ก๊วนปาร์ตี้ [ BOOK Party Gang ]

Home ก๊วน Story Party หนังสือ ก๊วน Writer Party ไอเดีย Party Gang

Topic list

41 items(1/5) 2 3 4 5 Next » Last »|
รวมเรื่องสั้น "ดวงตะวันยังจะขึ้นและลับลา" ธารเมฆ
Submitted by จู พเนจร on June,12 2008 20.05

คำนำครั้งที่2รวมเรื่องสั ้นพรรค์สมัย เฉิดฉาย : ดวงตะวันยังจะขึ้นและลับลา

ธารเมฆเขียนเรื่องสั้นไว้น ้อยจำนวน 8 เรื่องที่เขาเขียน นับเป็นเรื่องสั้นทั้งหมด ซึ่งปรากฏอยู่ในรวมเรื่องสั ้นพรรค์สมัย เฉิดฉาย : ดวงตะวันยังจะขึ้นและลับลา เล่มนี้

เรื่องสั้นทั้งหมด 7 เรื่องได้รับการตีพิมพ์ในน ิตยสารต่างๆมาแล้ว โดยส่วนมากในช่วงปี 2538-2542 ยกเว้นเรื่องใหม่ล่าสุด ณ โลกมัจฉานุษย์ ซึ่งเขียนในปี 2551 นี้

แน่นอนว่าการตีพิมพ์งานไม่ได้เป ็นเครื่องการันตีเรื่องคุณภาพใดๆ เพราะมีเรื่องสั้นที่ดีอ ีกจำนวนมากที่ไม่ได้รับการตีพ ิมพ์ และเรื่องสั้นอีกจำนวนมากๆที่ไม ่ได้ดีเด่อะไร แม้ได้รับการตีพิมพ์ตามน ิตยสารแล้วก็ตาม แม้แต่การได้รางวี่รางวัลอะไร ซึ่งเป็นเรื่องที่รับรู้ได้โดยท ั่วไป

เรื่องสั้นที่ดีเป็นอย่างไร อยู่ที่ตัวมันเองล้วนๆ เรื่องสั้นที่ดีควรจะมีความใหม่ และก็ไม่ควรขาดความเก๋า อันที่จริงความใหม่ก็คืองานศิลปะ หาใช่ห้วงระยะเวลา  เรื่องสั้นของธารเมฆมีลักษณะเด ่นทางด้านอารมณ์ความรู้สึกที่ใช ้ในการเดินเรื่อง สำนวนภาษามีสำเนียงลีลาละเม ียดละไมและเสียดเย้ย เฉิดฉาย ทระนงองอาจ ให้บรรยากาศแบบเฉพาะตัว ไม่ว่าจะบรรยายแบบตรงไปตรงมาอย ่างชัดเจน เช่น ดีไม่ดี ชอบไม่ชอบ ใช่ไม่ใช่ หรือที่ปล่อยให้ผู้อ่านได้คิดเอง ในทุกเรื่องทุกแนวก็มีตัวละคร ความขัดแย้ง และประเด็น เหมือนเรื่องสั้นทั่วไป ประเด็นที่เขาพูดถึงก็ไม่ได้ใหม่ ไม่ได้เก่า มีการพูดถึงกันอยู่เรื่อยไป แต่ใหม่ที่ภาวะอารมณ์ในการนำเสนอ ตัวละครและมุมมองก็ไม่ได้มีมิต ิใหม่ๆ ยกเว้นก็แต่ชื่อของตัวละครที ่ออกจะเท่ๆ เป็นไปได้ว่าจะทำให้เกิดมิติใหม ่ๆบางอย่างได้ ส่วนความขัดแย้งในเรื่องดูเหม ือนจะมีอยู่ตลอดทุกตัวอักษร และมีความคลี่คลายในตัวมันเองเป ็นระยะๆไป

รวมเรื่องสั้นของธารเมฆในเล่มนี ้มีอยู่ทุกแนว-เนื้อหา อันได้แก่ แฟนตาซี กระแสสำนึก ปัจเจก โรแมนติค เพื่อชีวิต เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ที่แตกต่างออกไปก็คือในท ุกๆแนวของเรื่องสั้นแต่ละเรื ่องของธารเมฆนั้นดูเหมือนว ่าจะผนวกรวมเรื่องทุกๆแนวเข้าไว ้ด้วยกันก็ได้ โดยระบุชัดหรือไม่ระบุชัดว่าเป ็นแนวใดก็ได้ อาจเป็นเพราะสำนวนภาษา วิธีการเล่าเรื่อง ประเด็นคิด ซึ่งเกิดสร้าง และดำเนินนัยยะอยู่ในพื้นที ่ของอิสรภาพ กาลเวลา และสกุลของมันเอง เอง.

บก.ควนป่านาเล

หมายเหตุ พบกับรวมเรื่องสั้นพรรค์สมัย เฉิดฉาย: ดวงตะวันยังจะขึ้นและลับลา ของ "ธารเมฆ" ในรูปหนังสือเล่ม(พิมพ์ครั้งที่2 เร็วๆนี้ครับ)

เขาและเรา (กรณีศึกษาด้ามขวานไทยประลัยกัลป์
Submitted by จู พเนจร on May,20 2008 23.18

เพราะใจเราเผาใจให้จำเจ็บ

ใจเราเก็บใจจำมาช้ำหมอง

ก็ใจเราอีกแหละชอบมาครอบครอง

โอ้ใจหมองก็ใจเราเผาไหม้ใจ


แต่ใจเขามิเคยจำย่ำและหยาบ

สันติภาพดูแล้วท่าจะหาไม่

ลอบและกัดก็ดำเกิงดั่งเพลิงไฟ

บุญและบาปก็อ้างไว้พอได้ทำ


เราสิซ่อนน้ำตาอันปร่าขม

เขาขย่มไล่ล่าดาหน้าย่ำ

เราด่าเขาวอยวอยถ่อยริยำ

เขากระทำหน้าตายเหมือนทายท้า


เขาเป็นใครไม่รู้ดูไม่แท้

แต่แน่ๆเราเป็นอยู่ดูเหมือนว่า

เขาเหมือนคนอย่างที่สุดมนุษย์-มนา

แต่ทว่าเรากับเขาเลิก-เผากัน


เราเป็นคนธรรมดาตั้งหน้ารับ

วันคืนลับล่วงลาแต่อาสัญ

ถ้านับศพก็ทบท่าวมิคราวครัน

ถ้านับวันสันติสุขทุกข์ระทม


เราและเขานั้นหรือต่างคือใคร

แล้วทำไมยิ่งวันคืนยิ่งขื่นขม

ที่เรามีมากมายพ่ายระบม

ต่างอกตรมหน้าชื่นทุกคืนวัน.

เพียงแค่เพียง
Submitted by จู พเนจร on May,17 2008 15.35

ขอเพียงที่ทางได้สร้างทำ

ขอคำถ้อยคำสักหนึ่งเสียง

ขอใจเพียงพอแล้วก็เพียง

เดินเลี่ยงออกมาอีกครานึง


ฝากความทรงจำไว้รำลึก

ค่อยๆตรองตรึกสักเสี้ยวกึ่ง

ไม่คิดคาดหวังนั่งรำพึง

ฝากรอยเท้าหนึ่งในผืนทราย


ก่อนสายลมพรมพัดสะบัดพลิ้ว

ประปรอยปลิวแผ่วๆแล้วลับหาย

ไม่เคยคิดไหวติงนิ่งดูดาย

เพียงสบายสบายย่างกรายไป


เพียงพบหน้าคนรักเพียงสักครั้ง

ได้มานั่งแนบชิดพิสมัย

แม้ไม่พูดไม่เผยเอ่ยอันใด

แต่ที่ในตาสบเผลอหลบตา


เพียงเท่านั้นก็พอเติมต่อฝัน

ให้คืนวันล่วงหายเปล่าดายค่า

กลับมามีความหมายให้มองมา

เพียงรู้ว่ามีบ้างไม่ว่างวาย


ถึงกระนั้น

เราจะปันให้เป็นดังเส้นสาย

ถึงไม่มีก็จะมีไม่มากมาย

เป็นกระทายน้อยๆ จ้อยและเจียม.

การรินไหลใดรู้จบ (กรณีศึกษาการอพยพข้ามแคว้นของแรงงานเพื่อนบ้าน)
Submitted by จู พเนจร on May,16 2008 21.38

การรินไหลใดรู้จบ
เปรียบชีวินรินไหลข้ามไทแคว้น มาสู่แดนเสรีที่สถาน มาจากความร้าวแรกหรือแหลกราญ จากเรือนบ้านเคหาวนาดร มาสู่ความใหม่แปลกความแตกต่าง มาเหยียบย่างต่างหาอุทาหรณ์ มาเถอะมาแต่งแต้มมาแรมรอน ไหว้ขอพรวอนไหว้เมื่อได้มา
อาจบางทีแตกต่าง บางอย่างใช่ เป็นอย่างไรในเร้นลึกรู้สึกรู้สา อาจบางอย่างอีกบางอย่างอาจค้างคา แตะต้องตาต้องใจ คลับคล้ายคล้ายคลึง ให้เจ้าหวนครวญนึกระลึกย้อน วันคืนก่อนเวียงวังคราครั้งหนึ่ง ต่างมิต่างถูกผูกมัดถูกรัดรึง ต่างเอิบอาบซาบซึ้งคะนึงครวญ อาจมีสิทธิ์คิดหวังดั่งใจคิด แต่มิอาจมีสิทธิ์แม้คิดหวน ณ แดนดินถิ่นไหนไม่คู่ควร จึ่งรัญจวนหวนไห้จึ่งไหลริน..

สะเทือนไหวในใจเรา (กรณีศึกษาภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทั่วทุกระแหงแห่งโลก)
Submitted by จู พเนจร on May,13 2008 23.42

สะเทือนไหวในใจเรา

ฉันอ่อนโยนให้เธอเสมอว่า แม้นการฆ่าคือหมายว่ากลายผัน ใครจะเห็นใจใครไม่สำคัญ แต่ทุกวันโลกร้ายเกินหมายการณ์

ด้วยเหตุผลกลใดไม่อาจรู้ เราต่อสู้กับใครไม่อาจหาญ มีแตกต่างเรื่องราวอันยาวนาน เรารอนรานแตกยับกับอะไร

อาจบางทีมีทางอันสร้างสม ในสังคมสืบสานกาลสมัย อาจเป็นฉันและเธอเสมอไป ที่จุดไฟขึ้นก่อต่อต่อกัน

หากเป็นน้ำน้ำจะฉ่ำดั่งลำน้ำ ไม่ปลาบปลื้มดื่มด่ำทุกคำสรร น้ำจะทำลายล้างต่างต่างกัน ลมจะผันดินจะไหวใครจะเป็น

ไม่อาจรู้รู้แต่ว่าสายตาบอก ทุกระลอกความรู้สึกที่นึกเห็น เห็นแต่ความยอกย้อนซ่อนประเด็น ซ่านกระเซ็นรอบรายอยู่คล้ายคลึง

อาจเป็นเราคือโลกโลกคือเรา โลกแผ่วเบาเบาแผ่วอีกแล้วหนึ่ง โลกสะเทือนเลื่อนลั่นหวั่นคะนึง กระทบถึงกระเทือนเท่าและเราเอง.

ควนป่านาเล 4 ใกล้คลอดแล้ว
Submitted by จู พเนจร on March,14 2008 00.00

หมายเหตุกองบรรณาธิการ

นิตยสาร “ควนป่านาเล” รายเดือน ออกล่าช้ากว่ากำหนดกว่า 5-6 เดือน โดยหลังสุดได้แก่เล่มที่ 3 ฉบับ “โรงเรียนไม่รู้จบ” ประจำเดือนเมษ-พฤกษ์ 2550 บัดนี้ควนป่านาเล (เล่มที่) 4 ฉบับ “เกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์”ได้ออกมาแล้ว

ทางกองบรรณาธิการต้องกราบขออภัยเป็นอย่างสูงในความล่าช้า และ ขอเรียนชี้แจงแก่เพื่อนสมาชิกนักอ่านทุกท่านทุกฝ่ายให้ทราบในเบื้องต้นมา ณ ที่นี้ว่า นิตยสารควนป่านาเลจะทำกันต่อไปตามเจตนารมณ์ที่มีมาแต่เดิม

จากการประเมินโดยสังเขปพบว่า มีสาเหตุหลายๆประการที่ทำให้ต้องล่าช้าเสมือนหยุดชะงักไป ดังจะชี้แจงเป็นลำดับๆก็คือ...


หนึ่ง) หลังจากเล่มที่ 3 ได้ออกมาแล้ว เรา (กองบก.) ก็จะเริ่มทำและทวงต้นฉบับสำหรับคอลัมนิสต์ต่างๆ ทำให้เราพบปัญหาข้อหนึ่งว่า กว่าจะได้ต้นฉบับในแต่ละเล่มมาครบ (หลังจากเวลาที่เริ่มขอต้นฉบับ) นั้น ต้องทบเวลาเป็นรอบเดือน โดยมีความคิดในส่วนนี้กันว่าจะค่อยๆแจ้งให้ทางกองบก.และเพื่อนคอลัมนิสต์ทราบว่า...การทำนิตยสารรายเดือนจำต้องขอต้นฉบับล่วงหน้า 1 ฉบับเป็นอย่างน้อย แต่เนื่องจากระยะเริ่มต้น เราทำต้นฉบับนิตยสารแบบเล่มต่อเล่ม เมื่อหนังสือยังไม่ออกหรือยังไม่แล้วเสร็จ การทำหรือทวงต้นฉบับในกระบวนการดังกล่าวระยะแรกๆจึงยังติดขัดและไม่เข้ารูปเข้ารอยนัก

ป่าสุดท้าย
Submitted by จู พเนจร on February,11 2008 23.34
เราจะไม่พูดถึงป่าเขาลำเนาทุ่งที่เป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์พืชสัตว์ป่าหรือป่าสงวนแห่งชาติต่างๆที่อนุรักษ์และสงวนเอาไว้ให้บุกรุกแผ้วถางตัดไม้ทำลายป่าได้ตามอัธยาศัยมาแต่ไหนแต่ไรนะครับ แต่จะพูดถึงป่าเล็กๆผืนหนึ่งในห้อมล้อมของเมืองที่กำลังรุกคืบเข้ามา ว่ามันจะยังคงอยู่ได้หรือไม่ นานแค่ไหน อย่างไร ณ ป่าแห่งนี้...มีนกแซงแซวด้วย ที่ก้นมันชอบแกว่งพร้อมๆกับหางมันชอบกระดกน่ะ นานๆถึงได้เห็นมันสักที ส่วนนกกระจอก ค่อนข้างตัวใหญ่ๆกัน นานๆทีเหมือนกันที่มันลงมาโลดเต้นกันอยู่บนราวไม้พุ่มพฤกษ์ แต่ส่วนใหญ่มันจะอยู่ทั่ว ชายคาบ้าน สายไฟ ตามพื้นต่ำๆ นกนานาชนิด เหมือนมาชุมนุม เสียงนกเขาขันกรู กรูฮุกกรู บางทีเหมือนดังอยู่ที่ไหนสักแห่งก้องกังวานลึกลับ แต่บอกได้เลยว่ามีนกเขาหลายชนิด และตัวมันใหญ่เชียวแหละ นอกจากนี้ยังมีนกกรง นกกรงหัวจุกนั้นเห็นไม่บ่อยเท่านกกรงหน้าหมา คุณเคยเห็นไหม บางวันนกกรงแม่พะจะมาด้วย แล้วก็นกกรงดิน นกเอี้ยงส่งเสียงร้องอออี๊เอี้ยงดังระนาวแต่เพื่อน เรียกว่าอย่างนั้น วันก่อนผมเห็นนกเหยี่ยวบินโฉบตีวงแคบๆอยู่ใกล้ๆเหนือหลังคาห้องแถวระหว่างหนองน้ำกับแนวชายป่า แม้แต่นกนางแอ่นที่บินฉวัดเฉวียนไปมาระเรี่ยผิวน้ำ บางวันเห็นโผไปเกาะอยู่ที่พุ่มไม้ นกกระปูดตาแดงก็พาร่างอันใหญ่หนักเหมือนบินไม่ใคร่รอดมาเกาะอยู่บ่อยๆ มักบินลงไปตรงพุ่มไม้ไผ่กอเล็กกลางพงหญ้าถัดไปจากหนองน้ำเล็กๆ ก่อนจะตวัดปีกพึ่บพึ่บกระพือไปที่พุ่มไม้รกที่อยู่ข้างบ้านห้องแถว นานครั้งถึงจะเห็นนกน้ำสีเทาดำบางชนิด เหมือนกับว่าบินหลงมาจากที่ไหนสักแห่ง และนกกระยางขาว และที่มาพร้อมกับส่งเสียงดังอยู่เหนือยอดกระถินต้นสูงที่สุดก็คืออีกาตัวหรือสองสามตัว ตรงที่นกแซงแซวกับต้อยตีวิด และนกกระจอกที่มักโฉบตามลงไปกระโดดโลดเต้นด้วยเสมอนั้น อยู่ใต้ร่มสะตอเบาหรือต้นกระถิน กับต้นหูกวางเพรียวระหงระอยู่ด้วยไม้ล้มและไม้เลื้อยกับย่านเชือกและพงหนามห้อยย้อยปกคลุมอยู่เหนือแอ่งน้ำขังสีขุ่น เป็นทุ่งหญ้าป่ารกหย่อมเล็กๆติดกับถนนปูคอนกรีตกว้างแปดเมตรในซอยซึ่งเทศบาลเมืองเพิ่งทำแล้วเสร็จไม่นาน(ที่อีกด้านหนึ่งเป็นทุ่งป่าบอนก่อนจะระไปเป็นท้ายบ้านตึกรามใหญ่น้อยที่ขึ้นอยู่เรียงๆรายๆ) ตรงเนื้อที่ด้านยาวประมาณยี่สิบเมตรจรดมาถึงด้านข้างของกำแพงห้องแถวสองชั้นขนาดห้าห้อง ซึ่งขึ้นรกอยู่ด้วยกอบอนและพุ่มไม้ที่เหมือนพยายามจะระเลื้อยขึ้นไปไม่ได้ หลังห้องแถวลาดลงมานิดหน่อยคลุมด้วยพืชหญ้าไม้เลื้อยและต้นบอนประปรายจรดมาเป็นทุ่งหญ้าน้ำขังซึ่งเกิดจากที่รอบๆข้างๆถมลงบนที่ท้องทุ่งนาเก่า รวมทั้งบ้านผม เป็นเนื้อที่ประมาณสองห้องทอดเป็นทางยาวไปจนสุดความยาวห้องแถวเลยไปจากนั้นก็เป็นทุ่งบอนไม่เล็กไม่ใหญ่ไปจนจรดหลังบ้านหลังต่างๆซึ่งมีมะพร้าว มะละกอ มะม่วง กระถินและไม้อื่นๆสองสามสี่ต้นขึ้นอยู่ขอบๆบริเวณหลังบ้านแต่ละหลัง และจากขอบด้านบ้านห้องแถวด้านติดถนนปูคอนกรีต กับขอบหลังบ้านผมจะเยื้องเหลื่อมกันประมาณสองสามเมตร ความกว้างเป็นเนื้อที่ประมาณสองห้อง จากหลังบ้านผมตรงแนวกลางบ้านไปเป็นที่ถมสูงเท่ากันกับบ้านผมเนื้อที่ประมาณห้าหกห้อง เป็นที่ทางของบ้านชั้นเดียวทิ้งร้างที่คนแถวนี้เรียกว่าบ้านฝรั่งเพราะเคยมีฝรั่งมาเช่าอยู่ กำแพงของบ้านฝรั่งนั้นอยู่สูงเลยเข่าผมไปเล็กน้อย มองต่ำลงไปบริเวณในบ้านลาดปูนหมดมีหญ้ากับฟ้าทะลายโจรขึ้นแซมอยู่ห้าหกต้น ส่วนด้านหน้ามุมกำแพงมีศาลพระภูมิตั้งอยู่ นกเขาชวาหลายตัวจะนอนที่แถวนั้น แนวชายคาหลังบ้านลางสาดสองต้นดูโตเกร็งอยู่บนพื้นซึเมนต์เพราะขาดการเหลียวแลมีไม้เลื้อยพันขึ้นไปนิดหน่อย ตรงมุมกำแพงตรงมุมท้ายบ้านมีอ่างเก็บน้ำสี่เหลี่ยมจตุรัสปูกระเบื้องมีน้ำปริ่มอยู่ประมาณครึ่งเมตร ผมแอบหย่อนผักบุ้งลงไปกับเลี้ยงปลาหางนกยูงเอาไว้ ถัดออกไปจากด้านข้างบ้านนายฝรั่งก็จะเป็นป่าบอนกับหญ้าน้ำรกประมาณหนึ่งห้อง ระไล่ขึ้นไปเป็นอาณาบริเวณที่เค้าเลี้ยงหมู (แถบนี้คนเลี้ยงหมูกันมาก และพวกทุ่งหญ้าป่าบอนยังมีอยู่ไม่น้อย) ตรงบริเวณหลังๆคอกหมูจะมีมะพร้าวแก่เล็กบ้างแกร็นบ้าง มีส้มจุกและต้นพ้อแก่ซึ่งเป็นที่นกเอื้ยงจะมาเล่นไล่จิกตีและส่งเสียงร้องครั้งละหลายๆต .....
สาวโรงงาน
Submitted by จู พเนจร on January,29 2008 20.32

เธอเข้างานเป็นกะ กระฉับกระเฉง พูดคุยเป็นกันเองและซื่อซื่อ ผลงานเธอผอง มือสองมือ หยิบถือทุ่มทำและนำพา

มาก่อนมาตอกบัตรเหมือนนัดไว้ เพลาคลาไคล มากมีค่า ทำโอเว่อร์ไทม์-ล่วงเวลา ส่งไป-รับมา พางานเดิน

อ่านนิยายเล่มห้าบาทแล้ววาดฝัน ถึงพ่อหนุมคนนั้นแล้วขวยเขิน โอ้ละหนอ...พ่อมหาจำเริญ กับลูกน้อยวัยเพลินร้องเยโย

เก็บหอมรอมริบ สิบเป็นร้อย ใช้สอยรู้เขียมเจียมอักโข ไม่ใช่เป็นเจ้าใหญ่นายโต แต่ไม่อดไม่โซและมีกิน

แถมมีรถรับส่งลงถึงที่ หวังอยู่ดีกินดีพ้นหนี้สิน ไม่มากมายมากมีที่ราคิน คนเดินดินกินข้าวแกงเป็นแรงงาน

จู พเนจร

อนิจจา
Submitted by จู พเนจร on January,29 2008 20.21

อย่าไหว้ฉันเลย ยายเอ๋ยยาย หากยายจะขายขายข้าวของ ยกมือวับรับไหว้ ใจหล่นกอง กระเป๋าฉันมันพร่อง พร่องเหลือเกิน

ฉันไหว้ล่ะยาย ฉันไม่ซื้อ กำหมัดกำมือเหมือนจะเกริ่น ใช่เป็นเรื่องเป็นราวร้าวหมางเมิน แต่เจ็บปวดเหลือเกินประเทศเรา

ลูกหลานเหลนหลายทั้งชายหญิง ไยทอดทิ้งผู้แก่แลผู้เฒ่า จากแผ่นดินถิ่นฐานย่านลำเนา มาจับเจ่างันงกน่าตกใจ

หรือตกต่ำย่ำแย่เกินแก้กอบ จนแยบยอบครอบครัวระรัวไหว จะให้อยู่สบายได้อย่างไร กะเบี้ยใบคนชราค่ากะตัง

เฒ่าชะแรแก่ชราหนังนาเหี่ยว
ต้องทนเทียวเหมือนว่ามัดตราสัง โอ้ละหนอมืดมิด อนิจจัง แม้กระทั่งมือจะควักให้สักกะแดง

จู พเนจร

เปิดซอง จู พเนจร
Submitted by จู พเนจร on January,24 2008 00.07

แน่นอน ผมต้องเปิด สักครู่

เป็นไปไม่ได้ที่ผมจะไม่เปิด หะแรก ผมคิดเล่นๆว่าถ้าไม่เปิดล่ะ วกคิดไปถึงการทำบุญตามจิตคุ้นๆที่มักคิดอะไรเป็นสูตรสำเร็จ ใช้สำหรับกลบเกลื่อน และตัดตอน เมื่อมีความกระอักกระอ่วนใจอะไรบางอย่าง

แต่นี่คงไม่มีเหตุผลเพียงพอ ไม่มีเหตุผลอะไร ที่จะต้องกลบเกลื่อนหรือตัดตอน

คือ จริงๆแล้วผมก็ต้องเปิด สักครู่

......... ประเดี๋ยวผมก็ต้องเปิด แต่ระหว่างนี้ผมคิดว่าผมคิดอะไรเล่นๆเพลินๆไปพลาง

คิดอะไรเพลินๆนะครับ ไม่ได้คิดอะไร

........

41 items(1/5) 2 3 4 5 Next » Last »|

Member zone

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซท์
"ก๊วนปาร์ตี้"
เว็บไซท์นี้เปิดมาเพื่อ เป็นพื้นที่สาธารณะ สำหรับบันทึกเรื่องราว ทางด้านวรรณกรรม ทุกรูปแบบ ท่านสามารถส่งบทความ - เรื่องสั้น - บทกวี เพื่อมาแลกเปลี่ยนกันอ่าน โดยคลิกส่งได้จากด้านล่างนี้
คลิกเพื่อ >> ส่งบทความ | ส่งเรื่องสั้น | ส่งบทกวี | ปกิณกะ
Last topic

Blogs

ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว