บทกวี
- รินเลือดรักลงแก้วแล้วแจกจ่าย
รินเลือดรักลงแก้ว แล้วแจกจ่าย ดื่มสิ สหายแห่งข้า เพื่อละลายและลดละอัตตา ชุ่มชีวา ข้ารักท่าน นิรันดร์ไป
เลือดแห่งข้า โลหิตท่าน บันดาลรัก มิตรภาพ หน่วงหนักจักยิ่งใหญ่ หมดแก้ว จำหลักรักหมดใจ เลือดหรือเหล้า แก้วใด มอบให้มิตร
รินอีกแก้ว แล้วแจกจ่าย ให้ถ้วนทั่ว ดื่มละลายตนตัว อย่ามัวออดอิด น้ำเนื้อนี้แหละ เป็นชีวิต ยังศักดิ์สิทธิ์ มิตรข้า อา..ดื่มกิน!
ละตัวตน อัตตาให้สลาย แล้วเมามาย ความหลังเคยหวังถวิล เลือดแห่งท่าน เลือดแห่งข้า สุราริน ก็เบิกบาน โบยบิน สิ้นตัวตน.
- ดาวสะท้อน
ดาวสะท้อน กลับย้อนเยือนไปอยู่ในเยาว์ของชีวิต ฤดูหนาวอันอ่อนไหว หัวใจอันอ่อนโยน คืนกลับมาอีกครั้ง ที่ท้องทุ่งนาในค่ำคืนแรม เนื่องนานนับสิบยี่สิบปี ที่เราเคยอยู่ร่วม ถนนสายนั้นมีสิ่งใด ฉันไม่เคยคิดถึงสิ่งอื่น ณ ขณะห้วงยามนั้น ในท้องทุ่งที่มีค่ำคืนดาวไสว ของฤดูเก็บเกี่ยวพืชผลของเรา เหมือนฉันไม่เคยโต เมื่อนึกถึงยามอยู่บนหลังของเธอ ฟังเธอเล่านิทานดวงดาว ดุ่มเดินไปตามถนนสายอันมืดมัว สายหมอกโรยตัวตาม อายเย็นปะทะผิว เยือกสะท้านถึงขั้วหัวใจวัยเยาว์ กว่าจะถึงเพิงพักในไร่นา ฉันเหลือบแลเห็น ดาวสะท้อนในดวงตาของเธอ
- เวลาเป็นของเรา
เลือนตะวัน จันทร์ลับคืนหลับฝัน เช้าอีกวัน ฝันอีกวารนับวันใหม่ เป็นปีเดือนขับเคลื่อนฝัน มาฝานใจ สร้าง สิ่งรัก จำหลักไว้ในโลกจริง
เขาผ่านพ้นแต่ละวันของชีวิต ด้วยอุทิศ ให้กับวิถีที่รักยิ่ง เป็นนักเขียน ฝันตลอด ไม่ทอดทิ้ง เหนือทุกสิ่ง จริงทุกส่วนกระบวนคิด แลกด้วยความเจ็บปวดและรวดร้าว คืนเหน็บหนาว เศร้ากระหน่ำ อำมหิต! เหมือนเดียวดายแต่ดื่มด่ำอำมฤต ให้ความเงียบในชีวิต ประดิษฐ์คำ ความขื่นขมเพาะบ่มรักอย่างหนักหน่วง ทุกข์ทั้งปวงถั่งโถมโหมกระหน่ำ ทดสอบรักด้วยรวดร้าว เขาเจ็บจำ โลกเหยียบย่ำ คำเหยียดเย้ย - เขาเฉยไป ปล่อยความนิ่งเป็นคำตอบ ทดสอบอีก ปลีกตัวเร้นเงียบเศร้า จนเช้าใหม่ คืนและวันกระหน่ำโบยโดยทุกข์ใด ใช้ทุกข์นั้นเกลาวิถีที่เลือกเดิน
เขาผ่านพ้นแต่ละวันของชีวิต เขียนและคิด จิตวิญญาณ แม้นานเนิ่น หรือสูญเสียวันเวลา เลือกเผชิญ รักเหลือเกิน รักเหลือเหนืออื่นใด
เลือนตะวัน จันทร์ลับ คืนลับผ่าน เช้าอีกวัน ผันอีกวารสู่กาลใหม่ เป็นปีเดือนขับเคลื่อนฝัน มาฝานใจ เพื่อมอบให้ สิ่งรัก เขารักจริง !
- ร่ำร้องบทกวี วันอำลา กนกพงศ์
-
<param name="allowScriptAccess" value="sameDomain" /> <param name="movie" value="http://podcast.softganz.com/scripts/FlowPlayer.swf" /> <param name="quality" value="high" /> <param name="scale" value="noScale" /> <param name="wmode" value="transparent" /> <param name="flashvars" value="videoFile=http://podcast.softganz.com/file/softganz/100_2856.flv&loop=false" /> </object> - การจากลาของตุลาคม!
ตุลาคมลมก็ล่องมาเรื่อยเรื่อย
ฝนก็เอื่อยฟ้าก็ครึ้มครึมครึมฝน
เดี๋ยวก็แดดแผดฉายร้ายทุรน
เกิดวังวนเวียนว่ายก่อนพ่ายลา
ตุลาคมคมกระสุนพร้อยพรุนร่าง
เลือดก็จางใจก็จำบรรเจิดจ้า
เอยเหี้ยมโหดอำมหิตยังติดตรา
มวลประชาเข้ารุกโหมเข้าโรมรัน
ฤๅ 14 ตุลาคมจ่อมจมหาย
6 ตุลาฯแพ้พ่ายไปผกผัน
ผ่านตุลาฯวิปโยคโศกโสกันต์
ตุลาฯนั้นตุลาฯนี้มีสิ่งใด
มีหนุ่มสาววันนี้จากที่เดียงสา
เฒ่าชแรแก่ชราจากผู้ใหญ่
ถึงกระทั่งที่สุดท้ายลมหายใจ
ตุลาคมใหม่ใหม่ก็จักมา
ตุลาคมลมก็ล่องมาเรื่อยเรื่อย
ฝนก็เอื่อยลงแผ่วแผ่วแล้วสั่งฟ้า
ฟ้าสีทองจะเอิบอาบทอทาบทา
ให้ต้นกล้าใหม่ใหม่ได้เติบตน
เพื่อรองรับกับกระแสอันแปรเปลี่ยน
ว่ายวนเวียนเป็นระลอกแห่งดอกผล..
จรดล ใต้ดิน
กลุ่มวรรณกรรม ควน-ป่า-นา-เล
4 ตุลาคม 2549
- สรรพลี้หวน
- นครรังยังมีเท่าผีแหน กว้างยาวแสนหนึ่งคืบสืบยศถา เมืองห้างกวีรีหับระยับตา พันหญ้าคาปูรากเป็นฉากบัง สูงพอดีหยีหิบพอหยิบติด ทองอังกฤษสลับสีด้วยหนีหัง กำแพงมีรีหายไว้ขอดัง เจ้าจอมวังพระราโชท้าวโคตวย มีเมียรักภักตร์ฉวีดีทุกแห่ง นั่งแถลงชมเชยเคยฉีหวย เจ้าคีแหมรูปโอเมียโคตวย ท้าวหวังรวยกอดินอยู่กินกัน มีลูกชายไว้ใยชื่อไดหยอ เด็กไม่ลอเกิดไว้ให้ทีหัน นอนเป็นทุกข์ดุกลอยิ่งคอดัน ให้ลูกนั้นหาคู่เป็นหูรี ต้องไปขอลูกสาวท้าวโบตัก มันตั้งหลักอยู่ไกลชื่อไหหยี เป็นลูกเนื้อเชื้อนิลนางหิ้นปลี เมืองห้างชีปกครองทั้งสองคน หยิบกระดาษดินสอมาจอดับ เขียนแล้วพับอ่านดีครบสี่หน ให้เสนีมีหือถือนิพนธ์ เด็กหนึ่งคนก้มพักตร์มาดักรอ จึงตรัสใช้เสนีให้คลีหาน สูรีบผ่านบ่ายพักตร์เถาะดักหยอ ผมเป็นโรคเหน็ดเหนื่อยหัวเดือยปอ รักษาพอมาคลายกินหายควี แต่นายใช้จำกัดดัดไม่ขอ ถึงเด็กรอต้องไปถึงไหหยี รักษาโรโคตวยพวยทันที จากบุรีเร็วพลันดันไม่รอ เข้าป่าแกแลทั่วกลัวผีเห็น เดินเย็นๆตัดตรงใต้ดงหลอ พบสระศรีบัวชุกดุกขึ้นออ เด็ดสองลอดุ่มกลิ่นหอกหมินดี ชะนีหงส์ลงดินลงกินน้ำ เดินมุ่งตามเห็นรอยหอยกับหมี พบเบื้องอ่างถางใหญ่ไหของคี ใครมาตีแตกสะเก็ดเหมือนเด็ดยอ เที่ยวจรดลยนเค็จไม่เสร็จเรื่อง ใกล้ถึงเมืองหิวจี้ไม่มีหอ อดข้าวน้ำสามวันดันทั้งวอ บอบเสียพอตัวกูเรื่องหูรี พบดอกปอกอดำจำต้องเด็ด ยีให้เหม็ดเกลี้ยงวาวเหมือนหาวสี บรรลุถึงเขตทางเมืองห้างชี เจ้าธานีหัวด่างเป็นสางคลา กำแพงก่อต่อด้านทหารเฝ้า เสียงคนฉาวเข้าไปถึงใดหลอ พวกเสนาเซ็กเซ็กเด็กมารอ มายืนออถามดูแล้วหูดี เราจากไกลไฉแข็งเก่งนักหนา ถือสาราจะเข้าไปให้ไหหยี ท้าวโบตักจอมวังยังพอดี เจ้าหิ้นปลีคีหันหรือฉันใด นายข้อดีว่าอยู่เปิดตูแอด ตาดเกือบแขดเสียงเบียดเรียดไม่ไหว นายดักหยอรายงานแล้วผ่านไป เห็นข้อไลนั่งกันกับภรรยา ค่อยคอด้อมน้อมกายถวายสาร คลีถึงหานวันนี้ดีเข้าหา เนตรยนเค็จเสร็จสรรพพรับสารา ในวาจาโคตวยรักด้วยกัน ได้จากเมืองห้างกวีเจ้าคีแหม มาพูดแย้มบุตรีไปดีหัน ให้ใดหยอขอดูเป็นคู่กัน โบตักนั้นหิ้นปลีพลอยดีใจ เรียกลูกสาวขาวเด็ดเหมือนเห็ดยาง พิศพางค์รัศมีราศีไห ผู้ใดยลทุกเค็จมีเม็ดใย พอเติบใหญ่เป็นทุกข์เพราะหุกลี ได้ฟังพ่อถอดอกเดินออกหา นั่งวันทาลกลกน้ำหกสี เรียกลูกมาเป็นไฉนเรื่องไหคี ได้ลูกนี้เข้าใจเพราะใดคอ เจ้าฟังพ่อยอดกจะยกเรื่อง อย่าคอเดืองเล่าไปเรื่องใดหยอ พ่อจะยกหกเท็จเรื่องเด็ดยอ เด็กไม่ลอข้ามแดนมุ่งแม่นมา ท้าวโคตวยเป็นพ่อมาขอเด็ก ถึงตัวเล็กก็พอดีไม่สีหา นี่ตัวพ่อคอดันลั่นวาจา ตัวเจ้าอย่าขอตัดได้นัดงาน สุดแต่พ่อคลอดำทำไฉน กี่จิ้มไหกับข้าวของคาวหวาน หนึ่งตกข้าวคลีหุกคลุกน้ำตาล สำหรับงานเลี้ยงคนทุกดนคอ แล้วหูหมีฉีหีกฉีกให้เล็ก ไว้จอเด็กพอดีมีทุกหอ หอยกับหมียีหำยำให้พอ ดาวให้ยอไข่เป็ดเด็ดให้ยำ ลูกมะกอกดอกตอขอให้ดูด ฉีเจ้าหูดเส้นหมี่เอาสีหำ แกงตังหุนพรีขี้หิกใส่หยิบตำ ส้มกอดำเชือดตอยใส่หอยจี ควายหนึ่งขาหาหมีใส่ดีหม กวนขนมยาเหม็ดเห็ดฉูฉี ต้องฆ่าไก่มัสการหานเจ้างี ดูเดือนปีถึงวันดันคอยรอ ขึ้นสิบสี่ปีเหิดเปิดโอกาส จำอย่าพลาดแน่ประจักษ์นะดักยอ รีบไปบอกโคตวยเตรียมหวยคอ เราดักรอทำงานการวิวาห์ นายดักหยอขอลาคีหากลับ น้อมคำนับทันทีขอลีหา รีบอย่าเหม็งเด็งฉอไม่รอตา หนึ่งพลิบตาถึงวังดังเข้ารอ เห็นคีแหมแย้มยั่วกับผัวรัก นั่งเชยพักตร์นิ่มนุชแม่ดุจหลอ เสนาเฝ้าเล่าเสร็จเรื่องเด็จยอ นางชอบพอหันไหเข้าไยดี ว่าแต่งงานสิบสี่ต่อปีเหิด ลูกที่เกิดพาไปให้ไหหยี การตกเรารู้สิ้นเรื่องหิ้นปลี ถึงวันดียกพลทุกดนคอ พร้อมเจ้าบ่าวแม่พ่อที่ขอดัก ให้ชวนชักกันไปกับไดหยอ เตรียมยกพลเจ้าบ่าวดาวยอ ๆ เลี้ยงให้พอบ่าวสาวหาวเหม็นคี อยู่ในเขตเดือนนี้ยังปีหิด เรื่องที่คิดไว้พลางไม่ห่างถี่ ขอแบ่งรักพักรอการหอดี ยกโจรีต่อดั้งคิดหวังรวย จะกล่าวข้อจอโดนเที่ยวโผนผก ขอกล่าวยกถอดอกกับคอกถวย ทั้งสอดองสองนายไม่ไข้ป่วย หวังแต่รวยเที่ยวปล้นท .....
- จากหุบเขาฝนโปรยไฟอาลัยนัก
จาก"หุบเขาฝนโปรยไฟ" ในดงลึก ยามดื่นดึกเงียบเหงาเทือกเขาหลวง "ป่าน้ำค้าง" พร่างพรำลงบำบวง "สะพานขาด" ลับล่วงไปนิรันดร์ ให้ "คนใบเลี้ยงเดี่ยว" เปล่าเปลี่ยวเหงา "ยามเช้าของชีวิต" เคยคิดฝัน คิดถึง"กนกพงศ์ สงสมพันธ์" "แผ่นดินอื่น" ที่นั้นเป็นอย่างไร เสียงพิมพ์ดีตอกแป้นไยแค้นขื่น มืดทะมื่นถมทุกข์แห่งยุคสมัย โอ,คนหนุ่มดุ่มเดินไม่เกินไกล โลกกระไรโหดร้ายทำลายลง "โลกหมุนรอบตัวเอง" อย่างเคว้งคว้าง ทุกทุกอย่าง-แหลกยุ่ย-เป็นผุยผง โอ,"ถนนนักเขียน" เผจียรผจง จักคู่คงคืนค่าสู่นาครฯ ยัง-ยังไม่สิ้นหวังไปทั้งสิ้น ยิน-ได้ยินใช่ไหมใจถ่ายถอน.. อำลาอาลัยพี่กนกพงศ์ สงสมพันธ์ 13 กุมภาพันธ์ 2549


ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว