Topic list
- บทกวี : เมื่อพี่ไทยไม่รักไทยใครจะรัก
เมื่อพี่ไทยไม่รักไทยใครจะรัก
เลือดทะลักกี่ทะเลาะจึงรู้สึก
กี่ดวงใจไทยช้ำจึงสำนึก
กว่าเป็นปึกแผ่นมาสาหัสแล้วเหมือนจะฆ่า..คล้ายจะเข่นให้เป็นศพ
ไทยจะรบกันทำไมดวงใจแก้ว
สักกี่คำสักกี่ก้าวตลอดแนว
ก็ไม่แคล้วเลือดใจไทยทั้งนั้นไม่เห็นว่าผู้ใดจะได้สุข
เห็นแต่ทุกข์โทมนัสขวางขัดกั้น
ทั้งน้ำตาสารพัดทั้งกัดฟัน
ล้วนยืนยันเลือดไทยไหลอาบดินไทยจะฆ่าไทยทำไมหรือ
หรือไทยซื้อด้วยอะไรก็ได้สิ้น
ไร้ศักดิ์ศรีไร้สง่าเปื้อนราคิน
ไม่ได้ยินเสียงเพลงชาติประกาศชวน“ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย
เป็นประชารัฐ ไผทของไทยทุกส่วน
อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล
ด้วยไทยล้วนหมาย รักสามัคคี
ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด
เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่
สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี
เถลิงประเทศชาติไทยทวีมีชัย ชโยฯ”เลือดเนื้อไทยสงวนค่ารักษาชาติ
ไม่น่าพลาดหยาดให้ใครว่าไอ้โง่
ทะเลาะกันราวเด็กเด็กยังไม่โต
ร้องเยโยเมื่อไม่ได้ดังใจตนเมื่อพี่ไทยไม่รักไทย...ใครจะรัก
เลือดทะลักกี่ทะเลาะสักปี้ป่น
กี่ความลวงที่จ้วงฆ่าประชาชน
จึงกลับกลายเป็นมงคล...รักสามัคคี...ฯปรัชญ์ วลีพร
- ร้อยกรอง สำหรับครูฝึกประสบการณ์
เวลาคือ เงื่อนไข ความสำเร็จ
การเบ็ดเสร็จ ทุกอย่าง ที่สร้างสรรค์
ครบกำหนด บททดลอง ต้องจากกัน
ฝากสัมพันธ์ วันผ่านมา ให้อาลัยพบเพื่อจาก ยากนัก จักหลีกหลบ
จากเพื่อพบ อยากจะรู้ มีอยู่ไหม
บางสิ่งที่ ดีงาม ความซึ้งใจ
พอจะให้ ครูคืน มาชื่นชมและลูกศิษย์ ทุกดวงใจ ในที่นี่
มีพื้นที่ ให้ครู อยู่สุขสม
เท่าที่ครู มีรัก จักเกลียวกลม
อยากให้ลม พัดครู คืนสู่เราสะพือวิทยาคาร สถานนี้
ถึงนาที ที่คน จะหม่นเศร้า
แต่หน้าที่ ที่จำเป็น เป็นเงื่อนเงา
เมื่อมีเหงา ก็เข้าใจ ในความจริงขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย
อวยพรให้ ครูสุข ในทุกสิ่ง
อุปสรรค ขวากใด ไม่ประวิง
ได้พักพิง ในสถาน สราญรมย์ให้ครูพบ ความสำเร็จ ในชีวิต
ขอดวงจิต ครูสดชื่น ไม่ขื่นขม
ศิษย์ทุกคน จะรอครู ด้วยนิยม
รอชื่นชม ความสำเร็จ ตลอดไป ฯนักเรียนโรงเรียนสะพือวิทยาคาร
ปรัชญ์ วลีพร (ร้อยกรอง)
- บทกวี คนเป็นเป็นควรอ่าน
มวลประสบการณ์
ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
ไม่ว่าจะถูกหรือผิด
แต่ทั้งหมดคือบทเรียนบทเรียนการฝึกฝน
ให้อดทนและมีผลในพากเพียร
จากก้าวแรกจนเกษียณ
บอกคุณค่าความเข้มแข็งทดสอบความสงบ
การเป็นนักรบความเปลี่ยนแปลง
ไตรลักษณ์เป็นแสนแสง
ดับการปรุงแต่งแข่งสังคมหากอ่อนแอลงคราใด
ก็สิ้นไร้ความนิยม
ห่างออกไปจากความเหมาะสม
อาจซานซมกับเดรัจฉานพวกมากลากกันไป
เป็นไปได้ที่เราชอบคนพาล
โดยสังคมชี้ชักมีหลักฐาน
คือต้องการแบบเดียวกันบ่อยบ่อยเข้าผิดเป็นถูก
ต่างปลูกต้นกล้าว่าสำคัญ
ยอมรับกันว่าสร้างสรรค์
จนความดื้อรั้นถูกยอมรับสังคมก็เริ่มทราม
คนเกลือกกามกันไม่นับ
รอแต่วันโลกแตกดับ
เพราะโลกกลับคืนไม่เป็นน่าสงสารน่าสงสาร
ผู้ใหญ่ในบ้านก็เลือดเย็น
ปลาเน่าคับข้องเหม็น
ไม่เห็นจะมีใครกู้คืนมาประเทศชาติจะวิบัติ
เพราะว่ารัฐก็ไม่กล้า
ลางคนก็พูดแบบคุณนขา
เทวดายังละอายมวลประสบการณ์
ที่ผ่านเข้ามามีความหมาย
ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย
ให้ตายหรือจึงคิดเป็น...................................
...................................
ว่าโลกกำลังกลับกลาย
ละครฉากสุดท้ายใกล้จบลง ฯปรัชญ์ วลีพร
- เรือนกายดับกระหายซึ่งความใคร่
สาวร่างน้อยบอบบางสำอางค์ยิ่ง
เพริศพริ้งยั่วยวนเปี่ยมเสน่หา
ทอดร่างเหยียดยาวงามโสภา
สู่สายตาหื่นกระหายชายหลายคนหวังมุ่งหมายสู่ฝันอันยิ่งใหญ่
จากถิ่นไกลเข้าเมืองเพื่อหวังผล
หลงคารมชมชวนชายชอบเล่นกล
จำกระโจนสู่เวทีแห่งแสงไฟเจ็บช้ำปวดร้าวในดวงจิต
ยากจักคิดหลีกหนีไปหนไหน
โดดเดี่ยวเปลี่ยวเปล่าเศร้าหทัย
หวังพบใครคนหนึ่งได้พึ่งพิงเรือนกายดับกระหายซึ่งความใคร่
ถูกกระทำให้ย่ำยีถูกผูกขึง
นานาหลายอย่างคอยย้ำตรึง
ทนไว้ซึ่งเจ็บกายใจเฉื่อยชาอนาถหนาชีวิตแสนรันทด
จำต้องอดทนไปเพื่อรักษา
แม่น้องคอยอยู่ที่บ้านนา
รอท่าเงินตรามาจุนเจือจะมีใครบ้างไหมมาเห็นอก
ฉุดจากนรกจากปากเสือ
ขอเพียงอิงแอบดุจดั่งเรือ
ถึงคราวเมื่อนั้นมอบกายใจ- บทกวี : วันชื่นคืนโศก
ฉันเดินวนต้นวันกับต้นคืน
ได้นิ่งยืนพินิจคิดสร้างสรรค์
เห็นดอกเช้าเบ่งบานบนต้นวัน
ผลสำคัญสุกสว่างกระจ่างตาท่ามกลางดอกเช้าทุกเช้านั้น
มีดอกชื่นยืนยันเสน่หา
มวลกิ่งก้านเติบต่อลออตา
จนเวลาดอกค่ำเริ่มผลิบานดอกค่ำบานบนต้นคืนทุกคืนหรือ
ดอกโศกดื้อบานล้อมทุกหย่อมย่าน
กลีบสีดำพร่ำพรอดตลอดกาล
จนดอกชื่นเบ่งบานบนลานเช้าฉันอาจเห็นดอกเช้าบนต้นคืน
เห็นดอกชื่นบานค่ำงามเศร้าเศร้า
เห็นดอกไม้หลายดอกบอกเงื่อนเงา
อยู่ที่เรากำหนดปรากฏการณ์ ฯปรัชญ์ วลีพร
- เปิดตัวเงือกน้อยเมืองไทย "ปอเปี๊ยะ-แพรกานต์ นิรันดร" นักเขียนวัย 15 ร่ายมนต์สะกดให้ "สุมาลี" แปลผลงาน
เปิดตัวเงือกน้อยเมืองไทย "ปอเปี๊ยะ-แพรกานต์ นิรันดร" นักเขียนวัย 15 ร่ายมนต์สะกดให้ "สุมาลี" แปลผลงาน
จากกระแสวรรณกรรมแฟนตาซี "แฮร์รี่ พอตเตอร์" อันโด่งดัง ทำให้เมืองไทยมีหนังสือแนวแฟนตาซีเข้ามาเยอะมาก ทั้งจากนักเขียนไทยและนักเขียนนอก แต่วันนี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับนักเขียนวรรณกรรมเยาวชนรุ่นใหม่ และแม้ว่างานเขียนของเธอเป็นแนวแฟนตาซีตามกระแสก็จริง แต่เค้าโครงเรื่องนั้นน่าสนใจและสมจริงจนมิอาจเชื่อว่า เด็กอายุ 15 ปี เป็นผู้แต่งเรื่องนี้ ที่สำคัญคือเธอเขียนด้วยต้นฉบับภาษาอังกฤษ ก่อนที่ "นานมี" จะดึงเอานักแปลชั้นเทพอย่าง "สุมาลี" มาแปลเป็นภาษาไทย
เรากำลังพูดถึง "แพรกานต์ นิรันดร" หรือ "น้องปอเปี๊ยะ" นักเขียนหน้าอ่อนที่ฝีมือไม่อ่อน เจ้าของบทประพันธ์ไตรภาค ชุด "จักรภพพันธุ์มหัศจรรย์" โดยเล่มแรกเสนอ ตอน "ผจญภัยในแดนเงือก"
- ภาษาถิ่นที่สูญหาย ความตายของวัฒนธรรม
ภาษาถิ่นที่สูญหาย ความตายของวัฒนธรรม โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 19 มกราคม 2553 20:41 น.
‘ภาษา’ ตามหลักพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 หมายถึง ถ้อยคำที่ใช้พูดหรือเขียนเพื่อสื่อความหมายของชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เช่น ภาษาไทย ภาษาจีน หรือเพื่อสื่อความเฉพาะวงการ เช่นภาษาราชการ ภาษากฎหมาย
ภาษาต่างๆ มีชีวิตของมัน สามารถเดินทางจากสถานที่หนึ่งไปอีกสถานที่หนึ่ง มีการเปลี่ยนแปลงไปกับกาลเวลาและตายไป เมื่อภาษาใดๆ ที่หยุดการพัฒนาหรือหยุดเปลี่ยนแปลงก็จะถูกจัดให้เป็น ‘ภาษาตาย’ ส่วนภาษาที่ไม่หยุดนิ่งหรือมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องก็จัดเป็น ‘ภาษาที่ยังมีชีวิต’
- บทกวี : ถึงเวลาแล้วแก้วใจไทยสยาม
มาจะกล่าวบทไป
ถึงสอสอหน้าใหญ่ในสภาสยาม
ทำตัวชั่วฉลราวโจรใจทราม
เกลือกกลกามกลั้วเกียรติเบียดเบียนโกงก่อนเขาจะเป็นสอสอ
หลอกลวงล่อไหว้ดะตะเข้ตะโขง
พยายามรวมญาติฉลาดโยง
เที่ยวเปิดโปงฝ่ายตรงข้ามความไม่ดี
เอาความดีใส่ตนเบี่ยงประเด็น
เปลี่ยนความเห็นเป็นความเชื่อในเสื้อสี
มอมเมาประชาชนปล้นคดี
เถื่อนเวทีสอสอสอพลอพาลครั้นเข้าเป็นสอสอ
โอละนอโอ้ละหน่ายกลายหน้าด้าน
เล่นละครอดสูเป็นหมู่มาร
สร้างเหตุการณ์ติฉินสิ้นปัญญา
ไม่รักกันไม่สรรค์สร้างต่างแก่งแย่ง
สวมเสื้อแดงเสื้อเหลืองขุ่นเคืองบ้า
ทำราวกับพี่น้องผองประชา
ไม่รู้ว่าพวกท่านทำการใด
เล่นละครน้ำเน่าเป็นเจ้าแค้น
เคล็ดเปลี่ยนแดนเปลี่ยนข้างยังใช้ได้
มรดกบ้านทรายทองใช่ของใคร
เปลี่ยนกันไปเปลี่ยนกันมาประชาจมมาจะกล่าวบทไป
เทวดาที่ไหนก็ถุยถ่ม
ฝนที่ไหนชะล้างหล่นพร่างพรม
ดาบด้านคมประชาธิปไตยไม่พลิกคืน
เงินทองจะเป็นใหญ่ในเบื้องหน้า
ศีลธรรมจรรยาหลับไม่ตื่น
คนดีจะถูกข่มล้มทั้งยืน
ดอกไม้กลายเป็นปืนดื่นธานิน
วัตถุจะทะลุทะลวงจิต
โลหิตจะกลั้วดอกบัวสิ้น
สุดโต่งแตกแยกแปลกแผ่นดิน
จะได้ยินเสียงตวาดปีศาจยักษ์
จะได้ยินเสียงคลื่นสะอื้นโหย
เสียงแส้โบยวิญญาณสะท้านกระอัก
จะไม่มีเมตตาอารีรัก
สิ้นเสียงทักสุดท้าย...ตายทั้งเป็น
.............ฯลฯ................โปรดหันหน้ามาปรองดองขอร้องเถอะครับ
ฝ่ายค้านจับมือรัฐบาลกันเห็นเห็น
เพื่อชาติเพื่อประชาชนคือประเด็น
ใจเย็นเย็นช่วยกันเถิดเปิดประตู
ประเทศไทยใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง
ชาวไทยพึงเรียกกันปลุกลุกขึ้นสู้
ศึกไกลไม่เคยห่วงจ้วงศัตรู
ศึกใกล้ดูลำบากหากลุกลาม
เมื่อมีศึกต้องช่วยกันฝ่าฟันรบ
หนักก็นบขอร้องกันช่วยหาบหาม
เจ็ดสิบล้านขอนบมือกราบงามงาม
โปรดอย่าตามใจกิเลสเกิดเภทภัย
หันมารักสามัคคีเถิดพี่น้อง
ใจปรองดองใจจริงให้ยิ่งใหญ่
กู้ศักดิ์ศรีสยามนามว่าไทย
อย่าให้ใครดูแคลนว่าโคตรโกงรักพ่อหลวงห่วงลูกหลานเถิดท่านเอ๋ย
อย่าเกินเลยบ้าคลั่งทั้งโขยง
เศรษฐกิจพอเพียงพอเชื่อมโยง
ความสุดโต่งในใจได้ไหมครับ
คำของพ่อพระราชทานคิดอ่านเถิด
ใจที่เปิดจักเอื้อเมื่อสดับ
ทั้งดอกไม้ทั้งแก้มแฉล้มรับ
ไทยก็นับแต่จะโชติชัชวาล
รักเมืองไทยด้วยใจรักประจักษ์จิต
อย่าให้ฤทธิ์ใดแยกเลือดแตกพล่าน
รักกันเถิดจะฝ่ายไหนมิใช่พาล
คือมือสานให้บ้านสุขทุกคนเอย ฯปรัชญ์ วลีพร
๑๐ มกราคม ๒๕๕๓
- ประกาศผลแล้ว"เสกสรรค์-ปรีชา-มัณฑนา" เป็นศิลปินแห่งชาติปี 52
ประกาศผลแล้ว"เสกสรรค์-ปรีชา-มัณฑนา" เป็นศิลปินแห่งชาติปี 52 โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 มกราคม 2553 18:43 น.
ประกาศผลศิลปินแห่งชาติ 2552 คนดังติดชื่อรับ “ปรีชา เถาทอง” สาขาทัศนศิลป์ “เสกสรรค์ ประเสริฐกุล” สาขาวรณศิลป์ “มัณฑนา โมรากุล” สาขาศิลปะการแสดง ขณะที่วธ.ออกโรงแก้ต่างไม่ได้ทอดทิ้งศิลปิน-เงินกองทุนศิลปินแห่งชาติพอ เลี้ยงตัวเอง แต่สัญญาว่าปีหน้าจะเพิ่มกิจกรรมในมิติของศิลปินแห่งชาติมากขึ้น
วันนี้(7 ม.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นายธีระ สลักเพชร รม ว.วัฒนธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ประกาศผลการคัดเลือกศิลปินที่ได้รับเลือกเป็นศิลปินแห่งชาติใน 3 สาขา ได้แก่ ทัศนศิลป์ วรรณศิลป์ และ สาขาศิลปะการแสดง ประจำปีพ.ศ.2552 มีรายชื่อดังต่อไปนี้
- รายงานพิเศษ: "วาระการอ่านแห่งชาติ" = หายนะแห่งหนังสือวรรษกรรม?
คอลัมน์: รายงานพิเศษ: "วาระการอ่านแห่งชาติ" = หายนะแห่งหนังสือวรรษกรรม?
Source - เว็บไซต์เนชั่นสุดสัปดาห์ (Th)
ภาวินี อินเทพ : เรื่อง / อิสรีอิน : ภาพ
นับตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา จวบจนกระทั่งปีนี้ 'วาระการอ่านแห่งชาติ' เป็นประเด็นที่คนในแวดวงวรรณกรรม จะหยิบยกมาถกพูดคุยกันต่อเนื่องทั้งปี
เพราะเรื่องนี้จะมีเม็ดเงินจาก งบไทยเข้มแข็ง เข้ามาในวงการหนังสือ ประมาณ 1,900 ล้านบาท
โดยเฉพาะ 380 ล้านบาท ที่ผ่านมาทาง กศน. หรือ 'สำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย' คือ เงินที่ให้จัดซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดอย่างเดียว
แต่ละครั้งมียอดถึง 450,000 บาท
และต้องจัดซื้อให้หมดภายในครั้งเดียว


ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว
