ข่าวเด่น
- เสกสรรค์ ประเสริฐกุล แนะทางออกหลังเลือกตั้ง 'ถ่วงดุลอำนาจ เปิดพื้นที่การเมืองให้ทุกกลุ่ม'
-
การที่กลุ่มทุนกลุ่มใหญ่ที่ขึ้นมากุมอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี 2540 มีการใช้อำนาจโดยแยกออกจากฉันทามติทางวัฒนธรรมมากเกินไป หรือที่เรียกว่า 'ลุแก่อำนาจ' ทำ ให้ได้รับการต่อต้านจากคนจำนวนมาก เรื่องความชอบธรรมของการใช้อำนาจ
หมายเหตุ : ดร.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวปาฐกถานำเรื่อง "เมืองไทยในระยะเปลี่ยนผ่าน" เนื่องในโอกาสการประชุมวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์แห่งชาติ ครั้งที่ 8 จัดโดยคณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติสาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ร่วมกับคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ศูนย์การค้าและนิทรรศการนานาชาติ กรุงเทพฯ ไบเทค บางนา เมื่อวันที่ 13 ธันวาคมโดยหลักอนิจจังแล้ว เราควรมองเห็นหลักของการเปลี่ยนแปลงเลื่อนไหลของสรรพสิ่งที่ประกอบขึ้นเป็นสถานการณ์ทางการเมือง อย่าคิดว่าสิ่งเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไม่ได้ หรือการเปลี่ยน แปลงเป็นเรื่องไม่ดีตลอดเวลา กล่าวอีกแบบหนึ่งคือเราไม่ควรมองคำนิยามคุณค่า ความหมาย หรือบทบาท หรือตัวแสดง ตลอดจนองค์ประกอบทางการเมืองทั้งหลายอย่างหยุดนิ่งตายตัว
การเมืองไทยโดยเนื้อแท้แล้วมีระบบหรือเปล่า สามารถตีเส้นแบ่งชัดเจนว่าเป็นระบอบอะไรได้แค่ไหน หรือว่าในความเป็นจริงสัมพันธภาพของผู้คนในประเทศนี้ ล้วนล่องลอยไปในสายธารของเหตุการณ์ มีตัวบุคคล ตลอดจนพลังต่างๆ ผลุบโผล่แล้วถอยจมไปตามคลื่นลมของกระแสน้ำ หาได้มีสิ่งใดหยุดนิ่งให้นิยาม ไม่มีรูปนามให้ยึดถือ
- 'อานันท์' ร่วมรดน้ำศพ 'วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์' 'หงา คาราวาน' จรดปากกาเขียนกวีไว้อาลัย
- 'อานันท์' ร่วมรดน้ำศพ 'วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์' 'หงา คาราวาน' จรดปากกาเขียนกวีไว้อาลัย วันที่ 07 ธันวาคม 2550 เวลา 07:40:35 น. 'อานันท์ ปันยารชุน' ร่วมรดน้ำศพ 'วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์' ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน เผยมะเร็งคร่าชีวิตสาวนักเคลื่อนไหวภาคประชาชนวัย 52 ปี สดุดีต่อสู้ร่วมกับชาวบ้านมากว่า 20 ปี ปิดทองหลังพระไม่ยอมรับรางวัล 'หงา คาราวาน' เขียนกวีนิพนธ์ไว้อาลัย เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 ธันวาคม น.ส.วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ หรือมด อายุ 52 ปี ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน นักเคลื่อนไหวภาคประชาชนต่อสู้เพื่อชาวบ้านที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากโครงการพัฒนาของรัฐและเอกชน ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งเต้านม ที่ห้อง 916 ชั้น 9 ศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ โรงพยาบาล (รพ.) รามาธิบดี นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ บรรณาธิการนิตยสารสารคดี น้องชายของ น.ส.วนิดา เปิดเผยว่า น.ส.วนิดาป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมแล้วลามไปที่ปอด โดยก่อนหน้านี้ได้เข้ารับการรักษาตัวโดยการทำคีโมมาประมาณ 2 ปี ทั้งนี้ มีพิธีรดน้ำศพที่วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร ซอยสุขุมวิท 101/1 เวลา 17.00 น. และสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 7 วัน ระหว่างวันที่ 7-11 ธันวาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 19.30 น. เป็นต้นไป ประชุมเพลิง วันที่ 12 ธันวาคม 2550 เวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพิธีรดน้ำศพ น.ส.วนิดา ที่วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร ปรากฏว่ามีบุคคลสำคัญหลายคนมาร่วมรดน้ำศพ อาทิ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้สมัคร ส.ส.พรรคชาติไทย ผศ.นพ.เอกภพ สิระชัยนันท์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะแพทย์เจ้าของไข้ น.ส.วนิดา กล่าวว่า คนไข้ได้มารักษาโรคมะเร็งเต้านมได้ประมาณ 2 ปี โดยได้รับการผ่าตัดเต้านมและทำเคมีบำบัด (คีโม) หลังการผ่าตัดได้รับยาอย่างต่อเนื่อง ภายหลังโรคกำเริบลามไปที่ปอด ทั้งนี้ ได้พยายามรักษามาระยะหนึ่ง แต่ยาไม่สามารถควบคุมได้ จึงต้องหยุดยาและรักษาไปตามอาการ จนคนไข้เสียชีวิตอย่างสงบ 'ก่อนคนไข้จะเสียชีวิตได้ถูกส่งต่อมาจาก รพ.ชลบุรี เพื่อมารักษาตัวที่ รพ.รามาธิบดี แต่อาการไม่ดีขึ้นเพราะตัวโรคกำเริบที่ปอดจึงเสียชีวิตในที่สุด' ผศ.นพ.เอกภพกล่าว และว่า สำหรับโรคมะเร็งเต้านมเป็นโรคที่พบบ่อย แต่หากตรวจพบในระยะแรกๆ โอกาสหายก็มีสูง ดังนั้น ผู้หญิงควรหมั่นตรวจเต้านมด้วยตัวเอง และในผู้หญิงอายุเกิน 50 ปี ควรไปตรวจเอ็กซเรย์เต้านมปีละครั้ง ด้านนายหาญณรงค์ เยาวเลิศ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) กล่าวว่า รู้สึกตกใจกับข่าวการเสียชีวิตของ น.ส.วนิดาอย่างมาก เนื่องจากเพิ่งเดินทางไปเยี่ยมพร้อมกับเพื่อนๆ นักต่อสู้ทางด้านสิ่งแวดล้อมเมื่อเร็วๆ นี้ 'โดยส่วนตัวชื่นชมคุณมดมาก เพราะเป็นคนที่ทำงานจริงจัง ต่อสู้ร่วมกับชาวบ้านมากว่า 20 ปี โดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย และเป็นคนที่ให้โอกาสกับรุ่นน้องในการทำงานอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ที่สำคัญทำงานโดยไม่รับผลประโยชน์ของใครทั้งสิ้น เอาชาวบ้านเป็นหลักเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา พี่มดเป็นตัวอย่างของน้องๆ ว่าไม่สมควรไปพบกลุ่มผลประโยชน์โดยลำพัง เพื่อยืนยันว่าตัวเองคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ และแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งที่ทำงานโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ไม่เคยบ่นว่าไม่ไหว แม้กระทั่งการรับรางวัล ที่ผ่านมาเคยมีคนเสนอชื่อพี่มดในฐานะเป็นนักต่อสู้ด้านสิทธิมนุษยชนมาโดยตลอด แต่พี่มดปฏิเสธทุกรางวัล แต่จะบอกให้ว่าเป็นรางวัลของชาวบ้าน เรียกว่าเป็นคนที่ปิดทองหลังพระจริงๆ' นายหาญณรงค์กล่าว สำหรับประวัติ น.ส.วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2498 เป็นคนกรุงเทพฯโดยกำเนิด ขณะที่อยู่ระหว่างการเรียนปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้เข้าร่วมต่อสู้เรียกร้องในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 จนต้องหลบไปอยู่ในป่าภาคใต้เป็นเวลา 4 ปี จากนั้นขึ้นไปอยู่ป่าภาคอีสานอีก 2-3 เดือน ก่อนกลับมาเรียนต่อในปี 2524 จนจบ และเริ่มเข้ามาทำงานองค์การพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) ด้วยการร่วมรณรงค์ต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ ปี 2532-2533 จับงานเอ็นจีโออย่างจริงจังด้านสิ่งแวดล้อมในโครงการฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ งานแรก .....
- ชานชาลานักเขียน
- ชานชาลานักเขียน โดย คม ชัด ลึก วัน อาทิตย์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2550 11:50 น. 00 แล้ววันเวลาก็เดินทางมาถึง เดือนสุดท้ายของปี อีกวาระหนึ่ง ใครที่คิดไว้ว่า จะทำอะไรดีๆให้ตัวเองภาคภูมิใจ ในรอบปี2550 ทำได้ (ได้ทำ) ตามเป้าหรือยังครับ? โดยเฉพาะ พี่น้องนักการเมือง ผู้อาสามาแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่เพื่อรับใช้ พี่น้องไทยด้วยกันนั้นได้ตระหนักในเรื่องนี้สักกี่มากน้อย?? เอ้ามาเข้าเรื่องดีกว่า สมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมถ์ ได้คัดสรร เรื่องสั้นและบทกวีดีเด่นประจำปี 2549 เสร็จสิ้นลงแล้วผลออกมาดังนี้... 00 เรื่องสั้นดีเด่น ได้แก่ แมงคาเรือง ของ ชาคริตโภชะเรือง ตีพิมพ์ใน จุดประกายวรรณกรรม นสพ.กรุงเทพธุรกิจรางวัลชมเชย มี3 เรื่อง ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ ของ พีรเดช นวลสาย (จุดประกายวรรณกรรม) ภาพถ่ายใบเก่า ของ ชาติวุฒิบุณยรักษ์ (มติชนสุดสัปดาห์) และ เสียงกู่ที่ภูทะเล ของ วิภาพคัญทัพ (สกุลไทย)... 00 บทกวีดีเด่น ได้แก่ โอละเห่ฯ ของ กฤชเหลือลมัย ตีพิมพ์ใน เนชั่นสุดสัปดาห์ ส่วนรางวัลชมเชย นั้นไซร้... หามาเชยชมไม่ได้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว! สำหรับเงินรางวัลทั้งเรื่องสั้นดีเด่น และ บทกวีดีเด่น ได้เท่ากันคนละ 5,000 บาท ชมเชยได้คนละ2,500 บาท พิธีมอบรางวัลมีขึ้นในวัน ประชุมใหญ่สามัญประจำปี2550 ของสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยฯ วันอาทิตย์ที่16 ธันวาคม... 00 เป็นที่สังเกตว่า กฤชเหลือลมัย ผู้คว้า รางวัลบทกวีดีเด่น และ ชาคริตโภชะเรือง เจ้าของรางวัล เรื่องสั้นดีเด่น มีผลงานพิมพ์รวมเล่มกับ แพรวสำนักพิมพ์ ทั้งคู่ (โดยบังเอิญ!) ของกฤช เป็นรวมบทกวี ปลายทางของเขาทั้งหลาย รวมเล่มเมื่อต้นปีและคว้ารางวัลหนังสือดีเด่น เซเว่นบุ๊คอวอร์ด (รองชนะเลิศ) มาหมาดๆส่วนของ ชาคริต เป็นรวมเรื่องสั้น กาหลอ ที่พิมพ์วางแผงเมื่อหลายปีก่อน ยินดีด้วยครับ ยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทุกๆ คน... 00 โครงการเมืองไทยพ.ศ. 2550 ของพล นิกร กิมหงวน และป. อินทรปาลิต (ก่อนวาระ 100 ปีชาตกาล) ที่มี10 องค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกันจัด (1. มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์2.สำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย3.โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาม.ธรรมศาสตร์ 4. สถาบันไทยคดีศึกษาม.ธรรมศาสตร์ 5. สมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยฯ6. สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย7. สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย8. สมาคมหอจดหมายเหตุไทย9. กรมศิลปากร10. สำนักพิมพ์แสงดาว) จะมีขึ้นใน วันเสาร์ที่15 ธันวาคมนี้ ณโรงละครแห่งชาติ (หอเล็ก)... 00 แต่โครงการใหญ่นี้บรรดาผู้จัดถือโอกาส เปิดแถลงข่าวร่วมกัน ในงาน วันนักกลอน 10 ธันวาคม เวลา15.00 น. ณห้องนพรัตน์ โรงแรมรัตนโกสินทร์ นำโดย ศ.ดร.อภินันท์โปษยานนท์ ผอ.สำนักศิลปวัฒนธรรมกระทรวงวัฒนธรรม (องค์กรผู้ออกทุนสนับสนุนโครงการ) เกษตรศิริ,ผศ.ดร.ตรีศิลป์ บุญขจร, ชมัยภรแสงกระจ่าง, ยุทธ โตอดิเทพย์ ดำเนินรายการโดย ทองแถมนาถจำนง ขอเชิญแฟนพันธุ์แท้ พลนิกร กิมหงวน แฟนคลับ ป.อินทรปาลิต ไปร่วมฟังการแถลงข่าวและร่วมงาน ฟรี! โดยพร้อมเพรียง... 00 ขอแสดงความยินดี นิภาบางยี่ขัน ที่ได้รับเลือกเป็น นักกลอนตัวอย่างประจำปี 2550 จากสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย พี่นิภา ถือเป็นนักกลอนอาวุโสฝีมือดีและมีชื่อเสียงโด่งดังในอดีต ตั้งแต่สมัยเรียนในมหาวิทยาลัย จนได้รับสมญาเป็น 1 ใน 4 มือทองธรรรมศาสตร์ อันประกอบด้วยเนาวรัตน์พงษ์ไพบูลย์, นิภา บางยี่ขัน, ทวีสุขทองถาวร (คู่ชีวิต-เสียชีวิตแล้ว) และ ดวงใจรวิปรีชา (เสียชีวิตแล้ว)... 00 ผลการประกวด ร้อยกรองออนไลน์ ที่สมาคมนักกลอนฯประกาศแล้วเช่นกันครับ ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป ประจำเดือน กันยายน หัวข้อ ในเวลา รางวัล ชนะเลิศ ไม่มีผลงานของใครสมควรได้รับ ส่วนรองชนะเลิศ มี 3 ราย ดังนี้ ไศลภูลี้, สุชีรา และอรณาฐ ส่วนผลของระดับอื่นๆและเดือนอื่นๆ ก่อนหน้านี้ คลิกเข้าไปดูใน www.นักกลอน???กันเอาเองนะครับ.. 00โครงการอาศรมวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราชนำโดย รศ.ดร.สืบพงศ์ ธรรมชาติจัดกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัตรการ อ่านร้อยกรองทำนองไทย วันที่6-7 ธันวาคมนี้ 2 วันเต็ม พบวิทยากรผู้คร่ำหวอดในวงการ เช่น ชินกรไกรลาศ, วัฒนะ บุญจับ, โรม ศรีธรรมราช, รศ.อุดม หนูทอง,สมใจ สมคิด และฯลฯ เข้าอบรมฟรี! สนใจสอบถามระเอียดและขอใบสมัครได้ที่ พันธุ์ทิพย์ทิพย์กองลาศ โครงการอาศรมวัฒนธรรมโทร.0-7567-2508-10 E-mail : phuntipster@gmail.com ด่วน!... 00 เดินทางไปดูงานกับบรรดาเพ .....
- 'นพพร ประชากุล' ผู้เผยแพร่แนวคิด'โพสต์โมเดิร์น'เสียชีวิต
'นพพร ประชากุล' ผู้เผยแพร่แนวคิด'โพสต์โมเดิร์น'เสียชีวิต 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 14:30:00
นักวิชาการผู้ริเริ่มเผยแพร่แนวคิด"โพสต์โมเดิร์น"ในไทย และผลักดันแปลผลงานนักคิดคนสำคัญของฝรั่งเศส เสียชีวิตแล้ววานนี้ ตั้งศพสวดศาลา7 วัดโสมนัสฯ 17-19 พ.ย.
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : รองศาสตราจารย์นพพร ประชากุล อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาฝรั่งเศส คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักวิชาการคนแรกๆ ที่นำแนวคิด "โพสต์โมเดิร์น" หรือแนวคิดหลังสมัยใหม่ มาเผยแพร่ในวงวิชาการไทยสายสังคมศาสตร์
เป็นผู้ผลักดันการแปลหนังสือปรัชญาความคิดของนักคิดฝรั่งเศสที่สำคัญหลายคน เช่น "ร่างกายใต้บงการ" ของ มิเชล ฟูโก(Michel Foucault) "มายาคติ" ของ โรล็องด์ บาร์ตส์ (Roland Barthes) วิจักษ์วิจารณ์วรรณกรรมฝรั่งเศส (A critical insight into French literature)
นอกจากนั้น ยังมีผลงานที่น่าสนใจเกี่ยวกับแนวคิดหลังอาณานิคมและทฤษฎีสัญญวิทยา ซึ่งเป็นมุมมองสำคัญในการชี้ให้ให้ปรากฏการณ์และนำมาวิพากษ์วิจารณ์สังคม การเมือง
โดยกำหนดสวดพระอภิธรรมที่ศาลา 7 วัดโสมนัสวิหาร ราชวรวิหาร (ริมถนนและคลองผดุงกรุงเกษมด้านตลาดนางเลิ้ง) ตั้งแต่วันที่ 17-19 พ.ย.และจะมีการประชุมเพลิงในวันที่ 20 พ.ย. เวลา 17.30 น.
- 'สนพ. มติชน' ทำแฮตทริคคว้า 3 รางวัล 'เซเว่นบุ๊ค อวอร์ด'
'สนพ. มติชน' ทำแฮตทริคคว้า 3 รางวัล 'เซเว่นบุ๊ค อวอร์ด'
หนังสือ 3 เล่มจากสำนักพิมพ์มติชน เขียนฝันด้วยชีวิต - นาฏกรรมเมืองหรรษา - พญาอินทรี คว้ารางวัลเซเว่น บุ๊ค อวอร์ด ครั้งที่ 4 ประจำปี 2550
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 พฤศจิกายน ที่โรงแรมตวันนา บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ประกาศผลรางวัลเซเว่น บุ๊ค อวอร์ด ครั้งที่ 4 ประจำปี 2550 หนังสือจากสำนักพิมพ์มติชน คว้ารางวัลถึง 3 รางวัลรวด ผลรางวัลทั้งหมดมีดังนี้ประเภทนวนิยาย
รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เรื่อง 'เขียนฝันด้วยชีวิต' ของประชาคม ลุนาชัย จากสำนักพิมพ์มติชน
รองชนะเลิศอันดับ 1 'ในวารวัน' ผลงานของ ปิยพร ศักดิ์เกษม สำนักพิมพ์อรุณ
รองชนะเลิศอันดับ 2 'นาครเขษม' ของ 'คอยนุช' แพรวสำนักพิมพ์
รวมเรื่องสั้นรางวัลชนะเลิศ 'นาฎกรรมเมืองหรรษา' ของชาติวุฒิ บุณยรักษ์ จากสำนักพิมพ์มติชน
รองชนะเลิศอันดับ 1 'พญาอินทรี' โดย จรัล ยั่งยืน สำนักพิมพ์มติชน
รองชนะเลิศอันดับ 2 'กล้วยหอมในร้านเคเอฟซี' กร ศิริวัฒโน สำนักพิมพ์นาคร
สารคดีรางวัลชนะเลิศ 'เดินสู่อิสรภาพ' ของประมวล เพ็งจันทร์ สำนักพิมพ์สุขภาพใจ
รองชนะเลิศอันดับ 1 'ที่เกิดเหตุ' วรพจน์ พันธุ์พงศ์ สำนักพิมพ์โอเพ่นบุ๊คส์
รองชนะเลิศอันดับ 2 'ยาย' ประชาคม ลุนาชัย สำนักพิมพ์พิมพ์บูรพา
วรรณกรรมเยาวชนรางวัลชนะเลิศ 'ผมมีความลับครับแม่' ของ 'พิชิตะ' สำนักพิมพ์พิชา
รองชนะเลิศอันดับ 1 'เมดูซา ของขวัญจากสายน้ำ' ภาณุมาศ ภูมิถาวร สำนักพิมพ์มิ่งมิตร
รองชนะเลิศอันดับ 2 'พ่อนายกฯ สายไหม บ้านหนองฮี' สมคิด สิงสง สำนักพิมพ์มิ่งมิตร
สำหรับประเภท กวีนิพนธ์ ไม่มีรางวัลชนะเลิศ
ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 มี 2 รางวัลคือ 'การลุกไหม้ของความมืด' ศิริวร แก้วกาญจน์ สำนักพิมพ์ Contrail Book House และ 'ปลายทางของเขาทั้งหลาย' กฤช เหลือลมัย แพรวสำนักพิมพ์
นิยายภาพ รางวัลชนะเลิศ 'พระจันทร์ที่ไม่เคยโดนเหยียบ' เรืองศักดิ์ ดวงพลา สำนักพิมพ์มูลนิธิเด็ก
รองชนะเลิศอันดับ 1 'ที่นี่...มีชีวิต' ทรงวิทย์ สี่กิติกุล สำนักพิมพ์โลกของเรา
รองชนะเลิศอันดับ 2 'ลิ้นชักแห่งความทรงจำ' อิทธิวัฐก์ สุริยมาตย์ สำนักพิมพ์มูลนิธิเด็กทั้งนี้ ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้รับโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลอีก 1 แสนบาท
- ประกวด หนังสั้น-หนังสือทำมือ
- ประกวด หนังสั้น-หนังสือทำมือ "THAILAND INDY AWARDS 2008" รางวัลสำหรับคนรุ่นใหม่หัวใจสร้างสรรค์ ชิงเงินรางวัลมูลค่ากว่า 100,000 บาท อีกหนึ่งกิจกรรมในโครงการ มหกรรมหนังสือและสื่อทางเลือกแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 5 Indy book festival V ผู้รับผิดชอบโครงการ : เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) กรุงเทพมหานคร สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) SCG PAPER รูปแบบการประกวด เป็นกิจกรรมหนึ่งในโครงการ มหกรรมหนังสือและสื่อทางเลือกแห่งประเทศไทย โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทดังนี้ หนังสือทำมือ 2. หนังสั้น หนังสือทำมือ แบ่งเป็น 2 ประเภทดังนี้ เรื่องสั้น 2. บทกวี กติกาการส่งผลงานหนังสือทำมือเพื่อเข้าประกวด 1. ต้องจัดทำเป็นหนังสือทำมือ โดยระบุประเภทผลงานที่ส่งให้ชัดเจน และส่งผลงานชื่อเรื่องละ 4 เล่ม 2. ผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะต้องไม่เคยส่งเข้าประกวด Thailand Indy Book Awards และจะต้อง ไม่เคยได้รับรางวัลจากการประกวดที่ใดตลอดจนไม่เคยตีพิมพ์จัดจำหน่ายมาก่อน 3. ผู้ส่งผลงานสามารถส่งผลงานได้ไม่จำกัดประเภทและจำนวนผลงาน แต่มีสิทธิ์ได้รับรางวัลสูงสุด เพียงรางวัลเดียว 4. ผลงานหนังสือทำมือทุกชิ้นงานที่ส่งเข้าประกวดและผ่านการคัดเลือกรวมทั้งได้รับรางวัลทางผู้จัดสามารถนำ ผลงานไปประชาสัมพันธ์สู่สาธารณชนโดยลิขสิทธิ์ผลงานเป็นของผู้เขียน 5. คณะกรรมการสงวนสิทธิ์ที่จะไม่ส่งคืนหนังสือเข้าประกวดทุกเล่ม 6. ผู้ส่งผลงานเข้าประกวดจะต้องเป็นเจ้าของผลงานที่แท้จริงและจะต้องรับผิดชอบในการละเมิดแนวความคิด รวมทั้งลิขสิทธิ์บทประพันธ์และ/หรือรูปวาดของผู้อื่น 7. ผู้ส่งผลงานจะต้องกรอกรายละเอียดต่างๆ ในใบสมัครประกวดให้ชัดเจนรวมทั้งส่งเอกสารประกอบการส่ง ประกวดให้ครบถ้วนพร้อมลงลายมือชื่อและชื่อ-นามสกุลจริง(ตัวบรรจง)ของผู้ส่งผลงานกำกับไว้ในผลงานที่ ส่งเข้าประกวดทุกเล่ม หลักฐานที่ใช้ในการสมัคร 1. ใบสมัครการประกวด 2. สำเนาบัตรประชาชนพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง 3. หนังสือทำมือที่ส่งเข้าประกวดชื่อเรื่องละ 4 เล่ม หลักเกณฑ์พิจารณาและตัดสิน ประเภทรวมเรื่องสั้นและบทกวี 1.เป็นผลงานเขียนที่ประพันธ์ขึ้นเอง 2.จัดทำในลักษณะหนังสือทำมือ ขนาดไม่เกินครึ่งหนึ่งของกระดาษ A4 3.ประเภทเรื่องสั้นต้องมีเรื่องสั้นรวมอยู่ในเล่มไม่ต่ำกว่า 10 เรื่องและไม่เกิน 15 เรื่อง 4. ประเภทบทกวีต้องมีบทกวีรวมอยู่ในเล่มไม่ต่ำกว่า 20 เรื่องและไม่เกิน 40 เรื่อง(บทกวีที่เป็นกลอนเรื่องถ้าเป็น ฉันทลักษณ์ต้องมีความยาวไม่เกิน 50 บท) 5. ไม่จำกัดจำนวนหน้า 6.การตัดสินจะพิจารณาจากความคิดริเริ่ม ความสร้างสรรค์ ความมีวรรณศิลป์ ความเป็นเอกภาพ เนื้อหา และรูปแบบ 7.ต้องเขียนด้วยภาษาไทย หนังสั้นจากเรื่องสั้น กติกาการส่งผลงานหนังสั้นเพื่อเข้าประกวด 1. ต้องเป็นหนังสั้นที่สร้างสรรค์จากผลงานเรื่องสั้นของนักเขียนไทยที่ผ่านการเผยแพร่สู่สาธารณชน 2. ต้องได้รับอนุญาตจากนักเขียนเจ้าของผลงานเรื่องสั้น 3. ความยาวของหนังสั้นไม่เกิน 20 นาที ส่งในรูปแบบ วีซีดี/ดีวีดี ส่งผลงานละ 4 แผ่น 4. ผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะต้องไม่เคยได้รับรางวัลการประกวดหนังสั้นจากที่ใดมาก่อน 5. ผู้ส่งผลงานสามารถส่งผลงานได้ไม่จำกัดจำนวนผลงาน แต่มีสิทธิ์ได้รับรางวัลสูงสุดเพียงรางวัลเดียว 6. ผลงานทุกชิ้นงานที่ส่งเข้าประกวดและผ่านการคัดเลือกรวมทั้งได้รับรางวัล ทางผู้จัดสามารถนำผลงาน ไปประชาสัมพันธ์สู่สาธารณชนโดยลิขสิทธิ์ผลงานเป็นของผู้สร้าง 7. คณะกรรมการสงวนสิทธิ์ที่จะไม่ส่งคืนผลงานที่ส่งเข้าประกวด 8. ผู้ส่งผลงานเข้าประกวดจะต้องเป็นเจ้าของผลงานที่แท้จริงและจะต้องรับผิดชอบในการละเมิดแนวความคิด รวมทั้งลิขสิทธิ์บทประพันธ์ 9. ผู้ส่งผลงานจะต้องกรอกรายละเอียดต่างๆ ในใบสมัครประกวดให้ชัดเจนรวมทั้งส่งเอกสารประกอบการส่ง ประกวดให้ครบถ้วน พร้อมลายมือชื่อเจ้าของบทประพันธ์เรื่องสั้นในการอนุญาตให้นำเรื่องมาสร้างเป็นหนังสั้น การส่งผลงาน 1. ส่งผลงานเข้าประกวดภายในวันที่ 15 มกราคม 2551 กรณีที่ส่งผลงานทางไปรษณีย์ให้ถือเอาวันที่ประทับตรา ไปรษณีย์เป็นสำคัญ 2. หากตรวจสอบได้ว่าผลงานที่ได้รับรางวัลละเมิดกติกาข้อใดแม้เพียงหนึ่งข้อจะต้องถูกเพิกถอนรางวัลและ เงินรางวัล 3. เงินรางวัลทั้งหมดที่ผู้ชนะการประกวดได้รับ จะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่า .....
- วรรณกรรมชีวิตแห่ง'ดอริส เลสซิ่ง' เจ้าของรางวัลโนเบล2007
- วรรณกรรมชีวิตแห่ง'ดอริส เลสซิ่ง' เจ้าของรางวัลโนเบล2007 นสพ.มติชน วันที่ 20 ตุลาคม 2550 - เวลา 08:50:29 น. โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์ จอยซ์ แครอล โอตส์ นักเขียนอเมริกัน กัลยาณมิตรในแวดวงวรรณกรรม แสดงปฏิกิริยาเมื่อรับทราบว่า ดอริส เลสซิ่ง นักเขียนวัย 87 ปี ชาวอังกฤษคือผู้ได้รับรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรมประจำปีนี้ไว้ว่า ดอริสควรได้รับรางวัลนี้เมื่อ 20 หรือ 30 ปีก่อนด้วยซ้ำไป ความเห็นดังกล่าวสะท้อนฉันทามติในแวดวงวรรณกรรมทั่วโลกที่ไม่มีข้อครหาใดๆ กับความเหมาะสมของ ดอริส เลสซิ่ง กับรางวัลที่ทรงเกียรติภูมิที่สุดของโลกรางวัลนี้ คำประกาศเชิดชูเกียรติของคณะกรรมการบ่งบอกไว้ครบถ้วนว่า ทำไม นักเขียนสูงวัยผู้นี้ถึงเหมาะสมกับรางวัลนี้ ตอนหนึ่งคณะกรรมการบอกว่า ทุกอย่างที่ประกอบกันขึ้นเป็นตัวตนของ ดอริส เลสซิ่ง คือมหากาพย์ เป็นวรรณกรรมแห่งชีวิตที่เปี่ยมล้นด้วยประสบการณ์ของเพศหญิง ที่ถูกนำมาใช้เป็นพลังในการตั้งคำถาม เป็นไฟที่เร่าร้อนและเป็นวิสัยทัศน์ล้ำกาลเวลาในการรังสรรค์ผลงานที่ใช้ 'ตรวจสอบอย่างพินิจพิเคราะห์' ต่อสภาวะแปลกแยกของอารยธรรมต่างขั้ว ดอริส เลสซิ่ง ถือได้ว่าเป็นนักเขียนมหัศจรรย์ผู้หนึ่ง ตลอดช่วงระยะเวลาร่วม 60 ปี งานเขียนหลั่งไหลออกมาจากตัวเธอไม่หยุดหย่อน ที่สำคัญก็คือ ไม่เพียงแต่ดูเหมือนวัตถุดิบของเธอจะมีไม่สิ้นสุดเท่านั้น ยังเปี่ยมพลังและชี้นำไม่สิ้นสุดอีกด้วย งานเขียนเล่มแรกของ ดอริส เลสซิ่ง คือ 'เดอะ กราสส์ อิส ซิงกิ้ง' (1950) ที่เป็นงานพรรณนาถึงความสัมพันธ์ระหว่าง 'นายหญิง' ชาวไร่ผิวขาวกับทาสรับใช้ผิวสีนั้นได้รับการยกย่องจากคณะกรรมการพิจารณารางวัลโนเบลว่าเป็นทั้ง 'งานโศกนาฏกรรมบนพื้นฐานของความรักกับความชิงชัง และเป็นผลงานการศึกษาความขัดแย้งระหว่างชาติพันธุ์ที่ดูเหมือนไม่มีวันผสานกันได้' แต่ผลงานชิ้นสำคัญที่สร้างชื่อทั้งในฐานะนักเขียน และทำให้ ดอริส เลสซิ่ง กลายเป็น 'คบส่องทาง' สำหรับประดาเฟมินิสต์ทั้งหลาย ก็คือ 'เดอะ โกลเด้น โน้ตบุ๊ก' ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 1962 เนื้อหา 'โกลเด้น โน้ตบุ๊ก' บอกเล่าเรื่องราวของนักเขียนชื่อ แอนนา วูลฟ์ ที่เผชิญกับภาวะ 'ตีบตัน' ทางความคิด และพยายามหาทางแก้ปมดังกล่าวด้วยการระบายความคิด ความรู้สึกทั้งหลายลงไว้ในไดอารี่ 5 เล่ม งานเขียนที่ไม่ปะติดปะต่อ ไม่ต่อเนื่องกันตลอดเล่มเล่มนี้ กลายเป็นงานสะท้อนความคิดความรู้สึกของ ดอริส เลสซิ่ง เกี่ยวกับ แอฟริกา, การเมือง, เซ็กซ์, การวิเคราะห์เชิงจิตวิทยาตามแนวทาง คาร์ล จุง (นักทฤษฎีจิตวิทยาชาวสวิส) และความฝันของเธอได้อย่างเอกอุ คณะกรรมการพิจารณารางวัลโนเบลวรรณกรรม ยกย่องหนังสือเล่มนี้เป็นพิเศษ โดยถือว่าเป็นงานเขียนยุคบุกเบิกในศตวรรษที่ 20 ซึ่งสื่อสารถึงทรรศนะที่เกี่ยวเนื่องกับสัมพันธภาพระหว่างเพศหญิงและเพศชาย ในห้วงเวลาที่มีหนังสือเพียงแค่หยิบมือเขียนถึงเรื่องราวเหล่านี้เท่านั้น ดอริส เลสซิ่ง เกิดในเปอร์เซีย (อิหร่านในปัจจุบัน) เมื่อปี 1919 จากครอบครัวชาวอังกฤษที่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ชื่อสกุลเดิมคือ ดอริส เมย์ เทย์เลอร์ แต่กลับต้องระหกระเหินตามครอบครัวไปเติบใหญ่ใน โรดีเซีย ประเทศในกาฬทวีป (ปัจจุบันคือ ซิมบับเว) ต้องเรียนรู้หนังสือด้วยตัวเองมาตั้งแต่อายุ 14 ในสภาวะที่เธอให้คำจำกัดความไว้เองว่า 'เหงาเหมือนตกนรก' พ่อของเธอเป็นทหารผ่านศึกที่ต้องทนทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ ผู้เป็นแม่เป็นเหมือนคน 'หัวใจสลาย' เพราะไม่สามารถปรับตัวเข้ากับดินแดนแปลกหน้าได้ ดอริสเคยพูดถึงผู้เป็นมารดาไว้ว่าเป็นคนที่ 'ไม่ควรเลยที่จะอพยพออกมาอยู่นอกประเทศอังกฤษ' น่าสนใจที่ความเป็นตัวตนของดอริส เกิดขึ้นจากการบ่มเพาะของผู้เป็นแม่ที่มักสั่งซื้อหนังสือจำนวนมากจากอังกฤษไปให้ดอริสเป็นผู้อ่านให้ฟัง ซัลส์บิวรี่ เมืองที่เธอและครอบครัวใช้ชีวิตอยู่ในวัยเด็ก กลายเป็นสิ่งที่ดอริส ชิงชังฝังใจ 'ฉันเอาแค่ครุ่นคิดหาทางหนีออกมาอยู่ตลอดเวลา' เธอบอก นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ดอริสแต่งงานตั้งแต่อายุแค่ 19 ปี การแต่งงานที่สั้นอย่างยิ่งและเป็นหายนะอย่างยิ่งสำหรับเธอ ไม่นานเธอก็เดินออกมาจากชีวิตคู่ พร้อมกับลูก 2 คน เพื่อแต่งงานใหม่อีกครั้งกับ กอตต์ฟรีด เลสซิ่ง นักการเมืองเยอรมัน เป็นการแต่งงานที่เธอให้คำจำกัดความไว้ว่าเป็น 'สมรส .....
- หนังสั้นจากหนังสือ From Books to Celluloid
- หนังสั้นจากหนังสือ From Books to Celluloid พรชัย จันทโสก : รายงาน jantasok@yahoo.com ต้องยอมรับว่า 'ภาพยนตร์' ถือเป็นสื่ออีกแขนงหนึ่งที่มีความสำคัญในการสื่อสารข้อมูลไปสู่ประชาชน และเป็นสื่อที่อยู่ในกระแสความสนใจของคนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ในกระแสจากต่างประเทศและในประเทศ รวมไปถึงภาพยนตร์นอกกระแสหรือหนังอินดี้ที่มีฐานผู้ชมขยายขึ้นเรื่อยๆ อย่างเห็นได้ชัด ปัจจุบันจะเห็นว่า ภาพยนตร์สั้น หรือ หนังสั้น (Short Film) กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ล่าสุดใน งานเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่ 5 (World Film Festival of Bangkok 2007) ซึ่งมีการจัดฉายภาพยนตร์จากทั่วโลกขึ้นเป็นประจำทุกปี ยังได้จัดประกวดหนังสั้นเพื่อเพิ่มสีสันและบรรยากาศในช่วงเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ที่จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม-4 พฤศจิกายน 2550 อีกด้วย ทั้งนี้ การจัดประกวดสำหรับประเภทนักเรียนนักศึกษานั้น ได้กำหนดหัวข้อ จากหนังสือสู่ภาพยนตร์ (From Books to Celluloid) โดยเป็นการนำรวมบทกวีร่วมสมัยเรื่อง โลกในดวงตาข้าพเจ้า ของกวีหมี่เป็ด มนตรี ศรียงค์ เจ้าของรางวัลซีไรต์ปี 2550 มาเป็นโจทย์ในการตีความหรือพูดง่ายๆ ก็คือเป็นต้นแบบของเนื้อหาสำหรับภาพยนตร์สั้นที่ส่งเข้าประกวดนั่นเอง เป้าหมายเพื่อเป็นการเชื่อมโลกวรรณกรรมเข้ากับโลกภาพยนตร์ ที่ต่างเป็นแขนงสำคัญของศิลปะอันโน้มนำมนุษย์ไปสู่ความละเอียดอ่อนของจิตใจและปัญญาอันลึกซึ้ง ตลอดจนเพื่อช่วยกระตุ้นคนไทยให้หันมาอ่านหนังสือกันมากขึ้น โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่จะได้อ่านและเข้าถึงงานเขียนประเภทกวีนิพนธ์มากขึ้นตามไปด้วย แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการนำวรรณกรรมหรือนิยายขายดีหลายต่อหลายเรื่อง มาสร้างเป็นภาพยนตร์จนโด่งดังประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย แต่การนำเอาบทกวีมาสร้างเป็นหนังอาจยังเป็นเรื่องใหม่ จากคำประกาศของคณะกรรมการตัดสินรางวัลซีไรต์ว่า... "โลกในดวงตาข้าพเจ้า ของ มนตรี ศรียงค์ เป็นบันทึกภาพความเคลื่อนไหวในชุมชนเล็กๆ ผ่านดวงตาพิเศษของกวีด้วยมุมมองเฉพาะตัวที่โดดเด่น ผสมผสานกับการย้อนรำลึกเรื่องราวเกี่ยวกับผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต สามารถทำให้เรื่องที่เป็นรูปธรรมเหล่านั้นโยงไปสู่ภาพสังคมโดยรวมได้ มนตรี ศรียงค์ ได้ประจักษ์ในสาระของชีวิตจากการงานที่เป็นจริงและผู้คนรายล้อม แล้วนำมาถ่ายทอดไว้ในบทกวีได้อย่างกลมกลืน มีชีวิตชีวา ศิลปะในการนำเสนออยู่ที่การสรรคำและการเรียบเรียงลำดับภาพความคิดด้วยชั้นเชิงทางวรรณศิลป์ ก่อให้เกิดความสะเทือนอารมณ์และชวนคิด" แต่การตีโจทย์ของผู้สร้างหนังเมื่อต้องนำบทกวีในหนังสือเล่มนี้มาเป็นต้นเเบบของหนังสั้นนั้น มนตรี ศรียงค์ เจ้าของบทกวีร่วมสมัยมองว่า "เข้าใจว่าเป็นครั้งเเรกที่มีการนำบทกวีมาถ่ายทอดเป็นหนังสั้น และเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับการเปิดให้พื้นที่กวีขยายวงกว้างออกไป เพื่อให้ผู้เสพสามารถเข้าถึงบทกวีได้หลายมิติ และผู้เสพหนังสั้นก็จะสามารถเข้าถึงบทกวีของผมได้ด้วย ผมว่างานนี้เป็นการเชื่อมโลกวรรณกรรมเข้ากับโลกภาพยนตร์ เพราะทั้งสองสิ่งนี้ล้วนถือว่าเป็นศิลปะอีกเเขนงที่จะโน้มนำมนุษย์ไปสู่ความละเอียดอ่อนของจิตใจ ส่วนการตีความบทกวีของผมนั้น เป็นสิทธิตามประสบการณ์ตามวิธีคิดของแต่ละคน ว่าจะตีความออกมาอย่างไร ผมไม่ได้ไปจำกัดตรงนั้น" ส่วนตัวเขาเองคิดว่ากวีทุกบทในหนังสือ 'โลกในดวงตาข้าพเจ้า' สามารถนำไปทำเป็นหนังสั้นได้ทั้งหมด "ผมคิดว่ามันเป็นสิทธิของแต่ละคน บางคนเขาอ่านบทกวีชิ้นนี้แล้วเขาเห็นภาพ แต่คนอื่นอาจจะเห็นเป็นชิ้นอื่นไป มันขึ้นอยู่ที่การตีความ เพราะสำหรับคนเขียนมองว่าบทกวีทุกชิ้นสามารถนำไปทำเป็นหนังสั้นได้หมด อย่างที่ผมพูดเสมอว่าการเขียนบทกวีของผม จะสร้างเป็นหนังขึ้นในหัวก่อน เห็นภาพเคลื่อนไหว ค่อยเขียนออกมาเป็นบทกวี บางทีเขียนไปคิดไป ฉะนั้นด้วยวิธีการเขียนแบบนี้จึงน่าจะง่ายขึ้นหน่อยสำหรับการเอาไปทำเป็นหนังสั้น เพราะมันตีโจทย์ได้ง่าย" นอกจากนี้รวมบทกวีนิพนธ์เล่มนี้ยังมีหลายชิ้นที่ร่วมสมัยมากๆ เพราะเป็นเสมือนบันทึกภาพความเคลื่อนไหวในชุมชนเล็กๆ ผ่านดวงตาพิเศษของกวี ฉากต่อฉากจนกลายเป็นภาพรวมของสังคมใหญ่ และที่น่าจะโดนใจวัยรุ่นมากที่สุดคือบทกวีชื่อว่า 'มนต์รัก MSN' 'ขบวนการคลิปเ .....
- ประวัตินักเขียนอมตะคนล่าสุด โกวิท เอนกชัย (เขมานันทะ)
- ประวัตินักเขียนอมตะคนล่าสุด โกวิท เอนกชัย (เขมานันทะ) โดย ผู้จัดการออนไลน์ 18 กันยายน 2550 20:26 น. ชื่อ นายโกวิท เอนกชัย MR. KOVIT ANAKECHAI นามปากกา ยเขมานันทะย , ยรุ่งอรุณ ณ.สนธยาย, ยฉับโผงย, ยสหัสนัยน์ย, ยกาลวิงย (แปลว่านกกระจอก : สำหรับงานวิเคราะห์และวิจารณ์) และ ยมุนีนันทะย (หนังสือ ยสุดปลายแผ่นดินโลกย) ๑. ประวัติชีวิตส่วนตัว วันเดือนปีเกิด เกิดวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๘๑ สถานที่เกิด อ.สทิงพระ จ.สงขลา ที่อยู่และที่ทำงาน บ้านเลขที่ ๗/๓๒๕ หมู่บ้านบัวขาว ถ.รามคำแหง เขตมีนบุรี จ. กรุงเทพ โทร. ๐๒ย๕๑๗๓๒๗๑ ๒. ประวัติการศึกษา - ป.๔ ร.ร.วัดชะแม อ.สทิงพระ จ.สงขลา - ม.๖ ร.ร. มหาวชิราวุธ อ.เมือง จ.สงขลา - ม.๘ อำนวยศิลป์ จ.พระนคร - ปริญญาตรี คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. ๒๕๐๗ ๓. ประวัติการทำงาน -พ.ศ. ๒๕๐๘ย๒๕๑๐ รับราชการประจำวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ สอนวิชาความซาบซึ้งในศิลปะ -พ.ศ. ๒๕๑๐ย๒๕๑๔ บวชและศึกษาปฏิบัติธรรมอยู่กับท่านพุทธทาส สวนโมกขพลาราม ขณะอยู่ในสมณเพศ ได้รับผิดชอบบุกเบิกค้นคว้าผลิตงานด้านศิลปะไทยจำนวนมาก สืบต่อทั้งบทกวีและจิตรกรรมโบราณของไทย เพื่อประดับตกแต่งโรงมหรสพทางวิญญาณ ในสวนโมกขพลาราม ซึ่งยังปรากฏหลักฐานสามารถ ใช้งานสอนธรรมะสืบต่อมาได้ถึงปัจจุบัน และได้จาริกแสวงบุญ พร้อมกับเขียนหนังสือเกี่ยวกับธรรมะ เรื่องราวของแง่มุมต่างๆของชีวิต ศิลปะวรรณกรรม และกวีนิพนธ์จำนวนมาก -พ.ศ.๒๕๑๔ย๒๕๑๕ ปฏิบัติธรรมเพียงลำพังในถ้ำเขาหินดำ จ.สงขลา และลงมาเป็นอาจารย์บรรยายธรรมะ อยู่ที่วัดชลประทานรังสฤษฏ์ จ.นนทบุรี เป็นวิทยากรบรรยายงานวิชาการหัวข้อ ยวรรณกรรมในมุมมองทางจิตวิญญาณย ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรุงเทพฯ -พ.ศ.๒๕๑๖ ก่อตั้งสำนักสงฆ์ ยหาดแก้วย ที่ จ.สงขลา เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และทำภาวนาทางด้านจิตวิญญาณ -พ.ศ.๒๕๑๘ รับผิดชอบวางแผนและร่วมจัดงานสัมมนาระดับชาติ ในประเด็นทางด้าน ยพุทธศาสนากับสังคมย ที่สำนักสงฆ์หาดแก้ว จ.สงขลา เป็นวิทยากร เสนองานวิชาการหัวข้อ ยเอกภาพของสรรพสิ่ง-The Unity of All Subjectsย ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพ -พ.ศ.๒๕๑๙ ก่อตั้งมูลนิธิ ยอริยาภาย เพื่อเผยแพร่พุทธธรรม ส่งเสริมศิลปะ การศึกษา วัฒนธรรมอันดีงาม และสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประพฤติธรรมและเยาวชน เพื่อทดลองการใช้ชีวิตและฝึกปฏิบัติธรรมร่วมกันในรูปแบบที่เหมาะสมกับสังคมปัจจุบัน -พ.ศ.๒๕๑๙-๒๕๒๐ จาริกแสวงบุญ และศึกษาทางด้านธรรมะ ศิลปะ วัฒนธรรม ในประเทศอินเดีย เนปาล ศรีลังกา พม่า -พ.ศ. ๒๕๒๐ย๒๕๒๒ ปฏิบัติธรรมที่สำนักสงฆ์หาดแก้ว จ.สงขลา เป็นอาจารย์สอนการปฏิบัติสมาธิ ที่วัดผาลาด เชียงใหม่ จาริกแสวงบุญ และบรรยายธรรมะ ศิลป วัฒนธรรมไทย ที่ประเทศอังกฤษ เยอรมันตะวันตก อิตาลี สวีเดน จัดงานนิทรรศการทางด้านศิลปะ ในกรุงเทพฯ เพื่อหาทุนช่วยเหลือเด็กพิการ -พ.ศ.๒๕๒๒ย๒๕๒๕ ดำเนินการก่อตั้งและดูแล ยอาศรมนวชีวันย ที่ จ.สงขลา เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของเยาวชนคนหนุ่มสาวในการปฏิบัติธรรม การเรียนรู้ทางด้านจิตวิญญาณ ศิลปะ และวัฒนธรรมไทย แนะนำฝึกฝนการปฏิบัติธรรม ให้กับชาวบ้านในพื้นที่รอบอาศรมนวชีวัน จัดโครงการคลินิกดูแลสุขภาพชาวบ้านภาคใต้รอบอาศรมนวชีวัน โดยการสนับสนุนจากคณะนักศึกษาแพทย์ จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่เข้าร่วมการปฏิบัติธรรมในอาศรมนวชีวัน จัดโครงการพานักศึกษาจากมหาวิทยาลัยในกรุงเทพ และมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่เป็นเด็กชาวเมือง ที่มาปฏิบัติธรรมที่อาศรมนวชีวัน ให้ได้เข้าไปในหมู่บ้านของชาวบ้านภาคใต้รอบอาศรมนวชีวัน เพื่อให้นักศึกษาได้รู้จักและแลกเปลี่ยนความรู้กับชาวบ้าน ได้เรียนรู้ชีวิตชาวนาภาคใต้ การทำเกษตรกรรม การทำประมง และวัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้ ทั้งหนังตะลุง มโนห์รา และมหรสพดนตรีพื้นเมืองของชาวบ้าน จัดโครงการปฏิบัติธรรม ฝึกฝนให้กับนักศึกษา พระภิกษุ และผู้สนใจทั่วไป -พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ให้ไปเป็นอาจารย์บรรยายความรู้ในประเด็น .....
- เขมานันทะ คว้ารางวัล "นักเขียนอมตะ"คนล่าสุด
เขมานันทะ คว้ารางวัล "นักเขียนอมตะ"คนล่าสุด
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 18 กันยายน 2550 20:26 น.
จัดต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 3 แล้วสำหรับโครงการ นักเขียนอมตะ ของมูลนิธิอมตะ ที่จัดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 โดยมี ศักดิ์ชัย บำรุงพงศ์ หรือที่เรารู้จักในนามปากกา เสนีย์ เสาวพงศ์ เป็นนักเขียนอมตะคนแรก และตามติดมาด้วยเปลว สีเงิน นักคิด นักเขียน เจ้าของคอลัมน์ คนปลายซอย จากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
สำหรับปีนี้สังเวียนยุทธจักนักเขียนจะได้จารึกชื่อ "นักเขียนอมตะ คนล่าสุดประจำปีพ.ศ.2549-2550 ไว้ในบรรณพิภพนี้อีกครั้ง ซึ่งเจ้าของรางวัลในปีนี้มีนามว่า โกวิท เอนกชัย (เขมานันทะ)
วันนี้เวลา 15.00 น.ได้จัดงานแถลงข่าวประกาศผลรางวัลอย่างเป็นทางการขึ้น ณ.ที่ทำการมูลนิธิอมตะ อาคารกรมดิษฐ์ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ โดยมี ศ.คุณหญิงแม้มาส ชวลิต ในฐานะประธานกรรมการตัดสิน เป็นประธานในการแถลงข่าว พร้อมด้วยคณะกรรมการอีก 6 ท่าน ประกอบไปด้วย ล้อม เพ็งแก้ว, รศ.เฉลียว พันธุ์สีดา ,ชมัยพร แสงกระจ่าง, ผศ.ดร.ตรีศิลป์ บุญขจร, ผศ.ดร.วีระ สมบูรณ์ และ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
โกวิท เอกนชัย (เขมานันทะ) วัย 69 ปี เป็นชาวจังหวัดสงขลา แต่เนื่องจากภารกิจหน้าที่ทำงานจึงต้องจากถิ่นฐานบ้านเกิดมาตั้งรกรากอยู่ที่กรุงเทพฯ เขมานันทะ ถือได้ว่าเป็นบุคคลที่ทำงานเขียนมาอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 37 ปี มีประสบการณ์ทางด้านการศึกษาปฏิบัติธรรม ที่ได้เรียนรู้โดยตรงจากครู ผู้เป็นสุดยอดของ พระสงฆ์ ทั้งทางด้านปริยัติธรรมและปฏิบัติ คือ ท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ และหลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ จึงทำให้ผลงานของท่านมีมุมมองพิเศษและลุ่มลึกในทางจิตวิญญาณจากรากฐานศาสนา ศิลปะวัฒนธรรมไทย
ผลงานของอาจารย์เขมานันทะที่มีความเป็นวรรณกรรมอย่างชัดแจ้งก็คือหนังสือ สุดปลายแผ่นดินโลก สองสามคำรำพึงถึงสายธาร แต่ผลงานที่โดดเด่นมากที่สุด คือ การนำเสนอแนวคิดการอ่านและตีความวรรณกรรมพื้นบ้านไทยในหนังสือ เค้าขวัญวรรณกรรม
ศ.คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต ประธานกรรมการ กล่าวถึงเหตุผลที่คัดเลือกให้เขมานันทะ ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ว่า เนื่องจาก อาจารย์โกวิท เอนกชัย หรือ เขมานันทะ เป็นกวี นักคิด นักเขียน จิตรกรและประติมากร ผู้สร้างสรรค์ผลงานหลากหลายรูปแบบ มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 40 ปี มีผลงานวรรณกรรมกว่า 60 เล่ม ซึ่งได้นำเสนอเรื่องราวของชีวิต จิตใจ ความลึกซึ้งของการเป็นมนุษย์ การเรียนรู้จิตใจตนเองและคนรอบข้าง การมองโลก มองสังคม มองการเปลี่ยนแปลงที่หมุนคลื่นอยู่ในวิถีวัฒนธรรม ด้วยการตั้งข้อสังเกตอย่างลุ่มลึก ล่วงพ้นไปจากพรมแดนของเชื้อชาติ
ในวิถีของนักเขียน กวี และวิปัสสนิกผู้ปฏิบัติธรรมในทุกขั้นตอนของชีวิต งานสร้างสรรค์ทางศิลปะทุกแขนงของอาจารย์จึงเป็นหนึ่งเดียวกับวิถีแห่งการปฏิบัติภาวนาอย่างชัดแจ้ง ลักษณะเด่นของผลงานนอกจากจะมีมิติกว้างไกลในด้านศิลปะ นิเวศวิทยา มานุษยวิทยา นอกจากให้ความรู้ในหานทางพุทธประเพณี ของวัฒนธรรมไทยแล้ว ยังให้ความเข้าใจลึกซึ้งต่อวิถีชีวิตและแก่นของชีวิตอีกด้วย ศ.คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต อธิบาย
ทั้งนี้ในวันที่อังคารที่ 16 ตุลาคม 2550 จะมีพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ให้กับโกวิท เอนกชัย (เขมานันทะ) ที่มูลนิธิอมตะ 2126 อาคารกรมดิษฐ์ ชั้น 6 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง เวลา 17.00-19.00 น. โดยได้รับเกียรติจาก "นายอานันท์ ปันยารชุน" มาเป็นประธานในพิธี


ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว