ก๊วนปาร์ตี้ [ BOOK Party Gang ]

Home ก๊วน Story Party หนังสือ ก๊วน Writer Party ไอเดีย Party Gang

Topic list

415 items(1/42) 2 3 4 5 Next » Last »|
ประกาศรายชื่อ 7 นวนิยายเข้ารอบสุดท้ายซีไรต์ 2552
Submitted by pookun on July,01 2009 05.39

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 มิถุนายน 2552 ที่โรงแรมโอเรียนเต็ล คณะกรรมการพิจารณารางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน(ซีไรต์) ได้แถลงถึงหนังสือนวนิยายที่เข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ประจำปี 2552 ว่ามี 7 เรื่อง คือ

  1. "เงาฝันของผีเสื้อ" ของเอื้อ อัญชลี จากสำนักพิมพ์มติชน
  2. "ทะเลน้ำนม" ของชัชวาลย์ โคตรสงคราม สำนักพิมพ์หนังสือแม่น้ำโขง
  3. "ประเทศใต้" ของชาคริต โภชะเรือง สำนักพิมพ์ก๊วนปาร์ตี้
  4. "โรงเรียนที่เงียบที่สุดในโลก" ของฟ้า พูลวรลักษณ์ สำนักพิมพ์ใบไม้สีเขียว
  5. "ลับแลแก่งคอย" ของอุทิศ เหมะมูล โดยอมรินทร์พับลิชชิ่ง
  6. "โลกใบใหม่ของปอง" ของไชยา วรรณศรี สำนักพิมพ์วรรณศรี
  7. "วิญญาณที่ถูกเนรเทศ" ของวิมล ไทรนิ่มนวล สำนักพิมพ์สามัญชน

ทั้งนี้นายจรูญพร ปรปักษ์ประลัย หนึ่งในคณะกรรมการ กล่าวว่า ภาพรวมของนวนิยายที่ส่งเข้าประกวดส่วนใหญ่มีเนื้อหาค่อนข้างเบาและเป็นแนว สืบสวนสอบสวนเยอะ ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากเวทีประกวดอื่น ๆ ที่มักเปิดรับนิยายประเภทนี้ ส่วนภาพรวมของนิยายที่เข้ารอบสุดท้ายแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของนิยายไทย ที่มีความแปลกใหม่ ทั้งในด้านภาษา กลวิธีในการดำเนินเรื่องที่ท้าทายความคิด และต่างจากลักษณะขนบอย่างที่ผ่านมา สำหรับเนื้อหาส่วนใหญ่สะท้อนให้เห็นความคิดที่สับสนของคนท่ามกลางกระแสสังคม ที่ซับซ้อน

ที่มา มติชนออนไลน์ วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2552 เวลา 17:36:32 น.

งานเสวนาการอ่าน ครั้งที่ 3 "วรรณกรรมเยาวชน"
Submitted by พรายฟ้า ภาณุมาศ on June,28 2009 20.46

ขอแจ้งข่าวไว้ก่อนว่า งานเสวนา ครั้งที่ 3 นี้ จะคุยกันในเรื่อง "วรรณกรรมเยาวชน" ส่วนจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างไร รวมทั้งจะจัดในวันไหน จะมาแจ้งให้ทราบกันอีกที (ซึ่งคาดว่าจะจัดกันในวันเสาร์ที่ 3 ของเดือนกรกฎาคม 2552)

การ์ตูนในดวงใจ
Submitted by พรายฟ้า ภาณุมาศ on June,11 2009 08.43

ห้องปัญญาทางอากาศ ร่วมกับ http://www.bookgang.net ขอเชิญร่วมเปิดพื้นที่สาธารณะสำหรับการอ่านการเขียนของคนทุกเพศ ทุกวัย พบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนมุมมองจากเรื่องราวในหนังสือ ระหว่างคนเขียน-คนอ่าน-คนพูด-คนฟัง ฯลฯ ผ่านการเสวนาอย่างสร้างสรรค์เพื่อการอ่านเขียนของคน (เล็กๆ) ในเมืองใหญ่

โดยในครั้งที่ 2 ที่เราจะพบกันนี้เป็นการพูดคุยกันเรื่อง การ์ตูนในดวงใจ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ต่างก็ผ่านการอ่านการ์ตูนกันมาแทบทุกคน เรามาร่วมรำลึกความหลังและเปิดโลกสู่การ์ตูนร่วมสมัยกับกลุ่มเด็กคิด และ กลุ่มต้นกล้า ซึ่งเป็นเด็กรุ่นใหม่ไฟแรง

ครั้งที่ 2 : การ์ตูนในดวงใจ

ณ ร้านเส้งโห ชั้น 3  ลีการ์เด้นส์พลาซ่าหาดใหญ่

วันเสาร์ ที่  20 มิถุนายน 2552 เวลา 14.00 – 16.00 น.

รายละเอียด

14.00 น. ดนตรีสบายๆ

14.15 น. เสวนา “การ์ตูนในดวงใจ” กับ กลุ่มเด็กคิด และ กลุ่มต้นกล้า (ตลอดการพูดคุยถ่ายทอดเสียงทางคลื่นความคิด FM 101.0 MHz และ http://www.sweetjunior.net)

ผู้ร่วมสนับสนุนการเสวนา

  1. กลุ่มเด็กคิด สวีทจูเนียร์
  2. สถานีวิทยุคลื่นความคิด FM 101.0 MHz
  3. http://www.bookgang.net
  4. ร้านหนังสือเส้งโห
  5. ห้างลีการ์เด้นส์พลาซ่า

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ สำนักพิมพ์ก๊วนปาร์ตี้  โทร.074-474082 / 086-9554909

บทกวี : ปลง
Submitted by พีรมิตร on June,05 2009 08.57

ปลง

เอาความสวยมาไว้ในแนวหน้า
เอาความกล้ามาไว้ในแนวหลัง
เอาความดีซ่อนในให้โลกชัง
เอาความชั่วโง่งั่งขึ้นสังเวียน
อารยะระยำนำสังคม
โลกเซื่องซมพิษไข้ใกล้แปรเปลี่ยน
ทะเลโศกทะลักยิงตลิ่งเตียน
แผ่นดินเหี้ยนครางขรมลมพายุ
ขณะธรรมชาติพิฆาตคน
คนยังปล้นคนอยู่อย่างเอกอุ
ตราบที่มนุษย์มุทะลุ
ก็ประทุประสงค์อเวจี
เสียดายหลายปีที่โลกสงบ
คนกลับไม่เคยพบความหมายที่
“สันติภาพ สันติภพ สันติวิธี”
ต่อแต่นี้จะอย่างไรไกลเกินคิด
ต่างแก่งแย่งแสวงหาอะไรกันเล่า
ใครฮึดขวางถูกเป่าไม่ถูก-ผิด
นับเวลาย้อนหลังประทังชีวิต
เถิดมวลมิตรหากมนุษย์ไม่หยุดเลว ฯ

ปรัชญ์ วลีพร

“นพ.มารุต เหล็กเพชร” หมอสุดติสต์...แห่งเกาะยาวใหญ่
Submitted by Pookun on June,04 2009 17.28

ด้วยความรักทะเล หมอมารุตถึงตัดสินใจมาทำงานที่เกาะยาวใหญ่

จะมีหมอสักกี่คน...ที่ต้องทำงานอยู่บนเกาะ แต่กลับคิดว่า เหมือนได้พักร้อน

จะมีหมอสักกี่คน...ที่บอกว่าตัวเองเป็นแค่คนเห็นแก่ตัวที่ได้ทำงานที่มีความสุขแล้วทำให้คนอื่นมีความสุขไปด้วย

จะ มีหมอสักกี่คน...ที่มีอารมณ์ศิลปิน ขนาดเขียนหนังสือ ทำหนังสั้น ส่งประกวดจนได้รับรางวัล แถมเปิดร้านหนังสือเล็กๆ ที่อบอวลกลิ่นกาแฟแทนที่จะเปิดคลินิกรักษาคนในวันหยุด

...ทว่า นั่นคือ เรื่องจริงและชีวิตจริงของ “นพ.มารุต เหล็กเพชร” ผู้อำนวยการศูนย์แพทย์ชุมชนพรุใน เกาะยาวใหญ่ หรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากอย่างคนมักคุ้นว่า “หมอนิล” หมอหนุ่มไฟแรงชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช วัย 31 ปี ซึ่งถือเป็นขวัญใจชาวบ้านเกาะยาวใหญ่ ด้วยความที่หมอไม่ใช่เป็นเพียงหมอที่รักษาโรคเท่านั้น แต่เป็นหมอที่รักษาคน ทั้งร่างกายและจิตใจ

ตามหา...ประเทศใต้
Submitted by พรายฟ้า ภาณุมาศ on May,14 2009 10.34

ห้องปัญญาทางอากาศ ร่วมกับ http://www.bookgang.net ขอเชิญร่วมเปิดพื้นที่สาธารณะสำหรับการอ่านการเขียนของคนทุกเพศ ทุกวัย พบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนมุมมองจากเรื่องราวในหนังสือ ระหว่างคนเขียน-คนอ่าน-คนพูด-คนฟัง ฯลฯ ผ่านการเสวนาอย่างสร้างสรรค์เพื่อการอ่านเขียนของคน(เล็กๆ)ในเมืองใหญ่

ครั้งที่ 1 : ตามหา...ประเทศใต้

ณ ร้านเส้งโห ชั้น 3  ลีการ์เด้นส์พลาซ่าหาดใหญ่

วันเสาร์ ที่  23 เดือนพฤษภาคม 2552 เวลา 14.00 – 16.00 น.

รายละเอียด

14.00 น. ดนตรีสบาย ๆ

14.15 น. เสวนา “ตามหา..ประเทศใต้” กับ

  • ชาคริต โภชะเรือง ผู้เขียนเส้นทาง “ประเทศใต้”
  • บัญชร  วิเชียรศรี และ
  • ถนอม  ขุนเพ็ชร ผู้ร่วมตามหาประเทศใต้
  • ชัยวุฒิ เกิดชื่น  ช่วยนำทางตามหาประเทศใต้

(ตลอดการพูดคุยถ่ายทอดเสียงทางคลื่นความคิด FM 101.0 MHz)

ผู้ร่วมสนับสนุนการเสวนา

  1. กลุ่มเด็กคิด  สวีทจูเนียร์
  2. สถานีวิทยุคลื่นความคิด FM 101.0 MHz
  3. http://www.bookgang.net
  4. ร้านหนังสือเส้งโห
  5. ห้างลีการ์เด้นส์พลาซ่า

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่

สำนักพิมพ์ก๊วนปาร์ตี้  โทร.074-474082 / 086-9554909

ขอเชิญเข้าร่วมประกวด โครงการ เขียนบันทึก ในหัวข้อ “บันทึก...ประทับใจ”
Submitted by zenith on May,04 2009 14.31

ขอเชิญเข้าร่วมประกวด โครงการ เขียนบันทึก ในหัวข้อ “บันทึก...ประทับใจ”
โดยถ่ายทอดเรื่องราวอันน่าประทับใจ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต อาทิ การท่องเที่ยว ความรัก เพื่อน ครอบครัว และอื่นๆที่ควรค่าแก่การจดจำ ด้วยลายมือตัวเอง ความยาวไม่เกิน 2 หน้ากระดาษ A4 รับสมัครถึง 15 มิถุนายน 2552 สามารถดาวน์โหลด ใบสมัครได้ที่ www.zequenz.com ด่วน!!!

บทกวี : โลกแล้งแสงไหม้ใกล้แล้ว
Submitted by พีรมิตร on April,24 2009 05.40

บทกวี : โลกแล้งแสงไหม้ใกล้แล้ว

ทอดตาต่ำดำโลกดูโศกลึก
โลกชุ่มศึกสั่นคลอนไอร้อนหนาว
ถูกกระทำย่ำสยด...ใกล้หมดคราว
โลกปวดร้าวกว่าทุกครั้งเกินยั้งแรง
ทอดตาเบิ่งท้องฟ้ากว้างกว่ากว้าง
แต่บอบบางร้างใจ...ร้ายแอบแฝง
ฟ้ามิใช่ฟ้าเก่าเศร้าเคลือบแคลง  
ฟ้าเปลี่ยนแปลงห่างเหินไกลเกินไป
ทอดตามองท้องธารอันแห้งขอด
พิรุณบอดดวงตาหรือหาไม่
วิถีพฤกษ์ผิดพลาดเริ่มขาดใบ
ความมิใช่ซ้ำซ้ำย่ำอำพราง
ทอดตาดูผู้หญิงทอดทิ้งรัก
เธอสมัครรักใดไยแตกต่าง
มิรักนวลสงวนตัวมั่วเถื่อนทาง
หรือนวลนางมิรู้คุณกุลสตรี
ทอดตาดูผู้ชายมิใช่แล้ว
มิเห็นแก้วแน่วหนักในศักดิ์ศรี
แววผู้นำกล้ำกลืนขื่นฤดี
ยอมเป็นที่ถูกล่าช่างน่าอาย
ทอดตาแลแม่พ่อท้อใจสุด
ใดมนุษย์มิรู้ค่าน่าใจหาย
ถูกทอดทิ้งสารพันอันตราย
ลูกโหดร้ายกว่าจิตจะคิดทัน
ทอดตาดูสู้อายที่กลายกล้ำ
โลกสีดำคืบคลานเข้ามานั่น
นิ้วกระดิกได้แต่น้อยคอยนับวัน
ว่าโลกอันหยาบกระด้างกร่างกรูกราว ฯ

            ปรัชญ์  วลีพร

บันทึกร้อยวัน : เยือนอเมริกา ดูงานมูลนิธิชุมชน (2)
Submitted by Pookun on April,17 2009 14.43
วันที่ 3 มีนาคม 2552 ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เช้าตรู่ของวันใหม่ ราวๆ 8.00 น. กรุงโซล-ประเทศเกาหลีเต็มไปด้วยหิมะ อากาศหนาว แต่อยู่ในสนามบินที่ควบคุมอุณหภูมิไว้ทำให้ไม่ได้สัมผัสความเย็นยะเยือกที่มองเห็นอยู่คาตา ทุกคนตื่นเต้นกับรูปปูนปั้นของสัตว์ตามราศีเกิด มีครบทุกราศี ต่างยืนทักทายชวนให้ถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึก ผมนึกชมทีมงานด้านวัฒนธรรมของเกาหลีที่คิดเชิงรุก นำวิถีวัฒนธรรมของชาติมาให้ผู้มาเยือนสัมผัสสร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบย่างบนแผ่นดิน 12.30 น. ขึ้นเครื่องอีกครั้งมุ่งหน้าไปที่เมืองแอตแลนต้า คราวนี้ทั้งหลับทั้งตื่น ผมดูหนังจนแทบจะครบทุกเรื่องก็ว่าได้ เครื่องบินไต่ตะเข็บเวลามาอีกกว่าสิบชั่วโมง เวลาในเมืองไทยกับเวลาที่อเมริกาห่างกัน 12 ชั่วโมงพอดี(ถ้าจำไม่ผิด) เรากำลังบินย้อนเวลา มารู้ตัวอีกทีก็มาถึงอเมริกาในวันที่ 3 วันเดียวกันกับที่เราเดินทางจากประเทศไทย เราต่อเครื่องบินเล็กไปลงที่เมืองอินเดียนาโพลิสอีกครั้ง รอกระเป๋าสัมภาระ ปีเตอร์ รองอธิการบดีของมหาวิทยาลัยอินเดียน่ากับทีมงานมารอต้อนรับ น่าแปลกอากาศที่อเมริกาติดลบต่ำกว่าศูนย์องศา แต่กลับเต็มไปด้วยแสงแดดแจ่มใส ปราศจากหิมะ แต่ทันทีที่เราผลักประตูออกร่างกายก็เริ่มสัมผัสความหนาว 16.30 น. เราได้พบกับ Tim Seiler อ.สอนเรื่องการระดมทุน ของสถาบัน the IU Center on Philanthropy เขาเล่าว่าการก่อตัวของสถาบันแห่งนี้ ทำหน้าที่เสริมศักยภาพให้กับมูลนิธิ หรือไม่ก็กลุ่ม NGOs เพื่อความยั่งยืนในการดำเนินงาน เนื้อหาหลักสูตรจะมุ่งเน้นในเรื่องการส่งเสริมการให้ทุน ที่น่าสนใจก็คือการก่อเกิดของสถาบันนั้นได้มีการดำเนินงานร่วมกับ IU (มหาวิทยาลัยอินเดียน่า)ในการจัดตั้งสถาบัน โดยมีนักศึกษาจากแต่ละมูลนิธิลงขันกันในการสนับสนุน รัฐอินเดียน่าโพลิสแห่งนี้มีมูลนิธิชุมชนมากถึง 98 แห่ง นับว่ามากที่สุดในประเทศ การขยายตัวของมูลนิธิส่วนหนึ่งมาจากการมีสถาบันแห่งนี้ ได้ทำการอบรมให้มูลนิธิเหล่านี้มาถึง 15 ปี ต่อมาภายหลังเมื่อกระตุ้นให้เกิดมูลนิธิชุมชนขึ้นแล้วก็ทำหน้าที่เพียงที่ปรึกษา ให้คำแนะนำโดยเฉพาะในด้านกฎหมายสำหรับผู้บริจาค เนื่องจากมีสัญญาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายเป็นจำนวนมาก ในเรื่องกฏหมายนี้สำคัญมากสำหรับคนอเมริกา เนื่องจากในอดีตผู้ให้ของอเมริกามีจำนวนมาก มีความต้องการกิจกรรมที่หลากหลายสำหรับรองรับทุนที่สนับสนุน ซึ่งมีทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย (เมืองไทยอาจจะมีปัญหาน้อยกว่า) รัฐบาลเห็นผลกระทบจากการมีมูลนิธิเหล่านี้ที่มีจำนวนมากถึง 400-500 แห่งทั้งประเทศจึงได้ออกกฎหมายรองรับการสนับสนุนมูลนิธิ ที่จะมีผลถึงการลดหย่อนภาษีของผู้ให้และผู้รับ ทำให้มีเอกสารและข้อตกลงที่เกี่ยวข้องด้วยจำนวนมาก นอกจากนั้นแล้ว IU ในอดีตเป็นชุมชนเกษตร เมื่อมีมูลนิธิชุมชน จะเป็นตัวกระตุ้นให้ครอบครัวเกษตรกรเหล่านี้หันมาให้ความสนใจดูแลชุมชนของตนเองมากขึ้นด้วย อย่างไรก็ดี ในช่วงก่อตัวของมูลนิธิชุมชนนั้นเบื้องหลังแล้วมีบริษัทผลิตยายักษ์ใหญ่ของรัฐนี้ ทำหน้าที่สนับสนุนให้เกิดมูลนิธิขึ้นในลักษณะของการให้ที่มาจากการร่วมสมทบ แต่การที่มีองค์กรสนับสนุนที่มั่นคงเช่นนี้ทำให้มูลนิธิไม่คิดพึ่งตนเอง เฝ้ารอการสนับสนุนของบริษัทใหญ่ จึงมีความพยายามพัฒนาศักยภาพของมูลนิธิควบคู่กันไปด้วย จากการพูดคุยในช่วงเวลาสั้นๆ พบว่าขอบเขตพื้นที่ของมูลนิธิชุมชนแต่ละแห่งไม่เท่ากัน บางแห่งใช้คนระดมทุนคนเดียวกัน แต่มีเมนูการให้ที่ไม่ซ้ำกัน ขึ้นอยู่กับการวางตำแหน่งและจุดยืนของมูลนิธิที่จะสื่อสารอัตลักษณ์ หรือการวางกลยุทธ์ในการเดินของมูลนิธิต่อชุมชนนั้นๆ สำหรับโปรแกรมการอบรมนั้น จะมุ่งเน้นการให้ที่ครบวงจร มีการเรียนรู้เทคนิคการระดมทุน การบริหารจัดการต่างๆ เช่น เจ้าหน้าที่บุคคลทำอะไร กรรมการทำอะไร อาสาสมัครทำอะไร โดยทั้งหมดนี้เขาให้ความสำคัญหรือให้น้ำหนักกับคนที่ทำหน้าที่ระดมทุนสูง ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะทำหน้าที่นี้ คนระดมทุนจะเป็นผู้สร้างความสัมพันธ์ในระยะยาวของมูลนิธิกับผู้ให้ จำเป็นต้องเป็นคนที่รู้จักมูลนิธิดี และพึงระวังการแข่งขันซึ่งกันและกัน ในการแสวงหาผู้ให้ที่ขัดแย้งกันเองในหมู่เครือข่ายมูลนิธิ อุ่นเครื่องพอหอมปากหอมคอ ปีเตอร์พาเราเดินรับลมหนาว .....
บันทึกร้อยวัน : เยือนอเมริกา ดูงานมูลนิธิชุมชน (1)
Submitted by pookun on April,16 2009 18.54
ดีใจที่ได้มานั่งหน้าจอ นั่งเขียนบันทึกอีกครั้งหลังเว้นช่วงมาหลายเดือน นั่งลงตรงนี้ขณะเดียวกันก็พยายามละทิ้งความหดหู่เศร้าใจที่มีผลมาจากเหตุการณ์ทางการเมือง ทำท่าว่าวันหยุดยาวนานก็จริง แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ความอึดอัดขัดข้องใจในใจดีขึ้น ทำไปทำมาดูเหมือนว่าความแตกแยกทางความคิดและอุดมการณ์มันฝังรอยร้าวลึกในใจของผู้คนในประเทศนี้เสียแล้ว จะพูดจะคุยกับใครก็ระแวงระวังไปหมด ไม่รู้ใครสีอะไร การเมืองที่บั่นทอนตัวเองเช่นนี้ มีแต่จะทำร้ายทำลายกันและกัน แต่ก็นั่นแหละนะ เหรียญมีสองด้านฉันใด ด้านหนึ่งก็ตอกย้ำความเชื่อการเมืองภาคพลเมืองหรือการสร้างประชาธิปไตยชุมชนให้เข้มแข็งขึ้นอาจจะเป็นทางเลือกใหม่ ทิศทางการเมืองที่ไม่จำเป็นต้องแบ่งแยกเลือกข้าง เลือกสีเลือกฝ่าย การเมืองที่ไม่รวมศูนย์อำนาจและขึ้นตรงต่อกันและกัน การเมืองที่ได้มาโดยไม่จำเป็นต้องปฎิวัติ(ทั้งซ่อนรูปและไม่ซ่อนรูป) เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผมมีโอกาสดีได้ไปดูงานที่อเมริกา เพื่อไปดูต้นกำเนิดแนวคิดการทำมูลนิธิชุมชน ซึ่งเรากำลังดำเนินการอยู่ อันเป็นผลสืบเนื่องจากการทำงานร่วมกับหลายองค์กรโดยเฉพาะ Nida ที่เป็นเ้จ้าภาพ และองค์กรธุรกิจที่มีใจทำงานเพื่อสังคม ร่วมกันพัฒนาแนวคิดเรื่องมูลนิธิชุมชนในประเทศไทย มูลนิธิชุมชน หรือ Community Foundation ก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรก ในปี ค.ศ.1914 ณ เมือง Cleveland รัฐ Ohio ประเทศสหรัฐอเมริกา ในนาม Cleveland Foundation โดย Fredrick Goff นายธนาคารผู้มีชื่อเสียงแห่ง Cleveland Trust Company ปัจจุบัน โมูลนิธิชุมชน Clevelandโ มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของมูลนิธิชุมชนในสหรัฐอเมริกา มีทรัพย์สินกว่า 1.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ มีการบริหารจัดการกองทุนเพื่อพัฒนา ชุมชนมากกว่า 800 กองทุน และกระจายทุนเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนเป็นจำนวนเงินมากกว่า 85 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,000 ล้านบาทต่อปี ความสำเร็จของมูลนิธิชุมชนในสหรัฐอเมริกาเป็นที่ยอมรับและแนวความคิดนี้แพร่หลายออกไปอย่างกว้างขวางทั่วโลก โดยเชื่อกันว่า โมูลนิธิชุมชนโ จะเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาของท้องถิ่น และเปิดพื้นที่ให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการทุนเพื่อชุมชนของตนเอง จากรายงานประจำปีของ WINGS แจ้งว่าในปี พ.ศ.2547 มีมูลนิธิชุมชนกระจายไปถึง 1,175 มูลนิธิ ใน 46 ประเทศ มีอัตราเพิ่มเฉลี่ยปีละ 5% มูลนิธิชุมชนเป็นองค์กรทุนที่ก่อตั้งขึ้นโดยชุมชนในพื้นที่นั้นๆ จาก 3 ภาคส่วน คือ ภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาชนหรือภาคประชาสังคม ร่วมกันบริหาร เพื่อประโยชน์ของชุมชนนั้นๆ อาจจะระดมทุนเองจากภายในหรือภายนอก จากนั้นกระจายทุนหรือทรัพยากรที่ได้ไปช่วยคนในชุมชน หรืออาจจะเป็นแบบประสานเครือข่ายในชุมชนมารวมพลังกันไปช่วยในประเด็นต่างๆ มูลนิธิชุมชนมีการสร้างกองทุนสะสมเพื่อความยั่งยืน (Endowment Fund) และมีกองทุนที่เจาะจงช่วยเหลือในประเด็นต่างๆได้ตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค มูลนิธิชุมชนสามารถเป็นเวทีกลางสะท้อนปัญหาที่มีในชุมชน เพื่อระดมสรรพกำลังลงไปช่วยแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์<br /> ในประเทศไทยแนวความคิดเรื่อง โมูลนิธิชุมชนโ เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 8 (พ.ศ.2540 โ 2544) ที่รัฐได้ให้ความสำคัญต่อองค์กรชุมชน และการมีส่วนร่วมของชุมชน ต่อเนื่องมาจนถึงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 ที่เน้นการใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง สถาบันซีเนอร์กอส (The Synergos Institute) จากสหรัฐอเมริกาได้จุดกระแสแนวคิดเรื่องมูลนิธิชุมชนในประเทศไทยในปี 2545 ต่อมานายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ได้เปิดให้ได้ประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันกับ 14 องค์กร คือ 1) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน 2) สถาบันคีนันแห่งเอเชีย 3) มูลนิธิรักษ์ไทย 4) มูลนิธิกองทุนไทย 5) มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย 6) มูลนิธิปูนซิเมนต์ไทย 7) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 9) กองทุนพัฒนาเมืองในภูมิภาค 10) ธนาคารออมสิน 11) วิทยาลัยการจัดการสังคม 12) สถาบันการจัดการความรู้ท้องถิ่น 13) ศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ 14) สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงความเป็นไปได้ของการเกิดมูลนิธิชุมชนในประเทศไทย ในช่วง 2-3 ปีมานี้ ทางศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ N .....
415 items(1/42) 2 3 4 5 Next » Last »|

Member zone

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซท์
"ก๊วนปาร์ตี้"
เว็บไซท์นี้เปิดมาเพื่อ เป็นพื้นที่สาธารณะ สำหรับบันทึกเรื่องราว ทางด้านวรรณกรรม ทุกรูปแบบ ท่านสามารถส่งบทความ - เรื่องสั้น - บทกวี เพื่อมาแลกเปลี่ยนกันอ่าน โดยคลิกส่งได้จากด้านล่างนี้
คลิกเพื่อ >> ส่งบทความ | ส่งเรื่องสั้น | ส่งบทกวี | ปกิณกะ
Last topic
"ก๊วนปาร์ตี้" เป็นกึ่งๆ ชมรมหรือสโมสร เพื่อกิจกรรมพบปะพูดคุยกัน ในวันหยุดสุดสัปดาห์ (ไม่อาจปฏิเสธว่า พ่วงด้วยการกินข้าวและเหล้ายา) ของนักเขียนกลุ่มหนึ่ง ในจังหวัดหัวเมืองภาคใต้ เป็นเหตุบังเอิญ ที่อาจชวนให้นับเป็นข้อสังเกตว่า สมาชิกส่วนใหญ่ (ในจำนวนไม่กี่คน) เป็นนักเขียนเรื่องสั้น และส่วนใหญ่ก็เป็นนักเขียนซึ่งผละ - หนี - ถอยออกจากกรุงเทพฯ มาใช้ชีวิตในต่างจังหวัด ตามแต่เหตุและผลอันต่างกันออกไป ของแต่ละคน และทั้งหมดของหมู่สมาชิก ก็ล้วนแต่เป็นคนหนุ่ม-สาว (หากยึดตามคติฝรั่งที่บอกว่า ชีวิตเริ่มต้นเมื่อ 40) เหตุบังเอิญเหล่านี้ ไม่แน่ในเหมือนกันว่า จะก่อให้เกิดผลใดบ้าง แต่อย่างที่เห็นอยู่ประการหนึ่งคือ การพูดคุยกันอย่างเป็นวรรคเป็นเวร ในปัญหาของเรื่องสั้น และนักเขียนเรื่องสั้น กระทั่งนำมาสู่การก่อกำเนิด "ราหูอมจันทร์" ในที่สุด

Blogs

ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว
  • สำนักพิมพ์ต้นข้าว