้สร้างทำ

ขอคำถ้อยคำสักหนึ่งเสียง

ขอใจเพียงพอแล้วก็เพียง

เดินเลี่ยงออกมาอีกครานึง


ฝากความทรงจำไว้รำลึก

ค่อยๆตรองตรึกสักเสี้ยวกึ่ง

ไม่คิดคาดหวังนั่งรำพึง

ฝากรอยเท้าหนึ่งในผืนทราย


ก่อนสายลมพรมพัดสะบัดพลิ้ว

ประปรอยปลิวแผ่วๆแล้วลับหาย

ไม่เคยคิดไหวติงนิ่งดูดาย

เพียงสบายสบายย่างกรายไป


เพียงพบหน้าคนรักเพียงสักครั้ง

ได้มานั่งแนบชิดพิสมัย

แม้ไม่พูดไม่เผยเอ่ยอันใด

แต่ที่ในตาสบเผลอหลบตา


เพียงเท่านั้นก็พอเติมต่อฝัน

ให้คืนวันล่วงหายเปล่าดายค่า

กลับมามีความหมายให้มองมา

เพียงรู้ว่ามีบ้างไม่ว่างวาย


ถึงกระนั้น

เราจะปันให้เป็นดังเส้นสาย

ถึงไม่มีก็จะมีไม่มากมาย

เป็นกระทายน้อยๆ จ้อยและเจียม.

การรินไหลใดรู้จบ (กรณีศึกษาการอพยพข้ามแคว้นของแรงงานเพื่อนบ้าน)
Submitted by จู พเนจร on May,16 2008 21.38

การรินไหลใดรู้จบ
เปรียบชีวินรินไหลข้ามไทแคว้น มาสู่แดนเสรีที่สถาน มาจากความร้าวแรกหรือแหลกราญ จากเรือนบ้านเคหาวนาดร มาสู่ความใหม่แปลกความแตกต่าง มาเหยียบย่างต่างหาอุทาหรณ์ มาเถอะมาแต่งแต้มมาแรมรอน ไหว้ขอพรวอนไหว้เมื่อได้มา
อาจบางทีแตกต่าง บางอย่างใช่ เป็นอย่างไรในเร้นลึกรู้สึกรู้สา อาจบางอย่างอีกบางอย่างอาจค้างคา แตะต้องตาต้องใจ คลับคล้ายคล้ายคลึง ให้เจ้าหวนครวญนึกระลึกย้อน วันคืนก่อนเวียงวังคราครั้งหนึ่ง ต่างมิต่างถูกผูกมัดถูกรัดรึง ต่างเอิบอาบซาบซึ้งคะนึงครวญ อาจมีสิทธิ์คิดหวังดั่งใจคิด แต่มิอาจมีสิทธิ์แม้คิดหวน ณ แดนดินถิ่นไหนไม่คู่ควร จึ่งรัญจวนหวนไห้จึ่งไหลริน..

323 items|« First « Prev 1 (2/33) 3 4 5 Next » Last »|

Member zone

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซท์
"ก๊วนปาร์ตี้"
เว็บไซท์นี้เปิดมาเพื่อ เป็นพื้นที่สาธารณะ สำหรับบันทึกเรื่องราว ทางด้านวรรณกรรม ทุกรูปแบบ ท่านสามารถส่งบทความ - เรื่องสั้น - บทกวี เพื่อมาแลกเปลี่ยนกันอ่าน โดยคลิกส่งได้จากด้านล่างนี้
คลิกเพื่อ >> ส่งบทความ | ส่งเรื่องสั้น | ส่งบทกวี | ปกิณกะ
Last topic

Blogs

ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว