ก๊วนปาร์ตี้ [ BOOK Party Gang ]

Home ก๊วน Story Party หนังสือ ก๊วน Writer Party ไอเดีย Party Gang

กระดานข่าว

14 items(1/2) 2 Next » Last »|
ช่วยคิดชื่องานเลี้ยงครับ
Submitted by ชิต on September,21 2007 16.46

ช่วยคิดชื่องานเลี้ยงปีใหม่ ที่คอนเซ็ปแนวไทยๆหน่อยนะครับ

จากแผ่นดินนี้สู่แผ่นดินอื่นฯ
Submitted by ประทีป จิตติ on May,29 2007 21.56
จากแผ่นดินนี้สู่แผ่นดินอื่น ของนักเขียนร่วมสมัย-กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ นับจากวันที่พี่จากไปถึงวันนี้ก็เป็นเวลากว่า ๑ ปีแล้ว เหมือนไม่นานเลยกับวันเวลาที่ล่วงพาร่างของพี่ไปสู่แผ่นดินอื่น  ณ ที่แห่งนั้นพี่มีความสุขดีไหม?... ผมหยิบหนังสือเล่มแรกของพี่ขึ้นมาอ่านด้วยความตั้งใจ มากกว่าความบังเอิญที่บังเกิดคิดนึกได้ว่า พี่ได้จากไปกว่า ๑ ปีแล้ว  เพราะเหตุใดหนอที่ทำให้ผมคิดได้เช่นนั้น อาจเป็นด้วยถ้อยคำอักษรที่บรรจงผ่านปลายนิ้วสัมผัสแป้นพิมพ์ดีดของพี่นั่นเอง  เรื่องราวต่าง ๆ ของพี่นั้นทำให้ผมเข้าใจถึงชีวิตและวิญญาณในความเป็นนักเขียน ของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งมีความตั้งใจและปรารถนาที่จะรับใช้ความคิดของตน และสิ่งนี้กระมังที่ทำให้ผมมีความรู้สึกผูกพันกับพี่ แม้ว่าจะไม่เคยรู้จักและพบตัวเป็น ๆ ของพี่เลยสักเพียงครั้ง คงมีเพียงผลงานของพี่เท่านั้นที่เป็นสายใยความสัมพันธ์ผูกมัดความรู้สึกดังกล่าว เป็นความรู้สึกเคารพและนับถืออยู่ในก้นบึ้งแห่งจิตใจ  ก็อย่างพี่เคยกล่าวไงเล่าว่า งานเขียนนั้นสะท้อนตัวตนอันแท้จริงของนักเขียน  ในเมื่อพี่กล่าวเช่นนั้นก็ย่อมหมายถึงได้ว่า ความคิดต่าง ๆ ที่ปรากฏโลดแล่นอยู่ในงานแต่ละเรื่องนั้นได้กลั่นกรองมาจากความคิดนึกของพี่ ฉะนั้นแล้วจึงไม่จำเป็นใช่ไหมครับว่าเราจะต้องพบตัวเป็น ๆ กันสักครั้ง ในเมื่อผมสามารถรักและเคารพนับถือพี่ได้จากงานเขียนของพี่ สิ่งที่พี่ได้กล่าวนั้นมิใช่สิ่งที่คนคนหนึ่งจะกระทำได้ง่าย ๆ...  กับคนบางคนที่เราพบหน้า พูดคุยกันอยู่ทุกวันก็ใช่ว่าจะบังเกิดความรู้สึกดังกล่าวนั้นได้เลย  เขาไม่อาจโน้มน้าวใจให้ผมบังเกิดความนับถือเลื่อมใสในตัวเขาขึ้นมาได้ และนั่นอาจเป็นเพราะเขาไม่เคยคิดนึกลึกซึ้งกับสิ่งที่ได้เห็นและเป็นไปต่าง ๆ สักครั้ง  เขาไม่อนาทรร้อนใจกับความทุกข์หรือสุขของผู้อื่นมากกว่าตัวของเขา - เรื่องของเขา  คุณสมบัติเหล่านี้มิจำเป็นจะต้องมีอยู่ในตัวของนักคิดนักเขียนเท่านั้น หากแต่ควรจะมีอยู่ในตัวเราทุกคน แต่ก็นั่นละ ในเมื่อสภาพการณ์ของคนร่วมสมัยมอง และกำหนดชีวิตของตนเองตามหลักเศรษฐศาสตร์มากกว่าคำนึงถึงชีวิตและวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์  เมื่อครุ่นคิดเช่นนั้นจึงเฝ้าฝันใฝ่หาแต่ความบันเทิงเริงใจผ่อนคลายให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของตน ไม่จำเป็นต้องมองและสนใจบุคคลอื่น  ปัญหาของคนอื่นย่อมเป็นเรื่องหนักสมอง เมื่อสมองเฝ้าคิดถึงแต่ความเป็นจริง โดยหารู้ไม่ว่าความจริงนั้นเป็นเพียงมายาภาพ มิใช่ความจริงอันสูงสุด... เมื่อเป็นเช่นนี้จึงมีน้อยคนนักที่จะเป็นและเหมือนพี่- นักเขียนรุ่นใหม่ผู้สร้างสรรค์งานเขียนร่วมสมัย ร่วมสมัยละหรือ... เมื่อพินิจพิเคราะห์ถ้อยคำนี้แล้วผมก็อดเผลอยิ้มออกมาไม่ได้  ใครหนอใคร... ใครเป็นผู้ที่บัญญัติคำคำนี้ มิได้นึกขันในความหมายหรอกครับหากแต่ชอบใจเสียละมากกว่า  ผมเข้าใจของผมเองว่า ไม่ว่ากาลเวลาจะผันผ่านล่วงไปสักกี่สิบปีก็ตาม เรื่องราวต่าง ๆ ที่นักเขียนคนหนึ่งสร้างไว้นั้นก็ยังคงไม่ตกยุคตกสมัยเฉกผลงานของพี่  หรืออีกนัยความคิดหนึ่งคือ แม้ว่านักเขียนคนนั้น ๆ จะหามีชีวิตอยู่ในโลกนี้แล้วไม่ ชื่อของเขาก็ยังดำรงอยู่ จะมีน่าขันก็แต่เพียงว่า นักเขียนบางคนผู้นั้นกลับมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากกว่าเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่เสียอีก  เมื่อครั้งเขายังมีชีวิตกลับมีผู้คนไม่มากนักที่คิดจะเกื้อหนุน ซ้ำร้ายไปกว่านั้นยังถูกค่อนแคะต่าง ๆ นานา เพียงเพราะผู้ที่ค่อนแคะนั้นไม่เคยมีชีวิตและวิญญาณที่แท้จริงของตน กระแสเสียงจากสังคมลงความคิดเห็นว่าอย่างไรเขาก็ปักใจเชื่อ ปลิวไปตามลมปากโดยปราศจากความคิดตริตรองเสียอย่างนั้น  หากคนเรามีชีวิตและวิญญาณที่เป็นของเราจริงแท้แล้วนั้น ในนามและตัวตนเฉกเช่นนักเขียนอย่างพี่คงเป็นที่รู้จักมากกว่าในวันนี้... และคนในสังคมหน่วยใหญ่นี้คงมีความรู้สึกที่จะนึกคิดอ่านเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นมากกว่านี้เช่นเดียวกัน ระยะเวลากว่า ๑ ปี บนแผ่นดินอื่นของพี่นั้นเป็นอย่างไรบ้าง... ผมไม่รู้ ผมรู้เพียงแต่ว่า ระยะเวลากว่า ๑ ปี บนแผ่นดินนี้ ชื่อและผลงานของพี่ในนาม กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ นั้น ยังคงดำรงอยู่ในจิตใจ และร่วมสมัยของผมทุกเมื่อเชื่อวัน รักแ .....
ก๊วน Reader
Submitted by ม้าวิ่ง on April,23 2007 11.21

ไปเจอะหนังสือเล่มเล็ก ๆ ปกสีเท่า "กวีตาย" โดยบังเอิญ  กนกพงศ์ ...ขอสารภาพยังไม่เคยอ่านหนังสือของเขาเลย แต่เคยอ่านกรุงเทพธุรกิจ แวดวงวรรณกรรม ..เขียน.ถึงกนกพงศ์ ผู้ล่วงลับ....และเว็บนี้ก็ได้เข้ามาอ่านโดยบังเอิญอีก...ชอบอ่านหนังสือ..แต่ไม่ชอบอ่านนิยาย... วัน ๆ ทำแต่งาน...จนวันหนึ่งไปหาหนังสือพวก how to มาอ่าน.... ไปเจอหนังสือคิดว่าเป็นหนังสือที่ เล่มเล็กที่สุด ...ที่เจอในร้าน B2S  "กวีตาย"..... วันนี้จะกลับไปอ่านให้จบเล่ม...หยิบติดมือมาอีกเล่ม...รอบบ้านทั้งสี่ทิศ.... จะหาเวลาอ่านในเร็ววันนี้แหละ...

มีก๊วน Writer ก็ต้องมีก๊วน Reader สิ....จะได้ balance เน๊อะ

ม้าวิ่ง..... บ้านหลังเขา...ไกลปืนเที่ยง

มีเว็บไซต์ด้วย...แวะมาทักทายพี่ๆ ครับ
Submitted by ชาติวุฒิ บุณยรักษ์ on November,30 2006 17.49

เพิ่งทราบจากที่คุณนกป่า อุษาคเนย์ เอาลิงค์ไปแปะในไทยไรเตอร์ จึงเพิ่งทราบว่า พี่ๆ มีเว็บกะเขาด้วย เลยแวะมาทักทาย เป็นสมาชิกเสียหน่อย สบายดีกันทุกท่านนะครับ พี่ศักดิ์ชัย พี่ตุ้ย เมื่อไหร่ได้ป๊ะกันซะทีนะเรา ขอให้เว็บเติบโตไวๆ กลายเป็นแหล่งสังสรรค์ทางปัญญาแห่งใหม่นะครับ

คิดถึงทุกคนครับ

ด้วยรัก

เป้

โลกใบเล็กของ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์
Submitted by . on October,29 2006 18.19

โลกใบเล็กของ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์

เส้นทางชีวิตของเราสองคนพาดขวางกันครั้งแรกบนหน้าหนังสือนิตยสาร 'ช่อการะเกด' เขาอายุน้อยกว่าผมสิบปี แต่เริ่มงานเขียนเรื่องสั้นก่อนผมนานหลายปี ผมรู้จักเขาครั้งแรกผ่านเรื่องสั้นของเขา "สะพานขาด" ชื่อเรื่องฟังดูแปลก แต่เมื่ออ่านจบแล้ว ผมก็ตะลึงในความลุ่มลึกของเรื่องและภาษาที่จัดจ้าน ยิ่งเมื่ออ่าน "โลกใบเล็กของซัลมาน" ผมก็สั่นหัว นึกไม่ออกว่าเขาสามารถเรียงร้อยอักษรได้อย่างมีพลังเช่นนั้นได้เช่นไร

เราเป็นศิษย์เก่าช่อการะเกดเหมือนกัน เป็นคนใต้เช่นกัน บ้านเกิดของเขาห่างจากบ้านเกิดของผมไม่เกินชั่วโมง แต่ดูเหมือนเขาใช้ชีวิตได้รสชาติเข้มข้นกว่าผมมากนัก ออกจากมหาวิทยาลัยกลางคันเพื่อทำงานที่ใฝ่ฝัน เขียนบทกวีและเรื่องสั้น ที่ประทับใจผมคือ ความมุ่งมั่นที่จะทำงานศิลปะที่ตนเองชอบ และยอมสละทุกอย่างเพื่อไปสู่ความฝันนั้น

'ช่อการะเกด' ล้มหายไปจากสังคมที่วรรณกรรมเป็นเพียงฟันเฟืองชิ้นน้อย เขากับผมยังวนเวียนในโลกวรรณกรรมใบเล็กแต่ไม่เคยเงียบเหงา ในปีหนึ่งหนังสือรวมเรื่องสั้นของเราต่างผ่านเข้าไปในเวทีซีไรต์ 'แผ่นดินอื่น' ได้รับรางวัลในปีนั้นโดยที่ผมยอมรับอย่างเต็มใจ ผมเขียนจดหมายไปแสดงความยินดีต่อเขา ไม่นานก็ได้รับจดหมายตอบจากเขา หลังจากนั้นมิตรภาพของเราก็งอกงามขึ้นเงียบๆ

จราจรชีวิตของเราเกี่ยวก่ายกันหลายครั้งหลายวาระ โดยมากในงานชุมนุมคนวรรณกรรมและงานเสวนาในสถาบันศึกษา เขาหมกตัวในพื้นที่ห่างไกลจากแสงสี ในดินแดนที่สายฝนมักโปรยไพร ดูเผินๆ เขาอาจถูกเหมาเป็นศิลปินเพื่อชีวิต ขบถสังคม นักเขียนไส้แห้ง ฯลฯ แต่เมื่อพบกันหลายครั้ง ผมจึงรู้ว่า เขามีอารมณ์ขันยิ่ง เขาเคยเล่าว่า เมื่อบอกว่าตนเองเป็นนักเขียน ชาวบ้านหลายคนถามว่า รับจ้างเขียนป้ายหรือ บางคนขอให้เขาช่วยเขียนเมนูอาหาร

การได้รับรางวัลทำให้เขาดู 'น่าเลื่อมใส' ขึ้นในหมู่ชาวบ้าน เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดมอบตำแหน่ง "คนดีศรีพัทลุง" ให้เขา เขาบอกผมเมื่อถึงคราวผมรับรางวัลเดียวกันว่า "ประเดี๋ยวเขาก็คงตั้งให้คุณเป็นคนดีศรีสงขลาบ้าง" และหัวเราะชอบใจ

เขาใช้ชีวิตอย่างสมถะ และรู้จักตัวตนของตนเองดี ผมไม่เคยเห็นเขาเปลี่ยนไปตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกัน ครั้งหนึ่งเมื่อเราไปเสวนาวรรณกรรมที่สงขลา เขาบอกผมว่า"ผมดูออกว่าคุณสนุกกับงานที่ทำมาก" ผมก็ดูออกว่าเขาสนุกกับบทบาทของนักทำกิจกรรมเพื่อสังคม

หลังเหตุการณ์สึนามิ เขาเป็นหนึ่งในกลุ่มที่อาสา จัดการรวมเรื่องสั้นของนักเขียนภาคใต้ เขาเขียนถึงผมว่า นักเขียนภาคใต้ควรทำหน้าที่ต่อแผ่นดินและบ้านเกิด เขาไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเรื่องของภาคนิยมอะไร อย่างไรก็ตามโครงการนี้ก็พับไปด้วยเหตุผลบางประการ

10 ตุลาคม 2548 เขาเขียนจดหมายฉบับหนึ่งถึงผม : "ผมเองก็ยังคง 'ดิ้น' และ 'ยุ่ง' อยู่กับงานเขียน ไม่เป็นอันทำอย่างอื่นเช่นเดียวกับคุณ เพียงแต่เป็นการเขียนเพื่อเอาอะไรออกจากตัว ไม่เขียนไม่ได้ รู้สึกปั่นป่วนอยู่ข้างใน คล้ายจะป่วย ดูเหมือนเราจะต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องเหมือนกันแน่ๆ คือการค้นพบความสุขในโลกของการเขียน"

ใช่ เขาค้นพบความสุขในโลกใบเล็กของเขาเองแน่นอน

ปลายปีก่อน เขาส่งหนังสือ 'โลกหมุนรอบตัวเอง' มาให้ เขายังคงยืนหยัดการใช้วรรณกรรมเป็นเครื่องมือต่อสู้เพื่อมนุษย์ที่ถูกเอาเปรียบ จากงานเขียน สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปน่าจะเป็นความสุขุมลุ่มลึกขึ้น

บัตรอวยพรปีใหม่จากเขาเดินทางถึงมือผมเมื่อต้นปี โลกหมุนรอบตัวเองอีกหลายรอบ และหลายรอบ

กนกพงศ์จากโลกใบนี้ไปเมื่ออรุณรุ่งแห่งมาฆบูชา...

ชีวิตของเขาออกจะสั้นไปบ้าง แต่มันเป็นชีวิตที่ดี

วินทร์ เลียววาริณ 14 กุมภาพันธ์ 2549

จดหมายถึงพี่"หนก"
Submitted by จู พเนจร on May,14 2006 22.37

"จู พี่กนกพงศ์ ไปสวรรค์แล้ว เป็นไข้หวัดใหญ่น้ำท่วมปอด" ข้อความจากเพื่อนมิตรวรรณกรรม"ขนำจันทร์"ส่งมาถึงผมช่วงบ่ายของวันนี้(13กพ.49) ผมแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ร้องอุทานขึ้นพร้อมกับคำถามเป็นไปได้ยังไง เป็นไปได้หรือนี่

"พี่กนกพงศ์ไปสวรรค์แล้ว" ข้อความนี้ไม่ต้องการคำอธิบายอะไรอีก ความโศกาอาดูรพลันโถมทับ ยากจะบอกความรู้สึกที่เกิดขณะนั้นได้..โธ่เอ๋ยพี่ โธ่เอ๋ยพี่ นี่มันคือเรื่องจริงหรือนี่ มันเป็นไปได้หรือนี่

ก็ผมเพิ่งส่งที่อยู่ของพี่ไปให้ขนำจันทร์ แล้วโทรคุยกะแกเมื่อ 2-3 วันก่อนนี้เอง คุยกันเรื่องเรื่องสั้นที่จะส่งไปให้พี่

เราหลายคนค่อนข้างตั้งใจกันสูง เมื่อทราบข่าวว่าพี่จะออกนิตยสารเรื่องสั้น คล้ายๆ
ช่อการะเกด เพื่อสร้างความคึกคักเคลื่อนไหวให้กับวงการอ่านเขียนเล็กๆ ของเรา
ขนาดผมเองไม่เคยเขียนเรื่องสั้นเป็นเรื่องเป็นราวกะเขา ก็อุตส่าห์ทำตัวเป็นตัวตั้งตัวตี
บอกข่าว คะยั้นคะยอเพื่อนมิตรทุกๆ คนที่รู้จักว่าเล่ม 2 กำลังคอยต้นฉบับอยู่ ตอนนี้ได้ครึ่งเล่มแล้ว โดยเฉพาะเรานักเขียนนามใหม่ๆ ที่กำลังต้วมเตี้ยมก้าวสู่เส้นทางสายนี้ ไม่ว่าจะเป็น จรรยา อำนาจพันธุ์พงศ์,สายัณ เฉมเระ,ธารเมฆ,หมาฝัน,ขนำจันทร์,พันธ์ป่า ณ แดนสรวง ฯลฯ

จดหมายฉบับแรกและฉบับสุดท้ายของ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์
Submitted by . on May,06 2006 22.10
สิงห์สนามหลวงสนทนา / สิงห์สนามหลวง จดหมายฉบับแรกและฉบับสุดท้ายของ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ จดหมายฉบับแรก : พ.ศ.2524 อายุ 15 พัทลุง 5 มกราคม 24 เรียน ปริทัศน์สาร ที่เคารพ ขอบคุณมากสำหรับความใจกว้างของปริทัศน์ในการรับฟังปัญหา แต่นั่นแหละ ถ้าจะเล่น 'พระปิดทวาร' กัน ก็ปิดไปได้ไม่นานหรอก บรรณารักษ์คนเก่าก็ย้ายไป บรรณารักษ์หนุ่มคนใหม่ก็ย้ายมา พร้อมกับความโชติช่วงชัชวาลอันเป็นนิมิตหมายอันดี จะมีก็เพียงแต่ 'ครูปกครอง' เท่านั้นแหละที่เผด็จการชะมัด คลุกคลีอยู่กับห้องสมุดมามากพอสมควร พิจารณามา 2 ปีกว่าๆ แล้ว จึงพอจะเห็นว่าหนังสือที่ชอบยืมไปอ่านกันมากที่สุด คือชุดนิยายรัก ไม่ว่าของ ศุภักษร สีฟ้า นันทนา วีระชน วลัย นวาระ หนังบู๊และหนังจีน ต่อเมื่อไม่มีอะไรจะอ่านนั่นแหละจึงจะพลิกดู ฉันจึงมาหาความหมาย ขุนทองเจ้าจะกลับมาเมื่อฟ้าสาง ฝันให้ไกลไปให้ถึง ทางเลือกเมื่อฟ้าหม่น ฯลฯ อย่างไปซื้อหนังสือก็เหมือนกัน เพื่อนๆ เขาก็ว่าเชย พอเราก้าวหน้า ครูก็ว่าหัวรุนแรง พอเราเฉยๆเขาก็ว่าทึมทึบ 'ทางเดินที่เขาสร้างไปสู่หุบเขา' เท่านั้นที่เขายกย่องว่า 'ดีมาก' เขาจะสรุปได้หรือยังว่า บทเรียนและนโยบายการศึกษามุ่งไปสู่จุดไหน? คนส่วนน้อยหรือส่วนใหญ่? เกิดจากอะไร? ความขี้ขลาดของผู้ปกครอง หรือความต้องการให้ชาติเจริญ? และถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะทบทวนบทเรียนและแก้ไขเปลี่ยนแปลง? ใครจะเป็นคนทำ? ผู้ปกครอง ปัญญาชน คนส่วนใหญ่ ครู หรือว่านักเรียนเอง? เพราะการศึกษาคือการสร้างชาติมิใช่หรือ? ด้วยความเคารพ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ป.ล.ช่วงนี้ คนป่าคืนเมืองกันมาก ทำให้สงสัยอยู่ครามครันว่า เขาละทิ้งอุดมการณ์ หรือเพียงเพื่อหาเส้นทางสายใหม่ จึงส่ง บันทึกถึงคนเดินทาง มาให้พิจารณาด้วย บันทึกถึงคนเดินทาง ......... คนเดินทาง เจ้าคงจะอ้างว้างและเปล่าเปลี่ยว เมื่อร่ำลาสายัณห์พระจันทร์เรียว รูปคมเคียวเรียวรับกับขอบฟ้า คงซานซมขมขื่นเมื่อคืนหนาว คงร้าวรวดปวดร้าวเสียหนักหนา มีเพียงจันทร์ฉันมิตร ยามนิทรา กับดวงใจแกร่งกล้ากว่าเหล็กเพชร มือถือเคียวเหนี่ยวปืนขึ้นยืนสู้ ตะโกนก้องร้องกู่ไม่ขามเข็ด ทวงน้ำตาที่หลั่งไปในทุกเม็ด ทวงน้ำเลือด ที่ลอดเล็ดและไหลทา อยู่ป่าเขาสันภูฤๅรู้ข่าว เสียงโฉ่ฉาวเร่าร้องก้องแผ่นฟ้า เมื่อตะวันโพล้พลบมาลบลา ยินเพียงว่าเสียงกู่ให้สู้คน คนเดินทาง บัดนี้เจ้าแรมร้างเหมือนสิ้นหน เพียงเพราะทางเดินไกล...ไกลเกินพ้น หรือเพื่อค้นหาทางใหม่ได้สัญจร หรือพวกเจ้าจะหยุดความใฝ่ฝัน หรือจะทิ้งอุดมการณ์มาสำส่อน หรือพวกเจ้า 'หมดถ่านกลับบ้านนอน' หยุดพร่ำวอนหยุดต่อสู้เพื่อชูไท แม้ว่าเจ้าเหนื่อยนักก็พักเสีย ความเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียคงหายได้ ขอเพียงเจ้ายึดสัจจาว่าจริงใจ สูงก็เตี้ย ไกลก็ใกล้ ใช่ยากเย็น จดบันทึกการเดินทางการต่อสู้ ความเจ็บปวดที่ได้รู้ได้พบเห็น บันทึกถึงชาวชนคนลำเค็ญ เพื่อให้เป็นประวัติศาสตร์การเดินทาง ความผิดพลาดทั้งหมดจดบันทึก แม้ส่วนลึกจะปวดร้าว ทุกก้าวย่าง หากดวงดาวยังพราวแสงอยู่รางราง ก็รู้ได้ว่าทางยังพอมี คนเดินทาง จะขอสร้างทางใหม่ในวันนี้ คือทางธรรมทอดตัวทั่วปฐพี เพื่อผู้คนพรุ่งนี้ได้สัญจร ช่วยกันขุดฉุดลากช่วยถากถาง ชูแสงทองส่องทางอย่างเช่นก่อน เร่งตัดตรงจากป่ามานาคร เพื่อจะแผ่ไออ่อนอ้อมอกภู หยดเลือดพลิกประวัติศาสตร์คนเดินทาง แม้เยื่อใยความหลังยังคงอยู่ จดบันทึกแล้วสรุปบทเรียนดู ก่อนจะก้าวเท้าสู่ความเป็นไท สองมือเคยฟาดฟันรวมกันเข้า ตายไปแล้วเกิดเล่า สร้างทางใหม่ คือเส้นทางที่ไปถึงซึ่งทางชัย เสรีภาพกว่าจะได้ต้องฝ่าฟัน คนเดินทาง ขอจงสร้างทางใหม่ แม้ในฝัน อุดมการณ์ต้องเป็นจริงขึ้นสักวัน และเมื่อนั้นประชาชนจะชิงชัย กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ กลุ่มสานแสงทอง จดหมายฉบับสุดท้าย : พ.ศ.2548 อายุ 39 30 พฤษภาคม 48 เขาหลวง พี่สุชาติครับ ขออนุญาตสื่อสารกับพี่ ผ่านตู้ ป.ณ.ของสิงห์ฯ นะครับ คงไม่เป็นไร อยากคุยกับพี่มากกว่าคุยกับสิงห์ฯ นะครับ (ฮา) เมื่องาน 'สุชาติ สวัสดิ์ศรี ในวาระครบรอบ 60 ปี' ดูท่าน่าสนุกนะครับ ตอนแรกคิดอยู่ว่า จะหาโอกาสมาร่วมแซยิด (ผมเรียกถูกหรือเปล่า?) อยู่เหมือนกัน รวมทั้งงานช่างวรรณกรรมเชิดชูเกียรติศรีบูรพาก่อนหน้านี้ แต่ด้วยเงื่อนไขความห่างไกลของระยะทาง บวกกับเงื่อนไขปัจจัยอีกนานาทีเ .....
หนังสือดี 100 ชื่อเรื่องที่เด็กและเยาวชนไทยควรอ่าน
Submitted by 1 on May,06 2006 21.41
หนังสือดี 100 ชื่อเรื่องที่เด็กและเยาวชนไทยควรอ่าน สำนักกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) หลักการและเหตุผล ปัจจุบัน เด็กและเยาวชนไทยยังอ่านหนังสือน้อยกว่าเด็ก และเยาวชนประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ค่อนข้างมาก ส่วนหนึ่งอาจเพราะคนไทยจนกว่า แต่ส่วนหนึ่งเพราะคนไทยยังมีนิสัยรักการอ่านน้อยกว่า โครงการคัดเลือกหนังสือดีที่เด็กและเยาวชนไทยควรอ่าน มีจุดมุ่งหมายการกระตุ้นให้เด็กและเยาวชนไทยรักการอ่าน หนังสือมากขึ้นและมีคู่มือในการอ่านหนังสือดี การรักการอ่านเป็นกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเองที่สำคัญ คณะผู้วิจัยและการดำเนินงานคัดเลือก ประกอบด้วย 1.อ.วิทยากร เชียงกูล 2.อ.กุลวรา ชูพงศ์ไพโรจน์ 3.รศ.ดร.รื่นฤทัย สัจจพันธุ์ 4.คุณพรพิไล เลิศวิชา 5.รศ.เกริก ยุ้นพันธ์ หลักเกณฑ์ในการคัดเลือก เป็นหนังสือเล่ม ประเภทบันเทิงคดี (นิทาน นิยาย เรื่องสั้น บทกวี) ที่เขียนขึ้นเอง โดยไม่จำกัดยุคสมัย มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีเนื้อหาสาระที่ส่งเสริมความเข้าใจชีวิตและสังคม เสริมสร้างภูมิปัญญา จินตนาการ และ ค่านิยมที่ดีมีศิลปะในการเขียนที่ดี มีความงาม ความไพเราะ ความสะเทือนอารมณ์ อ่านได้สนุกเพลิดเพลิน มีเนื้อหา ท่วงทำนอง ภาพประกอบที่สามารถสนองความสนใจของนักอ่านกลุ่มเด็กและเยาวชนได้อย่างเหมาะสมกับวัย กระตุ้นจินตนาการ และการเรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตและโลกที่ผู้อ่านรู้สึกเชื่อมโยงด้วย เป็นการวางพื้นฐานในการอ่านวรรณคดีที่เป็นแบบฉบับ (คลาสสิก) ของไทย หรือช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจชีวิตและสังคม วัฒนธรรมไทยทั้งในอดีตและปัจจุบันเพิ่มมากขึ้น ประกาศวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2543 โดยเรียงลำดับตามกลุ่มวัย, ประเภทหนังสือ และลำดับตัวอักษรของชื่อหนังสือ ในแต่ละกลุ่ม 1.กลุ่มเด็กวัย 3-6 ปี 1. กระต่ายน้อยกับหินวิเศษ ย สมบูรณ์ ศิงฆมานันท์ 2. ขอแม่ให้ลูกนก - บุญสม เอรวารพ 3. ดอกสร้อยสุภาษิตประกอบภาพ ย กรมศิลปากร 4. ต้นไม้ในสวน ย ชีวัน วิสาสะ 5. ปลาบู่ทอง - กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ 6. ผีเสื้อกับผึ้งน้อย ย อำนาจ เย็นสบาย 7. ฟ้าจ๋าอย่าร้อง ย ส.พุ่มสุวรรณ 8. ยายกะตา ย บุญสม เอรวารพ 9. รถไม้ของขวัญ ย อิทธิพล วาทะวัฒนะ 10. เสือโค - หม่อมดุษฎี บริพัตร ณ อยุธยา, รัตนา อัตถากร 11. สำนึกของปลาทอง - วิรุณ ตั้งเจริญ 12. หนูมากับหนูมี ย สมใจ ทิพย์ชัยเมธา 13. หนูอ้อกวาดบ้าน ย อุไร ฟ้าคุ้ม 14. เอื้องแซะสีทอง นิยายการ์ตูนชาวเขา ย วิชา พรหมจันทน์ 15. อำเภออึกทึก ย ดำรงศักดิ์ บุญสู่ 2. กลุ่มเด็กวัย 7-12 ปี (แบ่งตามประเภท เป็นนิทานภาพ กับนิยายเรื่อง) 2.1 กลุ่มนิทานภาพ 16. การ์ตูนประวัติบุคคลสำคัญ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ - พรชมภู ราชทา, รุ่งโรจน์ แสงพันธุ์ 17. ข้าวเขียวผู้เสียสละ - วิริยะ สิริสิงห 18. เด็กชายผู้ไม่ยอมเปิดหน้าต่าง - กานติ ณ ศรัทธา 19. ต้นไม้ ย จารุพงษ์ จันทรเพชร 20. ตาอินกับตานา - เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ 21. นโมแห่งบ้านไม้ - อรุณ วัชระสวัสดิ์ 22. นางในวรรณคดี - ?มาลัย? 23. นิทานชาวเขา ย สมศักดิ์ ศรีมาโนชน์, สุนทร สุนันท์ชัย 24. นิยายภาพ 4 เรื่อง 4 รส - เตรียม ชาชุมพร 25. นิทานภาพพุทธรักษา ย ฐะปะนีย์ นาครทรรพ และคณะ 26. เปลือกหอยกับความสุข ย มานิต ประภาษานนท์, สุธีรา สาธิตภัทร 27. ผึ้งน้อยในสวน ย สิรินทร์ ช่วงโชติ 28. พระเวสสันดร ย ปัณยา ไชยะคำ 29. ไม่อยากเป็นควาย - สายสุรีย์ จุติกุล, แสงอรุณ รัตกสิกร 30. ยเรณู-ปัญญาย เที่ยวรถไฟ -กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ 31. ลูกหงส์กตัญญูญ - พรจันทร์ จันทวิมล 32. เล่นกลางแจ้ง ย ปรีดา ปัญญาจันทร์ 33. สิงหโตเจ้าปัญญา - ถวัลย์ มาศจรัส 34. สุดสาคร และวีรชนในประวัติศาสตร์ไทย - ประยุต เงากระจ่าง 35. โสนน้อยเรือนงาม - มล.มณีรัตน์ บุนนาค 36. หนังสือชุดภาพประกอบคำบรรยาย และหนังสือชุดภาพและการ์ตูน ย เหม เวชกร 37. หนังสือชุดภาพและการ์ตูน - สมควร สกุลทอง และประเทือง มุทิตาเจริญ 38. หนังสือภาพชุด ภาพวิจิตรวรรณคดี ย นายตำรา ณ เมืองใต้ 39. หนังสือภาพประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ -กาญจนา นาคพันธุ์ 2.2 กลุ่มนิทาน/นิยายเรื่อง 40. เขาชื่อเดช ย กาญจนา นาคนันท์ 41. ครูไหวใจร้าย ย ผกาวดี 42. เชียงเหมี้ยง ย คำหมาน คนไค 43. นกกางเขน - หลวงกีรติวิทย์โอฬาร และอร่าม สิทธิสารีบุตร 44. นิทานคติธรรม ย แปลก สนธิรักษ์ 45. นิทานชาดก ระดับประถม ฉบับกรมวิชาการ 46. นิทานไทยยพระยาอุปกิตศิลปสาร และหลวงศรีอมรญาณ 47. นิทานพื้นบ้าน - เต็มสิริ บุญยสิงห์ 48. นิทานร้อยบรรทัด-กรมวิชาการ 49. นิทานสุภาษิต - สามัคยาจา .....
หนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน
Submitted by 1 on May,06 2006 21.39
หนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน จากโครงการวิจัย คัดเลือกและแนะนำหนังสือดีที่คนไทยควรอ่าน ที่มีอาจารย์วิทยากร เชียงกูล ผอ.ศูนย์วิจัยสังคมศาสตร์ ม.รังสิต เป็นหัวหน้าคณะ โดยได้รับทุนอุดหนุน จากสำนักกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ในช่วงปี พ.ศ. 2540-41 หลักเกณฑ์พิจารณาคัดเลือกหนังสือดี เป็นหนังสือภาษาไทยที่เขียนขึ้น ในช่วงประมาณสมัยรัชกาลที่ 5 ถึงปี พ.ศ.2519 ในสาขาวิชาความรู้ต่าง ๆ และวรรณกรรมที่ดีเด่น, สำคัญ, เป็นแบบฉบับ ที่มีค่าควรอ่านได้ทุกยุคสมัย เป็นหนังสือที่มีศิลปะในการเขียน และการใช้ภาษาที่ดี มีคุณค่าทางศิลปวรรณกรรม ทั้งในแง่รูปแบบ (ความงาม, ความไพเราะ, ความสะเทือนอารมณ์) และเนื้อหาสาระที่ตีความหมาย, สะท้อนชีวิต และสังคม เป็นหนังสือที่มีเนื้อหาสาระ ที่แสดงออกถึงความริเริ่มสร้างสรรค ์ สะท้อนให้เห็นความคิดอ่าน ความรู้ ประสบการณ์ สภาพของสังคม ซึ่งจะช่วยให้ผู้อ่านมีทัศนะต่อชีวิต และต่อโลกที่กว้างขึ้น ได้รับความรู้ ความคิดอ่าน ความบันเทิงทางศิลปวัฒนธรรมที่เป็นประโยชน์ ทำให้ผู้อ่านฉลาด และมีความคิดแบบเสรี หรือใจกว้าง (liberal) มากขึ้น เข้าใจชีวิต และสังคมมากขึ้น คณะผู้วิจัย วิทยากร เชียงกูล, ทวีป วรดิลก, ดร.ชลธิรา สัตยาวัฒนา, ดร.ไชยันต์ รัชชกูล, รศ.พรภิรมณ์ เชียงกูล, ธรรมเกียรติ กันอริ, ธัญญา ผลอนันต์, พิทยา ว่องกุล, กมล กมลตระกูล, พรพิไล เลิศวิชา, พิมล เมฆสวัสดิ์ คณะกรรมการชี้ทิศทาง ดร.เจตนา นาควัชระ, คำสิงห์ ศรีนอก, ดร.ฉัตรทิพย์ นาถสุภา, ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล, นิตยา มาศะวิสุทธิ์, อำพล สุวรรณธาดา รายชื่อหนังสือดี 100 เล่ม ที่คนไทยน่าควรอ่าน ประเภทบันเทิงคดี (FICTION) ก. กวีนิพนธ์และบทละคร ประชุมโคลงโลกนิติ - สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร เสภาศรีธนญไชยเชียงเมี่ยง นิราศหนองคาย - หลวงพัฒนพงศ์ภักดี สามัคคีเภทคำฉันท์ - ชิต บุรทัต มัทนะพาธา - พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โคลงกลอนของครูเทพ - เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี บทละครเรื่องพระลอ - พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ขอบฟ้าขลิบทอง - อุชเชนี เราชะนะแล้ว, แม่จ๋า. - นายผี บทกวีของเปลื้อง วรรณศรี บทกวีของจิตร ภูมิศักดิ์ - จิตร ภูมิศักดิ์ จงเป็นอาทิตย์เมื่ออุทัย - ทวีปวร กวีนิพนธ์ - อังคาร กัลยาณพงศ์ ขอบกรุง - ราช รังรอง เพียงความเคลื่อนไหว - เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ข. นิยาย ละครแห่งชีวิต - ม.จ. อากาศดำเกิง รพีพัฒน์ กามนิต - เสฐียรโกเศศ, นาคะประทีป ดำรงประเทศ - เวทางค์ ผู้ชนะสิบทิศ - ยาขอบ หนึ่งในร้อย - ดอกไม้สด บางระจัน - ไม้ เมืองเดิม หญิงคนชั่ว - ก. สุรางคนางค์ พล นิกร กิมหงวน - ป. อินทรปาลิต ปักกิ่ง-นครแห่งความหลัง - สด กูรมะโรหิต เราลิขิต-บทหลุมศพวาสิฏฐี - ร.จันทพิมพะ เมืองนิมิตร - ม.ร.ว.นิมิตรมงคล นวรัตน์ แม่สายสะอื้น - อ. ไชยวรศิลป์ พัทยา - ดาวหาง แผ่นดินนี้ของใคร - ศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์ มหาบัณฑิตแห่งมิถิลานคร - แย้ม ประพัฒน์ทอง ปีศาจ - เสนีย์ เสาวพงศ์ สี่แผ่นดิน - ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ทุ่งมหาราช - มาลัย ชูพินิจ แลไปข้างหน้า - ศรีบูรพา เสเพลบอยชาวไร่ - รงค์ วงษ์สวรรค์ จดหมายจากเมืองไทย - โบตั๋น เขาชื่อกานต์ - สุวรรณี สุคนธา สร้างชีวิต - หลวงวิจิตรวาทการ ตะวันตกดิน - กฤษณา อโศกสิน สร้อยทอง - นิมิตร ภูมิถาวร พิราบแดง - สุวัฒน์ วรดิลก ลูกอีสาน - คำพูน บุญทวี ค. เรื่องสั้น นิทานเวตาล - น.ม.ส. จับตาย : รวมเรื่องเอก - มนัส จรรยงค์ เรื่องสั้นของป. บูรณปกรณ์ (ชีวิตจากมุมมืด, ดาวเงิน) - ป. บูรณปกรณ์ เสาชิงช้า, เอแลนบารอง และเรื่องสั้นอื่นๆ ของ ส. ธรรมยศ พลายมลิวัลลิ์ และเรื่องสั้นบางเรื่อง ของถนอม มหาเปารยะ ผู้ดับดวงอาทิตย์ และเรื่องสั้นอื่นๆ - จันตรี ศิริบุญรอด ยุคทมิฬ และเรื่องสั้นอื่นๆ ของ อิศรา อมันตกุล เรื่องสั้นชุดเหมืองแร่ - อาจินต์ ปัญจพรรค์ ฟ้าบ่กั้น - ลาว คำหอม เพื่อนเก่า - เสนอ อินทรสุขศรี รวมเรื่องสั้นบางเรื่องของฮิวเมอร์ริสต์ - ฮิวเมอร์ริสต์ ฉันจึงมาหาความหมาย - วิทยากร เชียงกูล คนบนต้นไม้ - นิคม รายวา ประเภทสารคดี/บทความ (NON FICTION) ก. ประวัติศาสตร์ ประวัติกฎหมายไทย - ร. แลงกาต์ นิทานโบราณคดี - สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ โฉมหน้าศักดินาไทย - จิตร ภูมิศักดิ์ กบฏ ร.ศ. 130 - เหรียญ ศรีจันทร์, ร.ต.เนตร พูนวิวัฒน์ เจ้าชีวิต - พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ศาลไทยในอดีต - ประยุทธ สิทธิพันธ์ ประวัติศาสตร์ไทยสมัย 2352-2453 ด้านสังคม - ชัย เรือ .....
อาลัยกนกพงษ์ 2
Submitted by 1 on April,23 2006 10.29
ตัวหนอนบนกองหนังสือ ขอไว้อาลัยแด่...กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ เจ้าของแมวแห่งบูเก๊ะกรือแซะ : ปุถุชน & ปีศาจสุรา สัมผัสแห่งภาษาที่จารึกในกาลเวลา เขา ผู้มาเยือนยังโลก เพื่อจารึกชื่อบนผิวน้ำ ฝากรอยเท้าบนผืนทราย เดินฝ่าหุบเขาฝนโปรยไพร ใต้ร่มเงาแห่งความตาย เขา ผู้เป็นแรงบันดาลใจ เพื่อความรักนิรันดร์ เพื่อสันติภาพสุกสกาว ใต้ดวงดาวแพรววาว เขา ผู้มีเรื่องราวเล่าขาน เป็นตำนาน... คือผู้ฉีกกระชาก และตีแผ่... ความสวยงามและความโหดร้าย ของวิถีแห่งกาลเวลา เขา ผู้มาจากกาลเวลา และลาจากไป...ในกาลเวลา เสียงหัวเราะและหยดน้ำตา ที่เขาทิ้งร่องรอยเอาไว้ จะสถิตในดวงใจ ของจิตวิญญาณ อันพิสุทธิ์ นิรันดร... สัมผัสแห่งสุนทรีย์ที่จารึกเอาไว้ในภาษาของเขา เป็นเสมือนเงาอันสว่างไสวแห่งจิตวิญญาณ ที่ผลิบานอยู่ในอนันตกาล เนิ่นนานเช่นที่ผ่านมา ยาวนานเช่นที่กำลังจะผ่านไป ความเป็นอมตะผนึกเข้าเป็นหนึ่งเดียวในอ้อมกอดของเขา เป็นความกึกก้องกัมปนาทในความเงียบ ทว่าเป็นพลานุภาพในความสงบนิ่ง ที่จะยังคงเคลื่อนไหว ภายใต้กระแสธารแห่งความเปลี่ยนแปลง แห่งกาลเวลาอันปราศจากจุดจบ ตลอดไป ...................... ชายผู้อยู่ในหุบเขา ตรงริมรั้วบ้านไม้โบราณ เขาโปรยหว่านเมล็ดฟักไว้ แล้วหันหลังให้ ไปนั่งถักปลอกหมอนกับหญิงสาว ความรื่นรมย์ผลิงอกเป็นเรื่องราว ในหุบเขา วันเวลาของโลก ปลอกหมอนสงบนิ่งบนเตียงไม้ คล้ายยังถักไม่เสร็จ นอกหน้าต่างออกไป ทอดใบเลาะรั้วคือเถาฟัก โลกเหมือนจำหลักอยู่ในความนิ่งงัน แล้วทวนถามความฝันของเขา คำตอบใดเล่า วิถีทางของเขาได้ตั้งคำถาม ต่อเส้นด้ายที่กำลังกลายเป็นปลอกหมอน หรือผลฟักอ่อนที่รอวันเก็บเกี่ยว ความโดดเดี่ยวของบทสนทนา ดั่งว่าเป็นคำตอบเดียวกัน ในหุบเขา ท่ามเงาแสงแห่งดวงตะวัน เขายังคงอยู่ที่นั่น เหมือนเส้นด้ายที่กำลังกลายเป็นปลอกหมอน และผลฟักอ่อนที่รอวันเก็บเกี่ยว คือสิ่งเดียว กลางหัวใจเปลี่ยวเศร้าของผู้คน. อภิชาติ จันทร์แดง ......................... * อาลัยการจากไปของกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ / 15 กุมภาพันธ์ 2549 ขอโทษทีพี่ชาย ตอนมีชีวิต ไม่เคยคิดจะไปเยี่ยมเยือน แค่รับรู้ข่าวสารตามหน้าหนังสือก็พอใจ แต่ทำไมพอเธอจากไป ใครๆก็ต่างพากันไปห้อมล้อม ทั้งที่ตัวเธอไม่รู้สึกรู้สา นอนสงบนิ่งอยู่ในโลงสี่เหลี่ยม ไม่ใช่แต่คนอื่นหรอก ตัวฉันเองทันทีที่ได้รับข่าวร้าย ภาพของเธอก็วนเวียนอยู่ในหัว สลัดอย่างไรก็ไม่ออก พี่ชาย... ขอโทษที่ไม่ได้ติดต่อ ขอโทษที่อ่านผลงานแล้วได้แต่คิดถึง แต่ไม่เคยเขียนจดหมายไปหา พี่ชาย... ขอโทษที่ทิ้งให้พี่ไปอยู่อย่างโดดเดี่ยว แม้พี่จะจากไปอย่างไม่โดดเดี่ยว แต่พี่ทิ้งพวกเราเอาไว้อย่างโดดเดี่ยว โดยไม่มีพี่ชาย..ที่น่ารักอย่างนี้อีกแล้ว สุมาลี โพธิ์พยัคฆ์ ............................. หุบเขาฝนโปรยไพร-ฝนไม่โปรย ใบไม้เคยโบกโบย ลมโชยผ่าน เงียบนิ่ง ประหนึ่งหลับอยู่นับนาน กิ่งก้านน้อมค้อมลา - คารวาลัยย ยยยยยย. ชั่วขณะที่ทราบข่าวพี่หนก-กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ เสียชีวิต ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนจะหยุดนิ่งลงเบื้องหน้าด้วยอาลัย ที่หุบเขาฝนโปรยไพรหรือภายในหัวใจผมก็คงเฉกเช่นเดียวกัน ไม่ว่าพี่จะจากไปแผ่นดินอื่นหรือผืนดินใด พี่ยังคงเป็นนักเขียนในดวงใจ ที่คอยเติมเชื้อไฟความคิดฝันของผม ตั้งแต่บาทก้าวแรกของการอ่าน ยาวนานตลอดมา และจะตลอดไป... นพดล ปรางค์ทอง ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ /๑๑.๔๕ น. ................................... ข้าง ๆ ฉัน มูหัมหมัดฮาริส กาเหย็ม คอยอ่านงานของฉัน.. นะพี่ชาย จบประโยคสุดท้ายจะให้พี่ รบกวนช่วยตรวจทานด้านเลวดี ถากถางเสียดสีจะน้อมฟัง ฉันเชื่อว่า.. พี่ยังอยู่ข้างฉัน คอยแต่งแสงหมื่นพันปลุกไฟหวัง ชี้หนุ่มสาวสู่เช้าอันจีรัง โลกพินพังอย่างไรไม่สิ้นเช้า!. ............................ ตกเต็มแคว้นแผ่นดินอื่นท่วมผืนใจ ทิ้งหุบเขาฝนโปรยไพรไปสู่ฟ้า ในหุบเขาเงางามต้อยตามฝัน ฝนโปรยไพรไหวสั่นฝันกลั่นถ้อย ทิวฟ้าครามขุนเขาเฝ้ารอคอย เมฆอารมณ์บ่มถ้อยฝนปรอยไพร กนกพงศ์ กระหนกพง แต่งพงพฤกษ์ ร้อยรู้สึกลึกล้ำเมฆฉ่ำไหล ไหลอารมณ์บ่มเรื่องอยู่เรืองไร เขียนหัวใจไหลเนื่องยิ่งเรืองรอง ป่าน้ำค้างค้างชุ่มทุกลุ่มลาด ข้ามสายธารสะพานขาดเกินปัดป้อง ปลิดชีพคนใบเลี้ยงเดี่ยวลงเหี่ยวกอง ปล่อยโลกของซัลมานร้าวรานใจ กลั่นชีวิตจิตวิญญาณธารอักษร คืนสัญจรซ่อนเมฆวิเวกไหล ตกเต็มแคว้นแผ่นดินอื่นท่วมผืนใจ .....
14 items(1/2) 2 Next » Last »|

Member zone

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซท์
"ก๊วนปาร์ตี้"
เว็บไซท์นี้เปิดมาเพื่อ เป็นพื้นที่สาธารณะ สำหรับบันทึกเรื่องราว ทางด้านวรรณกรรม ทุกรูปแบบ ท่านสามารถส่งบทความ - เรื่องสั้น - บทกวี เพื่อมาแลกเปลี่ยนกันอ่าน โดยคลิกส่งได้จากด้านล่างนี้
คลิกเพื่อ >> ส่งบทความ | ส่งเรื่องสั้น | ส่งบทกวี | ปกิณกะ
Last topic

Blogs

ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว