ก๊วนปาร์ตี้ [ BOOK Party Gang ]

Home ก๊วน Story Party หนังสือ ก๊วน Writer Party ไอเดีย Party Gang

ข่าว

สัปดาห์หนังสือปีนี้เน้นกลุ่มเด็ก คาด15วันคนเข้าร่วม1.5ล้านคน
Submitted by Pookun on March,21 2007 13.15

สัปดาห์หนังสือปีนี้เน้นกลุ่มเด็ก คาด15วันคนเข้าร่วม1.5ล้านคน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 21 มีนาคม 2550 10:14 น.



สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ปีนี้วางแนวทางเน้นตลาดกลุ่มหนังสือเด็กเป็นพิเศษ มีกิจกรรมเฉพาะมากมาย เผยทั้งงานมีผู้เข้าร่วมบูธมากกว่า 852 บูธ มั่นใจปีนี้มีผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 1.5 ล้านคน
      นายธนะชัย สันติชัยกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ( ส.พ.จ.ท.) เปิดเผยว่า ทางสมาคมฯได้จัดงาน “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 35 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 5” ( Bangkok International Book Fair 2007 ) ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 30 มีนาคม - 10 เมษายน 2550 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติศิริกิติ์ โดยในปีนี้จะมีความพิเศษและโดดเด่นกว่าปีที่ผ่านโดยจะเน้นและให้ความสำคัญไปที่กลุ่มเด็กเป็นหลัก
      เนื่องจากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาตลาดรวมของธุรกิจหนังสือมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มหนังสือเด็กเล็กและเยาวชนถือเป็นกลุ่มที่ขยายตัวสูง มีส่วนแบ่งตลาดเฉลี่ย 12-15% ของตลาดรวมที่มีมูลค่ารวมกว่า 16,800 ล้านบาท ในปี 2549 ทั้งนี้โอกาสการขยายตัวของธุรกิจหนังสือยังมีอย่างต่อเนื่อง ในปี 2550 โดยเชื่อว่ามีอัตราการเติบโตไม่น้อยกว่า 10%
      โดยเฉพาะในวันที่ 2 เมษายน ซึ่งเป็น “วันหนังสือเด็กแห่งชาติ” ทางสมาคมผู้จัดพิมพ์ ฯ จึงได้รวมกับมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ( สสส.) กระทรวงศึกษาธิการ และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนอีกหลายหน่วยงาน ร่วมกันจัดงานขึ้นเพื่อประกาศเจตนารมณ์ส่งเสริมการอ่านให้กับเด็กอายุ 0-6 ปี เนื่องจากเป็นวัยที่สมองกำลังเจริญเติบโตได้ดีที่สุด
      ขณะเดียวกันก็ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้เกิดขึ้นในครอบครัวด้วย และส่งเสริมการอ่านให้กับเด็กที่ด้อยโอกาสในสังคม เช่น โครงการทอฝันปันปันหนังสือให้น้อง ได้นำเด็กที่ด้อยโอกาสจำนวน 520 คนจาก 11 องค์กร อาทิจากมูลนิธิดวงประทีป มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ และจากโรงเรียนศึกษาส่งเคราะห์ เป็นต้น มารับคูปองคนละ 520 บาท เพื่อเลือกซื้อหนังสือตามที่ตนเองชอบภายในงาน
      สำหรับในปีนี้ หนังสือที่มาเข้าร่วมงานจะมีหลากหลาย ทั้งไทยและเทศ มาให้เลือกมากหน้าหลายตา จากประเทศในแถบเอเชีย ยุโรปและสหรัฐอเมริกา 91 บูธ ในประเทศ 671 บูธ รวม 852 บูธ ปีนี้พบแขกพิเศษจากไต้หวันนำหนังสือระดับรางวัลกว่า 2,500 ชื่อเรื่องจากสำนักพิมพ์มาเอาใจคอนักอ่าน ตั้งเป้ามีผู้เข้าชมงานตลอด 12 วัน ประมาณ 1.5 ล้านคน

วัฒน์ วรรลยางกูร นักเขียนรางวัลศรีบูรพา 50
Submitted by Pookun on March,05 2007 15.33
ประวัติโดยสังเขป วัฒน์  วรรลยางกูร เกิดเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ.  ๒๔๙๘ ที่ตำบลตะลุง อำเภอเมือง ลพบุรี เป็นบุตรคนเดียวของนายวิรัตน์ และนางบุญส่ง  วรรลยางกูร แต่ยังไม่ทันโตจำความได้  บิดามารดาก็หย่าร้างกัน  มารดาจึงพาไปอยู่บ้านเดิมที่จังหวัดปทุมธานี    พ.ศ.๒๕๐๕ เข้าเรียนชั้นประถมปีที่ ๑ ที่โรงเรียนประชาบาลวัดดาวเรือง  ปทุมธานี    เมื่อเรียนจบชั้นประถมปีที่ ๔ บิดาได้ติดต่อขออุปการะจึงพากลับไปอยู่ลพบุรีอีกครั้งหนึ่ง                 พ.ศ.๒๕๐๘ เข้าเรียนชั้นประถมปีที่ ๕ อยู่กับย่าที่บ้านสวน  ริมแม่น้ำลพบุรี  ศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนวินิตศึกษา    พ.ศ. ๒๕๑๔  เข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย  จังหวัดลพบุรี  โดยไปเป็นเด็กวัดอยู่ในเมืองลพบุรี  สอบตกชั้นม.ศ.๕ เพราะกำลังเริ่มสนใจการประพันธ์อย่างจริงจัง  จนต้องเรียนซ้ำชั้น  แต่สอบเทียบได้จึงเลิกเรียนและเข้ากรุงเทพฯ    ต้นปี พ.ศ. ๒๕๑๗ สมัครเรียนที่คณะรัฐศาสตร์  มหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่เรียนอยู่เพียง ๒ เดือน  ก็เลิกเรียน                 ในด้านการประพันธ์  เนื่องจากมีโอกาสอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็ก  เพราะใกล้ชิดคุณตาที่ชอบอ่านหนังสือมวยซึ่งมีนวนิยายด้วย  ส่วนบิดาอ่านนิตยสารคุณหญิงที่มีคอลัมน์ ยแวดวงกวีย  เมื่อเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ ๗ จึงเริ่มเขียนกลอนรักให้เพื่อนนักเรียนหญิง  ต่อมาได้ออกหนังสือเพื่ออ่านกันในห้องเรียน  เป็นหนังสือเขียนด้วยลายมือโดยเป็นผู้เขียนบทบรรณาธิการบริหาร  อีกทั้งยังได้เขียนเรื่องสั้นไปลงในหนังสือโรเนียวของโรงเรียนท ี่ครูมีส่วนร่วมจัดทำขึ้น  ใช้นามปากกา ยวัฒนู  บ้านทุ่งย  พร้อม ๆกันนั้นได้ส่งผลงานทั้งกลอนและเรื่องสั้นไปยังนิตยสารชัยพฤกษ์ ฟ้าเมืองไทย ฯลฯ                 แม้ระยะแรกไม่ได้ลงพิมพ์  แต่ก็ยังเขียนให้เพื่อน ๆอ่าน  จนในที่สุด เรื่องสั้นชื่อ ยคนหากินยได้ลงพิมพ์เป็นครั้งแรกในหนังสือ ยานเกราะ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๓  หลังจากส่งไปให้พิจารณาทั้งหมด ๔ เรื่อง  และแม้ว่าบรรณาธิการจะแก้ไขมากมาย  แต่ก็ทำให้มีกำลังใจเพิ่มขึ้น    จากนั้นไม่นาน  ผลงานกลอนที่ส่งไปประกวดได้ลงพิมพ์ในนิตยสาร ชัยพฤกษ์  และเรื่องสั้นชื่อ ยมุมหนึ่งของเมืองไทยยได้ลงพิมพ์ใน ยเขาเริ่มต้นที่นี่ยของนิตยสาร ฟ้าเมืองไทย ที่มีอาจินต์  ปัญจพรรค์ เป็นบรรณาธิการ  ขณะนั้นเป็นช่วงปิดภาคเรียนชั้นมัธยมปีที่ ๒                 หลังจากนั้น  มีผลงานกลอนและเรื่องสั้นเผยแพร่ตามนิตยสารต่าง ๆมากขึ้น  เช่น ฟ้าเมืองไทย  ชาวกรุง  ลลนา ฯลฯ ในนาม ยวัฒน์  วรรลยางกูรย (ชื่อเดิม ยวีรวัฒน์ย ต่อมาเมื่อนามปากกาเป็นที่รู้จักแพร่หลาย ประกอบกับมีปัญหาเรื่องการเบิกค่าเรื่องจึงแก้ไขชื่อในบัตรประช าชน) ระหว่างที่เรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้มีโอกาสคลุกคลีกับมิต รสหายในแผนกวรรณศิลป์  ได้รู้จักกับนักเขียนนักกิจกรรมหลายคน และได้รับคำแนะนำให้ไปทำหนังสือพิมพ์อธิปัตย์ ของศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๗  จึงได้ฝึกฝนเขียนข่าว  บทความ สารคดี เรื่องสั้นและนวนิยายเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะได้เขียนคอลัมน์ประจำชื่ อ ยช่อมะกอกย ใช้นามปากกา ยชื่นชอบ  ชายบ่าด้านยซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็นเรื่องชุดในชื่อ ยตำบลช่อมะกอกยและกลายเป็นนวนิยายเรื่อง ยตำบลช่อมะกอกยในที่สุด  รวมทั้งมีผลงานรวมเรื่องสั้นและบทกวีพิมพ์ต่อเนื่องมาอีก ๒ เล่มคือ ยนกพิราบสีขาวย(พ.ศ.๒๕๑๘)และ ยกลั่นจากสายเลือดย(พ.ศ.๒๕๑๙) ทำให้ชื่อเสียงของวัฒน์ วรรลยางกูร เป็นที่รู้จักของคนหนุ่มสาวที่เติบโตทางด้านความคิดในยุคสมัยดอ กไม้บานร้อยดอก ( ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖-๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ )อย่างกว้างขวาง                 เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ รุนแรงมาก  นักศึกษาที่ชุมนุมอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถูกทำร้ายอย่างโห ดเ*้ยม  วัฒน์ วรรลยางกูร จึงต้องหนีภัยการเมืองเข้าไปอยู่ในป่า  ในช่วงนั้นได้มีโอกาสเขียนเรื่องสั้น บทกวี และนวนิยายมากมาย  และมีผลงานรวมเล่มออกมา ๓ เล่มคือ  รวมเรื่องสั้นและบทกวี ๒ เล่ม คือ ยข้าวแค้นย (พ.ศ.๒๕๒๒) กับ  ยน้ำผึ้งไพรย(พ.ศ.๒๕๒๓)  ส่วนเล่มที่ ๓ เป็นนวนิยาย .....
ชะตากรรมของนักเขียนที่ตกเป็นเหยื่อ ‘ชาตินิยม’
Submitted by Pookun on February,26 2007 22.18

ชะตากรรมของนักเขียนที่ตกเป็นเหยื่อ ‘ชาตินิยม’

กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงวรรณกรรมระดับโลกอีกครั้งหนึ่ง เมื่อ ‘ออร์ฮาน ปามุก’ นักเขียนชาวตุรกีวัย 54 ปี ผู้ได้รับรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม ประจำปี 2549 ต้องขอลี้ภัยไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ว่ากันว่า นอกจากมาตรา 301 ในประมวลกฏหมายอาญาของตุรกี ที่พูดถึงบทลงโทษ “ผู้ที่ให้ร้าย ดูหมิ่น และสร้างความเสื่อมเสียให้กับความเป็นตุรกี” จะต้องถูกตัดสินจำคุกอย่างน้อย 6 เดือน ซึ่ง ‘ออร์ฮาน ปามุก’ ยังอยู่ในระหว่างพิจารณาคดีดังกล่าว ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา เขายังตกเป็นเป้านิ่งของกลุ่มชาตินิยมที่ต้องการทำให้เขาหุบปาก ไม่พูดหรือเขียนเรื่องราวใดๆ เกี่ยวกับตุรกีอีกด้วย

เท่าที่ผ่านมา ผลงานเขียนของออร์ฮาน ปามุก มักบอกเล่าถึงความคับแค้นและประณามการกดขี่ที่ชาวตุรกีกระทำต่อชาวอาร์เมเนียน ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย รวมถึงวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาว่าการที่ชาวตุรกีปล่อยให้มีการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ชาวอาร์เมเนียนเกิดขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นความร้ายกาจไร้มนุษยธรรมอย่างที่สุด ทำให้ชาวตุรกีที่เชิดชูความเป็นรัฐชาติเหนือสิ่งอื่นใดไม่อาจยอมรับได้ เพราะสิ่งที่เขาเอาออกมาตีแผ่ คือการสร้างความด่างพร้อยกับประเทศ จึงมีการกระท้วงการให้รางวัลโนเบลแก่ปามุกเมื่อปีที่ผ่านมาด้วย

ความแปลกแยกของปามุกในฐานะชาวตุรกีที่ลุกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ความผิดพลาดของเพื่อนร่วมชาติ ทำให้เขาถูกมองว่าเป็นคนไม่รักชาติ และในฐานะนักเขียนมุสลิมคนแรกที่ออกมาประณามประกาศิตหรือ “ฟัตวา” ของอยาตุลเลาะห์ อาลี โคไมนี อดีตประมุขทางจิตวิญญาณสูงสุดของอิหร่าน ที่สั่งให้สังหาร ‘ซัลมาน รัชดี’ นักเขียนนิยายเรื่องหนึ่งซึ่งถูกกล่าวหาว่า ‘หมิ่นศาสนาอิสลาม’ ทำให้เขากลายเป็นที่เกลียดชังของชาวตุรกีคลั่งชาติมากยิ่งขึ้น

ก่อนหน้าที่เขาจะลี้ภัยไปอยู่อเมริกาได้ไม่นาน Hrant Dink นักหนังสือพิมพ์ชาวอาร์เมเนียน ซึ่งเป็นเพื่อนของออร์ฮาน ปามุก เพิ่งถูกยิงเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา

Dink เป็นชาวอาร์เมเนียนที่เรียกร้องสิทธิเพื่อชนกลุ่มน้อยมาโดยตลอด เมื่อปี 2549 Dink ถูกตัดสินโดนกักบริเวณเป็นเวลา 6 เดือน ด้วยข้อหาเดิม นั่นคือการกระทำผิดตามมาตรา 301 สืบเนื่องมาจากบทความวิพากษ์วิจารณ์การเอารัดเอาเปรียบชาวอาร์เมเนียนที่เขาเขียนลงในหนังสือพิมพ์ Agos

เมื่อพ้นจากการถูกลงโทษ Dink ไปสอนหนังสือตามปกติ และกลับไปทำงานให้กับหนังสือพิมพ์เช่นเดิม แต่เวลาเพียงไม่นานหลังจากได้รับอิสรภาพ Dink ก็ถูกมือปืนลึกลับยิงตายหน้าที่ทำงานของเขานั่นเอง

เมื่อสหายร่วมอุดมการณ์อย่าง Dink ถูกทำให้จากโลกไปอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ออร์ฮาน ปามุก จึงต้องขอลี้ภัยไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง เพื่อต่ออายุของตัวเองออกไปอีกนิด

ด้วยเรื่องราวเช่นนี้ ทำรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของตุรกีต้องออกมาแก้ข่าวแก้ความเข้าใจผิดกับนานาประเทศ โดยกล่าวว่าทางการกำลังสืบหาตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้ และจะเรียกร้องให้รัฐบาลลองทบทวนเรื่องมาตรา 301 เสียใหม่ ไม่ให้ถูกใครนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกำจัดคนที่เห็นต่าง

อย่างไรก็ตาม ออร์ฮาน ปามุก ขอลี้ภัยไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองเรียบร้อยแล้ว และคงจะไม่กลับไปอยู่ที่ตุรกีบ้านเกิดในเร็ววันนี้แน่ๆ แต่คงต้องรอให้เรื่องทุกอย่างซาไปจากความสนใจของชาวตุรกีเสียก่อน

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่นักเขียนคนแรกที่ถูกพวกชาตินิยมในตุรกีหมายหัว และอาจไม่ได้เจออะไรร้ายแรงเท่าที่ซัลมาน รัชดีเคยเจอ เพราะฟัตวาของโคไมนี แทบไม่ต่างจากคำสั่งให้ฆ่าโดยทางอ้อม แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ชีวิตของคนที่เห็นต่างจากคนอื่น ไม่ควรจะต้องถูกปลิดปลงอย่างง่ายดายขนาดนั้น

ออร์ฮาน ปามุก แสดงความคิดเห็นต่อความตายของ Hrant Dink ว่า “ผมเสียใจที่เขาต้องตาย เขาเป็นเพื่อนที่ดีของผม และผมรู้สึกว่าผมต้องรับผิดชอบต่อการตายของเขาด้วย เพราะผมเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในสังคมนี้ แต่ในขณะเดียวกัน คนที่ทำให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ก็ต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเองเช่นกัน”



โดย : ประชาไท  วันที่ : 17/2/2550

รำลึกกนกพงศ์
Submitted by Pookun on February,13 2007 18.22

วันที่24-25 กุมภาพันธ์ ลงใต้ไป 'นครศรีธรรมราช' กันมั่งดีกว่า....ไม่ใช่เพราะ'จตุคามรามเทพ'แต่เพราะงานดนตรีและศิลปวัฒนธรรม 'Music from Hubkrow 1:หุบเขาฝนโปรยไพรที่ผองเพื่อนศิลปินจัดเพื่อรำลึกถึงกนกพงศ์ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 (หลังศาลากลางจังหวัด) กลางวัน (ตั้งแต่บ่ายสอง) เป็นงานวัฒนธรรม ส่วนกลางคืนเป็นคอนเสิร์ตมีน้าหงา คาราวาน,มาลีฮวนน่า,สีเผือก คนด่านเกวียน,อัสลีมาลา,ฉอย พีพี,สุวิชานนท์และเพื่อนศิลปินชนเผ่าจากภาคเหนือ ส่วนแอ๊ด คาราบาวจะมาแบบภาคพิเศษ พร้อมด้วยวงด้ามขวาน,สะพานและตุด นาคอนโดยมีจ๊อบ-บรรจบแห่งJob 2 doและวงใต้สวรรค์บรรเลงดนตรีตลอดรายการ บัตร 150 และ 300 บาท รายได้ทั้งหมดมอบให้กองทุนกนกพงศ์!!

ข่าวจาก จุดประกายวรรณกรรม

"ระวี ภาวิไล" และ 8 ศิลปินได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติปี 2549
Submitted by Pookun on February,08 2007 19.56

"ระวี ภาวิไล" และ 8 ศิลปินได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติปี 2549

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 8 กุมภาพันธ์ 2550 14:13 น.

กวช.ประกาศผลการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ ปี 2549 จำนวน 9 คน จาก 3 สาขา “ระวี ภาวิไล” ได้สาขาวรรณศิลป์ ขณะที่ “เดชา บุญค้ำ” ผู้ออกแบบสวนหลวง ร.9 ได้สาขาทัศนศิลป์ ส่วนเจ้าของบทเพลงนางสาวไทย “เกียรติพงศ์ กาญจนภี” ได้สาขาศิลปะการแสดง 24 ก.พ.นี้ศิลปินทั้ง 9 คน เข้ารับพระราชทานโล่และเข็มเชิดชูเกียรติจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) ประกาศผลการคัดเลือกศิลปินที่ได้รับการคัดเลือกเป็นศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2549 ดังนี้
สาขาทัศนศิลป์ ได้แก่       1. ศาสตราจารย์เกียรติศักดิ์ ชานนนารถ (จิตรกรรม)       2. นายนนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน (ประติมากรรม)       3. ศาสตราจารย์กิตติคุณเดชา บุญค้ำ (ภูมิสถาปัตยกรรม)       4. รองศาสตราจารย์สมถวิล อุรัสยะนันทน์ (ออกแบบอุตสาหกรรม)
สาขาวรรณศิลป์ ได้แก่       5. ศาสตราจารย์เกียรติคุณมณี พยอมยงค์       6. ศาสตราจารย์กิตติคุณระวี ภาวิไล
      สาขาศิลปะการแสดง ได้แก่       7. ร้อยตำรวจตรีกาหลง พึ่งทองคำ (ดนตรีไทย)       8. นายเกียรติพงศ์ กาญจนภี (ดนตรีสากล – ผู้ประพันธ์เพลง)       9. นายสุชาติ ทรัพย์สิน (การแสดงพื้นบ้าน)
สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกศิลปินแห่งชาตินี้ นางปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกศิลปินแห่งชาตินั้น ศิลปินต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยและยังมีชีวิตอยู่ในวันตัดสิน เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญและมีผลงานดีเด่นเป็นที่ยอมรับของวงการศิลปะแขนงนั้น เป็นผู้สร้างสรรค์และพัฒนาศิลปะแขนงนั้น เป็นผู้ผดุง ถ่ายทอดหรือเป็นต้นแบบศิลปะแขนงนั้น เป็นผู้มีคุณธรรม และมีความรักในงานศิลปะของตน และเป็นผู้มีผลงานที่ยังประโยชน์ต่อสังคมและมนุษยชาติ ส่วนคุณค่ามาตรฐานผลงานศิลปะของศิลปินแห่งชาติ ผลงานต้องสื่อให้เห็นถึงคุณค่าในความดี ความงาม คุณค่าทางอารมณ์ สะท้อนความเป็นธรรมชาติ หรือสถานภาพทางสังคม และวัฒนธรรมแห่งยุคสมัย ค่านิยม จริยธรรม อัตลักษณ์อันหลากหลายของท้องถิ่นและของชาติ รวมถึงผลงานได้รับการจัดแสดงหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง มีหลักฐานอ้างอิง โดยเป็นผลงานที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิด พัฒนาการทางงานศิลปะอย่างเด่นชัด ผลงานได้รับรางวัลหรือเกียรติคุณระดับท้องถิ่น ระดับชาติ หรือระดับนานาชาติ ซึ่งมีกระบวนการพิจารณาเป็นมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ
การคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ จะคัดเลือกใน 3 สาขา ได้แก่ สาขาทัศนศิลป์ สาขาวรรณศิลป์ และสาขาศิลปะการแสดง นับตั้งแต่เริ่มโครงการศิลปินแห่งชาติมาเมื่อ พ.ศ.2527 และประกาศผลการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติในปีแรกเมื่อ พ.ศ.2528 จนปัจจุบัน มีศิลปินสาขาต่างๆที่ได้รับการคัดเลือกเป็นศิลปินแห่งชาติแล้วรวม 181 คน เสียชีวิตไปแล้ว 61 คน
สำหรับผู้ที่ได้รับยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ จะได้รับเงินตอบแทนประจำตำแหน่ง เดือนละ 12,000 บาท และสามารถเบิกเงินสวัสดิการเพื่อการรักษาพยาบาลได้ตามระเบียบราชการ รวมทั้งมีค่าช่วยเหลือเมื่อประสบสาธารณภัย และหากเสียชีวิต จะมีค่าช่วยเหลืองานศพ 15,000 บาท ค่าจัดทำหนังสือที่ระลึก 120,000 บาท

อนึ่ง ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2549 ที่ได้รับการคัดเลือก จะเข้ารับพระราชทานโล่และเข็มเชิดชูเกียรติจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แทนพระองค์ ในวันศิลปินแห่งชาติที่ 24 กุมภาพันธ์ เวลา 15.00 น. ณ อาคารชัยพัฒนา สวนจิตรลดา และในวันดังกล่าว จะมีงานเลี้ยงเพื่อเชิดชูเกียรติและแสดงความยินดีแก่ศิลปินแห่งชาติ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยอีกด้วย

Indy Book Film Music Art Festival 4 วันที่ 2
Submitted by พรายฟ้า ภาณุมาศ on January,28 2007 12.17

วันนี้เริ่มรายการตอนเที่ยง เริ่มด้วยการเสวนา "หนังสือและสื่อทางเลือกของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้" โดย อ.เสน่ห์ วงกำแหง รัตนชัย มานะบุตร วิน วนาดร วรภ วรภา ดำเนินรายการโดย ธนาคม พจนาพิทักษ์

Indy Book Film Music Art Festival 4 เริ่มแล้ว
Submitted by พรายฟ้า ภาณุมาศ on January,27 2007 10.44

Indy Book Film Music Art Festival ครั้งที่ 4 ที่หาดใหญ่เริ่มงานโดยการกล่าวเปิดของ อ.สถาพร ศรีสัจจัง ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ พร้อมกับการอ่านบทกวี

แด่ผู้ลุกตื่น

หอมหัวใจรักอยู่หอมหอม เหมือนรอใครมาดอมมาดื่มฝัน เพื่อปลุกใจให้ตื่นในคืนวัน เพื่อเรียนรู้สร้างสรรค์หัวใจงาม

เพื่อสร้างหัวใจรักให้เรียนรู้ สร้างใจสู้ ใจกล้า ใจฝ่าข้าม ไปพบความยิ่งใหญ่-ไปนิยาม ไปรู้ความใฝ่ฝันอันเสรี

ไปเป็นดั่งนกฟ้า บินว่ายฟ้า อิสระเริงร่าอย่างเต็มที่ ไปทักทายไต่ถามความชั่วดี แห่งความมีชีวิตนิจนิรันดร์

เหมือนหอมหัวใจรักมาหอมหอม ใครหนอพร้อมที่จะแต้มจะแต่งฝัน ใครหรือพร้อมจะลุกตื่นในคืนวัน เพื่อร่วมทางสร้างสรรค์สังคมงาม!

พนม นันทพฤกษ์ ต้นแล้ง ๒๕๕๐

แล้วจะตามเก็บภาพบรรยากาศส่งมาให้ดูเรื่อยๆครับ

อย่าลืมแวะไปงาน indy book film music art festival 4 กันนะ
Submitted by พรายฟ้า ภาณุมาศ on January,26 2007 13.23

วันพรุ่งนี้ก็จะเริ่มงานกันแล้ว มหกรรมหนังสือและสื่อทางเลือกแห่งประเทศไทยครั้งที่ 4 ใครสนใจก็แวะไปคุียกันหน่อยนะ 27-28 มค. จะมีการเสวนาโดยนักเขียนบ้านเรา

ผมจะพยายามเก็บภาพมาให้ดูและบันทึกเสียงมาให้ฟังกัน ถ้าส่งได้สดๆ ก็จะพยายามทำให้ได้

คอยติดตามกันได้นะครับ

กำหนดการงาน indy festival 4 หาดใหญ่

อ่านรายละเอียดและกำหนดการของการจัดงาน

ณ ลานคณะแพทยศาสตร์ราชนครินทร์ มอ.หาดใหญ่

วันที่ 27-28 มกราคม 2550 ณ อาคารคณะพยาบาลศาสตร์ มอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

งาน indy festival 4 หาดใหญ่
Submitted by Pookun on January,05 2007 17.07

รวมพลังสร้างฝัน
indy festival 4 มหกรรมหนังสือและสื่อทางเลือกแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 4 วันที่ 27-28 มกราคม 2550 ณ ลานคณะแพทยศาสตร์ราชนครินทร์ มอ.หาดใหญ่

กำหนดการ

วันเสาร์ที่ 27 มกราคม 2550 09.45 – 10.00 น.        ดนตรีบรรเลง 10.00 – 12.00 น.        อ่านบทกวีเปิดงาน โดย อ.สถาพร ศรีสัจจัง ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์                                     ถ่ายทอดสดเสวนา “บนถนนหนังสือและสื่อทางเลือก ของนักเขียนภาคใต้”                                     โดย “ก๊วนปาร์ตี้” ร่วมกับรายการ“สภากาแฟสัญจร” FM.88.00 MHz                               1. ปริทรรศ หุตางกูร 2. อุรุดา โควินทร์
3. ชาคริต โภชะเรือง 4. ศักดิ์ชัย ลัคนาวิเชียร
5. จิระ อุ่นเรืองศรี  6. ขวัญยืน ลูกจันทร์                                     นักเขียนรับเชิญ 1. สถาพร ศรีสัจจัง 2.จำลอง ฝั่งชลจิตร                                     ดำเนินรายการ โดย บัญชร วิเชียรศรี รายการหนอนเสวนา FM.88.00 MHz 12.00 – 13.00 น.        กิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ จาก สสส. 13.00 – 14.00 น.        ดนตรีอินดี้ วงดาหลา วงเยาวชนรองชนะเลิศการประกวดดนตรี 30 ปี 6 ตุลา 14.00 – 15.00 น.        เสวนา  “ขบวนการเด็กสร้างสรรค์สื่อวิทยุเพื่อชุมชน”
โดย กลุ่มเด็กคิด หาดใหญ่
15.00  - 16.00 น.      คุยกันเรื่องหนังสือกับบทกวีแกล้มเพลงบรรเลง โดย กุดจี่-พรชัยแสนยะมูล 16.00 – 17.00 น.        การเดินทางภายในระหว่างเสี้ยวจันทร์  แรมไพร
กับ คมสัน นันทจิต 17.00 – 18.00 น.        ดนตรีอินดี้ “ในร้านหนังสือชื่อความหลัง”
โดย พจนาถ พจนาพิทักษ์ 18.00 – 19.00 น.        ดนตรีอินดี้ “การกลับมาของความรัก”
โดย พิบูลศักดิ์ ละครพล และพยัต ภูวิชัย ในนามมาชารี 19.00 - 20.00 น.        เสวนา “หนังทดลองของสุชาติ สวัสดิ์ศรี”
โดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี ดำเนินรายการโดย บัญชร วิเชียรศรี 20.00 – 21.00 น.        ชมหนังทดลองของ สุชาติ สวัสดิ์ศรี

วันอาทิตย์ที่ 28 มกราคม 2550 12.00 – 13.30 น.        เสวนา  “หนังสือและสื่อทางเลือกของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้”                                   1.สถาพร ศรีสัจจัง  2.เสน่ห์ วงศ์กำแหง 3.รัตนชัย มานะบุตร
4. วิน วนาดร 5. อนุสรณ์ มาราสา  6.วรภ วรภา 7. สายัญ เฉมเร๊ะ                                       ดำเนินรายการ โดย ธนาคม พจนาพิทักษ์ 13.30 – 14.00 น.        การแสดง  เพลงเรือจังหวัดสงขลา 14.00 – 15.30 น.        เสวนา  “ทางเลือก ทางรอด ของสื่อพื้นบ้านในกาลปัจจุบัน” โดย ตัวแทนศิลปินพื้นบ้าน 1.หนังนครินทร์ ชาทอง, 2. อ.ประเสริฐ รักษ์วงศ์,
3.หนังสุรชัย เหล่าสิงห์, 4.จ่านิคม ทองมุณี                                       ดำเนินรายการ โดย อ.ธนา นนทพุทธ 15.30 – 16.30 น.        อารมณ์ดีกับพิธีกรนักเขียน โดย  เอก-วิชัย จงประสิทธิ์พร 16.30 - 18.00 น.        ดนตรีและบทกวี โดย กลุ่มคลื่นใหม่                                       เสวนา  “แนะนำจุลสารคลื่นวรรณกรรม”                               1.กานติ ณ ศรัทธา 2. วรภ วรภา 3. ดวงแก้ว กัลยา
4.รมณา โรชา 5. วิสุทธิ์ ขาวเนียม 6.ปรัศนา ทัศนา
7. จเรวัฒน์ เจริญรูป 8. มนตรี ศรียงค์ แขกรับเชิญ 18.00 – 19.00 น.        การแสดง โนราตัวอ่อน โรงเรียนวัดโคกสมานคุณ 19.00 – 20.00 น.      เสวนา “บนถนนคนทำหนังสั้น” โดย  กลุ่ม Thai Indie                                       ดำเนินรายการโดย คมสัน นันทจิต 20.00 – 21.00 น.        ฉายหนังสั้น จากกลุ่ม Thai Indie ร่วมกับร้านหนัง(สือ) 2521

เสวนา : ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ : เนื้อร้ายในวงวรรณกรรม
Submitted by Pookun on January,04 2007 23.32

สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยร่วมกับ เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย, กรมทรัพย์สินทางปัญญา และสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย

ขอเรียนเชิญท่านสื่อมวลชนและผู้สนใจร่วมงานแถลงข่าวและพิธีลงนา มเห็นชอบ

ร่างสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์งานวรรณกรรมฉบับมาตรฐาน


รวมถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสาธารณะว่าด้วยการละเมิดลิขสิทธ ิ์งานเขียน

ในงานเสวนา : ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ : เนื้อร้ายในวงวรรณกรรม

วันศุกร์ที่ 12 มกราคม 2550 ณ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เริ่มเวลาประมาณ 13.30 น.


14.00 น. ไมตรี  ลิมปิชาติ : นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย : กล่าวเปิดงาน

14.15 น. ชาติวุฒิ  บุณยรักษ์ : ผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย(ปัจจุบันเป็นตัว แทนคณะอนุกรรมการยกร่างมาตรฐานลิขสิทธิ์วรรณกรรมของกรมทรัพย์สิ นทางปัญญา)

ที่จะมาเกริ่นนำภาพรวมของปัญหาลิขสิทธิ์วรรณกรรม


14.30 น. เสวนาสาธารณะ : ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ : เนื้อร้ายในวงวรรณกรรม :

โดยนักเขียนผู้โดนละเมิดลิขสิทธิ์ : อาทิ

1.มนตรี  ศรียงค์ : กวีรางวัลเซเว่นบุ๊คส์อวอร์ด

2.พึงเนตร  อติแพทย์ : นักเขียนรุ่นใหม่เจ้าของผลงานห่างหนึ่งก้าวรักเราเท่าเดิม

3.ยุ้ย รัตตะ : ผู้เขียนหนังสือผู้ชายมาจากดาวศุกร์

4.จารี จันทราภา : เว็บมาสเตอร์ www.ThaiWrite.Net

  1. ตัวแทนสำนักลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา

6.ตัวแทนสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย

7.คำร้อย  คำเพราะ : อดีตประธานสโมสรนักเขียนภาคอีสาน : ที่จะมาร่วมให้ความเห็นในฐานะนักกฏหมาย

ดำเนินรายการโดย : นกป่า  อุษาคเนย์


16.00 น. พิธีลงนามเห็นชอบร่างมาตรฐานลิขสิทธิ์วรรณกรรม : โดย

ตัวแทนของสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย และ เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย


16.30 น. แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องตามอัธยาศัย

รายละเอียดเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ 08-6503-0324

Member zone

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซท์
"ก๊วนปาร์ตี้"
เว็บไซท์นี้เปิดมาเพื่อ เป็นพื้นที่สาธารณะ สำหรับบันทึกเรื่องราว ทางด้านวรรณกรรม ทุกรูปแบบ ท่านสามารถส่งบทความ - เรื่องสั้น - บทกวี เพื่อมาแลกเปลี่ยนกันอ่าน โดยคลิกส่งได้จากด้านล่างนี้
คลิกเพื่อ >> ส่งบทความ | ส่งเรื่องสั้น | ส่งบทกวี | ปกิณกะ
Last topic

Blogs

ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว