ก๊วนปาร์ตี้ [ BOOK Party Gang ]

Home ก๊วน Story Party หนังสือ ก๊วน Writer Party ไอเดีย Party Gang

บทกวี

97 items|« First « Prev 1 (2/10) 3 4 5 Next » Last »|
รำเพย...เผยเพื่อน
Submitted by กชมนวรรณ on March,07 2008 17.20

ดอกรำเพยต้องแสงงามไสว เหลืองสดใสไกวแกว่งแลงามสม ดอกสวยล้อแดดพลิ้วปลิวตามลม ดูน่าชมกลมกลืนดื่นละลาน

โดนแดดอ่อนส่งศรีเป็นสีสด ยิ่งงามงดกลีบแย้มแต้มประสาน สายลมโปรยกิ่งเอนเล่นตูมบาน อยู่รวมชานร่วมช่อล่อสายตา

ระริกไหวใยรักสมัครสมาน หากผสานก้านดอกออกกลีบหนา ต้านลมแรงแดดร้อนช่วยผ่อนพา มองดูดีมีค่าน่าชมเชย

ช่อรำเพยเผยจิตเมื่อคิดย้อน เหมือนจักสอนซ่อนนัยใคร่อยากเผย อวดกลีบเหลืองเฟื่องฟูอยู่ชิดเกย ทุกดอกเอยเผยงามเมื่อยามรวม

สายลมแรงแกล้งหยอกให้ดอกช้ำ ฝากรอยย้ำซ้ำหนักเมื่อหละหลวม อีกแดดร้อนหนอนยอกซอกกลีบบวม เจ้าคงอ่วมน่วมหนักหลักคลอนแคลน

เจ้ารำเผยเอ่ยรำพันนับวันหมอง ไม่สนองครองจิตมิตรหวงแหน อันดอกใดไหนเลยจักมาแทน มิเหมือนแม้นไม้อื่นดื่นสายพันธุ์

ริ้วรอยช้ำซ้ำปล่อยไมตรีเหงา คงเหลือเพียงภาพเงากับรอยฝัน ยอมไหวเอนเคลื่อนเบียดเสียดสีกัน แม้นถึงวันโรยราเหลือค่าใด...

กวี; ถนนมาราธอน
Submitted by sanit on March,07 2008 02.42

กวี; ถนนมาราธอน

บนมรรคาแห่งเรา, ท่าน ทอดยาวด้วยวิญญาณ งานสร้างสรรค์ เปรียบขณะหว่านเพาะ เมล็ดพันธุ์ หัวใจ มุ่งมั่น ดั้น ด้น เดิน

ต่างออกวิ่ง ช่วงชิง ลาน, ลู่ ระหกระเหิน ท่วงเท้าก้าว ร้าวร้อน – ทน ผจญเผชิญ เพื่อก้าวเกิน ล้ำหน้า – มาราธอน

ไหวไหมล่ะ ? ยืนระยะ โดยที่ขาไม่อ่อน ลงทรุดนั่ง ระหว่างเขียนกลอน ใจถอด! ทอดถอน ก่อนถึงเส้นชัย

กวี; ถนนมาราธอน ยินดีต้อนรับ สำหรับผู้มาใหม่ บนถนนแห่งการพิสูจน์กำลังใจ ยังยาวไกลกับกาละ จงหยัดทะนง

อีกยาวไกล ในความเดียวดาย สูดหายใจส่ง ร้อน หนาว ร้าว รัก ต้องจำหลักลง หัวใจจง แกร่ง! ดุจเพชรเม็ดงาม

พิสูจน์สิ กวี
ณ นาทีสีทองของชีวิตอร่าม เหลืองไสวใสกระจ่าง วาววาม อยู่ที่ความมุมานะ จะเขียนกวี!

สานิตย์ สีนาค
กลุ่มโดยสารวรรณกรรม


พิมพ์ "The City Journal" 15 - 30 มิถุนายน 2550

กรอบรูปเก่า
Submitted by sanit on March,07 2008 02.37

กรอบรูปเก่า


•  แดดของหนาว เช้าของหมอกมาบอกข่าว กับสายลมและเรื่องราวของความหลัง มาบรรยายถึงความรักและความชัง จากฟากฝั่งของทะเล ว้าเหว่ใจ

• พลิกรูปเก่า เป่าฝุ่นจับ ฉันนับนิ้ว อีกหนาวหนอ พรายลมปลิว - ริ้วรอยใหม่ หมอกของเช้า หนาวของวัน ผันผ่านไป กรอบรูปเก่าทิ้งเงาไว้ ในทรงจำ เงาของเธอฉันเพ้อจับ เพียงวับผ่าน กรีดเจ็บลึกร้าวราน ฉันจมต่ำ อยู่กับภาพและกรอบเก่า เงามืดดำ เช้าถึงค่ำ คืนจวบเช้ากับเงาเธอ อีกหนาวหนอ ฉันบอกรักกับรูปเก่า ก่อนน้ำค้างสลายเงา เศร้าเสมอ แหละลมหนาวกับแดดสาย บ่ายละเมอ ได้เพียงเผลอคว้าจับเงา - ไม่เข้าใจ กรอบรูปเก่าเขรอะฝุ่น กรุ่นความหลัง ฉันทรุดนั่งฟังความเงียบ อย่างเงียบใบ้ สนทนาอยู่ลำพังกับความไกล มองไม้ใบระบายเงา เศร้าเหลือเกิน ลมพัดพราย ฉันพลัดหลงลงหุบเหว ดังเพลิงเปลวลุกไหม้ฉัน นับนานเนิ่น เธอพลัดจากพรากห่าง หนทางเดิน ฉันห่วงหา เธอห่างเหิน เกินจะนับ มองกรอบรูปเก่าคร่ำ ย้ำความหมาย ฟุ้งกระจายฝุ่นความหลัง - หันหลังกลับ ฉันจมปลักในรักเก่า - แพ้พ่ายพับ หมกมุ่นในห้องหับ อับฝุ่นควัน เหลือฝุ่นควันจากภาพเก่า เล่าอดีต กรีดหัวใจไหม้ลน จนหนาวสั่น ภาพแล้ว หรือภาพเล่า เข้าโรมรัน ลุกไหม้ฉัน เธอรู้ไหม? ใครเพ้อรัก

• แดดของหนาว เช้าของหมอก มาบอกเล่า กรอบรูปเก่า เงาอดีตกรีดหน่วงหนัก พรายความหลังบาดลึกล้ำ ฉันสำลัก อกกระอัก! กรอบรูปหล่น แตกกระจาย

สานิตย์ สีนาค กลุ่มโดยสารวรรณกรรม

บทกวี : ยอดไกวใบยื่นชื่นฝัน
Submitted by ปรัชญ์ วลีพร on February,28 2008 06.29

๑ เธอก็ทอดยอดไปไกลที่สุด

เธอสมมุติอะไรไว้ไกลแสน

มือที่ไขว่ใจที่คว้าค้นหาแดน

โลกย์ที่แม้นผองมนุษย์สุดนิยม<br />



เธอทำตามใจอยากไม่มากน้อย

หากคิดร้อยละชื่นกับขื่นขม

แค่ห้าสิบห้าสิบทิพย์นิคม

เธอจึงก้มหน้าเดินเหมือนเพลินทาง<br />



ตลอดสายรายทางค่อนข้างเงียบ

ความเย็นเฉียบจับใจในระหว่าง

ขณะทอดยอดไกวใจเปล่าคว้าง

ไม่เคยวางมีแต่วิ่งวุ่นวายวน<br />



เท้ายังดื้อมือยังไหวใจยังหนุ่ม

รักยังรุมมิอาจนับความสับสน

โค้งขอบฟ้ามีสายรุ้งรุ่งกมล

เห็นหลายคนเดินไปใจล่องลอย<br />



แท้ต่างคนต่างด้นคนละมาร์ค

แท้เป็นซากรอเหลื่อมความเสื่อมถอย

แท้ละครในฉากพราก-รอคอย

แท้ความหงอยร้อยไว้ในทางเดิน<br />



แต่ละยอดก็ทอดไปไม่สิ้นสุด

แม้ว่าโลกจะหยุดก็จะเหิน

แต่ละมือก็จะนับความยับเยิน

กว่าจะเพลินได้ที่...ที่สมใจ<br />



ที่สิ้นสุดมนุษย์เอยเคยทราบหรือ

มันมีชื่อสุดหรูอยู่ตรงไหน

หรือเกิด-ดับกับระหว่าง แล้วร้างไร้

หรือจะทอดยอดไปไม่รู้เลย<br />



มิรู้ทิศมิรู้ทางอย่างซื่อซื่อ

มิรู้คืออะไรใจเฉยเฉย

มิรู้เจ็บมิรู้จำ...เคยไม่เคย

มิรู้เอ่ย..มิรู้หนัก..มิรู้ปลง<br />



มือเหมือนเคียวเกี่ยวฝันสร้างวันใหม่

ทอดยาวไกลเจิดจรุงความสูงส่ง

เพื่อชัดเจนในความตื่นใช่ยืนยง

เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์วันต่อไป<br />



ละม้ายชีวิตทุกชีวิต

เพ่งพิชิตในนามความยิ่งใหญ่

หลงในกลแห่งเงาเหมือนเข้าใจ

ทอดยอดไกวตามกฎความงดงาม<br />



หมายพิสูจน์ปัจจัยให้ความฝัน

มุ่งและมั่นอุปโลกน์โลกทั้งสาม

ยื่นมือเกาะเพาะปลูกยอดลุกลาม

เปิดเผยนามชีวิตก่อนนิทรา<br />



เถาจะทอดยอดจะยาวราวรัดโลก

สุขกับโศกเรียงร้อยไว้คอยท่า

หยั่งรากลึกเพียงไรในเวลา

ก็มีค่าเท่านั้นมันเหมือนเดิม<br />



มือชั้นเก๋าเสาวรสในกฎโลก

ย่อมวิโยคเมื่อไร้ในหลักเสริม

ละม้ายมือมนุษย์สุดต่อเติม

ถ้าไม่เพิ่มศีลธรรมนำชีวัน ฯ<br />



เวลาว่างระหว่างนั่งทอดยอดกะทกรก(เสาวรส) ปรัชญ์  วลีพร

อากาศธาตุในดวงตาของเธอ
Submitted by sanit on February,22 2008 18.32

อากาศธาตุในดวงตาของเธอ

• ยังรูปรอยเปล่าว่าง เลือนรางนัก นิ่งงันราวรูปสลัก จำหลักหิน ไร้ถ้อยคำ ทำนองใดมิได้ยิน สายตาผินมองอื่น - เป็นอื่นไป

• วูบลมหวิวพัดพราย บ่ายแดดเหงา ต้นสะเดาทอเงาร่ม เอื้อร่มให้ ลมวูบหนึ่งพัดหนาว กรูกราวใบ เพียงกวัดไกวไหวสะเดา อยู่เบาบาง

• พบเพียงครู่ หดหู่นักจักลาจาก หวิวลมพรากเราไกล ออกไปห่าง เป็นความไกล ย้ำเตือนอันเลือนราง นัยน์ดวงตาแตกต่าง ออกห่างกัน

• พบเพื่อพราก จากไกลใจเป็นอื่น ฝืนยิ้มฝืน ฝืดเฝื่อนใจป่วนปั่น บ่ายแดดเหงา เราแตกต่าง ช่างตีบตัน คิดว่าฝัน แต่เป็นจริง - จริงยิ่งนัก

• ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ กระไรหนอ โลกหยอกล้อ เราเจ็บ จนกระอัก บ่ายแดดเหงา ใจผ่าวพิษ - พิษแห่งรัก พัดพรายลม ใจจมปลัก - รักเลือนลับ

• ลมพัดพราย บ่ายแดดเหงา ผ่าวแผลพิษ คิดถึงนัก บอกแดดบ่ายให้สดับ ลมไหวหอบรักมาสู่ อยู่เนืองนับ ภาพประทับกลับเลือนราง ว่างเปล่าใจ

• กระวนกระวาย บ่ายคล้อย ลมคล้อยเคลื่อน เหมือนไม่รู้จัก สักน้อย - รอยลมไหว เงียบเชียบ เยียบเย็น - เป็นอื่นไกล วูบลมไกว ไยผ่านลืม ลับเลือนลม

สานิตย์ สีนาค กลุ่มโดยสารวรรณกรรม

ท้องฟ้าขังแสงดาว
Submitted by sanit on February,22 2008 18.27

โพ้นระยิบ แสงระยับ – เขานับดาว ทบทวนภาพเก็บเก่า ผ่าวผ่านผัน กลางราตรี ดึกนี้ไม่มีจันทร์
ดวงดาวนั้นระยิบพริบ กะพริบพราย

นกกลางคืนโผผ่าน แหวกม่านมืด
มะพร้าวไหว เอื่อยอืดยืดยาดส่าย หมอกทะเลโบราณ หว่านระบาย
ลมเคลื่อนคลื่น รูปทราย – สลายรอย

นั่นใช่ไหม? – ว่ายวาดปรารถนา
ห้วงเวลาแผ่วผ่าน พานถดถอย
ลบริ้วรอย ชีวิตอันนิดน้อย
ซึ่งคว้างคอย ระเหิดลม – ลมรำเพย

วูบเปลี่ยนผ่าน การรู้โลกกู่ก้อง
ตั้งโจทย์ฟ้อง ภาคหน้า ถ้อยเฉลย เหมือนจะลับเลือนห่าง เริดร้างเลย
เคลื่อนเข้าเกยหาดทราย ชายทะเล

โลกลับลา คว้างคอย รูปรอยนั่น
ลมลอยฝัน ชีวา ทรายว้าเหว่ เพียงลำพัง โล้เรือดึก ผนึกคะเน
ลมหักเห ชเลลึก คึก, เร่งเร้า

ปรารถนาเขียนทราย เพื่อถ่ายทอด
ได้โอบกอดห่มโลก พ้นโศกเศร้า กระไรเลย! วิบดาวไกล ไหวบางเบา
เรือชีพคว้าง ว่างเปล่า – เงาตะเกียง

คลื่นเคลื่อนผ่าน กระจิริดชีวิตหนึ่ง
ฝันรำพึงถึงรำพัน สวรรค์เบี่ยง เรือ ทะเล เผาชลา ฝ่าลำ, เรียง
ดั่งภาพเพียงรูปดาว – เขลาชีวิต

อย่างไรเถอะ! ชีพหนึ่ง ถึงเปลี่ยวเปล่า
โลกมิโดดเดี่ยวเขา เฝ้าจับผิด ชักสมอ ลงเรือ! เผื่อทางทิศ
กระจิริด วารหนึ่งถึงดาวไกล

โพ้นระยิบ หมื่นดาว พราวระยับ
เขานอนนับ วิบฝัน วาบสั่นไหว ดาววิบนั้น ฝันพริบนี้ พลีดวงใจ
ชีพหนึ่งใช้เสียให้คุ้ม เถอะลุ่มลึก!

สานิตย์ สีนาค

บทกวี วัยวันแห่งรัก
Submitted by ปรัชญ์ วลีพร on February,17 2008 16.16

เอ่ยคำพร่ำรักสักนิดก่อน เอื้ออาทรต่อจิตพิสมัย ชโลมทิพย์น้ำผึ้งเคล้าคลึงใจ สืบรสหวานซ่านในวัยแห่งรัก

ราวโลกสีชมพูดูแช่มชื่น กงวันคืนล้อหมุนกรุ่นประจักษ์ ช่อมาลีคลี่บานช่างหวานนัก ผีเสื้อสวยทายทักตระหนักรส

ยิ้มก็ยิ้มพริ้มละมุนอบอุ่นแท้ โลกก็แลวิไลแจ่มใสสด คำที่ทอดระทวยก็ม้วยมด ตาที่หยดก็ละม้ายประกายเพชร

หนาวที่เนื้อก็สยบความอบอุ่น ร้อนที่วุ่นก็คล้ายสลายเสร็จ นิยายรักเหมือนจริงใจไม่มีเท็จ รูปสำเร็จแห่งฝันวันแห่งรัก

“เอ่ยทักรักเธอเสมอไฟ ร้อนรุ่มรุมใจไข้หนัก วัยรุ่นวุ่นจิตพิษมัก สลักจักท้อทรมาน

เหตุผลกลใดใครรู้ ย่อมสู้ย่อมพอต่อต้าน อ่อนแออ่อนหัดจัดการ แหลกลาญล้มเหลวร้าวรอน”

เอ่ยคำพร่ำรักสัดนิดหน่อย ค่อยค่อยน้าวแรงแล้วแผลงศร กุหลาบแดงแจ้งจิตประดิษฐ์กลอน หมายปักใจสมรเสมอกาล ฯ

ปรัชญ์  วลีพร

บทกวี : สาส์นรักวาเลนไทน์
Submitted by ปรัชญ์ วลีพร on February,02 2008 21.17

"วาเลนไทน์" วันที่ใครใฝ่ฝันให้วันถึง เพียงหวังพบมวลภาพอันซาบซึ้ง และตราตรึงต่อไปให้นานพอ

ใครทั้งหลายว่ายฝันในวันนี้  
ทั้งที่ใจไม่มีรักเลยหนอ
ทำเป็นฝันหวั่นไหวเหมือนใครรอ    
หรือรอใครสานก่อหลอกล่อใจ

รักแท้จริงมิได้อยู่กับผู้รับ    
รักแท้กลับชอบอยู่กับผู้ให้
รักสุภาพนุ่มนวลยวนหทัย  
รักมิได้หวือหวาชั่วนาที

รักนั้นแสนบริสุทธิ์มีจุดหมาย    
อาจเรียบง่ายแต่ซับซ้อนซ่อนวิถี
รักนั้นแยกจากความใคร่ได้ทันที   
เพราะรักมีใจรักเป็นหลักประกัน

เราฝันได้ตามใจปรารถนา   
แต่ใช่ว่าจะเป็นไปตามใจฝัน
ด้วยมนุษย์มีคุณธรรมเป็นสำคัญ    
เพื่อยืนยันให้เห็นความเป็นคน

สาวโรงงาน
Submitted by จู พเนจร on January,29 2008 20.32

เธอเข้างานเป็นกะ กระฉับกระเฉง พูดคุยเป็นกันเองและซื่อซื่อ ผลงานเธอผอง มือสองมือ หยิบถือทุ่มทำและนำพา

มาก่อนมาตอกบัตรเหมือนนัดไว้ เพลาคลาไคล มากมีค่า ทำโอเว่อร์ไทม์-ล่วงเวลา ส่งไป-รับมา พางานเดิน

อ่านนิยายเล่มห้าบาทแล้ววาดฝัน ถึงพ่อหนุมคนนั้นแล้วขวยเขิน โอ้ละหนอ...พ่อมหาจำเริญ กับลูกน้อยวัยเพลินร้องเยโย

เก็บหอมรอมริบ สิบเป็นร้อย ใช้สอยรู้เขียมเจียมอักโข ไม่ใช่เป็นเจ้าใหญ่นายโต แต่ไม่อดไม่โซและมีกิน

แถมมีรถรับส่งลงถึงที่ หวังอยู่ดีกินดีพ้นหนี้สิน ไม่มากมายมากมีที่ราคิน คนเดินดินกินข้าวแกงเป็นแรงงาน

จู พเนจร

อนิจจา
Submitted by จู พเนจร on January,29 2008 20.21

อย่าไหว้ฉันเลย ยายเอ๋ยยาย หากยายจะขายขายข้าวของ ยกมือวับรับไหว้ ใจหล่นกอง กระเป๋าฉันมันพร่อง พร่องเหลือเกิน

ฉันไหว้ล่ะยาย ฉันไม่ซื้อ กำหมัดกำมือเหมือนจะเกริ่น ใช่เป็นเรื่องเป็นราวร้าวหมางเมิน แต่เจ็บปวดเหลือเกินประเทศเรา

ลูกหลานเหลนหลายทั้งชายหญิง ไยทอดทิ้งผู้แก่แลผู้เฒ่า จากแผ่นดินถิ่นฐานย่านลำเนา มาจับเจ่างันงกน่าตกใจ

หรือตกต่ำย่ำแย่เกินแก้กอบ จนแยบยอบครอบครัวระรัวไหว จะให้อยู่สบายได้อย่างไร กะเบี้ยใบคนชราค่ากะตัง

เฒ่าชะแรแก่ชราหนังนาเหี่ยว
ต้องทนเทียวเหมือนว่ามัดตราสัง โอ้ละหนอมืดมิด อนิจจัง แม้กระทั่งมือจะควักให้สักกะแดง

จู พเนจร

97 items|« First « Prev 1 (2/10) 3 4 5 Next » Last »|

Member zone

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซท์
"ก๊วนปาร์ตี้"
เว็บไซท์นี้เปิดมาเพื่อ เป็นพื้นที่สาธารณะ สำหรับบันทึกเรื่องราว ทางด้านวรรณกรรม ทุกรูปแบบ ท่านสามารถส่งบทความ - เรื่องสั้น - บทกวี เพื่อมาแลกเปลี่ยนกันอ่าน โดยคลิกส่งได้จากด้านล่างนี้
คลิกเพื่อ >> ส่งบทความ | ส่งเรื่องสั้น | ส่งบทกวี | ปกิณกะ
Last topic

Blogs

ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว