Topic list
- ขวัญเมือง
-
ภายใต้ดวงตะวันเดียวกันที่ลอยสู่ท้องฟ้า ในมุมสูงลิบลิ่วเช่นนี้ ผมเห็นขวัญเมืองกำลังนั่งอยู่ตรงหน้า ทอดสายตามองดูเมืองใหญ่ มือเขาเอื้อมไปจับราวระเบียง ทุกอย่างปรากฏเบื้องหน้าบอกกับเขาว่าไม่อาจหนีไปไหนได้อีก ชะตากรรมของเขา ความทรงจำเก่าๆ ทุกสิ่งทุกอย่างเผยตัวขึ้นเบื้องหน้าบอกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่ไม่อาจสลัดทิ้งไปได้ และเขาจะต้องยอมรับพันธะแห่งการมีอยู่ของมัน
ในชั่วเสี้ยวเวลาที่สายฝนโปรยปรายลงมา ขวัญเมืองเหมือนพลัดเข้าสู่มิติของเวลา เพ่งตาลงมายังเมืองใหญ่ที่กำลังอยู่ภายใต้อุ้งมือแห่งสายฝน ชายวัยกลางคนเหมือนถูกโจมตีด้วยภาพอันสวยงามแต่ก็เศร้าจับใจนี้ เขาถอนสายตาจากยอดตึกโรงแรมใหญ่ คิดถึงบางคนที่ได้จากมา
- "ก๊วนปาร์ตี้"
"ก๊วนปาร์ตี้" เป็นกึ่งๆ ชมรมหรือสโมสร เพื่อกิจกรรมพบปะพูดคุยกัน ในวันหยุดสุดสัปดาห์ (ไม่อาจปฏิเสธว่า พ่วงด้วยการกินข้าวและเหล้ายา) ของนักเขียนกลุ่มหนึ่ง ในจังหวัดหัวเมืองภาคใต้ เป็นเหตุบังเอิญ ที่อาจชวนให้นับเป็นข้อสังเกตว่า สมาชิกส่วนใหญ่ (ในจำนวนไม่กี่คน) เป็นนักเขียนเรื่องสั้น และส่วนใหญ่ก็เป็นนักเขียนซึ่งผละ - หนี - ถอยออกจากกรุงเทพฯ มาใช้ชีวิตในต่างจังหวัด ตามแต่เหตุและผลอันต่างกันออกไป ของแต่ละคน และทั้งหมดของหมู่สมาชิก ก็ล้วนแต่เป็นคนหนุ่ม-สาว (หากยึดตามคติฝรั่งที่บอกว่า ชีวิตเริ่มต้นเมื่อ 40) เหตุบังเอิญเหล่านี้ ไม่แน่ในเหมือนกันว่า จะก่อให้เกิดผลใดบ้าง แต่อย่างที่เห็นอยู่ประการหนึ่งคือ การพูดคุยกันอย่างเป็นวรรคเป็นเวร ในปัญหาของเรื่องสั้น และนักเขียนเรื่องสั้น กระทั่งนำมาสู่การก่อกำเนิด "ราหูอมจันทร์" ในที่สุด
- เรื่องสั้น/สีของเสื้อ/จูพเนจร
-
เป็นเสื้อกิ๊กก๊อก ถ้าจะว่าอย่างนั้น
ต่อราคาพอหอมปากหอมคอ จวนเจียนได้แล้ว แม่ค้าก็เข้าไปเอาเสื้ออีกตัวมาเสนอให้อีกตัว
“สวยนะตัวนี้ ร้อยยี่สิบ ...เอาไปร้อยนึงแล้วกัน” แม่ค้าพูดต่อ
“ขายแค่ร้อยยี่ ปกติร้อยแปดอยู่”
ผมยิ้มน้อยๆ เฉย แต่แวบนึงดูก็ถูกใจดี เอ๊ะราคาก็ไม่โหดเท่าไหร่ น่าจะพอซื้อได้ นึกชมแม่ค้า นึกขอบคุณแม่ค้าอยู่ในทีว่าเข้าใจเลือกออกมาให้ดู หรือไม่รู้อิเหน่อะไรแกก็ไม่รู้
“ไม่คับ เอ้ยไม่เล็กหรอก น้องใส่หนูใส่ได้พอดีแล้วแหละ คนขาวๆใส่ขึ้น”
“อ่า..............”
- ดำเนินไพร
-
เดินฮัมเพลงเล่นเบาๆ เคล้าสายลมพัดพาย
มองดูเรือนกุฏิแต่ละหลังๆในราวป่า ดูสงบเงียบ ร่มเย็นสมถะ เรียบง่ายแต่ก็ให้วังเวงหดหู่อยู่ในที บางเรือนทิ้งร้าง ตลอดทางเดินร่มครึ้มไปด้วยแมกไม้ เติบต้นโตตามวิสัยธรรมชาติแท้ๆ มีธารน้ำไหลเซาะฉ่ำ สัตว์สาบางชนิดแอบออกมาให้เห็นอยู่ไวๆ เสมือนทักทาย ดูเหมือนจะมีไม่กี่แห่งหนแล้ว ที่เป็นเรือนรังของผู้รักความสงบและสันโดษเช่นนี้ - กวาดใบไม้
-
เคยได้ยินได้ฟังเรื่องการกวาดใบไม้ปฏิบัติธรรม ไม่นึกว่าจะได้มาถือไม้กวาดในวันหนึ่ง ย่างเท้าเปลือยเปล่า แล้วลงมือกวาดขยะใบไม้ หวนนึกถึงคำท่านพุทธทาสที่ว่า "เดินดูให้ทั่วเสียก่อน" กวาดไประเรื่อย เพลิดเพลินกับใบไม้แต่ละใบๆ ช่วยให้ทางเดินสะอาดขึ้นเล็กๆน้อยๆ เหนื่อยก็พัก แล้วมานั่งใต้ร่มไม้ เหลียวมองไปรอบรายหย่อยคลายอารมณ์
- ย่ำมาเยี่ยมถึงซึ่งถิ่นธรรม
-
ผมมีโอกาสได้ไปพักอาศัยอยู่ที่สวนโมกข์ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฏร์ 2 ครั้งในชีวิต และตั้งใจว่าถ้ามีโอกาสก็จะไปสักปีละครั้ง
ในครั้งแรกช่วงระหว่างวันที่ 7-15 ธันวาคม 2545
มาพร้อมกับภาพจินตนาการของสวนโมกข์
เท่าที่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของที่นี่และท่านพุทธทาส ภิกขุเป็นการตั้งใจออกเดินทางท่องเที่ยวพเนจรไป เริ่มต้นโดยการแวะไปเยี่ยมเยียนเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่ง ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งเขาบอกว่าเมื่อเมื่อมาพำนักที่สวนโมกข์แล้ว รู้สึกไม่อยากออกมาสู่ความวุ่นวายภายนอกเลย อยากให้ผมลองมาดู
- สวนโมกข์สมัยใหม่ จู พเนจร
คำนำ
สวนโมกข์สมัยใหม่
(พิมพ์ครั้งแรก โดยสำนักพิมพ์เพื่อนเกลอ)
1)
เพื่อนซึ่งได้รู้จักมักจี่กันคนหนึ่งเอ่ยถามผมว่า "สวนโมกข์สมัยใหม่" นี้หมายถึงเช่นไร
แค่เพียงเห็นชื่อเรื่องก็เกิดความสนใจใคร่อ่านเสียแล้ว
(ด้วยเขาเองเป็นผู้หนึ่งที่สนใจใฝ่ศึกษาธรรมะของท่านพุทธทาส ภิกขุ)
หมายความว่าเป็นเรื่องราวหรือยุคสมัยหลังจากสิ้นท่านพุทธทาสแล้วใช่หรือไม่
ในอีกนัยยะหนึ่ง ธรรมะของท่านพุทธทาสนั้นนับว่ามิเคยล้าสมัย หากแต่กลับทันสมัยอยู่เสมอ
คำว่าสมัยใหม่จึงมีแง่คิดชวนสนใจ
ผมกล่าวของอกขอบใจเขาในเรื่องนี้ และรู้สึกตื้นตันใจลึกๆ
กอปรด้วยความเจียมเนื้อเจียมตัวขึ้นมาอย่างที่สุด
(ด้วยความไม่นึกมาก่อนในแง่มุมดังกล่าว ซึ่งนับว่าน่านใจทีเดียวในกว่าทศวรรษการจากไปของท่าน)
ประการแรก ความรู้ความสามารถของผมนั้นคงไม่อาจวิพากษ์วิจารณ์ในแง่มุมนั้นได้เลย อย่างน้อยก็ในขณะนี้
สำหรับประเด็นนี้ เราเองเห็นพ้องกันว่าออกจะเป็นโครงสร้างระดับมหภาคอยู่จริงๆ
ถ้าอย่างนั้น "สวนโมกข์สมัยใหม่" คือนัยยะใดเล่า
ผมบอกเขาว่า ผมมองสวนโมกข์ด้วยนัยยะของปุถุชนคนหนึ่ง ที่พึงมองได้จากเวล่ำเวลาที่ผ่านมา
เสมอคนๆหนึ่งที่ได้มารับรู้เรื่องราวในช่วงเวลาหนึ่งนับจากนี้ และถ่ายทอดออกมา
ดังกล่าวผมก็คิดว่าได้สำคัญตนไว้ไม่น้อยแล้ว
ว่านี่คือ "สวนโมกข์สมัยใหม่"
2)
อย่างไรก็ตาม เป็นความจริงที่ว่าผมมีโอกาสได้ไปสวนโมกข์เมื่อครั้งท่านพุทธทาสไม่ดำรง(กาย)อยู่แล้ว
และเป็นความจริงที่ว่าธรรมะตามแนวทางคำสอนของท่านพุทธทาสเป็นเรื่องที่ไม่ล้าสมัยเลย
แม้กาลจะเลยล่วงไปเพียงใด ท่านพุทธทาสจะดำรงอยู่แล้วหรือไม่
และสวนโมกข์นี้เป็นที่ซึ่งใครไปใครมาก็มักจะเล่าขานถึงด้วยความชื่นชมยินดีเสมอ
จนเป็นที่เลื่องลือระบือไกลไปว่า ได้น้อมนำตนสู่ความสงบเย็น
ภายใต้ร่มเงาของธรรมชาติ และความเรียบง่ายธรรมดา
ความเรียบง่ายธรรมดาเช่นนี้ ก็คือธรรมะ
และธรรมะอันเรียบง่ายเช่นนี้ ก็คือธรรมชาติ
การได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติจึงเป็นหนทางที่จะน้อมนำตนเข้าสู่ธรรมะ
ธรรมะอันจะน้อมนำ "คน" มาสู่ความเป็น "มนุษย์" คือผู้มีจิตใจสูง ต่อไป
3)
สวนโมกขพลาราม หรือที่รู้จักกันทั่วไปในนาม "สวนโมกข์" นี้ตั้งอยู่ที่วัดธารน้ำไหล อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ก่อตั้งโดยท่านพุทธทาส ภิกขุ (อริยะ)สงฆ์ฝ่ายเถรวาทรูปหนึ่ง เมื่อครั้งปีพุทธศักราช 2475
ผู้ซึ่งในกาลต่อมาได้ปฏิวัติธรรมจารีตอันล้าสมัยต่างๆประดามีเข้าหาแก่นธรรมโดยตรง
อันได้แก่ ลด ละ เลิก "ตัวกู ของกู" เป็นหลักใหญ่หลักเดียว
ธรรมะข้อที่ว่าเป็นการสอนหรือชี้ลงไปแบบตีแสกใจนี้ แม้เป็นสิ่งที่ปุถุชนคนทั่วไปอาจแสลงใจ
แต่ท่านก็ไม่ได้นำข้อนี้มายกเว้นหรือเกรงใจใคร
ด้วยเพราะท่านเองไม่ได้เห็นว่าจะต้องมี "ตัวใคร" หรือ "ของใคร"ให้ต้องถือหรือเกรงใจนั่นเอง
เพราะท่านเห็นว่านอกจากคนหรือพระจะสอนธรรมะได้แล้ว
ธรรมชาติเป็นเสมอครูสอนธรรมะได้เป็นอย่างดีด้วย
แม้เรามีใจที่คอยเพ่งพิจารณาด้วสงบรำงับแล้วไซร้
ก็จะเห็นสิ่งเหล่านั้นมีชีวิตจิตใจ ความรู้สึกนึกคิด
ดังที่ท่านกล่าวไว้เสมอว่า "ที่นี่ต้นไม้ใบหญ้าก็พูดได้"
สถานที่ปฏิบัติธรรมของสวนโมกข์จึงอิงแอบแนบอยู่กับธรรมชาติ และความเรียบง่ายธรรมดาเสมอมา
งดเว้นพิธีรีตองต่างๆ โดยเฉพาะที่เอิกเริกทั้งหลายลงเสีย
แม้กอปรด้วยกุศโลบาย ก็ไม่เป็นด้วยความใหญ่โตโอฬารเป็นสำคัญ
ที่เรารู้จักกันดี เช่น ลานหินโค้ง โรงปั้น ธารน้ำไหล สระนาฒิเกร์ มหรสพทางวิญญาณ เป็นต้น
และการกวาดใบไม้ หรือเดินป่า เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เรียบง่าย สมถะ ติดดินอยู่กับธรรมชาติทั้งสิ้น
ยกเว้นบ้างก็แต่โรงมหรสพทางวิญญาณ ซึ่งเป็นสถานที่ประดับรูปปริศนาธรรมไว้ทั้งภายในและภายนอก
กับโบส์ถทรงเรือหลังหนึ่งที่ทำไว้เป็นสัญลักษณ์บางประการเท่านั้น
ทั้งนี้เพื่อกอปรกิจกรรมดังกล่าวให้ลุล่วงไป ไม่ใช่สิ่งพึงยึดติดอันใด
การได้เดินชมนกชมไม้ เพ่งมองสายน้ำไหล นั่งแนบแอบหินติณชาติ และการกวาดใบไม้ก็ดี
ท่านพุทธทาสบอกว่านี้คือการปฏิบัติธรรม ฝึกจิตสมาธิอีกรูปแบบหนึ่ง
ให้พึงมีทั้งฆารวาสและบรรพชิต
สิ่งที่เราจะได้จากการนี้อย่างหนึ่งคือความโล่งโปร่งเบาสบาย
ดังที่ท่านเอ่ยเอื้อนอยู่เสมอว่าคือ นิพพานชั่วคราว หรือนิพพานชิมลาง
สำหรับสถานท .....- บทกวี : จตุรพิธพรชัย
จตุรพิธพรชัย
อายุ ยืนหมื่นปีเป็นที่ตั้ง วรรณะ ดั่งเลขาเทพพาฝัน สุขะ ทิพย์อิ่มจิตนิจนิรันดร์ พละ มั่นแกร่งเข้มเต็มสมบูรณ์ อายุ มั่นขวัญชื่นวันคืนแจ่ม วรรณะ แอร่มเพริศพราวราวจันทร์สูรย์ สุขะ เพิ่มเติมวัยไร้อาดูร พละ พูนสิริสวัสดิ์พิพัฒน์พล อายุ ทอดยาวไกลใจเป็นหนุ่ม วรรณะ นุ่มนวลใสในกุศล สุขะ เกิดเทิดบุญคุณมงคล พละ ยลเยี่ยงกรายชายฉกรรจ์ อายุ ยาวราวปั้นสวรรค์ทิพย์ วรรณะ พริบพราวสวยรวยศรีสรรพ์ สุขะ ยิ่งสุขอื่นเป็นหมื่นพัน พละ ทันนิพพานสราญเทอญ ฯ<br />
ส.ค.ส.๒๕๕๑ คุณครูพีรมิตร พึ่งโพธิ์ โรงเรียนสะพือวิทยาคาร สำนักงานเขตพื้นที่อุบลราชธานี เขต ๒- เพศวิถีของผู้หญิง ในวรรณกรรมไทยยุคฟองสบู่
-
เพศวิถี (sexuality) หมายถึงแนวประพฤติปฏิบัติของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกามารมณ์ รวมไปถึงแรงปรารถนาจากส่วนลึก การแสดงออก และความคาดหวังของบุคคลนั้นๆ ในสังคมส่วนใหญ่ เพศวิถีมีลักษณะเป็นเรื่องต้องห้าม (taboo) ในแง่ที่ถือว่าเป็นเรื่อง "น่าอับอาย" มิพึงแสดงออกหรือกล่าวถึงอย่างประเจิดประเจ้อ หากแต่ควรเก็บงำไว้ในพื้นที่ส่วนตัว ในบางวัฒนธรรมนั้น ความเป็นเรื่องต้องห้ามของเพศวิถีถูกตอกย้ำจนถึงขั้นเป็นเรื่อง "น่าละอาย"
- ความทรงจำ และ อำนาจ บนถนนราชดำเนิน
-
ความทรงจำทางประวัติศาสตร์เป็นสิ่งสำคัญต่อผู้คนและสังคม
ความทรงจำมิใช่เป็นเพียงแค่การจดจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตเฉยๆ เท่านั้น หากแต่เป็นการจดจำอดีตที่มีพลังในการอธิบายเชื่อมโยงมาสู่การกระทำ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
ความทรงจำทางประวัติศาสตร์ คือการเลือกจดจำอดีตบางอย่างเอาไว้ โดยละเลยอดีตอื่นๆ ที่เราคิดว่าไม่สำคัญหรือไม่อยากจำ การเลือกจำหรือไม่จำอะไรย่อมขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์เชิงอำนาจในสังคม ความทรงจำที่มีลักษณะเป็นปฏิปักษ์กับโครงสร้างอำนาจในปัจจุบันพึงถูกเก็บซ่อนหรือคัดทิ้ง ขณะที่ความทรงจำซึ่งหนุนเสริมโครงสร้างอำนาจในปัจจุบันย่อมถูกเลือกมาจดจำ ผลิตซ้ำ และเผยแพร่ให้กลายเป็นความทรงจำร่วมของสังคม


ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว