Topic list
- บางทีพวกเด็ก ๆ คงอยากรู้ว่าเพื่อน ๆ ที่หายไปตอนนี้พวกเขาเป็นเช่นไรบ้าง?
-
เด็ก ๆ ร้องห่มร้องไห้เมื่อเห็นสภาพโรงเรียนของเขา ซึ่งบัดนี้เหลือไว้เพียงเสาธงต้นเดียวเท่านั้น
อร่ามนั่งกอดกระเป๋าเรียนในชุดนักเรียน เขานั่งหลังพิงเสาธงมองอาคารซึ่งเมื่อก่อนเคยเป็นห้องเรียนของตัวเอง ฝาผนังห้องรวมทั้งโต๊ะเก้าอี้ โดนน้ำกวาดกองรวมกันเป็นเศษไม้กองพะเนิน อาคารเหลือเพียงหลังคาเอียงกระเท่เร่ไม่ปลอดภัยอีกแล้ว กำแพงอิฐรอบโรงเรียนเหมือนโดนยักษ์ปักลั่นเหยียบล้มพังพาบเรียบเป็นหน้ากลอง สนามฟุตบอลที่เคยสวยงามด้วยหญ้าญี่ปุ่นกลายเป็นที่รวมเศษสิ่งปรักหักพังเกือบทุกอย่างนับตั้งแต่ ถ้วย ถังกะละมัง หม้อ ต้นไม้ โต๊ะเก้าอี้ รถยนต์หรือแม้กระทั่งเรือ มีเสาธงต้นเดียวที่ยังคงสภาพเดิมบอกให้รู้ว่าที่นี่ บริเวณนี้คือโรงเรียนของพวกเขา .ให้ความหมายประมาณว่าคลื่นยักษ์ทำลายสิ่งใดก็ย่อมได้ ยกเว้นประเทศไทยเท่านั้น อร่ามและเพื่อน ๆ ต่างสะอึกสะอื้นไม่หยุดหย่อนราวกับมาประชันร้องไห้กัน รอบ ๆ เสาธงจึงระงมไปด้วยเสียงร้องร่ำ.ตอนอร่ามร้องหากสังเกตก็จะรู้ว่าเขาไม่ได้ติดอ่างเหมือนเวลาที่เขาพูด (อ่านเพิ่มเติม...)
- นิทานบนฝาผนัง
-
เสียงเด็ก ๆ กำลังไล่จับลูกไก่.
"ใครอยากฟังนิทานบ้าง.มาทางนี้" ผมตะโกนออกไปทั้ง ๆ ที่ไม่มีนิทานอะไรจะเล่า
"เฮย.ไอ้ลุงคนนั้นจะเล่านิทานให้เราฟัง เราไปฟังนิทานก่อนเดี๋ยวค่อยมาจับกันใหม่"
เสียงวิ่งอ้อมไปทางหน้าบ้าน แล้วผมก็เห็นหน้าพวกเขาเกือบทั้งหมดยืนสลอนอยู่ที่ปลายเตียง
พวกเขามีหลายคนเสียจนแยกแยะไม่ออกว่าเป็นลูกหลานใคร บางคนขาดคนสอนให้รู้จักใช้คำพูดคำจาที่เหมาะสม แต่ดูเหมือนการรับราชการมานานทำให้เราห่างเหินจากเด็ก ๆ ไป แต่ก็นั่นแหละพวกเขาเป็นเด็กรุ่นนี้ ใช่.นี่คือเด็กรุ่นนี้ (อ่านเพิ่มเติม...)
- ชายผู้ที่อ้างตัวเป็นเซ็ง ท่าน้ำ
-
เมื่อปลายปีที่แล้วนักวิชาการคนหนึ่งออกมาวิจารณ์นโยบายรัฐบาลและวิเคราะห์สถานการที่เกิดขึ้นสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ข้อสรุปปัญหาว่าจะทวีความรุนแรง
"อู่ว่ะ...ไอ้นี่ทำแบ่ง!" เขาสบถ
ต่อมาเหตุการณ์ก็เกิดกับคณิตเองเมื่อคืนหนึ่งขณะอยู่เวรที่อำเภอกำลังเคลิ้มหลับแล้วสะดุ้งเมื่อมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นตอนตีหนึ่ง เขางัวเงียรับสาย
"ดีมาหนอนิ? เท่นั่ง เท่ไน?" (อ่านเพิ่มเติม...)
- ก้างปลา
-
กระจงสองตัวในกรงขังวิ่งเหยาะ ๆ รอบ ๆ ตาข่าย เห็นคนก็จะหยุดแหงนหน้ามองขออาหาร ผมใช้เวลาที่เหลือก่อนตะวันตกดินไปเก็บมะละกอ ขอเพียงมะละกอลูกโต ๆ สักลูก ใบมันสำปะหลังสักสองยอดสำหรับอาหารมื้อกลางคืนของมัน ผมรู้จักมะละกอทุกต้นที่มีกระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งหมู่บ้านทั้งที่มีเจ้าของและไม่มี รู้ว่าต้นไหนผลโตงาม ๆ กำลังดี
กลับมาถึงบ้านผมต้องปอกเปลือกเขียวออก หั่นเป็นแท่งสี่เหลี่ยมเท่า ๆ กัน หากวันไหนขี้เกียจฝีมือก็ออกเป็นรูปแหลม ๆ เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ผมใส่กะละมังล้างน้ำให้ยางของมันออก ใส่ตะแกลงหย่อนลงในกรง พวกมันวิ่งเข้ามาแย่งกันกินเหมือนเด็กโดยไม่ยอมเหลียวแลใบมันสำปะหลังแม้แต่น้อย ผมรู้ว่าพวกมันแอบกินใบมันสำปะหลังตอนกลางคืน เช่นนี้แสดงว่ามะละกอน่าอร่อยกว่า วันนี้ผมเก็บมะละกอผลโตมาสองลูก ย่างน้อยลดเที่ยวหาสำหรับวันพรุ่งนี้ไปได้หนึ่งวัน หากจะเก็บมาหลาย ๆ ลูกก็ไม่ได้เพราะทิ้งไว้เกินสามวันมะละกอจะสุก ผมเคยสังเกตมันไม่เคยกินมะละกอสุกหมด หากเพราะพวกมดหรือไม่ก็หนูเข้าไปแย่งมันกิน อาบน้ำทานข้าวเสร็จ ตีสีหน้าเหนื่อยหน่ายต่อหน้าพ่อแม่เพื่อหาโอกาสขออนุญาตไปนอนบ้านสาเคียสักคืน โดยอ้างเหตุผลเหนื่อยมากอยากคุยกับเพื่อน
"เหตุผลฟังไม่ขึ้น" พ่อว่า "อยากไปนอนบ้านเพื่อนดีแล้วล่ะที่รู้จักบอกกล่าวกัน ความจริงหากไม่ต้องอ้างเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ก็ได้"
ผมคิดถึงเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ แล้วอดขำในใจ (อ่านเพิ่มเติม...)
- แม่ครับ...ตีผมสิ
-
ตอนเย็นผมกลับมาจากโรงเรียน มองหาไก่ชนของผมไม่เจอ ปกติเมื่อกลับถึงประตูรั้วไก่เห็นเครื่องแบบนักเรียนก็จะกรูเข้าหา รู้ว่ามันต้องได้กินข้าวเปลือกก่อน ก่อนผมเข้าบ้านผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าในบ้าน แต่วันนี้กลับไม่มีพวกมัน มีแต่ไอ้โต้งคู่กับไก่สาวและแม่ไก่ลูกอ่อนอีกครอกเท่านั้น ไอ้ตัวเขื่อง ๆ ทั้งหลายหายหน้าไปสิ้น ผมถามพี่สาวไก่หายไปไหนหมด
แม่ออกมา "ไม่ต้องหาหรอก แม่ขายอาแป๊ะไปหมดแล้ว"
"รวมทั้งไก่ชนของผมด้วยหรือ?" (อ่านเพิ่มเติม...)

