บทกวี
- บทกวี : หน้าที่ของฆาตกร
หน้าที่ของฆาตกร
ใจยื้อยุดฉุดให้เราได้พบ จึงประสบเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ในบทบาทบีบน้ำตา ณ ครานั้น มันบอกฉันเรื่องพื้นเพเล่ห์สตรี<br />
เธอจึงห่างต่างหากจากฉันหมดฉันจึงหมดศรัทธาแม้หน้าที่ ความเคยเป็นเช่นตราบอกสามี สมควรที่สงบจบแค่นั้น<br />
เมื่อสัมพันธ์ฉันเธอถึงที่สุดเธอเองหยุดฉันก็ยั้งระวังฉัน ณ ปลายงิ้วจุดหมายตะกายกัน คือไม่ยั่นหวั่นไหวอะไรเลย<br />
เธอไม่ยั่นฉันไม่กลัวเกิดมั่วสุมโรคจึงรุมงอกงามท่ามกลางเฉย ยิ่งฉันหยิ่งเธอยิ่งอวดปวดเกินเคย ลูกกลับเผยธาตุแท้พ่อแม่ตัว<br />
ใจยื้อยุดฉุดใจลงฝ่ายต่ำโลกสีดำแผ่กระจายไปทั่วทั่ว จนถึงฉากสุดสยองของครอบครัว ฉันคนชั่วได้ประกาศเป็นฆาตกร<br />
เป็นฆาตกรที่ก่อกรรมตามหน้าที่เพื่อไม่มีเรื่องร้ายให้หลอกหลอน ให้ทุกสิ่งสิงสู่อยู่เชิงตะกอน เพื่อให้นอนตาหลับหลับนิรันดร์ ฯ<br />
ปรัชญ์ วลีพร- โภคะ จู พเนจร
แกเป็นคนจีน ผอม หลังคู้ อาศัยอยู่กุฏิทิ้งร้างหลังหนึ่ง ระฆังตีบอกเวลาฉันเช้า แกก็จะค่อยๆกระเถิบขาทีละข้าง กระย่องกระแย่งเดินออกมาจากป่า ไปถึงโรงฉันแล้วก็ลงมือคดข้าว แกะสำรับกับข้าวอยู่พิพักพิพ่วน ด้วยมือสั่นเทา พลางพูดอะไรไปพึมพำ ลูกหลานเหลนอยู่ใดกันหนอ ถึงทอดทิ้งให้อยู่เดียวดาย อาศัยข้าวก้นบาตรไปวันๆ
โภคะ (1) ข้าวก้นบาตร
เหยาะย่างเยื้องมาจากป่าโมก เยกโยกโยนมาพาสังขาร "สามขา"ย่างเยื้องเชื่องช้านาน เต่าคลานเหมือนว่าตาจะเดิน
สำรับกับข้าวฉันเช้าแล้ว เสียงแว่วกังวานไม่นานเนิ่น ขอข้าวก้นบาตรไม่ขาดเกิน ดำเนินชีพรั้งประทังกาย
นั่งนั่งยองยองมองกับข้าว เผลอหาวบางคราน่าใจหาย นั่งนิ่งเหมือนว่าตาจะวาย ตะกุยตะกายสำรับพลาง
กางเกงตัวเก่า เสื้อก็เก่า เรื่องเล่าเพลาครารุ่งสาง แล้วก็คล้อยค่ำลงสรรพางค์ เรื่อเรื่อลางลางแล้วสัพพี
แห้งเหี่ยวหนังเนื้อเหลือแต่กระดูก หลานลูกพานแล้วหลบหนี คดข้าวใส่ชั้นอีกวันนี้ พรุ่งขึ้นอีกมีจะเดินมา..
เช้า ธันวาคม 2545
...................................................
ฝรั่งมังค่าแวะเวียนมาไม่เคยขาดสาย มีเรือนพักเฉพาะสำรับคนต่างชาติ บางคนทราบข่าวว่าเป็นถึงดอกเตอร์ มาเที่ยวเมืองไทยแล้วมีความสนใจในพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งจนไม่อยากกลับ มีฝรั่งอีกคนหนึ่งแกสวมชุดมีสีสันแล้วออกมาร่ายรำทำโยคะ ฝึกสมาธิอยู่คราวละนานๆให้เห็นกันเสมอ ไม่เคยเห็นพูดจาพาทีสุงสิงกะใคร แกคงพูดกับสายลมแสงแดด
โภคะ (2) โยคะ
เพ่งมองสายน้ำที่เบื้องหน้า สองแขนซ้ายขวาทำเปะป่าย สูดลมเช้าชื่นรื่นระบาย หย่อนคลายโยคะสะโอดสะอง ดูดกลืนภวพละหมด ด่ำทิพย์โอสถพิศวง ธาตุผลึกลึกล้ำดำรง จิตประสงสัมผัสอัตมัน กางเกงสีแสดเสื้อสีฟ้า ไม่ใช่ใบ้อย่าโมหันธ์ โกนหัวเกลี้ยงเกลาใช่เมามัน คงเป็นแฟชั่นความชอบพอ ผิวเหลืองผิวขาแค่ราวเรื่อง นับเนื่องชาติพันธุ์นั่นละหนอ เป็นเรื่องชีช้ำกำมะลอ เทือกเขาเหล่ากอทะเลาะกัน เขาไม่สนใจใครทั้งหล้า จากแดนด้าวมาหาสวรรค์ สบแดนปรมัตถ์อัศจรรย์ วันทั้งวันเขาเอมอิ่มเขาลิ้มเล็ม
สาย 10 ธันวาคม 2545
...................................................
เวลากลับกันมาจากโรงฉันตอนเช้าแล้ว บางคนนำส้มสูกลูกไม้ขนมต้มติดไม้ติดมือกลับมาวางไว้โต๊ะวางของหน้าระเบียงชานพัก ใส่ถาดปิดกะละมัง บางทีก็วางอะไรเผลอเข้าห้องหรือลงมาข้างล่างแป๊บเดียวเท่านั้น เหล่าลิงทะโมนทั้งหลายเหมือนรู้จังหวะลงมาฉกฉวยทั้งทีเผลอ และบางทีซึ่งหน้าซึ่งตา เอาไปกินสบายใจเฉิบมัน
โภคะ (3) ลิงทะโมน
เล่นลิงทะโมนกระโจนไม้ เลาะไต่หลังคาลงมาถึง แหงนหน้ามองมันทำปั้นปึ่ง เผ่นผึงหนีไวเล่นไต่ตาม กินเดือนกินดาวแทนข้าวไม่ได้ ผลหมากรากไม้สุกและห่าม ก่อนอยู่ทัพกองของพระราม แต่ยามนี้ยากอยากรับประทาน
มากันแต่เช้ารื้อข้าวของ สบช่องเสาะหาคุ้ยอาหาร ที่เขาเก็บไว้ในชามจาน เพ่นพ่านแล้วไปไม่ไยดี บ่อยครั้งบ่อยคราหน้างอง้ำ ขยำขยำแล้วขยี้ ค้นหาของกินสิ้นไม่มี ฉีกโน่นฉีกนี่เกลื่อนกระจาย
เหลือพระฉันเช้าก็เอากลับ สำรับส่วนรวไม่ซื้อขาย ใครหิวใครเชิญตามสบาย ฝูงลิงทั้งหลาย ลักขโมย
สาย 10 ธันวาคม 2545
- เรื่องสั้น/สีของเสื้อ/จูพเนจร
-
เป็นเสื้อกิ๊กก๊อก ถ้าจะว่าอย่างนั้น
ต่อราคาพอหอมปากหอมคอ จวนเจียนได้แล้ว แม่ค้าก็เข้าไปเอาเสื้ออีกตัวมาเสนอให้อีกตัว
“สวยนะตัวนี้ ร้อยยี่สิบ ...เอาไปร้อยนึงแล้วกัน” แม่ค้าพูดต่อ
“ขายแค่ร้อยยี่ ปกติร้อยแปดอยู่”
ผมยิ้มน้อยๆ เฉย แต่แวบนึงดูก็ถูกใจดี เอ๊ะราคาก็ไม่โหดเท่าไหร่ น่าจะพอซื้อได้ นึกชมแม่ค้า นึกขอบคุณแม่ค้าอยู่ในทีว่าเข้าใจเลือกออกมาให้ดู หรือไม่รู้อิเหน่อะไรแกก็ไม่รู้
“ไม่คับ เอ้ยไม่เล็กหรอก น้องใส่หนูใส่ได้พอดีแล้วแหละ คนขาวๆใส่ขึ้น”
“อ่า..............”
- ดำเนินไพร
-
เดินฮัมเพลงเล่นเบาๆ เคล้าสายลมพัดพาย
มองดูเรือนกุฏิแต่ละหลังๆในราวป่า ดูสงบเงียบ ร่มเย็นสมถะ เรียบง่ายแต่ก็ให้วังเวงหดหู่อยู่ในที บางเรือนทิ้งร้าง ตลอดทางเดินร่มครึ้มไปด้วยแมกไม้ เติบต้นโตตามวิสัยธรรมชาติแท้ๆ มีธารน้ำไหลเซาะฉ่ำ สัตว์สาบางชนิดแอบออกมาให้เห็นอยู่ไวๆ เสมือนทักทาย ดูเหมือนจะมีไม่กี่แห่งหนแล้ว ที่เป็นเรือนรังของผู้รักความสงบและสันโดษเช่นนี้ - กวาดใบไม้
-
เคยได้ยินได้ฟังเรื่องการกวาดใบไม้ปฏิบัติธรรม ไม่นึกว่าจะได้มาถือไม้กวาดในวันหนึ่ง ย่างเท้าเปลือยเปล่า แล้วลงมือกวาดขยะใบไม้ หวนนึกถึงคำท่านพุทธทาสที่ว่า "เดินดูให้ทั่วเสียก่อน" กวาดไประเรื่อย เพลิดเพลินกับใบไม้แต่ละใบๆ ช่วยให้ทางเดินสะอาดขึ้นเล็กๆน้อยๆ เหนื่อยก็พัก แล้วมานั่งใต้ร่มไม้ เหลียวมองไปรอบรายหย่อยคลายอารมณ์
- ย่ำมาเยี่ยมถึงซึ่งถิ่นธรรม
-
ผมมีโอกาสได้ไปพักอาศัยอยู่ที่สวนโมกข์ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฏร์ 2 ครั้งในชีวิต และตั้งใจว่าถ้ามีโอกาสก็จะไปสักปีละครั้ง
ในครั้งแรกช่วงระหว่างวันที่ 7-15 ธันวาคม 2545
มาพร้อมกับภาพจินตนาการของสวนโมกข์
เท่าที่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของที่นี่และท่านพุทธทาส ภิกขุเป็นการตั้งใจออกเดินทางท่องเที่ยวพเนจรไป เริ่มต้นโดยการแวะไปเยี่ยมเยียนเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่ง ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งเขาบอกว่าเมื่อเมื่อมาพำนักที่สวนโมกข์แล้ว รู้สึกไม่อยากออกมาสู่ความวุ่นวายภายนอกเลย อยากให้ผมลองมาดู
- สวนโมกข์สมัยใหม่ จู พเนจร
คำนำ
สวนโมกข์สมัยใหม่
(พิมพ์ครั้งแรก โดยสำนักพิมพ์เพื่อนเกลอ)
1)
เพื่อนซึ่งได้รู้จักมักจี่กันคนหนึ่งเอ่ยถามผมว่า "สวนโมกข์สมัยใหม่" นี้หมายถึงเช่นไร
แค่เพียงเห็นชื่อเรื่องก็เกิดความสนใจใคร่อ่านเสียแล้ว
(ด้วยเขาเองเป็นผู้หนึ่งที่สนใจใฝ่ศึกษาธรรมะของท่านพุทธทาส ภิกขุ)
หมายความว่าเป็นเรื่องราวหรือยุคสมัยหลังจากสิ้นท่านพุทธทาสแล้วใช่หรือไม่
ในอีกนัยยะหนึ่ง ธรรมะของท่านพุทธทาสนั้นนับว่ามิเคยล้าสมัย หากแต่กลับทันสมัยอยู่เสมอ
คำว่าสมัยใหม่จึงมีแง่คิดชวนสนใจ
ผมกล่าวของอกขอบใจเขาในเรื่องนี้ และรู้สึกตื้นตันใจลึกๆ
กอปรด้วยความเจียมเนื้อเจียมตัวขึ้นมาอย่างที่สุด
(ด้วยความไม่นึกมาก่อนในแง่มุมดังกล่าว ซึ่งนับว่าน่านใจทีเดียวในกว่าทศวรรษการจากไปของท่าน)
ประการแรก ความรู้ความสามารถของผมนั้นคงไม่อาจวิพากษ์วิจารณ์ในแง่มุมนั้นได้เลย อย่างน้อยก็ในขณะนี้
สำหรับประเด็นนี้ เราเองเห็นพ้องกันว่าออกจะเป็นโครงสร้างระดับมหภาคอยู่จริงๆ
ถ้าอย่างนั้น "สวนโมกข์สมัยใหม่" คือนัยยะใดเล่า
ผมบอกเขาว่า ผมมองสวนโมกข์ด้วยนัยยะของปุถุชนคนหนึ่ง ที่พึงมองได้จากเวล่ำเวลาที่ผ่านมา
เสมอคนๆหนึ่งที่ได้มารับรู้เรื่องราวในช่วงเวลาหนึ่งนับจากนี้ และถ่ายทอดออกมา
ดังกล่าวผมก็คิดว่าได้สำคัญตนไว้ไม่น้อยแล้ว
ว่านี่คือ "สวนโมกข์สมัยใหม่"
2)
อย่างไรก็ตาม เป็นความจริงที่ว่าผมมีโอกาสได้ไปสวนโมกข์เมื่อครั้งท่านพุทธทาสไม่ดำรง(กาย)อยู่แล้ว
และเป็นความจริงที่ว่าธรรมะตามแนวทางคำสอนของท่านพุทธทาสเป็นเรื่องที่ไม่ล้าสมัยเลย
แม้กาลจะเลยล่วงไปเพียงใด ท่านพุทธทาสจะดำรงอยู่แล้วหรือไม่
และสวนโมกข์นี้เป็นที่ซึ่งใครไปใครมาก็มักจะเล่าขานถึงด้วยความชื่นชมยินดีเสมอ
จนเป็นที่เลื่องลือระบือไกลไปว่า ได้น้อมนำตนสู่ความสงบเย็น
ภายใต้ร่มเงาของธรรมชาติ และความเรียบง่ายธรรมดา
ความเรียบง่ายธรรมดาเช่นนี้ ก็คือธรรมะ
และธรรมะอันเรียบง่ายเช่นนี้ ก็คือธรรมชาติ
การได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติจึงเป็นหนทางที่จะน้อมนำตนเข้าสู่ธรรมะ
ธรรมะอันจะน้อมนำ "คน" มาสู่ความเป็น "มนุษย์" คือผู้มีจิตใจสูง ต่อไป
3)
สวนโมกขพลาราม หรือที่รู้จักกันทั่วไปในนาม "สวนโมกข์" นี้ตั้งอยู่ที่วัดธารน้ำไหล อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ก่อตั้งโดยท่านพุทธทาส ภิกขุ (อริยะ)สงฆ์ฝ่ายเถรวาทรูปหนึ่ง เมื่อครั้งปีพุทธศักราช 2475
ผู้ซึ่งในกาลต่อมาได้ปฏิวัติธรรมจารีตอันล้าสมัยต่างๆประดามีเข้าหาแก่นธรรมโดยตรง
อันได้แก่ ลด ละ เลิก "ตัวกู ของกู" เป็นหลักใหญ่หลักเดียว
ธรรมะข้อที่ว่าเป็นการสอนหรือชี้ลงไปแบบตีแสกใจนี้ แม้เป็นสิ่งที่ปุถุชนคนทั่วไปอาจแสลงใจ
แต่ท่านก็ไม่ได้นำข้อนี้มายกเว้นหรือเกรงใจใคร
ด้วยเพราะท่านเองไม่ได้เห็นว่าจะต้องมี "ตัวใคร" หรือ "ของใคร"ให้ต้องถือหรือเกรงใจนั่นเอง
เพราะท่านเห็นว่านอกจากคนหรือพระจะสอนธรรมะได้แล้ว
ธรรมชาติเป็นเสมอครูสอนธรรมะได้เป็นอย่างดีด้วย
แม้เรามีใจที่คอยเพ่งพิจารณาด้วสงบรำงับแล้วไซร้
ก็จะเห็นสิ่งเหล่านั้นมีชีวิตจิตใจ ความรู้สึกนึกคิด
ดังที่ท่านกล่าวไว้เสมอว่า "ที่นี่ต้นไม้ใบหญ้าก็พูดได้"
สถานที่ปฏิบัติธรรมของสวนโมกข์จึงอิงแอบแนบอยู่กับธรรมชาติ และความเรียบง่ายธรรมดาเสมอมา
งดเว้นพิธีรีตองต่างๆ โดยเฉพาะที่เอิกเริกทั้งหลายลงเสีย
แม้กอปรด้วยกุศโลบาย ก็ไม่เป็นด้วยความใหญ่โตโอฬารเป็นสำคัญ
ที่เรารู้จักกันดี เช่น ลานหินโค้ง โรงปั้น ธารน้ำไหล สระนาฒิเกร์ มหรสพทางวิญญาณ เป็นต้น
และการกวาดใบไม้ หรือเดินป่า เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เรียบง่าย สมถะ ติดดินอยู่กับธรรมชาติทั้งสิ้น
ยกเว้นบ้างก็แต่โรงมหรสพทางวิญญาณ ซึ่งเป็นสถานที่ประดับรูปปริศนาธรรมไว้ทั้งภายในและภายนอก
กับโบส์ถทรงเรือหลังหนึ่งที่ทำไว้เป็นสัญลักษณ์บางประการเท่านั้น
ทั้งนี้เพื่อกอปรกิจกรรมดังกล่าวให้ลุล่วงไป ไม่ใช่สิ่งพึงยึดติดอันใด
การได้เดินชมนกชมไม้ เพ่งมองสายน้ำไหล นั่งแนบแอบหินติณชาติ และการกวาดใบไม้ก็ดี
ท่านพุทธทาสบอกว่านี้คือการปฏิบัติธรรม ฝึกจิตสมาธิอีกรูปแบบหนึ่ง
ให้พึงมีทั้งฆารวาสและบรรพชิต
สิ่งที่เราจะได้จากการนี้อย่างหนึ่งคือความโล่งโปร่งเบาสบาย
ดังที่ท่านเอ่ยเอื้อนอยู่เสมอว่าคือ นิพพานชั่วคราว หรือนิพพานชิมลาง
สำหรับสถานท .....- บทกวี : จตุรพิธพรชัย
จตุรพิธพรชัย
อายุ ยืนหมื่นปีเป็นที่ตั้ง วรรณะ ดั่งเลขาเทพพาฝัน สุขะ ทิพย์อิ่มจิตนิจนิรันดร์ พละ มั่นแกร่งเข้มเต็มสมบูรณ์ อายุ มั่นขวัญชื่นวันคืนแจ่ม วรรณะ แอร่มเพริศพราวราวจันทร์สูรย์ สุขะ เพิ่มเติมวัยไร้อาดูร พละ พูนสิริสวัสดิ์พิพัฒน์พล อายุ ทอดยาวไกลใจเป็นหนุ่ม วรรณะ นุ่มนวลใสในกุศล สุขะ เกิดเทิดบุญคุณมงคล พละ ยลเยี่ยงกรายชายฉกรรจ์ อายุ ยาวราวปั้นสวรรค์ทิพย์ วรรณะ พริบพราวสวยรวยศรีสรรพ์ สุขะ ยิ่งสุขอื่นเป็นหมื่นพัน พละ ทันนิพพานสราญเทอญ ฯ<br />
ส.ค.ส.๒๕๕๑ คุณครูพีรมิตร พึ่งโพธิ์ โรงเรียนสะพือวิทยาคาร สำนักงานเขตพื้นที่อุบลราชธานี เขต ๒- ห่อใจใส่กระทง
ใบตองอ่อน เจียดวาง อย่างปราณีต บรรจงกรีด กลีบดอก ออกเป็นแผ่น หยวกน้ำว้า จัดวาง ตามขวางแกน บัวกลีบแน่น พับติด จิตอ่อนตาม
สุดเวิ้งฟ้า ประดาประดับ ด้วยแสงดาว ระยิบระยับ วับวาว ทั่วสยาม สุดเวิ้งน้ำ เปลวเทียนทอง รองเรืองงาม เด่นชัดยาม ราตรี มีแสงไฟ
มาลัยร้อย กระทง ลงตามแบบ พุทธธรรม ฝังแนบ แถบเทียนใส จุดธูปหอม หวนชวนดม บรรจงใจ อธิษฐาน ขอโรคภัย อย่าบีฑา
น้อมดวงจิต ผ่านหน้า เทวาน้ำ ความดีงาม จงเกิดก่อ ปรารถนา หนุนนำใจ ให้สบสุข ทุกเวลา ลอยกระทง ขอขมา พาสุขใจ
พันธุ์ทิพย์- สาส์นเชิญชวนไปเลือกตั้ง
ยี่สิบสามธันวาเจ้าข้าเอ๋ย เตรียมบัตรเข้าคูหาอย่าละเลย อภิเปรยสัจจะมติประชา
เขาดูถูกคุณอยู่รู้หรือไม่ มีมือตีนก็ใช่จะแกร่งกล้า รอความหวังจากเศษความเมตตา ที่เขาลวงหว่านมาเพื่อลงทุน เขาเหยียบย่ำคุณอยู่รู้ไหมครับ เงินเขานับจับจ่าย...ใช่อุดหนุน นั่นคือเล่ห์อย่าหลงผิดคิดหน่อยคุณ เขาบอกบุญแต่เท้ากร่างเหยียบหว่างคอ คุณก็รู้กี่ปีที่มีเขา ชาติของเราพี่น้องเราเป็นไรหนอ ประชายังฝันเดี้ยงไม่เพียงพอ เหมือนมีดจ่อคอหอย...แสนน้อยใจ เขากอบโกยผลประโยชน์แสนโกฏิล้าน เข่นประหารคุณตลอดเหมือนบอดใบ้ ปิดหูตาด้วยกลยุทธ์สุดวิไล คุณหรือใครไหนกันรู้ทันกล ผลประโยชน์เพื่อพวกพร้องพี่น้องเขา ทิ้งพรรคพวกของเราเฝ้าหมองหม่น พวกเขารวยล้นฟ้านภาดล พวกเราจนข้นแคน...สุดแสนช้ำ


ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว