Topic list
- รวมเรื่องสั้นลูกโซ่ เมืองสมมติ
ชาคริต โภชะเรือง
สำนักพิมพ์ ก๊วนปาร์ตี้
สายส่งเคล็ดไทย
ปีนี้ผมออกรวมเรื่องสั้นเล่มใหม่ ชื่อเล่ม เมืองสมมติ ครับ
เว้นวรรคจากเล่มแรก : กาหลอ เกือบสิบปี ช่วงระหว่างเว้นวรรคไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ทำงานนะครับ ยังเขียนงานสม่ำเสมอ เฉลี่ยปีละ 2-3 เรื่อง ตลอดเวลาที่ผ่านมา พอมีเรื่องสั้นในมืออยู่ราวๆ 24 เรื่อง...ประมาณนั้น
สามารถคัดสรรได้ถึง 2 เล่ม
ผ่านการทำงานด้วยตนเอง พบว่าความยากของงานรวมเล่มก็คือ การจัดการเพื่อหาความเป็นเล่มของรวมเรื่องสั้น
ว่าไปก็มีหลายชุดวิธีคิดนะครับ
คุณชาติ กอบจิตติ นักเขียนชื่อดังคนหนึ่งใช้วิธีรวมเรื่องตามลำดับเวลาการเขียน อันนี้เพื่อดูในแง่พัฒนาการ ไม่มีการคัดสรร เพราะถือว่าทุกเรื่องที่เขียนใช้ได้ทั้งหมด พอใจทั้งหมด กว่าจะเขียนได้แต่ละเรื่อง หรือกว่าที่ผู้เขียนจะปล่อยผลงานออกมา ต้องบ่มเพาะสร้างสรรค์จนพึงใจ เหมือนการมีลูกนั้นแหละ เกิดมาแล้วก็รักเท่ากันหมด
แต่มีนักเขียนไม่กี่คนที่ทำงานภายใต้หลักการนี้
ส่วนใหญ่มักจะมีการคัดสรร มีการคัดออก เลือกเรื่องที่ดีที่สุด หรือเรื่องที่ไปกันได้ทั้งเล่ม ว่าไปการคัดสรรก็มีหลายรูปแบบ หลายแนวทางอีก
บางคนมีบก.ช่วยรวบรวม คัดสรรให้ อาจดูความคิดร่วม ค้นหาความเป็นเอกลักษณ์ในแง่รูปแบบหรือเนื้อหาสาระ มีความมุ่งหมายรวมอันใดเป็นพิเศษในเล่ม คัดสรรจากเรื่องสั้นหลายสิบ ให้เหลือที่เข้าชุดกันได้ประมาณสิบหรือสิบกว่าเรื่อง(ส่วนใหญ่)
กรณีนี้ส่วนใหญ่จะเป็นนักเขียนใหม่ ประสบการณ์ยังน้อย มองงานตัวเองไม่ออก อยากได้บก.มาช่วยพิจารณากลั่นกรอง
บางคนคัดสรรด้วยตนเอง กรณีนี้อาจเกิดได้กับนักเขียนใหม่ หากว่ามีความเข้าใจหรือมีความมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองสร้างสรรค์จนคิดว่าสามารถดูแลตัวเองได้ หรือไม่ก็อาจจะคัดสรรแล้วส่งให้เพื่อนฝูง หรือที่ปรึกษา ช่วยให้คำแนะนำ เป็นลักษณะบก.หมู่ ก็เป็นทางออกอย่างหนึ่ง
บางคนใช้วิธีคิดวางแนวทางของเล่มล่วงหน้า เรียกว่าคิดไว้ก่อนเสร็จสรรพ แล้วค่อยลงมือเขียน กรณีกนกพงศ์ สงสมพันธ์ เขียน แผ่นดินอื่น หรือวินทร์ เลียววาริณ เขียน สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน อยู่ในข่ายผลงานลักษณะนี้
ในส่วนผมเอง ลองมาแล้วหลายรูปแบบ เล่มแรกส่งให้สำนักพิมพ์ใหญ่ พิจารณา ต่อจากนั้นก็พยายามส่งให้ดู แต่ก็ได้แต่ร้องเพลงรอ รอ ก็เลยคิดใหม่...
พึ่งตนเอง โตแล้ว เขียนงานมานานแล้ว น่าจะยืนได้ด้วยลำแข้ง จะดีจะเลว เราเองก็ได้เรียนรู้ประสบการณ์การทำงานที่จะเป็น บก.ให้ตัวเอง
คิดแบบโมเดลนักเขียนไทยเข้มแข็ง คุณวินทร์ เลียววาริณ กล่าวไว้ เล่มแรกที่ทำเช่นนี้ก็คือ สารคดี จะนะในฤดูกาลแห่งลมนอก (เล่มนี้มีพี่ๆบางคนช่วยตั้งชื่อเล่มและดูแลการผลิตให้)
เล่มต่อมาคือ สารคดี คนค้นคลอง
และล่าสุดก็คือ นวนิยาย ประเทศใต้ มีเพื่อนฝูงช่วยกันอ่านต้นฉบับ แล้วก็มีทีมช่วยจัดหน้า แล้วก็มีหมอนิล-ภูเก็ต ช่วยทำหน้าปก เล่มนี้พิมพ์เอง ตั้งสำนักพิมพ์เอง ประสานสายส่ง เรียนรู้กระบวนการจำหน่ายด้วยตนเอง
เป็นเล่มที่ทำให้เกิดความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสร้างสำนักพิมพ์ ดูแลตนเอง พิมพ์เองให้ได้ปีละ 1 เล่มและจนกระทั่งปีนี้ ได้ออกรวมเรื่องสั้น เมืองสมมติ เป็นผลงานรวมเรื่องสั้นเล่มที่ 2
ณ วันนี้เข้าใจว่ากำลังวางแผง ในเมืองหลวงน่าจะส่งวางตามร้านหนังสือแล้ว หากเป็นต่างจังหวัดอาจจะต้องรออีก 1 เดือนให้หลัง
ทั้งเล่มมีเรื่องสั้น 10 เรื่อง ไม่สั้นไม่ยาว หากมีสมาธิดีๆ ก็สามารถอ่านรวดเดียวจบ เรื่องที่ตีพิมพ์ล่าสุด คือ บทบาทสมมติ ในหนังสือช่อการะเกด 51 เมื่อมกราคม 2553 เรื่องที่เก่าที่สุด คือ แมวบาดเจ็บ ตีพิมพ์เมื่อปี 2540 และไม่ได้ตีพิมพ์ที่ไหน คือ โคกนกคุ่ม
กาหลอ เล่มแรก โดยภาพรวมออกไปทางแสดงภาวะของปัจเจก เผยด้านมืดด้านสว่างของมนุษย์ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม การย้อนมองกลับไปสู่อดีต ก็เหมือนการได้พิจารณาตรวจสอบ ทบทวนแง่มุมต่างๆในชีวิต
เมืองสมมติ ต่างออกไป เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมหรือสังคมที่เราสังกัด สะท้อนแง่มุมต่างๆที่สัมพันธ์กับความเป็นเมืองใหญ่ ไม่ได้มุ่งเน้นวิถีปัจเจกอีกต่อไป เล่มแรกมองตัวตน เล่มสองมองสภาพแวดล้อม
เมืองสมมติ เป็นชื่อที่มีความหมายใน 2 ระดับ คือ เมืองที่มีแต่ปัญหาสะสม กระทั่งว่าจำเป็นที่จะต้องวางผังเมืองใหม .....- "เสกสรรค์"ปาฐกถา วันนักเขียน
"การอ่านหนังสือและการเขียนหนังสือ เป็นความเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับการยกระดับ หรือการแตกสลายทางจิตวิญญาณของผู้คนในสังคม การที่มนุษย์จะอยู่ร่วมกันได้ สังคมไม่เพียงต้องมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจ การเมือง ที่เป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ หากยังต้องมีโครงสร้างความคิด จิตใจ และจิตวิญญาณที่เกื้อหนุนการใช้ชีวิตร่วมกันด้วย นักเขียนเป็นผลงานทางวัฒนธรรม เพราะฉะนั้น ภารกิจสร้างสรรค์สังคมในมิตินี้จึงเป็นสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้"
- เขี้ยวหมูป่า : หนึ่งในเรื่องสั้นสุดยอดในดวงใจ
คงมีคำถามยอดฮิตจากเหล่าแฟนคลับที่บรรดานักเขียนจะต้องตอบอยู่ไม่กี่คำถาม และหนึ่งในนั้นก็คือหนังสือในดวงใจ หรือเรื่องสั้นในดวงใจ
ผมเองคงต้องคิดนานเหมือนกัน หากจะต้องหาคำตอบเพราะว่ามีอยู่ไม่น้อยเลย แต่ที่นึกได้ในขณะนี้และพอจะจำเรื่องราวได้ก็คือ เรื่องสั้นที่ชื่อ “เขี้ยวหมูป่า” ของไพบูลย์ สุวรรณกูฏ
ผมเชื่อว่าหลายคนอาจไม่คุ้นชื่อนี้ หรือไม่รู้จักเลยก็ว่าได้
แต่ถ้าเป็นศิษย์เก่าศิลปากร หรือบรรดาคนชอบศิลปะ จิตรกรรม หรือจิตรกรรมไทยแล้วไซร้ ชื่อนี้คงคุ้นหูเป็นอย่างดี
- คือตัวตนของคนนี้

คือตัวตนของคนนี้
รวมกวีนิพนธ์ของพ่อพิมพ์กวีนาม “บัวกันต์ วิลามาศ” เป็นการตกผลึกทางความคิดจากการเดินทางสายกลอน/กวีนิพนธ์มายาวนาน แม้ไม่อาจเรียกว่าสมบูรณ์ที่สุด แต่ก็ถือว่า เป็นบันทึกยุคสมัยผ่านสายตานักกลอน/กวีซึ่งได้สวมอาภรณ์ฉันทลักษณ์ตามแบบขนบอย่างสอดคล้องลงตัว ซึ่งคอนักกลอน/กวีไทย ไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง
โดยเนื้อหาผู้เขียนได้แบ่งออกเป็น ๔ ส่วน คือ
ความนัยที่ ๑ ภาวะแห่งรัก
เป็นการรวบรวมเอาความรู้สึกพื้นฐานที่มนุษย์ปุถุชนเผชิญ นั่นก็คือ อารมณ์รัก แต่ทว่าความรักที่กวีถ่ายทอดออกมานั้น เป็นลักษณะ
เธอจงอ่านหนังสือเถิดที่รัก
เหนื่อยมากนักเชิญแวะพักร้านหนังสือ
ร้านนี้นามระบือ
เชิญแวะซื้อไปอ่านสราญใจ
(จากบทกวี หนังสือคือขุมคลังทางปัญญา)
หรือ
รุ้งจูบพื้นยืนตระหง่านโค้งผ่านฟ้า
สวยงามตาสายใยให้ประสาน
จากสวรรค์ดาวดึงถึงบาดาล
เป็นสะพานรุ้งโยงโค้งเชื่อมใจ
(จากบทกวี ตามรุ้ง)
ฯลฯ
มีท่านมหาคุรุทางกวีนิพนธ์กล่าวไว้ว่า ‘กลอนรักเขียนง่าย แต่เขียนให้ดียาก’ คำๆ นี้เป็นที่ยอมรับกันในแวดวงคนเขียนกลอน/กวีแล้วว่า สมจริงโดยประการทั้งปวง แต่สำหรับ คือตัวตนของคนนี้ ในส่วนของความนัยที่ ๑ ผู้อ่านสัมผัสได้ถึงความสวยงามในรัก...ซึ่งเป็นรักตามแบบฉบับของ ผู้รู้รักอย่างถ่องแท้ หาใช่ นักหัดรัก นักพร่ำเพ้อรัก จนทำให้ ‘เลี่ยน’ ไม่
ความนัยที่ ๒ ภาวะแห่งโลภ เมื่อมีรักก็มีความอยากได้เป็นเจ้าของ อยากครอบครอง เกิดมมังการ อหังการ มิรู้จบรู้สิ้น คือภาวะกิเลสสามัญที่จิตใจมนุษย์ยากสลัดพ้น ปรากฏอยู่ในชิ้นงานเช่น
อยากให้คนเป็นคนบนมนุษย์อยากให้มนุษย์รักมนุษย์สมานฉันท์
อยากให้มนุษย์ทุกมนุษย์รู้แบ่งปัน
อยากให้มนุษย์มอบรางวัลให้กับคน
(จากบทกวีชื่อ เพียงความต้องการ)
ถือว่าเป็นความ อยาก หรือ โลภ ที่น่าสรรเสริญยิ่งนัก
หรือ
มันเป็นความตั้งใจแต่ในท้อง
อยากเรียกร้องความเป็นจริงสิ่งปรารถนา
อยากให้การเมืองไทยมีการพัฒนา
อยากให้รัฐสภามีแต่คนดีดี
(จากบทกวีชื่อ ใฝ่)
ฯลฯ
นี่คือตัวอย่างโลภะในแบบฉบับตรงกันข้ามกับความปรารถนาลามก (ปาปิจาฉา) อย่างสิ้นเชิง ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่าในเนื้อสารที่กวีต้องการสื่อ เป็นการตระหนักร่วมรับผิดชอบต่อพฤติกรรมทางเสื่อมที่มนุษย์ โดยเฉพาะมนุษย์พิเศษที่ซุบตัวทองอยู่ในรัฐสภาไทยตอนนี้กำลังกระทำกันอยู่ ซึ่งการนำเสนอมิใช่เป็นการตีขลุมแต่อย่างใด เพราะ “ภาพฟ้อง” พฤติกรรมประชาชนเห็นอยู่ทนโท่
และในส่วนความนัยที่ ๓ ภาวะแห่งโกรธ และความนัยที่ ๔ ภาวะแห่งหลง ( โลภ โกรธ หลง) พลังอารมณ์ผ่านมุมมองที่ผู้เขียนหยิบยกขึ้นมาสวมอาภรณ์ฉันทลักษณ์ในรูปแบบต่างๆ แล้วสื่อออกมาอย่างมีเชิง จัดว่าเปี่ยมเสน่ห์ยิ่งนัก
เนื้องานกวีเจือกลิ่นไอท้องถิ่นอีสานไว้อย่างให้หวนระลึกถึงสำหรับผู้รักบ้านเกิด แต่กระนั้นสำหรับผู้เค้นสาระในการอ่านกลอน/กวี ก็มิผิดหวังกับเนื้อหาที่สื่อออกมา และหากนักฉันลักษณ์จ๋าหยิบอ่านก็ไม่บริภาษทักษะแบบแผน หรือภูมิภาษาไทยของนักเขียนผู้นี้เป็นแน่
ดังนั้น คือตัวตนของคนนี้ จึงได้รวมรสไว้ทุกรส แล้วแต่ผู้เสพต้องการจะเสพรสไหน เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม
คนไทย ไม่ส่งเสริมนักเขียนกลอน/กวีไทย แล้วจะให้ไปยกย่องนักเขียนกวีเทศ กระนั้นหรือ...
จากใจบก.เฉพาะกิจ
ธารา ศรีอนุรักษ์
- แนะนำหนังสือ 3 แบบ ที่ทุกคนต้องอ่าน
นัก ธุรกิจ สื่อมวลชน และคนรุ่นใหม่ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การอ่าน ในการเสวนาหัวข้อ "การสร้างวัฒนธรรมการอ่านในองค์กร" ในงาน"ฉลองครบรอบ 40 ปี เอเซียบุ๊คส"
ในงาน"ฉลองครบรอบ 40 ปี เอเซียบุ๊คส" วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน ที่ ฮอลล์ ออฟ มิเรอร์ ชั้นเอ็ม สยามพารากอน มีการเสวนาเรื่อง "การสร้างวัฒนธรรมการอ่านในองค์กร" โดย นายสมเกียรติ อ่อนวิมล ในฐานะสื่อมวลชน "ศิริลักษณ์ ไม้ไทย" รองกรรมการผู้จัดการ ดิ เอ็มโพเรี่ยม ช็อปปิ้งคอมเพล็กซ์ และ "ลีลา สุนทรวิเนตร์" ลูกสาวคนสวยของพิธีกร "วิทวัส สุนทรวิเนตร์" ร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์การอ่านที่แตกต่างกัน "จุดเริ่มต้นที่แตกต่างแต่มีจุดหมายเดียวกัน"
- เรื่องน่ารู้ (หรือเปล่า?) เกี่ยวกับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม
การเขียนบทความในเรื่องที่ตัวเองยังไม่สนใจย่อมทำให้ผู้อ่านติเตียนผู้เขียนได้ -_-“ ซึ่งผู้เขียนก็ยินดีน้อมรับไว้ (แต่ก็ยังจะเขียนอยู่ดี) ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อจะได้มีงานส่งประชาไทที่นอกเหนือจากมุกละตินอเมริกา เดิม ๆ ที่ผู้เขียนเริ่มจะหมดมุกเต็มทน หลังจากที่ผู้เขียนไม่ได้ส่งงานให้ชูวัสจนเขานึกว่าผู้เขียนลาจากประชาไทไป เสียแล้ว (ความจริงคือผู้เขียนเร่งปิดต้นฉบับหนังสือแปลเล่มใหม่ ซึ่งผู้เขียนแปลชื่อหนังสือออกมาได้อย่างภาคภูมิใจระดับมาสเตอร์พีซว่า ไม่สงบจึงประเสริฐ จากชื่อภาษาอังกฤษ Blessed Unrest ผู้เขียนมีความภาคภูมิใจในการแปลชื่อหนังสือครั้งนี้มากจนพูดอวดไปทั่ว แม้แต่ในที่นี้ด้วย ส่วนตัวหนังสือจะดีไม่ดีอย่างไรหรือจะดีแค่ชื่อ ขอฝากท่านผู้อ่านพิจารณาเมื่อมันตีพิมพ์ออกมาแล้วด้วย)
รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมในปีนี้ตกเป็นของแฮร์ทา มึลเลอร์ (Herta Müller) นักเขียนชาวเยอรมันเชื้อสายโรมาเนีย ตามข่าวกล่าวว่างานเขียนของเธอเล่าถึงชีวิตในโรมาเนียยุคอดีตประธานาธิบดี เผด็จการเชาเชสคูและวิจารณ์ระบอบสตาลิน มีหนังสือของเธอไม่กี่เล่มที่เคยแปลเป็นภาษาอังกฤษและมึลเลอร์แทบไม่เป็นที่ รู้จักเลยในประเทศอื่น ๆ
- นักเขียนหญิงเยอรมัน คว้าโนเบล "วรรณกรรม" จากผลงานชีวิตรันทด-ถูกกดขี่จากระบอบคอมมิวนิสต์

แฮร์ธา มือเลอร์ นักเขียนที่เคยมีชีวิตอันบีบคั้นเพราะเป็นชนกลุ่มน้อยในโรมาเนียได้รับรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม ประจำปี 2009
เอเจนซี/เอเอฟพี - แฮร์ธา มือเลอร์ นักเขียนวัย 56 ปี ที่มีพื้นเพเป็นชนกลุ่มน้อยชาวเยอรมันในโรมาเนีย ได้รับรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรมประจำปีนี้ ผลงานของเธอทั้งนิยายและบทกวีหลายชิ้น ได้รับแรงบันดาลใจอย่างยิ่งจากการถูกบีบคั้นและกดขี่จากระบอบคอมมิวนิสต์ใน บ้านเกิด นับเป็นสตรีคนที่ 12 ที่ได้รับรางวัลสาขานี้
- สิงห์ฯ สอนมวย 'คนข่าววรรณกรรม' อัด มารยาท 'กรรมการซีไรต์'!?
อ่าน "สิงห์สนามหลวงสนทนา" ในเนชั่นสุดสัปดาห์ฉบับล่าสุด (ฉ.900) ได้กล่าวถึงในเรื่องการทำงานข่าวของนักข่าวววรรณกรรม กับบทบาทของคณะกรรมการซีไรต์ ในการประกาศผลรางวัลครั้งที่ผ่านมาล่าสุด นั่นเอง
ลองอ่านดูครับ..
- ลับแล , แก่งคอย ในชั่วชีวิตหนึ่งของคนมีหลับแล้วตื่นตลอดชั่วอายุขัย...เป็นอุปมาแห่งจริต โดย สกุล บุณยทัต
ในความทรงจำของชีวิต เราต่างมีบาดแผลทางจิตวิญญาณเกาะติดกันอยู่อย่างติดตรึงและลึกเร้น บางขณะมันมักจะลงโทษเราจนป่วยไข้...และหลายๆขณะมันมักจะผลักดันให้เราต้องตก อยู่ในอาการหม่นมืดคลุมเครือหลับๆตื่นๆ เป็นจริตแห่งมายาคติที่ตามติด...คอยหลอกหลอนหัวใจอันบริสุทธิ์ของเราให้ต้อง ตกอยู่กับความน่าสะพรึงกลัวในสิ่งที่บ่มเพาะวิถีแห่งตัวตนอันแตกซ่าน และไร้เกาะป้องกันในการควบคุมบริบทแห่งการมีชีวิตอยู่ให้ดำรงอยู่ได้อย่าง ถาวรและสงบนิ่ง ซึ่งยิ่งยาวนานสิ่งอันเป็นปรากฏการณ์แห่งความเหลื่อมซ้อนในท่าทีเบื้องต้นก็ จะค่อยๆกลับกลายเป็นความลับแห่งจิต และค่อยๆสะสมจนกลายสภาพเป็นความเหินห่างแห่งการรอคอยที่ไกลออกไปจากความดี งามของชีวิต...มากยิ่งขึ้นทุกที..
- อุทิศ เหมะมูล นักเขียนเมืองแก่งคอย คว้าซีไรต์ฯ ปี 52
คณะกรรมการตัดสินให้นวนิยายเรื่อง "ลับแล, แก่งคอย" ของนักเขียนรุ่นใหม่ "อุทิศ เหมะมูล" คว้ารางวัลซีไรต์ประจำปี 2552 ไปครองอย่างเป็นเอกฉันท์ เจ้าตัวเผยเป็นรางวัลที่สองต่อจาก "เซเว่นบุ้คส์ อะวอร์ด"
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่โรงแรมโอเรียนเต็ล คณะกรรมการตัดสินรางวัลวรรณกรรมยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ได้จัดแถลงข่าวประกาศผลรางวัลซีไรต์ ประจำปี 2552 ว่า รางวัลตกเป็นของนวนิยายเรื่อง"ลับแล,แก่งคอย" ของอุทิศ เหมะมูล
โดยนางกุสุมา รักษมณี ประธานคณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า เทียบกับการตัดสินในหลายปีที่ผ่านมา ครั้งนี้ง่ายมาก เพราะกรรมการทุกคนมีมติเป็นเอกฉันท์ ด้วยเห็นว่าผู้เขียนสามารถเสนอมิติอันซับซ้อนของมนุษย์ที่แยกไม่ออกจากราก เหง้าและชาติพันธุ์ผ่านกลวิธีอันแยบยล สร้างตัวละคร ฉาก และบรรยากาศได้อย่างสมจริงและมีชีวิตชีวา ใช้ภาษาที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง แสดงถึงจินตภาพอันกระจ่างและงดงาม


ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว
