วรรณกรรม
- กาฝาก
-
หน้าหมู่บ้านเต๊นท์หลังใหญ่วางชิดบนลานซิเมนต์ติดเนินดิน สนามหญ้าอีกฟากหนึ่งว่างโล่ง แทงค์เก็บน้ำสูงทะมึนเป็นเงาตะคุ่มๆอยู่ในสายหมอกหม่นมัวยามเช้า ด้านขวามือถัดไปจากป้อมยาม มีเก้าอี้วางซ้อนเป็นชั้นๆ บริเวณลานปูนเกลื่อนกลาดอิเหลกเขลกขละไปด้วยซากใบไม้และลูกหูกวางเน่า โต๊ะกลมตั้งซ้อนอยู่ไม่ไกลออกไปนัก ส่วนบ้านของประธาน(อ้อ ผมควรใช้คำว่า ‘เอกชน’ จึงจะถูก) ที่อยู่ถัดไปยังปิดเงียบ แต่มีรถจอดอยู่ในบ้าน..
หมอกยังไม่เลือนจาง สองฟากทางราวกับไม้ใหญ่ในพงพนาที่ยืดตัวแผ่เงาปกคลุมไม้เล็ก มันช่างโตพรวดพราดเบ่งบานจนเห็นได้ชัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วแปลงโฉมเป็นป่าตึกพาณิชย์สีสันบาดตา ร้านอาหารริมควน ไม่เว้นแม้กระทั่งสาขาของพรรคการเมือง ฟากหนึ่งเริ่มถางป่าปรับที่เตรียมก่อสร้างศูนย์ราชการใหม่ อีกฟากหนึ่งดินตรงหัวควนเหี้ยนเตียนโล่งไปกว่าครึ่ง ป่าเขียวๆหดหายไปเกือบหมด เหลือแต่ป่าตึก นี่เป็นเค้าลางแห่งความเปลี่ยนแปลงเช่นไร? - เปิดซอง จู พเนจร
-
แน่นอน ผมต้องเปิด สักครู่
เป็นไปไม่ได้ที่ผมจะไม่เปิด หะแรก ผมคิดเล่นๆว่าถ้าไม่เปิดล่ะ วกคิดไปถึงการทำบุญตามจิตคุ้นๆที่มักคิดอะไรเป็นสูตรสำเร็จ ใช้สำหรับกลบเกลื่อน และตัดตอน เมื่อมีความกระอักกระอ่วนใจอะไรบางอย่าง
แต่นี่คงไม่มีเหตุผลเพียงพอ ไม่มีเหตุผลอะไร ที่จะต้องกลบเกลื่อนหรือตัดตอน
คือ จริงๆแล้วผมก็ต้องเปิด สักครู่
......... ประเดี๋ยวผมก็ต้องเปิด แต่ระหว่างนี้ผมคิดว่าผมคิดอะไรเล่นๆเพลินๆไปพลาง
คิดอะไรเพลินๆนะครับ ไม่ได้คิดอะไร
........
- โอ้อับดุล จู พเนจร
-
เสียงดังฟังพูดพา ปราศรัย ชวนเบียดฝูงชนไป แนบข้าง ล้อมวงอยู่นั่นไง คนเล่น กลนา สรรพคุณอวดอ้าง เสกร่าย มนตร์เรียง
ตลาดยังพลุกพล่าน คนจัง ยังร้องส่งเสียงดัง เพริศแพร้ว ยิ่งดูสิยิ่งดัง ยิ่งร่ำ รำพัน อา..โอมจงคลาดแคล้ว จากพิษ โพยภัย
"หลวงพ่อคูณ"จากวัด บ้านไร่ มีอยู่สิบกว่าใบ เท่านั้น รีบเถิดรีบเร็วไว ช้าหมด อดเลย ไม่เอาสิบ-ร้อย-พัน เอายี่ สิบเดียว
สร้อยทำจากกรอบแว่น เรย์แบนด์ มากำนัลแฟนแฟน ไปใช้ สวมคอฤๅสวมแขน แวววับ จับตา (แต่..จำนำไม่ได้) สิบบาท ขาดตัว
เอ้าจะเปิดงูออก จากลัง โปรดระไวระวัง อย่าใกล้ เอ้าไอ้หนูไปนั่ง ที่เดิม ได้เวย อ้อ..เอาไปหนึ่งใบ เก็บไว้ กับตัว
- เด็กดอยคนดี จู พเนจร
รวมบทกวี :เรื่องเล่าระหว่างทาง
เด็กดอยคนดี
เด็กดอยคนดี ไม่หนีแม่ กระเตงหลังดูแล หน้าซบแขน จากดอยก้าวลงตรงมาแดน- แว่นแคว้นศิวิไลซ์ในเมือง ลืมตามาแป๋วแล้วก็ หลับ ไปตามลำดับแม่ย่างเยื้อง ไม่ซื้อไม่หาอย่าขุ่นเคือง บาทเฟื้องแลกค่า มายาการ เถอะไม่หลอนไม่หลอก ดอกละสิบ เชิญจับหยิบซื้อหา นึกว่าสงสาร เถอะโปรดซึ้งซาบ กราบไหว้วาน แล้ว(จะ)ผ่านเลยไปไม่รีรอ
แม่ไป-ลูกน้อยก็คล้อยเคลื่อน เอ่ยเอื้อนขอบใจแล้วไปต่อ มาลัยพวงน้อยเอาห้อยคอ ดอกไม้ชูช่อ-มอบนงราม เด็กเอ๋ยเด็กดอยต้องคอยแม่
เขาเมียงมองแลตั้งคำถาม ยังมีเจ้าคอยต้อยติดตาม ป่ายข้ามคืนดอยอีกร้อยพันเด็กดอยคนดี ไม่หนีแม่ กระเตงหลังดูแล ดูหลับฝัน..
จู พเนจร
- คนค้นฝัน จู พเนจร
รวมบทกวี :เรื่องเล่าระหว่างทาง
คนค้นฝัน
"..มีกระดาษ เศษเหล็ก มาขาย.." ร้องรำร่ายดั้นด้นมาค้นฝัน ไปตามตรอกซอกซอยร้อยเขตคัน มุ่นหมอกควัน ฟันฝ่า มาไกล แว่วแว่วไหวไหวได้ยินเสียง ส่งสำเนียงต้อยตามมาถามไถ่ ว่ามีบ้าง-มีบ้างหรืออย่างไร ก่อนจะเลยล่วงไปไม่นานเนา
มากับรถซาเล้ง--ปุเลงสั่น ร้องรำพันกับแดดที่แผดเผา หรุบปีกหมวกต่ำลง เป็นโค้งเงา อันเอื้อมอาจคาดเดาความเปล่าดาย เป็นคนหวังเฝ้ารอน้ำบ่อหน้า มีสิ่งของหมองค่าเอามาขาย อย่าหมางเมินเหินห่างร้างรูปราย ยังความหมายยังอยู่กับผู้รอ เพียงเท่านี้เท่านั้นละวันผ่าน ดลบันดาลให้ใจได้เติบต่อ เนื้อตัวดำกระด่างร่างมอซอ กลับละออสดใสในแววตา
"..มีกระดาษ เศษเหล็ก มาขาย.." ร้องรำร่าย ดั้นด้น มาค้นหา..
จู พเนจร
- โชคชะตาพยากรณ์ จู พเนจร
รวมบทกวี :เรื่องเล่าระหว่างทาง
โชคชะตาพยากรณ์
โชคชะตาพยากรณ์มาร่อนเร่ ย่างโซซัดโซเซ เร่ส่งสาร ยังถ่องแท้แน่ชัดในวัฏวาร อันพบพานแน่แล้วในแก้วตา
ในแก้วตาฝ้าหมองที่มองโลก ในรอยโศกยิ้มซื่อไม่ถือสา ค่อยๆ คืบ สืบเท้า ก้าวเข้ามา.. แล้วถลา เซซัง มานั่งลง มาไถ่ถาม ความบอก ไม่ยอกย้อน ว่าดูก่อน ดูรา อานิสงส์ ครบวงจร วงใจ ดูให้ตรง ราคาคง น้อยนิด ครวญคิดดู
พยากรณ์ได้ไหมในชาเฉย โลกล่วงเลยลับไกล อันใดอยู่ ทุกตำบลหย่อมย่าน กาลฤดู ใครใคร่รู้อนาคต หมดหนทาง ต่างกระวีกระวาด มิอาจประวิง ยังเฉยนิ่ง ละเลย ยังเฉยห่าง โอ้ชะตาพยากรณ์ ช่างอ่อนจาง กับก้าวย่างยักเยื้อง และเรื่องราว แม้สบตาก็มิกล้านัยน์ตาสบ ก้มตาหลบจบลา ใช่ตาขาว ต่างก้มหลบสบตาละคราคราว โอ้มิยาวยืนยงก็คงคลาย
เก็บชะตาพยากรณ์อันซ่อนซุก ทุรยุค พระศรีอาริย์ ลาลับหาย ต่างคนต่างพรึงพรั่นหวั่นมิวาย มาทักทาย ทอดถอน แล้วรอนแรม
พยากรณ์ต่อไปในโลกกว้าง ทอดเท้าย่างออกสู่ประตูแง้ม..
จู พเนจร
- ลับใจ จู พเนจร
-
เสียงลับมีด กรีดเนื้อ เอื้อให้เห็น ข้อเส้นเอ็น ปูดโปน โยกโยนไหว หมวกลูกเสือ วิสามัญ อันแกว่งไกว มือลูบไล้ คมมีด กรีดใบบาง
ใต้ชายคา คู้ค้อม มิยอมหยุด เหมือนเร่งรุด เร็วรี่ ยอมพลีร่าง โลกรอบราย บ่ายเคลื่อน เลื่อนไปพลาง มีดเรียงวาง คอยท่า มิรารอ ในคมมีด กรีดเนื้อ เมื่อก่อนนั้น คงความฝัน แรกเริ่ม คงเติมต่อ ไม่มีเงิน ไม่มีงาน เนิ่นนานพอ จึงลุกถ่อ สังขาร จากบ้านมา..
มาลิขิต ชีวิต ซึ่งอิดโรย ให้โบกโบย บินไป ในยถา แล้วลับทาง ร้างทิศ อิสรา ให้มายา หมอกม่าน การเกาะกุม ลับเสียความ ผิดหวัง และพลั้งพลาด โอ้อนาถ หัวใจ ของวัยหนุ่ม ลับความทุกข์ รุกเร้า เข้าล้อมรุม ให้ฉ่ำชุ่ม ชื่นเย็น เช่นไมตรี แหละคมคำ ล้ำลึก ซึ่งสึกหรอ ให้สร้างเสริม เติมต่อ ต่อแต่นี้ ลับสนิม เกรอะกรัง ทั้งแรมปี พอให้มี แวบวับ จับคมคาย
เสียงลับมีด กรีดหิน ราสิ้นเสียง
โลกก็เพียง จะรู้รับ กับความหมาย แล้วออกเดิน เหินย่าง พลางทักทาย บ้านขวา-ซ้าย มีไหมครับ มาลับคม"มีความลับ ในหัวใจ บ้างไหมเจ้า เชิญบอกเล่า วันคืน อันขื่นขม..".
จู พเนจร
- ชุมทางเสียงทอง จู พเนจร
รวมบทกวี :เรื่องเล่าระหว่างทาง
ชุมทางเสียงทอง
หัวเช้าเช้า ร้านน้ำชา หันหน้าเรียง นั่งมองเมียง"กรงหัวจุก"ปลุกเช้าตรู่ นำมาแขวนเรียงประชันคอยขันกรู นั่งเงี่ยหู เงียบงัน คุยกันไป
แดดเช้าเช้า ยังฉาย ระบายเช้า เกิดร่มเงาเย็นสบายใต้ไม้ใหญ่ จิบกาแฟแกล้มจะโก๊ยโดยละไม แดดกรุ่นไล้ส่องลอดตลอดเรียง มอเตอร์ไซค์รับจ้าง เทียบข้างจอด แล้วเดินดอดตรงไปไม่ฟังเสียง ที่นั่งอยู่ยิ้มย่องแล้วมอง-เมียง เขายกเหวี่ยงขึ้นแขวนแสนรื่นรมย์ นั่น,ผู้หมวดหนวดกสาทกเทียบ ผู้เฒ่าเงียบตรองตริ-บิขนม นกไซร้ขนแดดต้อง ร้องระงม แม่ค้าก้มชงชาแล้วหน้าเงย
ค่อยเปื้อนแปดแดดสาย ระบาย ช้า ช้า บ้างคลุมผ้าลาจรไปก่อนเหย เขานั่งมวนสูบยาว่ารำเพย ฟังว่าเคยได้ถ้วยครองฉลองชัย
จูฮุกกรู จูฮุกกรู ยังกู่ร้อง แว่วทำนองบอกเล่าคละเคล้าสมัย..
จู พเนจร
- ฟุ้งฝุ่นและมุ่นควัน จู พเนจร
รวมบทกวี : เรื่องเล่าระหว่างทาง
ฟุ้งฝุ่นและมุ่นควัน
ล้อมวงลงนั่งกันพรั่งพร้อม หยุดยอมร้อนแดดที่แผดเผา แผ่วลมโชยพัดกระหวัดเบา ใต้เงาแมกไม้ร่มใบบัง
เอาน้ำลูบหน้าประต้นคอ หัวร่อกระซิก..พลางร้องสั่ง เอ้านั่ง นั่ง นั่ง นั่งนั่ง เพิ่มเติมพลังอีกครั้งครา กับข้าวกับปลาเอามาด้วย ข้าวสวยข้าวเหนียวตามยถา แกะถุงแกะห่อไม่รอรา วางไว้ตรงหน้า-แล้วลงมือ
รถรายังวิ่งไม่นิ่งหยุด ผู้คนรีบรุดกันแย่งยื้อ อิ่มแล้วท้องตึงหนังตาปรือ ถือโอกาสงีบหลับกับเที่ยงวัน
"เราอยู่กับดิน ดำกระด่าง นั่งข้างฟุตบาธ บ่ ขยาดยั่น ไกลทุ่ง ฟุ้งฝุ่น และมุ่นควัน นั่นมุ่นเมฆน้อยปรายปอยปุย" ว่าพลางแยกย้าย ยุรยาตร ไปจับไม้กวาดลงสุย สุย งานอยู่ข้างหน้า-ตั้งตาลุย เขี่ยคุ้ยเกวี่ยกวาดเวี่ยวาดไป
ขยะเมืองเพ่นพ่านเกลื่อนลานถนน ขยะคนล้นหลากมาจากไหน..
จู พเนจร
- รวมบทกวี : เรื่องเล่าระหว่างทาง จู พเนจร
รวมบทกวี : เรื่องเล่าระหว่างทาง
เรื่องเล่าระหว่างทาง
กลางแดดเปรี้ยงเปรี้ยง เที่ยงวัน ยักแย่ ยักยัน ลุงปั่นจักรยานสามล้อ...เห็นอยู่ รีรี รอรอ ไปส่งหน่อยหนอ ฉันมาท่องเที่ยวเดียวดาย...
ลุงบอกเสบย สบาย ราคา ง่าย ง่าย ตามแต่ขาดเหลือเผื่อกัน...
ถีบมา สมบุกสมบัน เจ็ดสิบแล้วนั่น ลุงปั่นแต่วัยหนุ่มมา...
ว่างพลางลากรถนำพา ขวักไขว่รถรา จูงข้ามถนนรนแคม...
ปั่นพลางเล่าเป็นของแถม ลุงไม่เคยแหยม อาชีพเลี้ยงตน คนเรา...
ลุ่มดอนห่อนเคยบันเบา เร่งร้อน ผ่อนเพลา พามาถึงซึ่งปลายทาง...
ไม่ท้อทด ปลดระวาง คล้อย พราก จาก จาง เส้นเอนปูดโปนโผนไป...
จู พเนจร


ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว