ก๊วนปาร์ตี้ [ BOOK Party Gang ]

Home ก๊วน Story Party หนังสือ ก๊วน Writer Party ไอเดีย Party Gang

Topic list

356 items(1/36) 2 3 4 5 Next » Last »|
รวมเรื่องสั้นลูกโซ่ เมืองสมมติ
Submitted by Pookun on August,30 2010 19.13
ชาคริต โภชะเรือง สำนักพิมพ์ ก๊วนปาร์ตี้ สายส่งเคล็ดไทย ปีนี้ผมออกรวมเรื่องสั้นเล่มใหม่ ชื่อเล่ม เมืองสมมติ ครับ เว้นวรรคจากเล่มแรก : กาหลอ เกือบสิบปี ช่วงระหว่างเว้นวรรคไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ทำงานนะครับ ยังเขียนงานสม่ำเสมอ เฉลี่ยปีละ 2-3 เรื่อง ตลอดเวลาที่ผ่านมา พอมีเรื่องสั้นในมืออยู่ราวๆ 24 เรื่อง...ประมาณนั้น สามารถคัดสรรได้ถึง 2 เล่ม ผ่านการทำงานด้วยตนเอง พบว่าความยากของงานรวมเล่มก็คือ การจัดการเพื่อหาความเป็นเล่มของรวมเรื่องสั้น ว่าไปก็มีหลายชุดวิธีคิดนะครับ คุณชาติ กอบจิตติ นักเขียนชื่อดังคนหนึ่งใช้วิธีรวมเรื่องตามลำดับเวลาการเขียน อันนี้เพื่อดูในแง่พัฒนาการ ไม่มีการคัดสรร เพราะถือว่าทุกเรื่องที่เขียนใช้ได้ทั้งหมด พอใจทั้งหมด กว่าจะเขียนได้แต่ละเรื่อง หรือกว่าที่ผู้เขียนจะปล่อยผลงานออกมา ต้องบ่มเพาะสร้างสรรค์จนพึงใจ เหมือนการมีลูกนั้นแหละ เกิดมาแล้วก็รักเท่ากันหมด แต่มีนักเขียนไม่กี่คนที่ทำงานภายใต้หลักการนี้ ส่วนใหญ่มักจะมีการคัดสรร มีการคัดออก เลือกเรื่องที่ดีที่สุด หรือเรื่องที่ไปกันได้ทั้งเล่ม ว่าไปการคัดสรรก็มีหลายรูปแบบ หลายแนวทางอีก บางคนมีบก.ช่วยรวบรวม คัดสรรให้ อาจดูความคิดร่วม ค้นหาความเป็นเอกลักษณ์ในแง่รูปแบบหรือเนื้อหาสาระ มีความมุ่งหมายรวมอันใดเป็นพิเศษในเล่ม คัดสรรจากเรื่องสั้นหลายสิบ ให้เหลือที่เข้าชุดกันได้ประมาณสิบหรือสิบกว่าเรื่อง(ส่วนใหญ่) กรณีนี้ส่วนใหญ่จะเป็นนักเขียนใหม่ ประสบการณ์ยังน้อย มองงานตัวเองไม่ออก อยากได้บก.มาช่วยพิจารณากลั่นกรอง บางคนคัดสรรด้วยตนเอง กรณีนี้อาจเกิดได้กับนักเขียนใหม่ หากว่ามีความเข้าใจหรือมีความมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองสร้างสรรค์จนคิดว่าสามารถดูแลตัวเองได้ หรือไม่ก็อาจจะคัดสรรแล้วส่งให้เพื่อนฝูง หรือที่ปรึกษา ช่วยให้คำแนะนำ เป็นลักษณะบก.หมู่ ก็เป็นทางออกอย่างหนึ่ง บางคนใช้วิธีคิดวางแนวทางของเล่มล่วงหน้า เรียกว่าคิดไว้ก่อนเสร็จสรรพ แล้วค่อยลงมือเขียน กรณีกนกพงศ์ สงสมพันธ์ เขียน แผ่นดินอื่น หรือวินทร์ เลียววาริณ เขียน สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน อยู่ในข่ายผลงานลักษณะนี้ ในส่วนผมเอง ลองมาแล้วหลายรูปแบบ เล่มแรกส่งให้สำนักพิมพ์ใหญ่ พิจารณา ต่อจากนั้นก็พยายามส่งให้ดู แต่ก็ได้แต่ร้องเพลงรอ รอ ก็เลยคิดใหม่... พึ่งตนเอง โตแล้ว เขียนงานมานานแล้ว น่าจะยืนได้ด้วยลำแข้ง จะดีจะเลว เราเองก็ได้เรียนรู้ประสบการณ์การทำงานที่จะเป็น บก.ให้ตัวเอง คิดแบบโมเดลนักเขียนไทยเข้มแข็ง คุณวินทร์ เลียววาริณ กล่าวไว้ เล่มแรกที่ทำเช่นนี้ก็คือ สารคดี จะนะในฤดูกาลแห่งลมนอก (เล่มนี้มีพี่ๆบางคนช่วยตั้งชื่อเล่มและดูแลการผลิตให้) เล่มต่อมาคือ สารคดี คนค้นคลอง และล่าสุดก็คือ นวนิยาย ประเทศใต้ มีเพื่อนฝูงช่วยกันอ่านต้นฉบับ แล้วก็มีทีมช่วยจัดหน้า แล้วก็มีหมอนิล-ภูเก็ต ช่วยทำหน้าปก เล่มนี้พิมพ์เอง ตั้งสำนักพิมพ์เอง ประสานสายส่ง เรียนรู้กระบวนการจำหน่ายด้วยตนเอง เป็นเล่มที่ทำให้เกิดความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสร้างสำนักพิมพ์ ดูแลตนเอง พิมพ์เองให้ได้ปีละ 1 เล่มและจนกระทั่งปีนี้ ได้ออกรวมเรื่องสั้น เมืองสมมติ เป็นผลงานรวมเรื่องสั้นเล่มที่ 2 ณ วันนี้เข้าใจว่ากำลังวางแผง ในเมืองหลวงน่าจะส่งวางตามร้านหนังสือแล้ว หากเป็นต่างจังหวัดอาจจะต้องรออีก 1 เดือนให้หลัง ทั้งเล่มมีเรื่องสั้น 10 เรื่อง ไม่สั้นไม่ยาว หากมีสมาธิดีๆ ก็สามารถอ่านรวดเดียวจบ เรื่องที่ตีพิมพ์ล่าสุด คือ บทบาทสมมติ ในหนังสือช่อการะเกด 51 เมื่อมกราคม 2553 เรื่องที่เก่าที่สุด คือ แมวบาดเจ็บ ตีพิมพ์เมื่อปี 2540 และไม่ได้ตีพิมพ์ที่ไหน คือ โคกนกคุ่ม กาหลอ เล่มแรก โดยภาพรวมออกไปทางแสดงภาวะของปัจเจก เผยด้านมืดด้านสว่างของมนุษย์ที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม การย้อนมองกลับไปสู่อดีต ก็เหมือนการได้พิจารณาตรวจสอบ ทบทวนแง่มุมต่างๆในชีวิต เมืองสมมติ ต่างออกไป เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมหรือสังคมที่เราสังกัด สะท้อนแง่มุมต่างๆที่สัมพันธ์กับความเป็นเมืองใหญ่ ไม่ได้มุ่งเน้นวิถีปัจเจกอีกต่อไป เล่มแรกมองตัวตน เล่มสองมองสภาพแวดล้อม เมืองสมมติ เป็นชื่อที่มีความหมายใน 2 ระดับ คือ เมืองที่มีแต่ปัญหาสะสม กระทั่งว่าจำเป็นที่จะต้องวางผังเมืองใหม .....
กระรอกน้อยตัวใหญ่
Submitted by ntyzign on August,19 2010 13.56

กระรอกน้อยเจ้ากระโดดไปมา ราวกับรื่นเริงในริบหรี แสงอาทิตย์มืดมิด ผิดธรรมชาติ กระรอกน้อยเจ้าสนุกดุจความโสกา ปรารถนาธรรมชาติในวังวน ผจญความจริงที่แปลกปลอม กระรอกน้อยเจ้าเตรียมร่ำลาความจริง สิ่งจารีตควรนับถือ ฤๅจะหันมาเอาใจใส่วิถีที่เคยมี กระรอกน้อยเจ้าหากมิเคยใยดีกับสิ่งผิดถูก หลงระเริงกับเรื่องราว หลอกล่อควรหลีกเลี่ยงฤๅมิใช่

บทกวี : นวัตกรรมใบไม้
Submitted by พีรมิตร on August,19 2010 09.16

ครูหยิบใบไม้มาหนึ่งใบ

เป็นใบไม้สีสวยขจีเขียว

กว่าเขาจะผลิงามไม่ง่ายเชียว

ไม่ถึงเสี้ยวนาทีถ้าเด็ดทิ้ง


ระยะกาล เกิด-ดับ ต่างลิบลิ่ว

เหตุปลิดปลิวสมค่าแล้วทุกสิ่ง

เช่นแก่หง่อมย่อมหลุดตามเป็นจริง

คำตอบน่าจะนิ่งอย่างแน่นอน


แต่เหตุดับกับเกิดจากมักง่าย

แค่มือป่ายป่วนเล่นเป็นสังหรณ์

ไม่ไตร่ตรองถ่องท่าอนาทร

โลกเดือดร้อนไม่คำนึงซึ่งน่าคิด


คิดวิเคราะห์ไม่เป็น...เป็นเรื่องเศร้า

โลกสวยงามอาจเน่าเข้าวิกฤต

ทำไฉนใจเองจะเพ่งพิศ

รู้ถูกผิดเลือกต่างสร้างสรรค์แทน


ความเคยชินซ้ำซ้ำทำลายของ

วันหนึ่งต้องเป็นนิสัยไหม้หมื่นแสน

ทุกครั้งทำต้องคิดพินิจแกน

จำเลือกแดนดีงามตามครรลอง


เด็ดใบไม้หนึ่งใบในวันนี้

คิดให้ดีควรค่าว่าถูกต้อง

ทำอะไรฝึกทำให้ช่ำชอง

คือไตร่ตรองแน่นอนก่อนจึงทำ


อันความผิดเล็กเล็กที่เราหลุด

มันจะฉุดสามสี่ห้าถ้าฝ่ายต่ำ

อันตรายหากคิดผิดซ้ำซ้ำ

จงน้อมนำพลิกใจขึ้นฝ่ายดี


ใบไม้ใบหนึ่งซึ่งค่าน้อย

แต่ถ้าร้อยพันใบมากพอพี่

เราไม่หยุดกระทำการย่ำยี

ใบไม่มีกิ่งก็โกร๋นต้นก็ตาย


ครูหยิบใบไม้มาให้คิด

ฟอกดวงจิตให้งามเต็มความหมาย

โลกรอมือคุณธรรมใช่ทำลาย

เปล่งประกายแผ่นดินถิ่นร่มเย็น ฯ


ปรัชญ์  วลีพร

ควนป่านาเล 5 ฉบับ"ขอคืนพื้นที่"
Submitted by จู พเนจร on July,21 2010 14.47

..

บทบรรณาธิการ ควนป่านาเล 5 ฉบับ : ขอคืนพื้นที่
Submitted by จู พเนจร on July,17 2010 16.12

ทำไมหนอการพัฒนาในนามโครงการของรัฐทั้งหลายแหล่ไม่ว่ายุคไหนสมัยใดมักไม่ใส่ใจรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อชุมชน มินับการใช้อำนาจที่ข่มขู่คุกคามทำร้ายอย่างเถื่อนๆแบบบ้านป่าเมืองเถื่อน ต่อหน้ามะพลับ ลับหลังมะโก

การยืนหยัดต่อสู้เพื่อปกป้องรักษาผืนแผ่นดิน 50 เมตรสุดท้ายของตนที่ขวางแนวทางพาดผ่านของท่อก๊าซไว้ด้วยชีวิตอย่างที่เรียกได้ว่าแต่เพียงลำพังของ “วะเน๊าะ” แม่เฒ่ามุสลิมวัย 70 แห่งบ้านป่างาม อำเภอจะนะ จะไปต่อกรสู้รบปรบมือกับสิ่งเหล่านั้นได้อีกนานเท่าใด และผลในบั้นปลายจะเป็นอย่างไรคงคาดเดากันได้ไม่ยาก

สิ่งเหล่านี้บอกอะไรกับเราบ้าง แต่อย่างน้อยคนที่มีหัวจิตหัวใจอย่างนี้มิใช่หรือคือหัวจิตหัวใจของคนที่ประเทศต้องการ ประเทศที่เพื่อนเราบางคนบอกว่าถ้ายกเลิกระบบสส.ไปก็ไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรเสียหายเกิดขึ้นมา ท่านว่าน่าคิดไหม

เรื่องเด่นในฉบับกลับมาขอคืนพื้นที่นี้ นอกวงโคจร โดย ธารคีรี เมฆกาหยู ได้สะท้อนเรื่องราวในชั่วชีวิตของวะเน๊าะในอีกท่วงทำนองหนึ่งของความรู้สึกนำมาให้ท่านได้รับรู้ร่วมกัน

แต่อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย แม้แต่ในแวดวงราชการพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยกันเอง ดูง่ายๆอย่างกรณีของ พล.อ.สมเพียร เอกสมญา หรือ “จ่าเพียร”นักรบแห่งเทือกเขาบูโด บันนังสตาที่ขึ้นมาร้องเรียนขอความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้าย ตั้งแต่ระดับนายกรัฐมนตรีที่ไม่ยอมแม้แต่ให้เข้าพบ ระดับนายตำรวจใหญ่ที่ต่างก็บุ้ยบ้ายบ่ายเบี่ยงความรับผิดชอบ เพียงแค่ต้องการกลับไปใช้ชีวิตพักผ่อนอยู่กับครอบครัวที่บ้านเกิดบ้างในบั้นปลายของชีวิตก็ยังไม่ได้รับการเหลียวแล

กระทั่งท่านกล้าออกมาตีแผ่ความฟอนเฟะของแวดวงตำรวจชั้นผู้ใหญ่ นักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลและผลประโยชน์ ร้องทุกข์ให้กับการทำงานของข้าราชการชั้นผู้น้อยในพื้นที่สามจังหวัดให้สังคมได้รับรู้ คล้อยหลังไม่กี่วันท่านก็กลับมาถูกระเบิดเสียชีวิตอย่างน่าอเนจอนาถเศร้าสะเทือนใจคนทั้งประเทศ หรือนี่ละหรือคือตัวอย่างผลตอบแทนของคนที่ทำงานรับใช้ประชาชนอย่างไม่เคยย่อท้อมากว่าชั่วชีวิต 30 ปี

ณ วันนี้ท่านได้เป็นเสมือนวีรบุรุษนักสู้ เป็นตำนาน แต่ก็ดังที่ลูกชายคนโตของท่านให้สัมภาษณ์ว่า “ประเทศนี้มักให้ค่าความสำคัญกับคนที่ตายไปแล้วมากกว่าคนที่มีชีวิตอยู่” ชุมพล เอกสมญา บอกเล่าถึงพื้นที่การสู้รบแห่งบันนังสตาตอนหนึ่งว่าแทนที่เช้าขึ้นมาจะมีแสงอาทิตย์ส่องสว่างบรรยากาศกลับปกคลุมไปด้วยหมอกฝน บ่อยครั้งที่จ่าเพียรและลูกน้องต้องยิงปะทะกับโจรผู้ก่อการร้ายในม่านหมอกฝนที่ตกติดต่อกันถึง 3-4 วัน ขณะที่เสบียงกรังมีแต่เพียงปลาแห้งและหัวกลอย และการข่าวที่ครั้งหนึ่งต้องแลกมากับการขายปืนของตน แลกกับงบประมาณการข่าวกว่า 2,000 ล้านบาทที่รัฐทุ่มเทลงไปในความว่างเปล่า

ในโหมเพลงฉบับนี้เรานำบทเพลง “ยูงทองแค้น” ที่น้ายาวลูกน้องของท่านแต่งไว้เป็นเพลงมาร์ชของหน่วยรบกว่า 30 ปีที่แล้ว  ที่ขึ้นต้นว่า “เช้าขึ้นตะวันดับ สายฝนก็สาดก็ซับ เมฆหมองน้ำนองไพรสณฑ์ หน่วยยูงทองก็ยังสู้ทน เพื่อรับใช้ประชาชน ไม่เคยให้เขาแคลน..” ขับร้องโดยชุมพล เอกสมญา ในงานรำลึก 100 วันจ่าเพียรมาบรรณาการท่านให้รับรู้ในอีกแง่มุม

และเปิดกรุพระจ่าเพียรโดย “ธารเมฆ”เพื่อเป็นการรำลึกและเรียกน้ำย่อยให้กับคอลัมน์ เครื่องรางของขลัง พร้อมกับคอลัมน์ใหม่ๆเช่น รหัสชีวิต ลิขิตดวงดาว เพื่อไขปัญหาต่างๆให้กับท่านที่จดหมายถามไถ่กันเข้ามา ตามหลักโหราศาสตร์โบราณและไพ่ยิปซีประยุกต์ โดยธูป เทียนธรรม รวมทั้ง Wild Seed ชุมพล เอกสมญา จะมาบอกเล่าเรื่องราวเมล็ดพันธุ์เถื่อนควบคู่ไปกับเส้นทางดนตรีของเขา

และภูมิปัญญาจากหนังสือเก่า โดยบังสมาน อู่งามสิน แห่งสำนักพิมพ์อัลอิหม่าน ฯลฯ

ในเล่มนี้ เราขออนุญาตนำเสนอคอลัมน์ใหม่ๆไปพร้อมกัน ส่วนคอลัมน์เดิมก็ยังอยู่ครบครัน เพียงอยู่ในแฟ้มรอและจะเรียงทยอยเข้ามาประจำการสลับกันไปบ้างเพื่อความลงตัว  และเราจะเคี่ยวให้ข้นขึ้นตามลำดับ พร้อมเปิดพื้นที่ใหม่ๆเอาไว้คอยรอ

เพื่อนำเสนอเรื่องราว “โลกทัศน์ชาวบ้าน จิตวิญญาณชุมชน” ของเราทุกคนร่วมกันครับ.

นักเลง พ่อ ตา
Submitted by ไพรพราย on July,17 2010 11.02

ไขยืนขบกรามแน่นในมือกำเงินสองพันบาทดวงตาแสดงถึงความอาฆาตแค้นผู้ที่เพิ่งเข้ามาคุยแล้วเดินจากไปโดยไม่ใส่ใจกับอารมณ์ที่เดือดดาลของผู้ที่ยืนอยู่ ไข่เดินกะโผลกกะเผลกเข้าบ้านเมื่อมองแขกผู้มาเยือนจนลับหลังไป กลับมานั่งนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นขณะที่เขาขับรถกลับจากถางหญ้าในสวนยางเพื่อกลับบ้านเหตุเกิดขึ้นบนเนินสูงทางลงจากเนินมีโค้งและมีหญ้าขึ้นรกจนมองถนนฝั่งที่รถสวนมาได้เพียงไม่กี่วา ประกอบกับที่รถของเขาเก่า เบรคมีแต่ทำงานไม่เต็มร้อยอีกทั้งถนนก็เป็นลูกรังโดนน้ำเซาะจนเป็นทางน้ำร่องลึกรถวิ่งได้เพียงเลนส์เดียว เขาจึงตัดสินใจบังคับรถหลีกร่องน้ำไปวิ่งในเลนส์อีกฝั่งของถนน ช่างเวรกรรมอะไรเขานึกในใจ บางวันวิ่งสามสี่รอบก็ไม่เจอซักคัน แต่คราวนี้เค้าเจอมันตรงนี้ตรงที่ไม่มีทางหลีกรถกระบะอีกคันวิ่งสวนมาชนเข้าเต็มๆ ใบหน้าเขาชนกับอย่างหนึ่งของรถกระบะ เขารู้สึกเช่นนั้น คนขับรถลงมาต่อว่าเขาเป็นการใหญ่ ไข่นั่งเงียบเอามือกุมหน้าลูบลงมาสำรวจที่ปากก็เจอแผลเขารู้สึกเจ็บทันทีแต่ไม่ได้พูดอะไรเพราะรู้ว่าเขาผิดเอง คนขับรถบอกให้นั่งรอให้เขาไปส่งผู้โดยสารก่อนแล้วจึงจะกลับมาพาไปโรงพยาบาล ไข่นั่งรออยู่สักพักก็มีรถวิ่งมาเห็นเขานั่งอยู่ข้างถนนมีรถมอเตอร์ไซด์คว่ำอยู่ใกล้ๆก็เลยอาสาพาไปโรงพยาบาล

ประกาศผลรอบแรกรางวัลซีไรต์และข้อสังเกตของคณะกรรมการ
Submitted by kai on July,14 2010 13.29

รางวัลซีไรต์รอบแรกปี 2553 ซึ่งเป็นปีกวีนิพนธ์ ประกาศเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2553 มีหนังสือเข้ารอบแรกจำนวน 6 เล่ม คือ

  1. ฉันอยากร้องเพลงสักเพลง ของ ศิริวรณ์ แก้วกาญจน์
  2. เดินตามรอย ของ วันเนาว์ ยูเด็น
  3. ในความไหวนิ่งงัน ของ นายทิวา
  4. เมืองในแสงแดด ของ โกสินทร์ ขาวงาม
  5. ไม่มีหญิงสาวในบทกวี ของ ซะการีย์ยา อมตยา
  6. รูปฉายลายชีพ ของ โชคชัย บัณฑิต
ตามหา Sleepyo
Submitted by bussara on June,24 2010 13.37

ช่วยแปลเรื่อง Accicental Toulist แต่งโดยAnne yler  และเรื่อง Cry Freedom แต่งโดย John Briley จะสอบค่ะ ด่วนเลยค่ะ

จงทำกับเพื่อนมนุษย์โดยคิดว่า
Submitted by พีรมิตร on May,24 2010 14.59

จงทำกับเพื่อนมนุษย์โดยคิดว่า
เขาเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย ของเรา เขาเป็นเพื่อน เวียนว่าย อยู่ในวัฎฎสงสาร ด้วยกันกะเรา เขาก็ตกอยู่ใต้อำนาจ กิเลส เหมือนเรา ย่อมพลั้งเผลอไปบ้าง เขาก็มีราคะ โทสะ โมหะ ไม่น้อยไปกว่าเรา เขาย่อมพลั้งเผลอบางคราว เหมือนเรา เขาก็ไม่รู้ว่าเกิดมาทำไม เหมือนเรา ไม่รู้จักนิพพานเหมือนเรา เขาโง่ในบางอย่าง เหมือนที่เราเคยโง่ เขาก็ตามใจตัวเองในบางอย่าง เหมือนที่เราเคยกระทำ เขาก็อยากดี เหมือนเรา ที่อยาก ดี – เด่น – ดัง เขาก็มักจะกอบโกย และ เอาเปรียบ เมื่อมีโอกาสเหมือนเรา เขามีสิทธิ ที่จะบ้าดี – เมาดี – หลงดี – จมดี เหมือนเรา เขาเป็นคนธรรมดา ที่ยึดมั่น ถือมั่น อะไรต่าง ๆ เหมือนเรา เขาไม่มีหน้าที่ ที่จะเป็นทุกข์ หรือตายแทนเรา เขาเป็นเพื่อน ร่วมชาติ ร่วมศาสนา กะเรา เขาก็ทำอะไร ด้วยความคิดชั่วแล่น และ ผลุนผลัน เหมือนเรา เขามีหน้าที่รับผิดชอบ ต่อครอบครัวของเขา มิใช่ของเรา เขามีสิทธิ ที่จะมีรสนิยม ตามพอใจของเขา
เขามีสิทธิ ที่จะเลือก ( แม้ศาสนา ) ตามพอใจของเขา เขามีสิทธิ ที่จะใช้สมบัติ สาธารณะ เท่ากันกับเรา เขามีสิทธิ ที่จะเป็นโรคประสาท หรือเป็นบ้า เท่ากับเรา เขามีสิทธิ ที่จะขอความช่วยเหลือ เห็นอกเห็นใจ จากเรา เขามีสิทธิ ที่จะได้รับอภัย จากเรา ตามควรแก่กรณี เขามีสิทธิ ที่จะเป็นสังคมนิยม หรือ เสรีนิยม ตามใจเขา เขามีสิทธิ ที่จะเห็นแก่ตัว ก่อนเห็นแก่ผู้อื่น เขามีสิทธิ แห่งมนุษยชน เท่ากับเรา สำหรับจะอยู่ในโลก
ถ้าเราคิดกันอย่างนี้ จะไม่มีการ ขัดแย้งใด ๆ เกิดขึ้น….

ธรรมะ ท่านอาจารย์ “ พุทธทาส อินทปัญโญ “ แห่งวัดป่าสวนโมกข์พลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
ให้ไว้ วันที่ 22 พฤษภาคม 2531

"เสกสรรค์"ปาฐกถา วันนักเขียน
Submitted by Pookun on May,09 2010 13.02

"การอ่านหนังสือและการเขียนหนังสือ เป็นความเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับการยกระดับ หรือการแตกสลายทางจิตวิญญาณของผู้คนในสังคม การที่มนุษย์จะอยู่ร่วมกันได้ สังคมไม่เพียงต้องมีโครงสร้างทางเศรษฐกิจ การเมือง ที่เป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ หากยังต้องมีโครงสร้างความคิด จิตใจ และจิตวิญญาณที่เกื้อหนุนการใช้ชีวิตร่วมกันด้วย นักเขียนเป็นผลงานทางวัฒนธรรม เพราะฉะนั้น ภารกิจสร้างสรรค์สังคมในมิตินี้จึงเป็นสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้"

356 items(1/36) 2 3 4 5 Next » Last »|

Member zone

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซท์
"ก๊วนปาร์ตี้"
เว็บไซท์นี้เปิดมาเพื่อ เป็นพื้นที่สาธารณะ สำหรับบันทึกเรื่องราว ทางด้านวรรณกรรม ทุกรูปแบบ ท่านสามารถส่งบทความ - เรื่องสั้น - บทกวี เพื่อมาแลกเปลี่ยนกันอ่าน โดยคลิกส่งได้จากด้านล่างนี้
คลิกเพื่อ >> ส่งบทความ | ส่งเรื่องสั้น | ส่งบทกวี | ปกิณกะ
Last topic

Blogs

ราหูอมจันทร์ นิตยสารเรื่องสั้นรายฤดูกาล Vol.1 กีตาร์ที่หายไป วางแผงแล้ว
  • สำนักพิมพ์ต้นข้าว