ก๊วนปาร์ตี้ [ BOOK Party Gang ]

Home ก๊วน Story Party หนังสือ ก๊วน Writer Party ไอเดีย Party Gang

Topic list

[ สวดศพ ... ]
Submitted by จ่าโจ on November,17 2006 11.49
... [ กุสะลา ธัมมา อะกุสะลา ธัมมา อัพพะยากะตา ธัมมา ฯ กะตะเม ธัมมา กุสะลา ฯ ...... ] เสียงสวดอันเคร่งขรึมสำรวมของพระภิกษุทั้ง 4 รูป ดังก้องกังวานไปทั่วทั้งศาลา ทำให้ผมเร่งก้าวเดินไปยังแถวเก้าอี้หลังสุดที่มีเพียงคุณป้าท่านหนึ่งนั่งอยู่ ถัดจากแนวเก้าอี้ที่เรียงรายไปทางด้านหลังบนโต๊ะยาวมีถาดของว่างที่กำลังถูกจัดเตรียมสำหรับแขกที่มาร่วมงานสวดอภิธรรมศพของนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ท่านหนึ่งที่ต้องเสียชีวิตไปก่อนวัยอันควร จากการถูกลอบสังหารบนถนนย่านชานเมือง แม้เงื่อนปมของการเสียชีวิตยังคงมืดดำในสำนวนคดีที่ตำรวจกำลังทำการสืบสวนอยู่ทั้งในแง่ความขัดแย้งทางธุรกิจ ปัญหาเรื่องชู้สาว หรือความร้าวฉานภายในครอบครัว แต่งานบำเพ็ญกุศลให้ผู้วายชมน์และการฌาปนกิจศพก็ยังดำเนินต่อไปตามแบบธรรมเนียมที่พึงกระทำ ย ขอผมนั่งด้วยคนนะครับป้า ย ย เชิญเลยค่ะ .. ย คุณป้าหันมายิ้มให้กับผมก่อนจะมองสำรวจไปรอบข้าง วันที่ 2 ของงานสวดพระอภิธรรมมีคนมาร่วมงานบางตา เป็นธรรมดาของงานแบบนี้ที่คนจะแห่มาร่วมงานในวันแรก และจะเป็นอย่างนั้นอีกครั้งในวันที่ทำการฌาปนกิจ สำหรับผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุไม่คาดหมายการตั้งศพบำเพ็ญกุศลมักจะมีเพียง 3 วัน การจากไปอย่างกระทันหันและผิดธรรมชาติสร้างความเสียใจให้กับผู้ที่เป็นที่รักและผูกพันจนไม่อาจปรับใจให้ยอมรับกับการสูญเสีย จึงไม่นิยมที่จะเก็บศพไว้บำเพ็ญกุศลเป็นเวลานาน เพราะมันจะเป็นการตอกย้ำการจำพรากให้ลึกลงไปในใจของคนที่ยังอยู่ข้างหลัง ย รู้จักกับคนตายด้วยเหรอคะ ? ย คุณป้าหันมาถามผมหลังจากที่ผมนั่งลงบนเก้าอี้ ผมจรดมือพนมนมัสการพระภิกษุที่บนศาลา ก่อนจะลดมือลงมาพนมที่กลางอก ย ผมรู้จักเขาช่วงสั้น ๆ ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตน่ะครับ ย ย โรจน์ .. เขาเป็นคนดีนะ ไม่น่าอายุสั้นเลย ย คุณป้าพูดพลางเปิดฝายาดมส้มโอมือ ก่อนจะจรดกลิ่นหอมบาง ๆ เข้าที่ปลายจมูก เท่าที่ผมรู้จักเขาผมก็ว่าเขาเป็นคนดีเหมือนกันแหละ แต่ออกจะดูโผงผางไปหน่อย ลักษณะความเป็นผู้นำฉายกร้าวในแววตาคู่นั้นแม้ยามที่ถูกถ่ายออกมาเป็นรูปที่วางอยู่ข้างโลงศพสีขาวที่มีลายกนกสีทองประดับอยู่ศาลา ย คุณป้า เป็นญาติกับผู้ตายเหรอครับ ? ย ย โอ๊ย .. ป้าไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาตินั่นแหละ ตอนที่เขาย้ายเข้ามาอยู่แถวนี้กันสองคนผัวเมียหมู่บ้านปิ่นทองเพิ่งสร้างเสร็จ ป้าอยู่ทาวน์เฮ้าส์หลังตรงกันข้ามกับโรจน์นั่นแหละ ตอนนั้นยังมีคนเข้ามาอยู่ไม่กี่คนเองนะ รู้จักกันหมดแหละ .. โน่น ลูกชายกับลูกสาวเขาตอนเล็ก ๆ เขาก็เอามาฝากให้ป้าช่วยเลี้ยงให้ ย คุณป้าพยักเพยิดให้ผมดูเด็กสองคนที่กำลังนั่งกินขนมอยู่บนก้าอี้ไม้เต็งตัวใหญ่สำหรับเจ้าภาพของงาน หญิงสาวในชุดสีดำกำลังดูแลเด็ก ๆ ทั้งสองให้ทานของว่างอย่างเอร็ดอร่อย เค้าหน้าหวานละไมแม้จะมีคราบความเศร้าฉาบอยู่บาง ๆ .. กลับจางด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ ย แล้วบ้านหลังใหญ่ที่เขาเพิ่งซื้อล่ะครับ .. ที่หมู่บ้านริมสวน ย ย นั่นมันหลังจากโรจน์เขาไปทำรับเหมาแล้ว .. เขาจับทางถูกนะ ทำแป๊บเดียวเองรุ่งเลย เพื่อนฝูงเขาเยอะด้วยมั้ง ตอนแรกก็รับทำงานต่อเติม ทำครัว ทำโรงจอดรถอะไรอย่างเงี๊ยะ เห็นว่าไปได้ช่างฝีมือดีมา ป้าก็เคยให้โรจน์เขาไปปูกระเบื้องบนบ้าน เพราะไอ้หมู่บ้านมันปูปาร์เก้มาให้ ใช้ไปแป๊บ ๆ ปลวกกินหมดเลย อาบน้ำใหม่ ๆ ขึ้นบ้านนะเดินไปนี่ปาร์เก้ติดฝ่าตีนตามขึ้นมาเลยทีเดียว โรจน์เขาไปจัดการให้ รื้อออกหมดแล้วปูกระเบื้องแผ่นใหญ่ .. แหม ช่างเขาเดินแนวซะเนี๊ยบถูกใจป้าจริง ๆ พอเสร็จงานป้าจะแถมให้ช่างปูกระเบื้องไปกินเหล้ากัน 500 แต่โรจน์มันบอกไม่ต้อง เดี๋ยวมันแถมให้คนของมันเอง ป้าล่ะเกรงใจโรจน์มันจริง ๆ คิดแต่ค่าของกับค่าแรงคนงานตัวเองไม่เอาสักบาท บอกว่าทำให้ป้าที่ช่วยดูสองตัวเล็ก .. ย คุณป้ายกยาดมส้มโอมือขึ้นดมอีกซื๊ด .. ก่อนจะหันมองไปยังทางเข้าศาลา ชายรูปร่างสูงโปร่งใส่สูทสีดำ กางเกงสแล็คและรองเท้าหนังเงาวับดูภูมิฐานก้าวเดินเข้าไปทางหน้าศาลาบำเพ็ญกุศล หญิงสาวเจ้าภาพของงานลุกจากเก้าอี้ไม้เต็งตัวใหญ่เดินเข้าไปทักทายอย่างสนิทสนม ก่อนจะเชิญกันไปนั่งที่เก้าอี้เจ้าภาพด้วยกัน ย ไอ้หมอนี่แหละ .. ต้นเหตุของปัญหา ย คุณป้าลดเสียงลงต่ำจนเกือบจะเป็นเสียงกระซิบ ... [ ปัญจักขันธา รูปักขันโธ เวทะนากขันโธ ส .....
... เพื่อนตาย ...
Submitted by จ่าโจ on November,11 2006 15.07
[ ภาคที่ 1 ] ถ้ามองด้วยสายตา สามัญสำนึก และความรู้สึกของคนธรรมดามันก็ยากที่จะแยกแยะความแตกต่างของสิ่งมีชีวิตทั้ง 2 สายพันธุ์ที่นอนเคียงข้างกันอยู่ข้างถนนคอนกรีตทางเข้าหมู่บ้าน ความขมุกขมอม กลิ่นสาบฉุน ๆ สีกระดำกระด่างที่เปรอะเลอะเทอะตามลำตัว ตัวหนึ่ง มี 2 ขา อีกตัวหนึ่งมี 4 ขา นอนขดกายเบียดกันราวกับจะแบ่งปัน ความอบอุ่นให้กันและกัน ... ผมบิดคันเร่งมอเคอร์ไซค์ผ่านไป ก่อนจะเหลียวกลับมามองสองลมหายใจนั้นอีกครั้ง ควันกรุ่นจากชามใส่ก๊วยเตี๋ยวไก่ ลอยเอื่อย ๆ พาเอากลิ่นหอมชวนกินมาแตะจมูก ผมตักพริกดอง เติมน้ำปลาอยู่ที่ท้ายรถปิ๊คอัพขายก๊วยเตี๋ยวไก่ที่ขับเข้ามาขายในหมู่บ้าน บ่าย ๆ วันเสาร์เช่นนี้ บางทีการต้องฝ่าเปลวแดดออกไปหาซื้ออะไรมาใส่ท้องให้มันตึง ๆ ดูจะเป็นเรื่องที่น่าเบื่อหน่าย อะไรก็ได้ที่มาขายผ่านหน้าบ้านดูจะเข้าท่าไปซะหมด ขณะที่ผมกำลังจะถือชามก๊วยเตี๋ยวไก่เข้าบ้าน เสียงประสานจากเหล่าสุนัขหลายตัวในหมู่บ้านทำให้ผมต้องหันไปมอง สุนัขผอมกระหร่อง ตัวกระดำกระด่างตัวหนึ่ง กำลังเห่าสู้กับเหล่าสุนัขอ้วนพีเจ้าของถิ่น ดูเหมือนมันพยายามปกป้องชายผอมโซ เสื้อผ้ามอมแมม ที่เดินถือถุงเก็บเศษของที่พอจะมีค่าจากถังขยะตามหน้าบ้าน ชายคนนั้นพยายามกวัดแกว่งไม้ไผ่ลำยาวราวเมตรครึ่งที่ใช้พยุงกาย เข้าหาบรรดาจ้าถิ่นสี่ขา พลางส่งเสียงไล่ที่แหบโหย ... หนึ่งคน กับหนึ่งสุนัข ต่างพยายามปกป้องอีกฝ่ายหนึ่ง ... ผมหันไปสั่งเส้นหมี่แห้งใส่ถุงอีกถุงหนึ่ง ... ... สองชีวิตพากันฝ่าดงสุนัขหมู่ เดินเปิดดูตามถังขยะใบโน้น ใบนี้ กระป๋องเบียร์ เศษกระดาษลัง ลวดไม้แขวนเสื้อ และอะไรต่อมิอะไรที่ชายคนนั้นคิดว่ามีค่า ถูกลำเลียงออกมา ก่อนจะยัดใส่ถุงปุ๋ยเก่า ๆ ที่ถูกสะพายอยู่บ่นบ่าที่งอคุ้ม ผมเดินไปยื่นถุงใส่ก๊วยเตี๋ยวไก่ให้เขา มือที่พนมขึ้นแทบจะท่วมหัว ก่อนที่จะยื่นมารับถุงก๊วยเตี๋ยวไก่ไปอย่างสั่นเทา ไม่มีคำขอบคุณ ... ไม่แม้แต่เงยหน้ามาสบตากับผม แต่เขากลับหันไปมองเพื่อนสี่ขาของเขา หางที่ส่ายระรัว เสียงงี๊ด งี๊ด และอาการที่แถตัวเข้ามาเบียดขาของเขาบ่งบอกความดีใจเกินกว่าจะอดกลั้นเขาแกะหนังยางรัดปากถุงออก ก่อนจะหยิบชิ้นปีกบนของไก่ที่อยู่ในถุง ส่งให้เพื่อนของเขา ผมเดินหันหลังกลับเข้าบ้านพร้อมทั้งชามก๊วยเตี๋ยวไก่ของผม รถของมูลนิธิแห่งหนึ่ง เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินสีแดงที่หลังคา ผู้คนยืนมุงดูอยู่ห่าง หน้าปากซอยที่แคบอยู่แล้ว ยิ่งแคบเข้าไปอีก จนผมต้องค่อย ๆ พารถมอเตอร์ไซค์เลาะหลบผู้คน ใต้ผ้าสีขาวผืนยาว ร่างหนึ่งนอนสงบแน่นิ่งอยู่ สัญลักษณ์แห่งการยุติการดิ้นรนต่อสู้ ผมคิดว่า .. มันเป็นการยอมจำนน หรือเป็นการหลุดพ้นกันแน่ เสียงงี๊ด งี๊ด จากสุนัขผอมโซ เนื้อตัวกระดำกระด่าง ที่เดินวนเวียนอยู่รอบร่างไร้ลมหายใจใต้ผ้าคลุมสีขาวไม่ยอมห่าง แม้ยามสิ้นลมหายใจ เพื่อนสองสายพันธ์คู่นี้ ก็ไม่ทิ้งกัน ... ผมบิดคันเร่งมอเคอร์ไซค์ผ่านไป ก่อนจะเหลียวกลับมามองหนึ่งลมหายใจที่ยังคงเหลือนั้นอีกครั้ง _______________________________________ [ ภาคที่ 2 ] เศษข้าวในถุงพลาสติกหูหิ้ว ที่ถูกดึงออกมาจากถังขยะถูกดันเข้าไปในปากอย่างรวดเร็ว .. มันอิ่มความชื้น และซึมซับกลิ่นอบอวลภายในถังมาหลายชั่วโมงแล้วเพียงแค่บ่มเก็บภายใต้ฝาปิดของถังอีกสัก 2 ชั่วโมง มันคงบูด และส่งกลิ่นน่าคลื่นเหียน แต่ตอนนี้ .. มันยังกินได้ ผมกลืนลงคอไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบเศษกระดูกไก่ที่มีเอ็นเหลือติดอยู่บาง ๆ อ้าปากแล้วส่งมันเข้าไป ก่อนจะพยายามรีดเค้นเอารสชาติที่ยังคงหลงเหลือให้ซึมซาบลงไปตามคำข้าว ขวดพลาสติกใส่น้ำฝรั่งสด ยังมีบางส่วนเหลือติดก้นขวด ผมยกขึ้นจรดปากปล่อยให้หยดหวานอมเปรี้ยวซึมซาบไปตามลิ้น ขวดพรรค์นี้ขายได้ ผมจัดการยัดมันลงกระสอบป่านที่แบกมาด้วย ภายในมีเศษกระป๋องเบียร์ นิตยสาร ขวดพลาสติกใส่น้ำดื่ม สายไฟเก่า ๆ .. ของเหล่านี้ มันเคยถูกใช้งาน มันอยู่ภายในบ้านที่อบอุ่น มีเสียงหัวเราะ มีรอยยิ้ม จนวันหนึ่งที่มันชำรุด พิกลพิการ มันถูกคำพิพากษา มันถูกทอดทิ้ง มันไม่เหลือค่าอะไร . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ผมยังจำวันที่หมายศาล ประกาศยึดบ้านขายทอดตลาด มาแขวนที่หน้าบ้าน วันที่คำพิพากษาว่า ผมเป็นบุคคลล้มละลาย วันที่ค่าความเป็นคนของผมไม่หลงเหลือ เมียหอ .....
[ ภารกิจ ]
Submitted by จ่าโจ on November,10 2006 12.00
... นอกจากแสงไฟที่ส่องลอดออกมาจากกระท่อมกลางสวนยางแห่งนั้น ทุกอย่างดูเหมือนจะถูกห่อหุ้มใต้เงามืดรวมทั้งการเคลื่อนที่เข้าหาเป้าหมายของผมและลูกทีมปฏิบัติการพิเศษ การสื่อสารกันในทีมแทบจะไม่มีเพราะแม้แต่การส่งสัญญาณมือก็แทบจะมองไม่เห็น แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะแผนปฏิบัติการที่ถูกกำหนดไว้อย่างถี่ยิบทำให้แต่ละคนในทีมรู้หน้าที่ของตัวเอง การเคลื่อนที่เข้าหาเป้าหมายในเวลากลางคืนสิ่งเดียวที่ต้องคำนึงถึงคือการระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียง การคืบคลานแต่ละเมตรของพวกผมจึงไม่ต่างอะไรกับการเลื้อยของงูที่ค่อย ๆ ตีโอบเข้าหาเหยื่อ รูปขบวนเข้าตีถูกจัดวางเป็นรูปตัว L กำหนดให้ทีม 1 ซึ่งนำทีมโดยหมวดเอกพลเข้าทางด้านหน้ากระท่อม ส่วนผมและลูกทีมอีก 3 คนเป็นทีม 2 ตีบีบจากด้านข้าง ด้วยเหตุผลในการป้องกันวิถีกระสุนที่อาจจะยิงเข้าใส่พวกเดียวกันเอง [...จ่า...30 วินาที หลังทีมผมยิง จ่านำทีมจ่าเข้าชารจ์เลย ] เสียงคำสั่งจากหมวดเอกพล ดังอยู่ในเอียร์โฟนที่เสียบอยู่ในหูผมและลูกทีม ไม่ต้องมีการสั่งการอะไรกันอีกนับจากนี้ ผมกระดิกนิ้วปลดเซฟปืน H&K MP5 ไปยังตำแหน่งออโตเมติก "...ทราบ..." ผมตอบกลับไปทางวิทยุที่รัดสายไมค์ไว้ใต้ลำคอ ภารกิจกำลังจะเริ่มต้น ________________________________________________________________ [ ห้องวางแผนปฏิบัติการ ] " แหล่งข่าวรายงานยืนยันว่า มันหนีมาหลบซ่อนอยู่ที่นี่ เมื่อ 19 : 00 น. คืนนี้มันต้องพักที่นี่ และเราจะเข้าชาร์จตอน 05 : 45 น. ภารกิจคือเข้าสังหาร และ ถอนตัวออกมาทันที เรื่องที่เหลือปล่อยให้ตำรวจเข้ามาจัดการต่อ มีคำถามมั้ย " หมวดเอกพลบรรยายภารกิจอย่างสั้น ๆ พร้อมทั้งกวาดสายตามองลูกทีม เป้าหมายของเราเป็นแกนนำผู้ก่อการร้ายคนสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว ก่อการร้ายในพื้นที่หลายครั้ง คำพิพากษาโทษตายโดยไม่ต้องมีการไต่สวนเช่นนี้ ต้องอาศัยการลงมือจากทีมปฏิบัติการพิเศษ เพื่อป้องกันการผิดพลาดและทีมเราถูกเลือกให้เข้ามาทำงานครั้งนี้ " กฏการปะทะครับ ? " ผมถามหมวดเอกพล ผู้หมวดหยุดยืนนิ่งหน้ากระดานไวท์บอร์ดที่ใช้วางแผนปฏิบัติการ สายตาของหมวดกวาดมองหน้าทุกคนที่อยู่ในห้อง " Rad Code " แววตาที่นิ่งสนิท เยือกเย็น และแน่วแน่ของหมวดเอกพลบ่งบอกถึงความเด็ดขาด " Rad Code " คือการเข้าชารจ์อย่างดุดัน ด้วยอาวุธประจำกายของแต่ละคนเพื่อสังหารเป้าหมาย ไม่มีการต่อรอง ไม่มีเสียงบอกให้วางอาวุธ แล้วออกมามอบตัว เจ้าหน้าที่ล้อมไว้หมดแล้ว มันคือการรุมสังหาร เป้าหมายเสียชีวิต นั่นคือการจบภารกิจ " 03 : 30 น. เริ่มต้นการแทรกซึมเข้าสู่ที่หมาย แยกย้ายกันไปเตรียมตัวได้ " หมวดเอกพลปิดการบรรยายสรุปภารกิจ พวกเราต่างแยกย้ายไปตรวจสอบอาวุธประจำกาย และเตรียมตัวสำหรับภารกิจที่กำลังจะมาถึง ________________________________________________________________ เหงื่อเริ่มซึมออกมาจากมือ ระยะห่างถึงกระท่อมแค่ 20 เมตร ลูกทีมของผมขยายปีกวางตัวห่างออกไป เรากำลังรอการเปิดสัญญาณเข้าชารจ์จากทางฝั่งหมวดเอกพล ทันทีที่กำลังทางฝั่งหมวดเริ่มยิง ไอ้คนข้างในกระท่อมมันจะถอยมาทางฝั่งเราภายใน 20 วินาทีแรกของฉากการยิง จากนั้นทางฝั่งหมวดจะหยุด..อีก 10 วินาที ทางฝั่งผมจะเข้าชารจ์ ....... _________________________________________ " ทำไมเราไม่รอจนกว่าพวกตำรวจมาแล้วเราค่อยถอนตัวล่ะครับ ? " ผมถามหมวดเอกพล หลังจากที่พวกเราแยกกันไปเตรียมตัว ความจริงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของการออกปฏิบัติการในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งทางความคิดอย่างรุนแรงถึงขั้นมีการก่อการร้าย การตอบโต้แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ถูกนำมาใช้เพื่อยับยั้งไม่ให้กลุ่มที่เคลื่อนไหวก่อการร้ายในพื้นที่ก่อเหตุร้ายกับประชาชนผู้บริสุทธ์ งานข่าวถูกประเมินครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนที่จะมีการกำหนดแผนปฏิบัติการแต่ละครั้ง หลายหนที่ผู้ก่อการระดับแกนนำถูกสั่งให้ตาย ก่อนที่จะมีการพิจารณาถึงความผิดที่เขาได้กระทำโดยกระบวนการยุติธรรม แต่ถ้าเทียบกับความเสียหายที่จะเกิดตามมาหากปล่อยให้เวลายืดเยื้อ ทั้งประชาชนผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ สภาพเศรฐกิจที่ต้องหยุดชะงักจากความไม่ไว้วางใจในการลงทุน และภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีโลก คนที่ออกคำสั่งชั่งน้ำหนักข้างไหนมากกว่ากันผมก็ไม่อาจทราบได้ แต่สำหรับภารกิจครั้งนี้มันออกจะดูแปลก ๆ ในความคิดของผมอยู่บ้าง เพราะทุกครั้งที่เราออกทำงานเราจะรอจนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้น .....
" Last Operation .. "
Submitted by จ่าโจ on November,09 2006 19.47
[ 9 : 50 น. วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม 2546 ] . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ผมปลดแม๊กกาซีนออก ก่อนจะยัดอันใหม่เข้าช่องบรรจุกระสุน แล้วกระชากคันรั้งลูกเลื่อนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยกกระบอกปืนขึ้นประทับบ่า สายตามองลอดศูนย์เล็งไปเบื้องหน้า " ปุ๊.....ปุ๊...........ปุ๊.......ปุ๊... " หัวกระสุนกระแทกเข้าที่ช่องอก ผมเซถอยหลังไปตามแรงปะทะ สองวงแขนกระชับ M.16 A2 ยังคงมั่นคงแม้แรงปะทะของหัวกระสุนจะกระแทกกระทั้นเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง นิ้วชี้ในโกร่งไกค่อย ๆ ลากอย่างเนิบนาบ ศูนย์หน้าจับอยู่ที่เงาร่างที่ไหววาบเบื้องนอก " ปัง..ปัง...ปัง...................ปัง...ปัง...ปัง........ปัง....ปัง......." ผมส่ายปากกระบอกปืน ส่งกระสุนเป็น ชุด ๆ จากด้านขวาไปซ้าย กระจกด้านหน้าธนาคารกสิกรไทย สาขานางเลิ้ง แตกกระจายร่วงลงกับพื้น พร้อมกับเงาคนเบื้องนอกที่ซวดเซไปตามแรงกระสุน หยดเลือดบางส่วนกระเซ็นออกมาเปรอะเปื้อนโครงอลูมิเนียมของผนังกระจกด้านหน้าธนาคาร ผมถอยเข้าไปที่หลังเคาท์เตอร์ มือซ้ายคลำที่หน้าอก เกราะกันกระสุนคาร์บอนเคฟล่า ทำหน้าที่ของมันอย่างยอดเยี่ยม นาฬิกาบนข้อมือข้างซ้ายยังคงเดินถอยหลัง จังหวะจะโคนของตัวเลขดิจิตอลดูจะเสมือนลมหายใจของผมที่ยังคงเหลืออยู่ ผมโผล่พรวดขึ้นมายืนหลังเคาท์เตอร์ เครื่องแบบตำรวจสีกากี ไหววาบอยู่เบื้องหน้า 2 คน.... " อ๊ากกกกก .... " " ปัง..ปัง...ปัง...................ปัง...ปัง...ปัง........ปัง....ปัง......." ผมส่งหัวกระสุนขนาด .223 จาก M.16 A2 ในมือเข้าสู่ร่างของ 2 ตำรวจไทยใจเด็ด เศษชิ้นเนื้อ และเศษเครื่องแบบกระจุยออกทางด้านหลังตามแรงทะลวงของคมกระสุนก่อนที่ทั้งคู่จะกระเด็นไปนอนจมกองเลือด ผมกลิ้งตัวเข้าไปที่ซอกเคาท์เตอร์รับแลกเปลี่ยนเเงินตราต่างประเทศ พลิกนาฬิกาที่ข้อมือขึ้นมาดู ... 15 นาทีผ่านไปแล้วแล้ว ... 2 ชัวโมงนรกที่ยาวนานผ่านไป 15 นาทีแล้ว เหลืออีก 1 ชั่วโมง 45 นาที . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . [ 10 : 05 น. วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม 2546 ] . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . " สถาณการณ์เป็นยังไง " สารวัตรพีรพล ถามลูกน้องที่แอบอยู่ข้างรถตำรวจที่จอดปิดล้อมอยู่หน้า ธนาคารกสิกรไทย สาขานางเลิ้ง " คนร้ายมีคนเดียวครับ ขับปิ๊คอัพมาจอดหน้าธนาคาร เดินดุ่ย ๆ เข้าไป จ่าวิรัชที่เข้ามาตรวจเวรที่ธนาคารเจอมันก่อน มันไม่พูดอะไรสักคำ ยิงใส่เลย นอนตายอยู่ข้างในครับ มันไล่คนที่อยู่ในธนาคาร ออกมาหมดทุกคน ไม่มีพนักงานเหลือข้างในแล้วครับ แปลกมากเลย ... ถ้ามันจะเอาเงิน มันคงกวาดเงินแล้วเผ่นหนีไปได้ตั้งไกลแล้ว แต่มันไม่ไป สะพายเป้ไปนั่งกระดิกตีนรอในเคาท์เตอร์ สายตรวจมาถึงอีก 2 คนโดนมันสอยร่วงทั้งคู่ " สารวัตรพีรพล กวาดตามองสภาพพื้นที่..เศษกระจกร่วงเกลื่อนกลาด ตึกแถวด้านฝั่งตรงข้ามโดนลูกระสุน เสียหายไปเป็นแถบ ศพสายตรวจ 2 นาย นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่หน้าประตูทางเข้า " อีกนานมั้ยกว่าหน่วย S.W.A.T. จะมาถึง " สารวัตรทรงพลเอ่ยถาม " อีกไม่เกิน 20 นาทีครับ ทาง 191 เพิ่งวิทยุมาบอกเมื่อสักครู่ " สารวัตรพีรพลมองเข้าไปที่ธนาคาร ... มันต้องการอะไรกันแน่ . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . [ 21 : 30 น. วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม 2546 ] . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . " เสธ.โอ๊ค บอกว่า 10 โมง พรุ่งนี้ เฮียออกเดินทางได้เลย " เฮียต่วยมองชายที่อยู่ตรงหน้า ถึงแม้รู้ว่าเขาเป็นคนของเสธ.โอ๊ค แต่เฮียต่วยก้อยังไม่ค่อยไว้ใจอยู่ดี ไอ้หมอนี่น่ะเหรอที่เป็นตัวแปรสำคัญของแผนงานในครั้งนี้ มองตั้งแต่หัวจรดตีน ไม่มีสิ่งไหนบ่งบอกถึงความเป็นมือสังหาร ผมทรงรองทรงสั้น เสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีครีมที่พับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก กางเกงขายาวสีดำ กับรองเท้าหนังมันวับ นี่มันพนักงานบริษัทชัด ๆ ยกเว้นก็แต่แววตาคู่นั้นเวลาที่เขาจ้องมอง มันทำให้เฮียต่วยหนาวเยือกแบบไม่มีเหตุผล ... " เสธ.ย้ำว่า เฮียต้องออกเดินทางทันที ไอ้พวกนั้นได้หลักฐานไปแล้ว อีกไม่นานมันต้องตามมาลากคอเฮียไปสอบสวน และมันจะโยงไปหาเสธ.ได้ เสธ.ติดต่อสายทางฝั่งพม่าเรียบร้อยแล้ว เขาจะดูแลเฮียเป็นอย่างดี " เฮียต่วย ยกน้ำชาขึ้นซด...นี่คนอย่างกูต้องมาหนีหัวซุกหัวซุนปานนี้เรอะ " แล้วเฮียจะรู้ได้ไง...ว่าตลอดทางจะปลอดภัย ไม่มีตำรวจมาค้น มาตรวจ " เฮียต่วยเอ่ยปากถาม ชายหนุ่มยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม ... สองตาจ้องมาที่ใบหน้าเฮียต่วย ก่อนจะยกมือขึ้นลูบที่ใต้คางเบา ๆ เฮียต่วยรู้สึกขนลุกเกรียวไปทั้งตัว " นั่นมันหน้า .....

Member zone

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซท์
"ก๊วนปาร์ตี้"
เว็บไซท์นี้เปิดมาเพื่อ เป็นพื้นที่สาธารณะ สำหรับบันทึกเรื่องราว ทางด้านวรรณกรรม ทุกรูปแบบ ท่านสามารถส่งบทความ - เรื่องสั้น - บทกวี เพื่อมาแลกเปลี่ยนกันอ่าน โดยคลิกส่งได้จากด้านล่างนี้
คลิกเพื่อ >> ส่งบทความ | ส่งเรื่องสั้น | ส่งบทกวี | ปกิณกะ
Last topic

Blogs

ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว
  • สำนักพิมพ์ต้นข้าว