วรรณกรรม
- แมงมุมขยุ้มหัวใจ จู พเนจร
แมงมุมตัวหนึ่งชักใยลงมาที่ระเบียงที่ผมนอนอ่านหนังสือเล่นอยู่ เห็นแวบๆ แต่วันวาน ไม่นึกว่าจะชัดใยได้ไวว่องนัก ชีวิตมันดูเบาหวิวคล้ายไม่มีความหมายใด แต่ก็ยังทำงานทำการแข็งขันไม่บันเบา โยงชักถักใยหยากไย่อย่างตั้งหน้าตั้งตาแท้เทียว ดูสิตรงนี้ถึงจะดักมดแมลงแกก็จะได้ชั่วคราวชั่วครั้งเท่านั้นหรอก เพราะมันไม่ใช่ที่รกเรื้อรุงรังที่แกจะอยู่อาศัยได้ ทำไมนะ
- บทกวี : หน้าที่ของฆาตกร
หน้าที่ของฆาตกร
ใจยื้อยุดฉุดให้เราได้พบ จึงประสบเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ในบทบาทบีบน้ำตา ณ ครานั้น มันบอกฉันเรื่องพื้นเพเล่ห์สตรี<br />
เธอจึงห่างต่างหากจากฉันหมดฉันจึงหมดศรัทธาแม้หน้าที่ ความเคยเป็นเช่นตราบอกสามี สมควรที่สงบจบแค่นั้น<br />
เมื่อสัมพันธ์ฉันเธอถึงที่สุดเธอเองหยุดฉันก็ยั้งระวังฉัน ณ ปลายงิ้วจุดหมายตะกายกัน คือไม่ยั่นหวั่นไหวอะไรเลย<br />
เธอไม่ยั่นฉันไม่กลัวเกิดมั่วสุมโรคจึงรุมงอกงามท่ามกลางเฉย ยิ่งฉันหยิ่งเธอยิ่งอวดปวดเกินเคย ลูกกลับเผยธาตุแท้พ่อแม่ตัว<br />
ใจยื้อยุดฉุดใจลงฝ่ายต่ำโลกสีดำแผ่กระจายไปทั่วทั่ว จนถึงฉากสุดสยองของครอบครัว ฉันคนชั่วได้ประกาศเป็นฆาตกร<br />
เป็นฆาตกรที่ก่อกรรมตามหน้าที่เพื่อไม่มีเรื่องร้ายให้หลอกหลอน ให้ทุกสิ่งสิงสู่อยู่เชิงตะกอน เพื่อให้นอนตาหลับหลับนิรันดร์ ฯ<br />
ปรัชญ์ วลีพร- ประกาศผลแล้ว ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 50
ประกาศผลแล้ว ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 50
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 17 มกราคม 2551 16:26 น.
วันนี้ เวลา 15.30 น. คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และประธานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นประธานประกาศผลศิลปินแห่งชาติ ปี 2550 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สาขาทัศนศิลป์ ได้แก่ ศ.เดชา วราชุน (ภาพพิมพ์,สื่อผสม) , นายยรรยง โอฬาระชิน(ภาพถ่าย), ศ.กิตติคุณ ร.อ.กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา(สถาปัตยกรรมศาสตร์) , สาขาวรรณศิลป์ ได้แก่ ได้แก่ นายโกวิท เอนกนกชัย (กวีนิพนธ์,บทความ,นวนิยาย) สาขาศิลปะการแสดง ได้แก่ ร้อยโทชาญ บัวบังศร (นักดนตรี ,นักประพันธ์เพลง) และ นายนครินทร์ ชาทอง(หนังตะลุง)- อนุสรณ์ ติปยานนท์ แรงสะเทือนที่กำลังสั่นไหว
วันจันทร์ที่ 14 เดือนมกราคม พศ. 2551 ค้นหาข่าว มติชนออนไลน์
อนุสรณ์ ติปยานนท์ แรงสะเทือนที่กำลังสั่นไหว
...ผลงานของเขากำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนในกลุ่มนักอ่านรุ่นใหม่ๆ เพียงแค่ 3 ปี... ว่ากันว่าแรงสะเทือนที่ทรงค่า มักเกิดจากความตั้งใจและทุ่มเทในการกระทำ...
แรงสะเทือนในแต่ละความรู้สึก เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย บ้างก็มาจากองค์ประกอบภายนอกที่สั่นไหว บ้างก็เพราะแรงกดดันจากใครบางคน ซึ่งส่งผลกระเพื่อมยังแต่ละภาคส่วนมากบ้างน้อยบ้างต่างกันไป- งานราหูอมจันทร์ ครั้งที่ 2
งานราหูอมจันทร์ ครั้งที่ 2
กำหนดการงานราหูอมจันทร์ ครั้งที่ 2 วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2551 ณ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย16.00 น. กล่าวเปิดงานโดยคุณชมัยภร แสงกระจ่าง นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย
16.15 น. ปาฐกถา วรรณกรรมจากท้องถิ่นสู่สากล สถาพร ศรีสัจจัง ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์
16.45 น. อ่านบทกวีโดย ไพวรินทร์ ขาวงาม กฤช เหลือลมัย เสรี ทัศนศิลป์
17.00 น. ประกาศรางวัลเรื่องสั้น กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ โดยมีรางวัลยอดเยี่ยม 1 รางวัล(โล่เกียรติยศ พร้อมเงินสด 30000 บาท) และรางวัลชมเชย 2 รางวัล(โล่เกียรติยศ พร้อมเงินสด 10000 บาท) มอบรางวัลโดย คำสิงห์ ศรีนอก(ลาว คำหอม) ศิลปินแห่งชาติ
17.30 น. หนังสั้นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องสั้นของกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ โดยร้านหนัง(สือ) 2521
18.00 น. เสวนาหัวข้อ หรือวรรณกรรมไทยไม่สั่นคลอนสังคม? โดย จำลอง ฝั่งชลจิตร วินทร์ เลียววาริน และจรูญพร ปรปักษ์ประลัย คมสัน นันทจิต ดำเนินการเสวนา
19.00 น. รับประทานอาหารและอะคูสติกดนตรีกลุ่มใต้สวรรค์
21.00 น. กล่าวขอบคุณโดย เจน สงสมพันธุ์
- เรื่องสั้น แม่ลูกอ่อน จู พเนจร
-
แม่ลูกอ่อน (ความอยู่รอด การทำร้าย และฆาตกรรม)
ตกช่วงดึกๆ หน่อย จะแว่วได้ยินเสียงร้องครางงี้ดๆอยู่ทางหลังห้องเช่าสองสามวันมาแล้ว ค่อนข้างแน่นอนเป็นเสียงร้องของลูกหมาที่เพิ่งเกิดแน่ พอได้ยินเสียงมันร้องอีกผมก็เขย่งเท้ามองลอดช่องลมของห้องน้ำออกไปดู (เพราะห้องที่ผมเช่าอยู่ไม่มีประตูออกด้านหลัง) ไม่เห็นตัวแต่เข้าใจว่าน่าจะอยู่ใต้ซุ้มตรงที่มีกระเบื้องหลังคาวางพาดอยู่แผ่นนึง ที่หลังบ้านของห้องแถวให้เช่าอีกหลังซึ่งหันข้างมาชนกัน เป็นบริเวณที่ว่างรกเรื้ออยู่ติดกับโรงจอดรถสังกะสีเก่าคร่ำ
คืนต่อมาขณะที่ผมกำลังเคลิ้มๆ หลับ ก็ได้ยินเหมือนเสียงคนดังเอะอะโวยวายไล่ต้อนพร้อมกับเสียงหมาเห่ากรรโชกใส่กันอยู่บริเวณหลังบ้าน พักเดียวแล้วก็เงียบเสียงไป สายๆ ของวันรุ่งขึ้นผมงัวเงียลุกตื่นได้ยินเสียงร้องงี้ดๆอีก แต่คราวนี้ไม่ใช่ดังอยู่ด้านหลัง เปิดประตูห้องออกมาก็เห็นลูกหมาตัวมันท้วมๆ สีขาวแต้มจุดดำตัวละนิดละหน่อยเหมือนแม่มันสี่ห้าตัวนอนกองก่ายกันอยู่ตรงหน้าชานห้องเช่าของผมซึ่งเป็นห้องอยู่ริมสุด
- โภคะ จู พเนจร
แกเป็นคนจีน ผอม หลังคู้ อาศัยอยู่กุฏิทิ้งร้างหลังหนึ่ง ระฆังตีบอกเวลาฉันเช้า แกก็จะค่อยๆกระเถิบขาทีละข้าง กระย่องกระแย่งเดินออกมาจากป่า ไปถึงโรงฉันแล้วก็ลงมือคดข้าว แกะสำรับกับข้าวอยู่พิพักพิพ่วน ด้วยมือสั่นเทา พลางพูดอะไรไปพึมพำ ลูกหลานเหลนอยู่ใดกันหนอ ถึงทอดทิ้งให้อยู่เดียวดาย อาศัยข้าวก้นบาตรไปวันๆ
โภคะ (1) ข้าวก้นบาตร
เหยาะย่างเยื้องมาจากป่าโมก เยกโยกโยนมาพาสังขาร "สามขา"ย่างเยื้องเชื่องช้านาน เต่าคลานเหมือนว่าตาจะเดิน
สำรับกับข้าวฉันเช้าแล้ว เสียงแว่วกังวานไม่นานเนิ่น ขอข้าวก้นบาตรไม่ขาดเกิน ดำเนินชีพรั้งประทังกาย
นั่งนั่งยองยองมองกับข้าว เผลอหาวบางคราน่าใจหาย นั่งนิ่งเหมือนว่าตาจะวาย ตะกุยตะกายสำรับพลาง
กางเกงตัวเก่า เสื้อก็เก่า เรื่องเล่าเพลาครารุ่งสาง แล้วก็คล้อยค่ำลงสรรพางค์ เรื่อเรื่อลางลางแล้วสัพพี
แห้งเหี่ยวหนังเนื้อเหลือแต่กระดูก หลานลูกพานแล้วหลบหนี คดข้าวใส่ชั้นอีกวันนี้ พรุ่งขึ้นอีกมีจะเดินมา..
เช้า ธันวาคม 2545
...................................................
ฝรั่งมังค่าแวะเวียนมาไม่เคยขาดสาย มีเรือนพักเฉพาะสำรับคนต่างชาติ บางคนทราบข่าวว่าเป็นถึงดอกเตอร์ มาเที่ยวเมืองไทยแล้วมีความสนใจในพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งจนไม่อยากกลับ มีฝรั่งอีกคนหนึ่งแกสวมชุดมีสีสันแล้วออกมาร่ายรำทำโยคะ ฝึกสมาธิอยู่คราวละนานๆให้เห็นกันเสมอ ไม่เคยเห็นพูดจาพาทีสุงสิงกะใคร แกคงพูดกับสายลมแสงแดด
โภคะ (2) โยคะ
เพ่งมองสายน้ำที่เบื้องหน้า สองแขนซ้ายขวาทำเปะป่าย สูดลมเช้าชื่นรื่นระบาย หย่อนคลายโยคะสะโอดสะอง ดูดกลืนภวพละหมด ด่ำทิพย์โอสถพิศวง ธาตุผลึกลึกล้ำดำรง จิตประสงสัมผัสอัตมัน กางเกงสีแสดเสื้อสีฟ้า ไม่ใช่ใบ้อย่าโมหันธ์ โกนหัวเกลี้ยงเกลาใช่เมามัน คงเป็นแฟชั่นความชอบพอ ผิวเหลืองผิวขาแค่ราวเรื่อง นับเนื่องชาติพันธุ์นั่นละหนอ เป็นเรื่องชีช้ำกำมะลอ เทือกเขาเหล่ากอทะเลาะกัน เขาไม่สนใจใครทั้งหล้า จากแดนด้าวมาหาสวรรค์ สบแดนปรมัตถ์อัศจรรย์ วันทั้งวันเขาเอมอิ่มเขาลิ้มเล็ม
สาย 10 ธันวาคม 2545
...................................................
เวลากลับกันมาจากโรงฉันตอนเช้าแล้ว บางคนนำส้มสูกลูกไม้ขนมต้มติดไม้ติดมือกลับมาวางไว้โต๊ะวางของหน้าระเบียงชานพัก ใส่ถาดปิดกะละมัง บางทีก็วางอะไรเผลอเข้าห้องหรือลงมาข้างล่างแป๊บเดียวเท่านั้น เหล่าลิงทะโมนทั้งหลายเหมือนรู้จังหวะลงมาฉกฉวยทั้งทีเผลอ และบางทีซึ่งหน้าซึ่งตา เอาไปกินสบายใจเฉิบมัน
โภคะ (3) ลิงทะโมน
เล่นลิงทะโมนกระโจนไม้ เลาะไต่หลังคาลงมาถึง แหงนหน้ามองมันทำปั้นปึ่ง เผ่นผึงหนีไวเล่นไต่ตาม กินเดือนกินดาวแทนข้าวไม่ได้ ผลหมากรากไม้สุกและห่าม ก่อนอยู่ทัพกองของพระราม แต่ยามนี้ยากอยากรับประทาน
มากันแต่เช้ารื้อข้าวของ สบช่องเสาะหาคุ้ยอาหาร ที่เขาเก็บไว้ในชามจาน เพ่นพ่านแล้วไปไม่ไยดี บ่อยครั้งบ่อยคราหน้างอง้ำ ขยำขยำแล้วขยี้ ค้นหาของกินสิ้นไม่มี ฉีกโน่นฉีกนี่เกลื่อนกระจาย
เหลือพระฉันเช้าก็เอากลับ สำรับส่วนรวไม่ซื้อขาย ใครหิวใครเชิญตามสบาย ฝูงลิงทั้งหลาย ลักขโมย
สาย 10 ธันวาคม 2545
- ขวัญเมือง
-
ภายใต้ดวงตะวันเดียวกันที่ลอยสู่ท้องฟ้า ในมุมสูงลิบลิ่วเช่นนี้ ผมเห็นขวัญเมืองกำลังนั่งอยู่ตรงหน้า ทอดสายตามองดูเมืองใหญ่ มือเขาเอื้อมไปจับราวระเบียง ทุกอย่างปรากฏเบื้องหน้าบอกกับเขาว่าไม่อาจหนีไปไหนได้อีก ชะตากรรมของเขา ความทรงจำเก่าๆ ทุกสิ่งทุกอย่างเผยตัวขึ้นเบื้องหน้าบอกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่ไม่อาจสลัดทิ้งไปได้ และเขาจะต้องยอมรับพันธะแห่งการมีอยู่ของมัน
ในชั่วเสี้ยวเวลาที่สายฝนโปรยปรายลงมา ขวัญเมืองเหมือนพลัดเข้าสู่มิติของเวลา เพ่งตาลงมายังเมืองใหญ่ที่กำลังอยู่ภายใต้อุ้งมือแห่งสายฝน ชายวัยกลางคนเหมือนถูกโจมตีด้วยภาพอันสวยงามแต่ก็เศร้าจับใจนี้ เขาถอนสายตาจากยอดตึกโรงแรมใหญ่ คิดถึงบางคนที่ได้จากมา
- "ก๊วนปาร์ตี้"
"ก๊วนปาร์ตี้" เป็นกึ่งๆ ชมรมหรือสโมสร เพื่อกิจกรรมพบปะพูดคุยกัน ในวันหยุดสุดสัปดาห์ (ไม่อาจปฏิเสธว่า พ่วงด้วยการกินข้าวและเหล้ายา) ของนักเขียนกลุ่มหนึ่ง ในจังหวัดหัวเมืองภาคใต้ เป็นเหตุบังเอิญ ที่อาจชวนให้นับเป็นข้อสังเกตว่า สมาชิกส่วนใหญ่ (ในจำนวนไม่กี่คน) เป็นนักเขียนเรื่องสั้น และส่วนใหญ่ก็เป็นนักเขียนซึ่งผละ - หนี - ถอยออกจากกรุงเทพฯ มาใช้ชีวิตในต่างจังหวัด ตามแต่เหตุและผลอันต่างกันออกไป ของแต่ละคน และทั้งหมดของหมู่สมาชิก ก็ล้วนแต่เป็นคนหนุ่ม-สาว (หากยึดตามคติฝรั่งที่บอกว่า ชีวิตเริ่มต้นเมื่อ 40) เหตุบังเอิญเหล่านี้ ไม่แน่ในเหมือนกันว่า จะก่อให้เกิดผลใดบ้าง แต่อย่างที่เห็นอยู่ประการหนึ่งคือ การพูดคุยกันอย่างเป็นวรรคเป็นเวร ในปัญหาของเรื่องสั้น และนักเขียนเรื่องสั้น กระทั่งนำมาสู่การก่อกำเนิด "ราหูอมจันทร์" ในที่สุด
- เรื่องสั้น/สีของเสื้อ/จูพเนจร
-
เป็นเสื้อกิ๊กก๊อก ถ้าจะว่าอย่างนั้น
ต่อราคาพอหอมปากหอมคอ จวนเจียนได้แล้ว แม่ค้าก็เข้าไปเอาเสื้ออีกตัวมาเสนอให้อีกตัว
“สวยนะตัวนี้ ร้อยยี่สิบ ...เอาไปร้อยนึงแล้วกัน” แม่ค้าพูดต่อ
“ขายแค่ร้อยยี่ ปกติร้อยแปดอยู่”
ผมยิ้มน้อยๆ เฉย แต่แวบนึงดูก็ถูกใจดี เอ๊ะราคาก็ไม่โหดเท่าไหร่ น่าจะพอซื้อได้ นึกชมแม่ค้า นึกขอบคุณแม่ค้าอยู่ในทีว่าเข้าใจเลือกออกมาให้ดู หรือไม่รู้อิเหน่อะไรแกก็ไม่รู้
“ไม่คับ เอ้ยไม่เล็กหรอก น้องใส่หนูใส่ได้พอดีแล้วแหละ คนขาวๆใส่ขึ้น”
“อ่า..............”


ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว